เวรุณีใจหล่นวูบลงตาตุ่มเมื่อสมองประมวลผลออก เสียงนี้เธอจำได้ ...ผู้ชายในโรงพยาบาล พี่ชายธิณา! เธอเหลียวหาผู้จัดการและหนุ่มซึ่งเคยอยู่กับเขาในโรงพยาบาลเห็นหลังทั้งสองไวๆ ก่อนประตูปิดลง
หญิงสาวหน้าซีดตัวแข็งทื่อริมฝีปากสีเข้มบางเหยียดยิ้มร้าย ยกมือกอดอกพิงหลังกับหน้าต่างตาคมปลาบมองเธอั้แ่ตัวจรดเท้า
“คะ...คุณตามฉันมาทำไม”
เธอยังจำคำกล่าวหาร้ายกาจในโรงพยาบาลได้...เขาโทษเวลาพาธิณาไปตาย
“ก็นี่บริษัทผม...ผมเป็ซีอีโอ”
เวรุณีไม่ได้จำชื่อผู้บริหารใหม่เพราะคิดว่าไม่เกี่ยวกับตน ไม่นึกเลยว่าจะเป็คู่กรณีกับน้องชายเขาเรียกมาอย่างนี้มีจุดประสงค์อะไร
“คุณเป็พนักงานยังไงน่ะฮึ! เวรุณีจำเ้านายตัวเองไม่ได้”
“เื่จำไม่ได้ฉันแย่เองค่ะฉันยอมรับ”
หญิงสาวสูดลมหายใจเชิดหน้าเรียกความมั่นใจขึ้น ...ต้องไม่กลัวเขาทำอะไรเธอไม่ได้ เวรุณีไม่ใช่คนผิด
“แต่ตามสายงานบังคับบัญหาคุณอยู่สูงสุดฉันต่ำสุด ไม่เคยรู้จักคุณก็ไม่แปลก แล้วคุณเรียกฉันมามีอะไรเหรอคะ”
แต่กระนั้นใจก็ยังอดคิดในแง่ร้ายไม่ได้เขาเรียกเธอมาไล่ออกหรือเปล่า ...พาลจริงๆ แต่คิดอีกทีหากถูกไล่ออกเธอก็ไม่สนใจดีเสียอีกเป็การแสดงความรับผิด เหมือนที่เขาเคยถามในโรงพยาบาล
“ผมไม่เข้าใจหัวใจคุณทำด้วยอะไร มายืนอยู่ตรงหน้าผมอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่รู้สึกผิดเลยเหรอที่น้องตัวเองทำคนตาย”
“น้องชายฉันก็ตายตกตามกันไปแล้วนี่”
เธอกำมือจนเห็นข้อขาวระงับอารมณ์พลุ่งพล่านซึ่งเขากวนขึ้นมาใหม่
“คุณยังจะเอาอะไรอีก”
น้ำตาแห่งความสูญเสียเคยเหือดแห้งทำท่าจะไหลอีก
“ฉันเสียน้องชายคนเดียวไปแล้ว”
“ผมก็มีน้องสาวคนเดียว ตอนนี้ไม่เหลือใครแล้วคนที่จะเป็ทายาทของตระกูล”
ธรณ์ก้าวยาวไม่กี่ก้าวก็มาอยู่ตรงหน้าเธอเขาสูงจนเวรุณีต้องแหงนมอง
“น้องชายคุณทำให้ตระกูลผมหมดคนสืบทอด”
เธอนิ่วหน้างง
“คุณเป็ผู้ชายก็แต่งงานมีลูกได้นี่ หรือว่าเป็หมัน ...หรือๆ”
เวรุณีติดอ่างนึกถึงผู้ชายทายาทไฮโซหน้าตาดีร่ำรวยหลายตระกูลผู้รสนิยมชอบเพศเดียวกัน
“... คุณเป็เกย์”
“ผมไม่ใช่เกย์”
เขาบอกฉุนเฉียว
“แล้วทำไมมีลูกไม่ได้”
“ไม่ใช่ผมมีลูกไม่ได้”
เขาค้อมศีรษะมองร่างเล็กกว่าดวงตากลมฉายแววตระหนก ผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณระแวงภัยไปสองสามก้าวจนเขายกมือขึ้นบีบต้นแขนนิ่มล็อคไว้ไม่ให้หนี
“แต่ผมไม่ชอบผู้หญิง”
“งั้นก็เป็เกย์ล่ะสิแต่คุณไม่ยอมรับตัวเอง”
มิน่าเล่าจึงได้โกรธเหวี่ยงหนักนักตอนรู้น้องสาวเขาตายกับน้องชายเธอ
“บอกแล้วไง ผมไม่ใช่เกย์ผมแค่ไม่ชอบผู้หญิงตอแหล”
เขาดึงเธอกลับมาใกล้
“หยาบคาย! คุณเป็ผู้ชายแบบไหนกันว่าผู้หญิงแบบนี้”
“แล้วคุณตอแหลเหมือนที่ผมว่าไหมล่ะ”
“เพี๊ยะ!”
ฝ่ามือกระทบหน้าคมสันธรณ์หันตามแรงตบ ซึ่งฝากรอยกางนิ้วทั้งห้ายาวเป็ปื้นเวรุณีหายใจหอบแรงตามอารมณ์โกรธปะทุ
“ทำอะไรของคุณ”
“ตอบแทนความปากเสียของคุณไงล่ะอย่าคิดว่าผู้หญิงเหมือนกันหมด อย่างน้อยฉันก็ไม่ตอแหล เหมือนแม่คุณยังไงล่ะ”
“เล่นถึงแม่ผมเลยเหรอ”
เขากระชากตัวเธอมาติดหน้าอกแขนกดเอวเว้าให้แนบชิด มือสอดใต้ท้ายทอย แทรกกระชากผมจนเธอต้องแหงนศีรษะ
“คุณหยาบคายก่อนทำไม”
ใจเวรุณีเต้นระรัวภายในห้องอากาศเย็น แต่เธอกลับมีเหงื่อผุดตามไรผม
“คุณแย่ใส่ผมก่อนพูดว่าน้องสาวผมตาย น้องชายคุณตายก็เจ๊ากันไป ว่าผมเป็เกย์แล้วยังลามปามถึงแม่ผมอีก”
สายตาส่งมาโกรธเกรี้ยวราวกับจะเผาให้เป็จุณ
“เออ...ก็ได้ ฉันขอโทษ”
เธอพยายามแก้สถานการณ์คับขันอยู่ในห้องปิดตายกับเขาสองต่อสอง เกิดพี่ชายธิณาบ้าที่น้องคนเดียวตายไปจับเธอโยนจากหน้าต่างล่ะ นี่ชั้นยี่สิบกว่าๆ นะ
“ตอแหล ไม่ได้มีความจริงใจเลย”
แรงนิ้วมือจิกท้ายทอยเธอแรงยิ่งขึ้นจนน่ากลัวหนังหัวจะหลุดตามออกมาเป็แผ่นๆ
“น้องชายคุณทำผมหมดสิ้นทุกอย่างน้องสาวคนเดียว ทายาทตระกูลผมหมดแล้ว”
ธรณ์พึมพำกับเธอราวคนบ้า
“แล้วจะให้ฉันทำยังไงบ้านฉันก็หมดตระกูลแล้วเหมือนกัน จะให้ฉันรับผิดชอบมีลูกให้เลยไหมล่ะ”
คำประชดทำเอาอีกฝ่ายสะดุดกึกมองพินิจเธอด้วยแววตาคาดไม่ถึง
“อย่าพูดอะไรบ้าๆ น่ะ คุณไม่ใช่สเปคผม”
เสียงเยาะเจือดูถูก เวรุณีหน้าร้อน
“คุณก็ไม่ใช่สเปคฉันเหมือนกัน!”
หญิงสาวทั้งผลักทั้งถองตัวจากอกกว้าง
“ปล่อยได้แล้ว ฉันจะไปทำงาน”
ธรณ์ยอมปล่อยเธอลงแต่สายตายังไร้ความเป็มิตรไม่เปลี่ยน