'สเตตัส'
สิ้นเสียงของปรเมศวร์ หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าของเขาทันที
[ติ๊ง!]
[ปรเมศวร์ ติณณภพ
...
ส่วนสูง :178 ,น้ำหนัก : 67
-กำลัง :1
-อดทน :1
-ว่องไว :1
-โชค : 0.01
=คะแนน :0.51
~ทักษะ:ไม่มี
~ภารกิจประจำวัน : วิ่งสองกิโลเมตร , วิดพื้น 30 ครั้ง , สควอท 30 ครั้ง
=>รางวัล : 0.01คะแนน
~ร้านค้า
~ช่องเก็บของ
=> ทักษะบริหารเสน่ห์ระดับต่ำ :1 , ทักษะการแสดงระดับต่ำ :1
]
พอปรเมศวร์ก็ได้สำรวจค่าสถานะเสร็จ เขาก็พูดกับตนเองในใจ
‘ดีที่่นี้เป็่เริ่มต้นของเื่ ไอ้เ้าพระเอกโง่นั่นจึงไม่ได้ให้อะไรยัยนิภามากนัก เลยเหลือของในช่องเก็บของอยู่บ้าง...ไม่สิ มันหาโอกาสที่จะให้ไม่ได้ต่างหาก...’
'...อีกอย่างเื่นี้ต้องยกความดีความชอบให้กับระบบ ที่การส่งมอบทักษะให้บุคคลอื่นนั้นค่อนข้างยุ่งยาก ไม่เช่นนั้นบางอย่างในช่องเก็บของคงไม่เหลือถึงเราเป็แน่'
ทว่าพอปรเมศวร์ครุ่นคิดอย่างละเอียด เขาก็คลี่ยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย เพราะตอนนี้ให้หัวของเขามีแผนที่น่าสนใจผุดขึ้นมาแล้ว
‘ถึงคนที่เื่แต่งนี้! ฉันไม่รู้ว่าแกดูอยู่รึเปล่า ไม่สิ? แกจะดูอยู่ได้อย่างไร...เอาเป็ว่าช่างเถอะ! ฉันจะทำให้ดูเอง ว่าทำอย่างไรนิยายมันถึงจะสนุก’ ปรเมศวร์คิดไปเรื่อยเปื่อย เพราะเขากำลังตื่นเต้นกับแผนการที่เขาได้วางไว้ในใจ
‘หึ!หึ! ด้วยระบบที่อยู่ การที่ฉันจะสุขสบายคงไม่เป็เื่ยาก! และฉันก็ขอขอบคุณจากใจจริงถึงคนที่ส่งฉันมาในนิยายเื่นี้ ไม่ว่าคุณจะเป็ใครก็ตาม…’
..
ขณะเดียวกันพระเ้ากำลังจะแก้ไขสิ่งที่ตนได้ก่อไว้นั้น พอได้ยินสิ่งที่ปรเมศวร์คิดเท่านั้นแหละ เขาถึงกับต้องหยุดมือลง พลันกลับมาตั้งตารอชมแทน
“ได้! ข้าจะรอดูว่าเอ็งจะทำให้เื่มันสนุกอย่างที่ว่าได้รึเปล่า?”
พระเ้าวัยชรามีใบหน้าเรียบเฉย สายตาของเขาลึกล้ำ ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ในใจ
..
เมื่อหลุดออกจากความคิดของตนเอง ปรเมศวร์ก็ได้จัดเตรียมของที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้ตามแผน
ทว่าทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้
‘ยังก่อน! เราต้องกดใช้ทักษะในช่องเก็บของก่อนสิ แผนการของเราถึงจะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น’
ปรเมศวร์ก็รีบดำเนินการตามความคิดทันที
หลังจากที่เขากดใช้ทักษะ กระดาษทักษะทั้งสองก็ค่อยๆ กลายเป็ละอองแสงพร้อมกัน ซึ่งละอองแสงเ่าั้อัดแน่นไปด้วยความรู้ของทักษะที่เขียนเอาไว้นั่นเอง
เสี้ยววินาทีต่อมาความรู้เื่บริหารเสน่ห์กับความรู้เื่การแสดงก็ได้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างช้าๆ
ผ่านไปหนึ่งนาทีความรู้ที่ล่องลอยอยู่รอบตัวของเขา ก็ได้ซึมซับเข้าสู่ร่างของเขาจนหมด
‘...ถึงจะรู้สึกปวดหัวนิดๆ ในตอนแรก ทว่ามันก็รู้สึกดีในตอนท้าย..แต่ว่านะ ความรู้เหล่านี้หลอมรวมกับเราอย่างสมบูรณ์แล้ว ขอเพียงแค่เราคิด เราก็ใช้ได้ราวกับฝึกฝนมาเป็เวลานาน’
เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้น ปรเมศวร์ก็มีแววตาที่มุ่งมั่น เรารู้สึกว่าตนเองเก่งขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างมาก
‘เอาล่ะ! ทีนี้เราก็พร้อมแล้ว มาเตรียมตัวเพื่อที่ใช้ในวันพรุ่งนี้ดีกว่า’
ในเวลาต่อมาปรเมศวร์ก็ได้จัดเตรียมสิ่งที่จำเป็ต่อการใช้งานในวันพรุ่งนี้
เริ่มแรกเขาจัดเตรียมหน้าทรงผมก่อนเลย เื่แต่งหน้าค่อยจัดการทีหลัง และจากนั้นก็ต่อด้วยเสื้อผ้าที่จำเป็ต้องใช้
การที่เขามีทักษะบริหารเสน่ห์ระดับต่ำ ทุกอย่างที่เขาจัดการจึงค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แบบ
‘ทีนี้ทุกอย่างก็พร้อมแล้ว จะรอดหรือจะร่วงก็ต้องรอดูวันพรุ่งนี้'
..
เช้าวันรุ่งขึ้น ปรเมศวร์ก็ขับรถไปรับนิภาแล้วเดินทางไปที่กองถ่ายที่สุพรรณบุรีตามปกติ
ภายในรถนิภาสังเกตเห็นชุดปรเมศวร์ที่แปลกไปเธอก็นึกสงสัยเล็กน้อย เพราะนับวันคนขับรถของเธอยิ่งแปลกไปทุกที
‘แต่งตัวอะไรของเขา แต่ก็ดูดีขึ้นมานิดหน่อยนะ’
นิภาให้ความสนใจเกี่ยวกับปรเมศวร์เพียงเท่านั้น พลางหลับตาทำสมาธิต่อ เพราะเธอต้องให้ความสำคัญกับเื่งานเป็อันดับแรก
สำหรับเธอเื่เสื้อผ้าของปรเมศวร์ เป็เื่ไร้สาระที่คิดไปก็รกสมอง
ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงก็ปรเมศวร์กับนิภาก็เดินทางมาถึงกองถ่าย ซึ่งนิภารีบลงจากรถไปทำงานของเธอทันทีที่จอดรถ เพราะมันเกือบจะถึงเวลาเข้างานแล้ว
แน่นอนว่าปรเมศวร์ก็อยู่เฝ้ารถตามเคย หน้าที่เขามีเพียงแค่นี้เท่านั้น
‘ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม รออีกหน่อยแล้วกัน’ ปรเมศวร์วิเคราะห์ในใจ
เขารู้ดีว่ากองถ่ายของผู้กำกับยศมีปัญหาเื่นักแสดง กว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ก็เป็เวลาสามสัปดาห์ เขาจะใช้โอกาสนี้ล่ะ่ชิงตัวละครตัวนั้น แล้วเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว
‘เราต้องคว้าโอกาสนี้ให้ได้!’ ปรเมศวร์ให้กำลังใจตัวเองอย่างมุ่งมั่น
ทว่าทันใดนั้นเอง ไอ้จ่อยเ้าเก่าโผล่ขึ้นมานอกหน้าต่างอย่างฉับพลัน ทำให้เขาตกอกใอย่างมาก
“คิดอะไรอยู่พี่!!”
“เฟ้ย! เป็อะไรของเอ็งวะ! ผลุบๆ โผล่ๆ อย่างกับผี! คนอื่นเขาใกลัวหมด รู้บ้างไหม!?”
“รู้! แต่มันสนุกดีนี่ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ด้วยความหมั่นไส้ปรเมศวร์ยกฝ่ามือทำท่าจบตบขู่ไปหนึ่งที
“เดี๋ยวปั๊ด! ว่าแต่เอ็งมีอะไร?”
“มาชวนพี่ตีป้อมเหมือนเดิมแหละ” พูดจบจ่อยก็วิ่งอ้อมไปอีกทาง เปิดประตูรถอีกข้างแล้วขึ้นมาในทันที
“งั้นเหรอ? ก็มาสิวัยรุ่น!”
“ห้อง 113216พี่! ผมสร้างรอไว้แล้ว”
“จัดไป! วันนี้พี่จะโชว์ให้เด็กมันดู!”
"อย่าขี้โม้ให้มากพี่!!"
เวลาสิบนาทีผ่านไป
“อะไรเนี่ยพี่! เมก้าคิล! พี่โคตรเทพ! ลิงเขาเล่นกันแบบนี้เหรอ!?”
“ธรรมดาไอ้น้อง!”
'หึหึ! แค่แรงค์โกลด์ ก่อนหน้านี้ลูกพี่อยู่แรงค์ซูพรีมโว้ย!!'
“พี่ก็แค่โชกช่วย อย่ามาคุยหน่อยเลย!”
“เฟ้ย! เดี๋ยวพี่โชว์ให้ดูอีกรอบ แล้วเงียบปากไปเลยนะ!”
ไม่ถึงหนึ่งนาทีให้หลัง
“สุดยอดเลยพี่! ตบไปสี่! พี่ทำได้ไง”
ปรเมศวร์ก็ตอบเหมือนเดิมว่า“ธรรมดาไอ้น้อง!”
แล้วก็ชนะ!
“อีกตาไหมพี่ มือกำลังขึ้น!” ด้วยความที่ตบคนอื่นอย่างเมามัน จ่อยย่อมอยากจะเล่นต่อ
ในเวลานี้มันเริ่มที่จะเคารพปรเมศวร์ขึ้นมาแล้ว แม้จะเล็กน้อยก็ตาม
“ก็เอาสิ!”
'ยังไม่ถึงเวลา เล่นต่ออีกหน่อยแล้วกัน'
..
ทั้งสองเล่นเกมไปเกือบหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ปรเมศวร์จะพูดขึ้น
“เอ๊ะ! คุณนิภาลืมกระเป๋านี่ เดี๋ยวข้าเอากระเป๋าไปให้เธอก่อนนะ” ปรเมศวร์ก็พูดไปแบบนั้น ตามจริงเขามีแผนของตนเอง แต่ว่านิภากลับลืมกระเป๋าพอดี อาจเป็เพราะเธอเร่งรีบเลยลืมหยิบไปด้วย
“โอเคพี่! รีบไปรีบมา วันนี้มีแต่ชนะ กำลังสนุกเลย”
“เออๆ”
ปรเมศวร์จัดทรงผมแล้วตรวจความเรียบร้อยกับสิ่งที่ตนเองได้เตรียมมา ก่อนที่จะลงไปจากรถตรงไปที่กองถ่าย
‘ขอให้วันนี้โชคอยู่เคียงข้างเรา’
..
อีกฟากหนึ่งที่กองถ่าย ขณะนี้ผู้กำกับยศค่อนข้างที่จะมีอารมณ์เดือด เนื่องจากนักแสดงคนใหม่ทำได้ไม่ค่อยดีนัก
“ถ่ายใหม่เป็สิบรอบแล้วนะ ยังจะผิดพลาดอยู่อีก! พวกนักแสดงตัวหลักเริ่มจะไม่พอใจแล้ว แกเป็นักแสดงมืออาชีพจริงหรือเปล่า!?” ผู้กำกับยศกำลังปรับทัศนคติกับนักแสดงคนดังกล่าว
ที่มุมหนึ่งของสตูดิโอ นักแสดงตัวหลักที่เล่นด้วยกันเริ่มมีสีหน้าที่เ็า พวกเขาเหนื่อยล้าอย่างมากที่ต้องถ่ายทำซ้ำหลายครั้ง ทั้งที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด
สำหรับนักแสดงตัวหลักแล้ว การทำผิดพลาดก็แค่หัวเราะแล้วปล่อยผ่านเื่ก็จบ
แต่ถ้าเป็แค่ตัวประกอบ นั่นคือความผิดมหันต์ ครั้งแรกอาจไม่เป็ไร หากมีครั้งต่อไป หน้าที่การงานของตัวประกอบคนนั้นต่อจากนี้คงไม่ราบรื่นนัก
..
เมื่อเห็นว่าผู้กำกับยศพูดคุยกับนักแสดงเสร็จ นักเขียนสาวชื่อแพรวพ่วงด้วยตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับ ก็เดินเข้ามาคุยกับเขาต่อ
“เอายังไงดีคะผู้กำกับ เขาจำบทแทบไม่ได้ พอแสดงจริงก็เดินหลุดเฟลมบ้าง มุมกล้องไม่ได้บ้าง เขาไม่ผ่านจริงๆ ค่ะ”แพรวพูดอย่างเหนื่อยหน่าย
ถึงแม้จะเป็ตัวประกอบตัวเล็กๆ ที่ใช้แล้วทิ้งก็เถอะ แต่มันก็เป็ตัวละครที่ค่อนข้างจะสำคัญ เพราะตัวละครตัวนั้นปูบทบาทให้ตัวเอกได้ฉายแสง ผู้กำกับเลยอยากทำออกมาให้มันดี
“แต่นี่เป็คนที่สองแล้วนะ! ไม่รู้ว่าฝ่ายแคสนักแสดงให้ผ่านมาได้ยังไง...” ผู้กำกับยศค่อนข้างที่จะอารมณ์เสีย เป็เพราะตัวละครตัวนี้เขาถึงเสียเวลาไปสองวันฟรีๆ
"!!!!!"
ทันใดนั้นอีกฟากหนึ่งก็ได้เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้น
ผู้กำกับยศที่เดือดอยู่แล้วก็เดือดมากขึ้นไปอีก เพราะมีสิ่งรบกวนการทำงานของเขา
ทันใดนั้นผู้กำกับยศรีบพุ่งไปยังจุดเกิดเหตุทันที ในใจคิดจะต่อว่าอย่างหนัก กับผู้ที่บังอาจนักมารบกวนการทำงานของเขา
เมื่อเดินไปถึงผู้กำกับยศก็ตวาดเสียงดัง
“เกิดอะไรขึ้น! ทำไมถึงได้เอะอะโวยวายขนาดนี้ มันรบกวนสมาธิของคนอื่นรู้บ้างไหม!!”
ปรเมศวร์ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ พลันใอย่างมาก ไม่คิดว่าจะโดนต่อว่าหนักขนาดนี้
ถึงจะเป็แบบนั้นเขาก็พยายามเอ่ยปากเพื่ออธิบายว่า
“คือว่า..”