วันนี้สามาปลุกเราั้แ่ 6 โมงเช้า เพราะนัดพี่ชายให้เอารองเท้าคู่ใหม่มาให้ เนื่องจากคู่เก่าโดนะเิกระจุยกระจายไปแล้ว ฮ่าๆๆ นึกถึงเื่เมื่อวานทีไรเป็ต้องขำทุกที
“สานัดพี่ที่ไหนเนี่ย”
“หน้าโรงเรียนอ่ะ”
“แล้วพี่สาหล่อป่ะ”
“ก็ขาวๆ ตี๋ๆ อ่ะ”
“โห่ ไม่ใช่สเปคเลย” ยัยแจงบ่นแล้วก้มหน้าก้มตาจัดกระเป๋าเรียนต่อ
ระหว่างที่เดินลงมาฉันก็เจอกับสายตาหลายคู่ที่กำลังเพ่งมองมาที่เราแล้วหันไปซุบซิบอะไรกัน ก็คงจะหนีไม่พ้นวีรกรรมสุดแสบของเรากับพวกสเต็ปนางและรองเท้าขี้หมาเมื่อวานนี้แหละ
“เฮีย” สาะโเรียกผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างรถบิ๊กไบค์คันโต
พี่ของสานี่ขาวๆ ตี๋ๆ น่ารักสไตล์พี่ปอนด์เลยนะเนี่ย เอ๊ะ! ฉันจะไปนึกถึงเค้าทำไม ไม่เอาๆ
“หวัดดีค่ะพี่สรร” บิวส่งเสียงทักทาย พวกฉันไม่รอช้าวิ่งตามไปติดๆ เพราะอยากเสนอหน้ากับคนหล่อ
“สวัสดีค่ะ” พวกเรายกมือไหว้พร้อมกันแล้ว ‘พี่สรร’ ก็หันมายิ้มทักทาย
“ว่าไง บิว รถเมล์ แล้วก็...”
“เพื่อนใหม่อ่ะ นี่แจง ส่วนนี่ฟีน”
“หวัดดีค่ะ” ฉันกับยังแจงกล่าวทักทายพี่ของสาอีกที
“หวัดดีค่ะสาวๆ”
โอ๊ย ผู้ชายพูดค่ะนี่น่ารักเป็บ้าเลย นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็พี่ชายเพื่อนนะ ฮึ่มๆๆ
“อ่ะ รองเท้า ป๊ากับม๊าถามว่าแกไปทำอะไรมาถึงต้องให้พี่เอารองเท้าใหม่มาให้ด่วนขนาดนี้”
“เออ รองเท้ามันขาดน่ะ”
“รองเท้าขาด? กล้าพูด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
ยัยแจงปล่อยก๊ากออกมาอย่างไม่เกรงใจพี่สรรเลย
“แน่ะ อย่ามาโกหก” พี่สรรพูดพร้อมกับเขกหัวสาไปทีนึง
มองมุมนี้เฮียแกน่ารักมาก
“เออ ไปเหยียบขี้หมามา พอใจยัง -_-”
“ฮ่าๆๆ จริงเหรอวะ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ เอิ๊กกก...”
ทั้งวงเงียบสนิทเมื่อเจอพี่สรรปล่อยก๊ากออกมาเต็มที่ ขนาดเ้าแม่เสียงหัวเราะอุบาทว์ๆ อย่างยัยแจง ยังต้องหยุดจ้องด้วยความตะลึงอ่ะ
“ทำอะไรกันน่ะ” พวกเราหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน
“ใครวะ”
“ยัยแม่มด” สากระซิบตอบพี่สรรไป ยัยป้านี่เค้าติด GPS ไว้ที่ตัวพวกเรารึไง ถึงได้ตามมาหลอกหลอนกันได้ั้แ่เช้าแบบนี้
“คุณเป็ใครคะ”
ครูนกเดินเข้ามากลางวงพร้อมยิงคำถามและสายตาจับผิดไปที่พี่สรร
“สวัสดีครับ” พี่สรรกล่าวทักทายอย่างสุภาพ “ผมเสกสรร เป็พี่ชายของจักริสาครับ”
“พี่ชาย? พี่ชายจริงเหรอ” ยัยครูอีกาหันมามองพวกเราแล้วกระแทกเสียงอีกครั้ง “พวกเธอคงไม่ได้นัดผู้ชายมาหาถึงหน้าโรงเรียนหรอกนะ”
“ผมเป็พี่ชายจักริสาจริงๆ ครับ”
พี่สรรยืนยันอีกครั้งพร้อมกับยื่นนามบัตรให้ยัยแม่มดไป และเมื่อพิจารณาจนหายข้องใจ ยัยแม่มดก็เปลี่ยนท่าทีที่แสดงออกกับพี่สรรจากหลังมือเป็หน้ามือ
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดี่นี้ทางโรงเรียนต้องเข้มงวดเื่การให้นักเรียนออกมาพบปะบุคคลภายนอกเป็พิเศษ เพราะกลัวว่าเด็กของเราจะออกไปสร้างชื่อเสียๆ ให้กับทางโรงเรียนน่ะค่ะ”
บอกตามตรงนะ ฉันไม่ค่อยชอบหน้าอาจารย์คนนี้สักเท่าไหร่เลย แล้วก็ดูเหมือนว่าเ้าหล่อนเองก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าพวกฉันเหมือนกัน นี่ฉันอุตส่าห์บอกตัวเองว่าคิดมากไปแล้วนะ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่
“จักริสา แล้วทำไมเธอต้องเอาเพื่อนมาด้วยเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย มาเองคนเดียวไม่ได้เหรอ”
ยัยป้านี่จะเอายังไงกันแน่เนี่ย ชักจะงี่เง่าขึ้นไปทุกทีแล้วนะ -*-
“โห นี่สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย”
พี่สรรพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับก้มมองนาฬิกาก่อนจะหันมาหาสากับครูนก
“ผมว่าผมขอตัวไปทำงานก่อนดีกว่า คุณครูเองก็ควรจะเอาเวลาไปเตรียมตัวสอนหนังสือได้แล้วนะครับ ที่นี่คงไม่มีอะไรให้จับผิดแล้วแหละ ผมลาล่ะครับ”
ในขณะที่ยัยเจ๊อีกากำลังปรี๊ดแตกยืนกำมือแน่นมองตามหลังพี่สรรไป พวกเราก็รีบชิ่งออกมาก่อนด้วยด้วยความเร็วแสง แลฉันก็เดาว่าเ้าหล่อนเองก็คงจะแอบสาปแช่งพี่สรรอยู่ในใจเหมือนกันแหละ
“เออสา พี่สรรอายุเท่าไหร่อ่ะ”
ยัยแจงเปิดประเด็น ปากก็ยังเคี้ยวขนมตุ้ยๆ ในขณะที่เรากำลังเดินขึ้นตึกเรียนหลังทานข้าวเที่ยงกันเสร็จ
“ปีหน้าก็สามสิบแล้ว”
“อะไรนะ!?” ไม่ใช่แค่ยัยแจงที่ใพวกฉันเองก็ใตามๆ กัน “หน้าโคตรเด็กอ่ะ เด็กกว่าสาอีก”
“นี่แกหลอกด่าฉันว่าหน้าแก่รึเปล่าเนี่ยยัยแจง”
เมื่อพวกเราเดินเข้าห้องมาก็พบกับปริ๊นซ์และสเต็ปเทพครบแก๊งกำลังนั่งคุยกันอยู่ ฉันััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่รุนแรงมากจนรู้สึกได้ สเต็ปเทพหันมาจ้องพวกเรายกแก๊งแล้วหัวเราะกันเสียงดังอย่างไม่เกรงใจ
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“เก้าอี้ก็มีให้นั่ง อยากเด่นไงเลยนั่งบนโต๊ะ” สาแขวะแล้วมองนายพวกนั้นด้วยสายตาหงุดหงิด
“อย่าไปสนใจเลย เสียอารมณ์เปล่าๆ”
บิวว่าแล้วชวนพวกเราออกไปช่วยเพื่อนๆ จัดบอร์ดที่หน้าห้อง
“เฮ้ย เปลี่ยนมุมนั้นให้เป็สีแดงดิ๊ มันจะได้ดึงดูดสายตามากขึ้น” อยู่ๆ นายอาร์ตะโขึ้นมา ตามด้วยเสียงนายกรีน
“เออ ไม่เอาสีเหลืองอ่ะ เห็นแล้วนึกถึงขี้หมา”
“อะไรของนาย!” สาหันขวับไปส่งสายตาอำมหิตทันที
“ก็บอกว่าไม่เอาสีเหลืองไง”
นายกรีนตอบกวนๆ แล้วหันไปหัวเราะกับพวกสเต็ปเทพต่อ
“อะไรของมันวะ”
ฉันว่ามันก็คงจะเป็เื่อะไรไม่ได้นอกจากเื่ขี้ๆ เมื่อวานนี้อ่ะแหละ
“ที่พูดน่ะหมายความว่าไง” สาหยุดจัดบอร์ดแล้วหันไปจ้องนายกรีนแทน ว่าแล้วกรีนก็หันไปสะกิดนายมุกับนายพีท
“กรี๊ดดด” นายมุลุกขึ้นกรี๊ดลั่นทำเอาทุกคนในห้องต้องหันมามอง “แก ฉันเหยียบขี้ แอร๊ยยย น่าอับอายที่สุด”
“ไม่ส่งไม่ใส่มันแล้วรองเท้าอ่ะ” แล้วนายพีทก็ทำท่าสะดีดสะดิ้งสะบัดรองเท้าเหมือนท่าทางที่สาทำเมื่อวานเป๊ะ
“หรืออยากดูแบบเป็ภาพนิ่งก็มีนะ”
ว่าแล้วนายกรีนก็กดส่งรูปเข้ากลุ่มแชทของห้องเราทำให้มือถือของทุกคนดังขึ้นพร้อมกัน พวกฉันพากันหยิบมือถือขึ้นมาดูแล้วก็เห็นภาพสาที่กำลังทำหน้าแขยงขี้หมา โดยมีพวกฉันเป็แบ็คกราวหัวเราะอ้าปากค้างกันอยู่ ทุเรศมากเลยอ่ะ
“ใครมันมาแอบถ่ายวะ”
สาเริ่มโวยวาย ซึ่งฉันก็เห็นว่าไอผู้ต้องสงสัยมันชิ่งหนีออกนอกห้องไปแล้ว นายปริ๊นซ์ ต้องเป็นายปริ๊นซ์แน่ๆ
“ดูเธอดิ ยืนเขย่งปลายเท้าเหมือนนักบัลเลต์มืออาชีพเลยเนอะ ก๊ากๆๆ” กรีนปล่อยก๊ากออกมาเต็มเสียงพร้อมกับพวกสเต็ปเทพคนอื่นๆ
“ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ทียัยเจนโดนขี้หมาไปเต็มๆ พวกนายไม่ไปล้อมั่งวะ”
โครมมม
โต๊ะเลคเชอร์ด้านหน้าล้มลงด้วยแรงถีบของสา แต่สเต็ปเทพยังไม่เลิก
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“แอร๊ยยย เหม็นขี้ เหม็นขี้จังเลยอ่ะแกรรร” พวกนี้มันบ้า ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ
ฟึบ
และแล้วรองเท้าของสาก็ลอยแหวกอากาศไปที่กลางกลุ่มนายพวกนั้น
“พวกเรา!”
สิ้นเสียงสัญญาณของสา พวกฉันก็พร้อมใจกันถอดรองเท้าปาถล่มใส่ไอพวกบ้าสเต็ปเทพเหมือนห่าฝนจนนายพวกนั้นต้องก้มลงหลบใต้โต๊ะ
ฟึบ
“ออกมาดิวะ เมื่อกี้ยังปากดีอยู่ไม่ใช่เหรอ แน่จริงออกมาเด้!” สาแผดเสียงอีกครั้งพร้อมกับเตรียมรองเท้าอีกข้างไว้ในมือ แล้วก็…
ฟึบ
ป้าบบบ
รองเท้าใหม่ของสาแหวกอากาศไปปะทะกับหัวของนายกรีนเข้าอย่างจัง
ทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจนนายกรีนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน พร้อมกับพวกสเต็ปเทพคนอื่นที่ก้าวเข้ามายืนประจันหน้าพวกเรา
“นี่ถึงขนาดต้องปารองเท้าใส่กันเลยเหรอ” นายเมลล์เริ่มพูด
“แรงไปรึเปล่าครับพวกคุณ” ตามด้วยนายพีท
“คิดว่าเป็น้องป๋าเอิร์ทจะทำอะไรก็ได้เหรอ” ต่อด้วยเจลี
“เออ จับต้องไม่ได้เลยหนิ” แล้วก็นายมุ
“แบบนี้ไม่ใช่ศิลปะเลยนะ”
นายอาร์ตพูดต่อนิ่งๆ ก่อนจะมาจบที่นายกรีน
“ล้อเล่นแค่นี้ต้องปารองเท้าใส่ เออ เล่นด้วยแค่นี้คิดกันมาก ถ้าเห็นรองเท้าเป็ของเล่น ก็ไม่ต้องใส่แม่ง! ไอติสม์ จัดโต๊ะ! บอกจารย์ด้วย พวกกูโดด ไม่มีอารมณ์เรียน”
พูดจบสเต็ปเทพก็เก็บรองเท้าของพวกเราแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ในขณะที่พวกเรายังคงยืนเหวอกับท่าทีของนายพวกนั้น
พวกนายมาทำให้เราโกรธเองไม่ใช่เหรอวะ!!! ถึงพวกฉันจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่รุนแรงก็เหอะ แต่มันก็เพราะพวกนายมายั่วโมโหไม่ใช่รึไง
เป็อันว่าคาบบ่ายพวกเราเองก็ไม่มีอารมณ์จะเรียนหนังสือเหมือนกันแหละ หนอย ไอพวกสเต็ปเทพ โบ้ยความผิดให้เราหน้าด้านๆ อีกแล้วนะ แล้วทำไมฉันต้องมารู้สึกผิดไปตามที่นายพวกนั้นอยากให้รู้สึกด้วยล่ะเนี่ย!!!
“เฮ้ย โดดเหอะ ไปหารองเท้ากัน” ในที่สุดยัยแจงก็ตัดสินใจพูดขึ้น
“เออ ไปเหอะ อยู่ไปก็ไม่มีอารมณ์เรียน” สาสมทบ
ว่าแล้วพวกเราก็เก็บข้าวของแล้วออกจากห้องไปก่อนที่อาจารย์ประจำวิชาสุดท้ายจะมาถึง และที่แรกที่เราจะไปคือ ห้อง 10C ห้องของโอปอกับปริ๊นซ์ หัวหน้าแก๊งฝอยทองกับทองฝอย CNN ประจำโรงเรียนนั่นเอง
“อ้าวสเต็ปมาร วันนี้มีอะไรมาอัพเดทเหรอ ข่าวเมื่อวานลงคอลัมน์ออนไลน์ของฝอยทองรายวันไปแล้วนะ แซ่บมากเลยค่ะ” โอปอเดินเข้ามาทักเราสีหน้าแจ่มใส แน่นอนว่าเื่เมื่อวานนี้คงไม่พ้นหูพ้นตาโอปอแน่
“พวกเรามีเื่จะมาถามน่ะ”
“อะไรเหรอ”
“เวลาสเต็ปเทพโดดเรียน นายพวกนั้นชอบไปที่ไหนกันเหรอ” ฉันถามอย่างตรงไปตรงมา
“ว้ายๆๆ สเต็ปมารจะเปิดศึกกับสเต็ปเทพเหรอ”
“ก็ไม่เชิงอ่ะ”
“เอ๊ะ! หรือว่าพวกเธอแอบจับคู่กัน”
“ไร้สาระน่าโอปอ”
“ใช่ ไม่มีทางหรอก” ยัยแจงรีบแย้งสมทบฉันทันที “ใครจะไปจับคู่กับไอพวกบ้านั่นได้ จะอ้วก”
“ค่าๆๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่”
“ตกลงโอปอรู้รึเปล่าว่านายพวกนั้นชอบโดดไปไหนกัน” สาถามขึ้นอีกครั้ง
“ไม่รู้หรอก แต่ปริ๊นซ์น่าจะรู้นะ”
ว่าแล้วโอปอก็หันไปเรียกปริ๊นซ์ที่นั่งแอบอยู่ที่ใต้โต๊ะอาจารย์ั้แ่พวกฉันเข้ามาถึง เค้าคิดว่าตัวเล็กมากมั้ง!
“ปริ๊นซ์ ปริ๊นนนซ์ ปริ๊นนนนนนซ์...” เสียงโอปอแสบแก้วหูมาก
“จ๋า…” ในที่สุดนายปริ๊นซ์ก็ต้องยอมออกมา
“สเต็ปเทพชอบโดดเรียนไปที่ไหนอ่ะ”
“ใครจะรู้อ่ะ”
“อย่าให้ฉันรู้นะว่านายพยายามปิดบังพวกเรา ฉันรู้นะว่ารูปนั้นนายเป็คนถ่าย” ฉันเปิดฉากกดดัน
“อ๋อ นายนี่เองเหรอห๊ะ ปริ๊นซ์!” สาปรี่เข้าไปหาทันที แต่ปริ๊นซ์ใช้ความไวกว่าแทรกตัวไปหลบอยู่หลังโอปอได้ทัน
“ตกลงจะบอกหรือไม่บอกว่าพวกสเต็ปเทพโดดไปอยู่ไหนห๊ะ?”
ฉันถามเสียงเข้มอีกทีแล้วปริ๊นซ์ก็ทำหน้าหงอยๆ ก่อนจะตอบออกมาเบาๆ
“น่าจะไปแถวบ้านพักภารโรงหลังโรงเรียน แถวดงกล้วยอ่ะ (._.)”
“ดีมากปริ๊นซ์ นายเลือกอยู่ถูกข้างแล้ว”
ยัยแจงเดินเข้าไปตบไหล่ปริ๊นซ์สองทีก่อนจะหันไปหาโอปอ
“ขอบใจมากนะโอปอ”
“จ้า”
พวกฉันไม่มีเวลามาจัดการนายปริ๊นซ์กับไอรูปบ้าๆ พวกนั้นแล้ว ใครจะเห็นก็ให้เห็นไปเถอะ เพราะว่าตอนนี้เรามีภารกิจที่ต้องตามหารองเท้าอยู่
บิว สา และรถเมล์ กำลังนำทางฉันกับยัยแจงไปยังบ้านภารโรงที่ปริ๊นซ์บอกไว้ ว่าแต่ไอพวกบ้าสเต็ปเทพมันไปทำอะไรที่ดงกล้วยบ้านภารโรงกันนะ จะโดดเรียนทั้งที หาที่ไม่สร้างสรรค์เลย
“โอ้โห นี่มันบ้านภารโรงหรือเ้าของโรงเรียนวะเนี่ย”
ฉันกับยัยแจงกำลังอึ้งกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า อื้อหือ ถ้าเป็ภารโรงแล้วมีบ้านหรูๆ อยู่แบบนี้นะ เลิกเรียนวันนี้เลยดีกว่า
“แต่ฉันว่ามันเหมือนคฤหาสน์ผีสิงมากกว่านะ มืดๆ ทึมๆ ต้นไม้อึมครึมขึ้นเต็มไปหมด” บิวว่า “แถมมีแต่ภารโรง แม่บ้าน คนสวน คนรถแก่ๆ เท่านั้นที่อยู่ที่นี่ แค่คิดก็สยองแล้ว”
“ออกจะเลิศหรู นี่แก เ้าของโรงเรียนเค้ามีลูกชายมั้ย ชักอยากเป็ลูกสะใภ้ซะแล้ว” ยัยแจงว่า
“ฉันรู้สึกว่ามันน่ากลัวว่ะแก”
ฉันเอ่ยขึ้นบ้างเพราะเริ่มััได้ถึงลมหวิวๆ ที่พัดผ่านด้านหลังไป
“แต่รถเมล์ว่าเจ็บเท้ามากกว่านะ”
“อย่าบ่น เธอยังเหลืออีกตั้งข้างนึง แต่ฉันไม่เหลือเลยสักข้าง” สาบ่นบ้าง
ก็แหงล่ะ สาเล่นปารองเท้าใส่กรีนทั้งสองข้างเลยนี่หว่า
“ว่าแต่ ไอพวกสเต็ปเทพมันอยู่ที่ไหนกันนะ ไม่เห็นจะมีใครอยู่เลย”
“นั่นสิ เงียบชะมัด ได้ยินแต่เสียงลมกับเสียงต้นไม้” บิวเองก็เห็นด้วยกับฉัน
“สเต็ปเทพ!” ยัยแจงเริ่มะโ “ออกมาเลยนะ”
“เอารองเท้าพวกเราคืนมา!” สาเองก็แผดเสียง
“รถเมล์ปวดเท้าแล้วนะ ขอรองเท้าคืนเถอะ!”
พวกฉันช่วยกันะโตามหาพวกสเต็ปเทพ แต่ก็ไร้วี่แววของนายพวกนั้น ฉันชักเริ่มสงสัยแล้วว่านี่นายปริ๊นซ์หลอกให้เรามาผิดที่รึเปล่า
“โอ๊ย รำคาญแล้วนะ!”
ตุบ ตับ ตุบ ตับ
ว่าแล้วสาก็หันไประบายอารมณ์กับดงกล้วยข้างๆ ตามด้วยยัยแจงที่ดูจะมันมือที่สุด พวกเราหากันจนทั่วแต่ก็ไม่เจอพวกสเต็ปเทพเลย
“เฮ้ย เฮ้ยยย!!! ใครมันมาทำอะไรดงกล้วยวะ ไอเด็กเวรพวกนี้”
ซวยแล้ว O_o
เสียงลุงแก่ๆ โวยวายลั่น พร้อมกับเงารางๆ ที่กำลังซอยเท้ามาทางนี้ ฉันไม่รอช้า รีบเผ่นก่อนเพื่อนทันทีเพราะในมือคุณลุงคนนั้นมีทั้งจอบทั้งเสียม
นี่มันเหมือนในหนังโรคจิตสยองขวัญชัดๆ!
“โอ๊ย เหนื่อย น่ากลัวเป็บ้า เห็นมั้ย ฉันบอกแล้วว่านั่นมันบ้านผีสิงชัดๆ” บิวยืนหอบอยู่ข้างๆ ฉัน
“แล้วเอาไงต่ออ่ะ” ฉันถามขึ้นอย่างจนปัญญา
“ไปที่หอมันเลยมั้ย” ยัยแจงออกไอเดีย
“ก็ดี จะได้จบๆ ถ้าหารองเท้าไม่ได้ เราก็ขโมยของพวกมันมาไว้ต่อรองแลกกัน” สาเสนอ
“ตกลงตามนั้น!”
ตอนนี้ก็เป็เวลาสองทุ่มกว่าๆ แล้ว พวกเราเตรียมพร้อมกันอย่างเต็มที่ ทั้งสเปรย์พริกไทย เชือกสำหรับมัดมือมัดเท้า ปืนปลอมของรถเมล์ หึหึ ไอพวกสเต็ปเทพ คืนนี้พวกนายตายแน่
“แกอย่าเหยียบเท้าฉันได้ป่ะยัยแจง เจ็บนะว้อย”
“แกก็อย่าเอาเท้ามาให้ฉันเหยียบดิวะยัยฟีน”
“อ้าว ผิดอีก”
“เออ ก็แกผิดเองอ่ะ”
“เฮ้ย อย่าเสียงดังกันดิ เดี๋ยวก็มีคนได้ยินหรอก” บิวปราม
ตอนนี้พวกเรากำลังซุ่มอยู่ในพุ่มไม้หน้าหอพักหนึ่งชายที่เดิมที่ฉันกับยัยแจงคุ้นเคยเป็อย่างดี ตึก Blue Lagoon
“จากที่ถามข้อมูลลับจากโอปอมา ยามจะเปลี่ยนกะตอนสองทุ่ม ซึ่งก็แปลว่าเรามีเวลาไม่ถึงห้านาทีในการลอบเข้าไป พอถึงเวลานั้น พวกเราต้องรีบซอยเท้าเลยนะ” บิวสรุปแผนให้เราฟังอีกครั้ง
“ตกลง”
“ว่าแต่ ทำไมยุงมันเยอะอย่างนี้เนี่ย”
“ฟีนไม่อาบน้ำมารึเปล่า ยุงมันชอบตอมอะไรเหม็นๆ นะ”
“อาบแล้วย่ะ เืฉันหวานหรอกยัยรถเมล์”
“เมื่อไหร่จะเปลี่ยนเวรสักทีเนี่ย”
สาบ่นอีกครั้งแล้วหันมาหารถเมล์
“เอายากันยุงมาป่ะ”
“ไม่ได้เอามาอ่ะ รถเมล์ทาเสร็จแล้วก็ลืม วางไว้ที่ไหนก็ไม่รู้” อืมนะ
“สรุปคือเธอได้ทาคนเดียว”
“จะว่าอย่างนั้นก็ถูกนะ” ยัยรถเมล์ตอบฉันอย่างไม่สะทกสะท้าน
ฉันว่าจริงๆ แล้วยัยรถเมล์ก็เป็คนกวนประสาทในระดับหนึ่งอ่ะ
“เฮ้ยๆๆ ป่ะ เร็ว เปลี่ยนยามแล้ว ตอนนี้ว่าง ไม่มีคน” เมื่อบิวให้สัญญาณพวกเราก็รีบวิ่งออกจากพุ่มไม้ตรงเข้าไปในหอชายทันที
“โอปอบอกว่ามันอยู่ห้องไหนกันนะ”
“ชั้น 4 ห้อง 407”
แฮ่กๆๆ ทำไมขั้นบันไดหนีไฟมันถี่อย่างนี้วะเนี่ย โอ๊ย เหนื่อยเป็บ้าเลย
“ถึงแล้ว 401 402 403 นู่น 407 อยู่ติดระเบียงเลย”
ทุกคนวิ่งตามฉันจนมาหยุดอยู่หน้าห้อง 407 ห้องที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ติดริมระเบียงทางเดิน
“นายพวกนั้นอยู่ในห้องมั้ยอ่ะ”
“ไม่รู้สิ” ฉันตอบบิวพร้อมกับแนบหูฟังในห้องนั้น
“โอ๊ะ โอ๊ย อู้ว อาห์ โอ๊ย โคตรเสียวอ่ะ เบาๆ หน่อยดิไอสัด”
พวกฉันหันมามองหน้ากันทันที นั่นมัน เสียงนายเมลล์นี่นา O_O
“ไอลี เบาๆ หน่อย กูเจ็บ เฟ็ด เฟ่ เอ้ย!”
“ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ อีกพักมึงจะรู้สึกสบายเหมือนได้ขึ้น์ชั้นเจ็ด”
เฮือก…O_o
“ชั้นไหนก็ช่างเหอะ จะเสร็จยังเนี่ย เสียวเว้ย”
“เอาแล้วนะ”
“ฮึก ฮึก อ่าส์...” และแล้วนายเมลล์ก็ส่งเสียงครางขึ้น
“โห น้ำกระเด็นติดกระจกเลยว่ะ” เจลีพูดขึ้นอีกครั้ง มีน้ำกระเด็นด้วย O//o
“นายพวกนี้มันต้องกำลังอัดถั่วดำหมู่แน่ๆ เลย” สาพูด “อี๋ น่าเกลียดว่าเื่ขี้หมาอีก แหวะ”
“จะอ้วกอ่ะ ไปเหอะ ไม่เอาแล้วก็ได้รองเท้า ขนลุกว่ะ”
บิวรีบฉุดพวกเราลุกขึ้นทันที
“เฮ้ย เดี๋ยวดิ” ยัยแจงดึงบิวกลับมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
แกรก
ลูกบิดประตู O_O
“ห้องไม่ได้ล็อค” แจงกระซิบโดยมือข้างหนึ่งยังจับคาไว้ที่ลูกบิด “แอบดูกันเหอะ ถ้าสเต็ปเทพเป็เกย์จริงๆ เราจะได้แอบถ่ายรูปไปต่อรองขอรองเท้าคืนไง”
“ก็เข้าท่าอยู่หรอกนะ” บิวว่า
“เข้าท่ากับผีน่ะสิ”
ฉันไม่คิดว่าฉันจะรับได้หรอกนะถ้าเปิดเข้าไปแล้วเห็นนายพวกนั้นทำอย่างว่ากันอยู่
“เฮ้ย กูได้ยินเสียงแปลกๆ ว่ะ” เสียงนายเจลีพูดขึ้น
“เสียงไรวะ” นายกรีนถามต่อ
“มันดังมาจากหน้าประตู”
“อะไรวะ”
แอ๊ด
“ว๊ากกก”
โครม
แล้วยัยแจงก็ล้มหน้าคะมำทันทีเมื่อนายอาร์ตเป็คนกระชากเปิดประตู
“พวกเธอมาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงของอาร์ตเต็มไปด้วยความมึนงงสงสัยมากกว่าใ
“นะ นะ นาย นายเจลี O,,O”
ฉันหันไปมองตามเสียงยัยแจงก็พบว่าหมอนั่นกับนายเมลล์อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนและนั่งอยู่บนเตียงเดียวกัน ถ้าอย่างงั้น...ข้อสันนิษฐานที่ว่านายพวกนี้เป็เกย์และกำลังทำอย่างว่ากันอยู่ก็เป็จริงน่ะสิ
“อ๊ายยย” พวกเราพร้อมใจกันส่งเสียงร้อง ก่อนที่มือใหญ่ๆ ของอาร์ตจะกระชากพวกเราเข้าไปในห้อง
“พวกเธอจะกรี๊ดทำไม” น้ำเสียงของนายอาร์ตปนไปด้วยความหงุดหงิด
“ก็พวกนายโป๊อยู่นี่” สาเอามือปิดหน้า ในขณะที่ฉันยังเบิกตาดูอยู่เต็มตา
“เฮ้ย แล้วมาดูไรเนี่ย” นายเมลล์พูดพร้อมกับดึงผ้าขนหนูมาพาดคอ
“โป๊บ้าโป๊บอไร แค่ถอดเสื้อ” นายเจลีขยี้ผมสีหน้าไม่สะทกสะท้าน
“เฮ้ย เงียบก่อนดิ๊”
อาร์ตสบตากับนายเมลล์ก่อนที่ทั้งคู่จะพูดออกมาพร้อมกัน
“อาจารย์!”
พวกสเต็ปเทพตาเบิกโพลงทันที O_o
“มานี่” นายเมลล์รีบดึงตัวฉันที่ยืนขวางประตูเข้าไปในห้องพร้อมกับลงกลอนทั้งสองชั้น
“นายจะทำอะไรเนี่ย”
ฉันโวยทันทีเมื่อนายนั่นเอามือมาโอบเอวฉันแล้วลากฉันมาที่หน้าตู้เสื้อผ้า
“อย่าเสียงดังดิเฮ้ย” นายนั่นพูดพร้อมกับปล่อยมือออกก่อนจะเริ่มจัดการรื้อเสื้อผ้าในตู้ออกมาเพื่อยัดฉัน แจง บิว และสาเข้าไปในนั้น “ตายห่า ตู้ไม่พอ”
“รถเมล์ มานี่” อาร์ตเรียกแล้วผลักรถเมล์ลงบนกองเสื้อผ้าก่อนจะเอาเสื้อผ้าจากอีกตู้หนึ่งมากลบทับร่างรถเมล์ไว้ “อย่าส่งเสียงนะ”
รถเมล์พยักหน้าตอบรับก่อนที่อาร์ตจะเอาเสื้อผ้ามาปิดหน้ารถเมล์
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ครับ” นายพีทเป็คนออกไปรับหน้า “อ้าว จารย์ ว่าไงครับ”
“เมื่อกี้ครูได้ยินเสียงผู้หญิงโวยวาย”
“อ๋อ ไอมุมันฝึกเป็ตุ๊ดอยู่ครับ”
เป็คำแก้ตัวที่โง่มากนายพีท ครูดามคงไม่เชื่อนายหรอก =_=
“ตุ๊ดบ้าตุ๊ดบออะไร แล้วนี่อะไรเนี่ย ห้องรกจังวะ” ครูดามพูดพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาที่กองเสื้อผ้าซึ่งยัยรถเมล์ถูกฝังร่างไว้อยู่ “ไม่รู้จักเก็บกวาดเลยรึไง”
เฮือก
พวกฉันหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อครูดามเริ่มหยิบเสื้อจากกองเสื้อผ้านั้นขึ้นมา
“อาจารย์ต้องเจอยัยรถเมล์แน่ๆ เลยอ่ะ”
สาหันมาซุบซิบกับฉัน แล้วพวกเราแทบจะหัวใจวายเมื่อครูดามหยุดชะงักแล้วหันมาจ้องที่ตู้เสื้อผ้า
“อาจารย์ครับ!” นายพีทร้องเสียงหลง
ตอนนี้ครูดามเดินมาหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้ว...
“จารย์ครับ อย่าเดินมุมนี้เลยครับ มันรก ฮ่าๆๆ” นายเจลีรีบเดินมาบังตู้เสื้อผ้าไว้พร้อมทำท่าเก็บกวาดข้าวของ
“แก ดูแผ่นหลังนายเจลีดิ” ยัยแจงกระซิบแล้วเอาหน้ามาถูไถไหล่ฉัน
“ทำอะไรของแกเนี่ย” ฉันพูดแล้วขยับตัวหนีด้วยความจั๊กจี้จนหัวยัยแจงชนกับผนังตู้เสื้อผ้า
กึก
“เสียงอะไรวะ” ซวยแล้วไง ครูดามได้ยินแล้ว
“ไม่มีอะไรครับจารย์ คือประตูมันไม่ค่อยดีน่ะครับ ต้อง กระแทกๆๆ ฮ่าๆ” นายเจลีพูดแล้วทำท่ากระแทกประตูให้สนิท
กึก กึก กึก
“เห็นมั้ยครับ สนิทแล้ว ฮ่าๆๆๆ” คราวนี้นายเจลีเดินมาเข้าใกล้จนแผ่นหลังนายนั่นติดแนบชิดกับตู้เสื้อผ้า
“แก ซอกคอ…” ยัยแจงยังคงทำพฤติกรรมเดิมๆ ยัยบ้านี่มาหื่นอะไรตอนนี้กันล่ะเนี่ย มันใช่เวลามั้ย! =_=
“จารย์ตรวจเสร็จรึยังครับ เดี๋ยวพวกผมจะเก็บกวาดห้องนิดหน่อยครับ”
“อืม เสร็จละ เก็บกวาดบ้าง สกปรกจะตายอยู่ละ” ครูดามตอบพร้อมกับหันกลับไปยังประตูห้อง ก่อนจะมาสะดุดที่นายเมลล์ “หน้าเอ็งโดนอะไรมา แดงเป็จ้ำๆ”
“อ๋อ เมื่อกี้ผมให้ไอลีบีบสิวให้อ่ะครับ”
“เออใช่ ไอเมลล์ มึงไปเช็ดกระจกด้วยนะ น้ำสิวมึงกระจายติดกระจกเลย” เสียงนายพีทบ่นขึ้นมา
ถ้างั้นก็แปลว่าเื่ไอน้ำๆ กับเสียงครางที่เราได้ยินเมื่อกี้คือเสียงนายพวกนี้ร่วมมือกันบีบสิวงั้นเรอะ
“เออ ไปๆ จะไปทำอะไรก็ไปทำกัน”
แอ๊ด
ปัง
พอครูดามออกจากห้องไป นายอาร์ตก็รีบเปิดประตูออกไปดูว่าอาจารย์ไปพ้นทางรึยัง ก่อนที่นายพวกนั้นจะช่วยดึงพวกฉันออกมาจากตู้เสื้อผ้า
“เฮ้อ จะเป็ลม” บิวพูดขึ้นพร้อมกับหยิบหนังสือที่วางอยู่มาพัด
“พวกเธอมาทำอะไรกันที่ห้องพวกผมกันเนี่ย” นายเมลล์เริ่มยิงคำถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถามได้ ก็มาเอารองเท้าคืนอ่ะดิ”
ฟิ้ว
ป้าก!
“โอ๊ย”
“ไอพวกลามก!” บิวปาหนังสือใส่หน้านายพีททันที
พีททำหน้างงก่อนจะหยิบหนังสือมากาง แล้วเราก็เห็นภาพที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้นก็ทำให้พวกฉันขนลุกทันที นี่มันหนังสือโป๊นี่ =[]=
“อี๋” สา
“ลามกจกเปรต” ยัยแจง
“ทุเรศ” ฉันเอง
“เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวๆๆ นี่มันหอชายนะครับ” นายพีทขัดขึ้นแล้วโยนหนังสือไปไว้บนเตียง “สิ่งแปลกปลอมเดียวที่อยู่ที่นี่ก็คือพวกเธอ ไม่ใช่หนังสือเล่มนี้”
“เออ” นายมุส่งเสียงสนับสนุน
“ไม่รู้แหละ ยังไงก็ทุเรศอยู่ดี” ยัยแจงพูดแล้วลุกขึ้นยืน “เอารองเท้ามาคืนพวกเราเดี๋ยวนี้เลย จะได้รีบๆ ออกจากห้องไอพวกโรคจิตวิตถาร”
“ไม่ให้” นายพวกนั้นพูดขึ้นพร้อมกัน
“ก็จะเอาอ่ะ”
“ก็ไม่ให้อ่ะ”
“ก็จะเอาอ่ะ”
“ก็บอกว่าไม่ให้ไง”
“เอารองเท้ามาปาใส่กันแบบนี้ ไม่โกรธก็พระอรหันต์แล้วครับ” นายเจลีว่า
“ก็พวกนายมากวนประสาทพวกฉันก่อนทำไมอ่ะ”
“อ๋อ! ก็เลยปารองเท้าใส่กันได้งั้นอ่อ งั้นต่อไปถ้าพวกผมรู้สึกว่าเธอกวนตีนก็ปารองเท้าใส่ได้เหมือนกันใช่ป่ะ”
“ไม่ได้ย่ะ” ยัยแจงยังคงเถียงต่อไป
“ถ้างั้นพวกเธอก็ยอมรับว่าตัวเองผิด”
“ไม่ผิด”
“ผิด”
“ไม่ผิด”
“ผิด!”
“โอ๊ย เออ ผิดก็ผิด แล้วพวกนายจะเอายังไง”
นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันเห็นยัยแจงจนแต้มให้นายเจลี หรือนี่จะเป็ผลพวงมาจากแผ่นหลังกับซอกคอ?
“เอาไงดีวะ” นายเจลีหันไปมองพรรคพวก
“พรุ่งนี้ไม่มีเสื้อใส่ว่ะ ยังไม่ได้รีดเลย”
เสียงนายเมลล์ตอบมาด้วยรอยยิ้มแบบมีเลศนัยใส่ฉัน
“นี่นายอย่าบอกนะว่า…”
“เอาชุดพวกนั้นมารีดให้เรียบร้อย แล้วพวกเราจะคืนรองเท้าขี้ให้พวกเธอ”
สุดท้ายเราก็ต้องยอมทำตามข้อต่อรองของนายพวกนี้จนได้สินะ
“แกอ่ะ” ยัยแจงยื่นเตารีดจากนายเจลีมาให้ฉัน
“ฉันรีดเป็ที่ไหนล่ะ =_=”
“ก็ดีกว่าฉันอ่ะ”
“โวะ”
“เอาน่ายัยฟีน นะนะนะ เดี๋ยวเลี้ยงหนม”
“เออๆ ก็ได้ น่าเบื่อชะมัด”
“เดี๋ยวแกกับฉันผลัดกันรีดก็ได้” บิวหันไปตกลงกับสา
นี่ทำไมฉันต้องมายอมทำให้พวกสเต็ปเทพขนาดนี้ด้วย ทั้งๆ ที่พวกนายมากวนประสาทพวกเราก่อนแท้ๆ ฮึ่ย คิดแล้วโมโห แต่ก็ต้องรีดไอเสื้อบ้านี่ต่อไป
“อู้ อี้ อู้ อี้ จิ๊ด ๆๆ อิ๊ จิ๊ด อู้ อี้ อู้ อี้”
“อย่าบอกนะว่าในกองผ้านี้มีหนู” สารีบะโขึ้นเตียงก่อนคนแรกเลย
“เดี๋ยวนะ เราลืม…รถเมล์! O_o”
ว่าแล้วบิวกับสาก็รีบไปคุ้ยกองเสื้อผ้าที่ถมตัวรถเมล์ไว้อยู่
“รถเมล์ เป็ไรรึเปล่า”
“สะ สะ สบาย…” รถเมล์ที่อยู่ในสภาพหน้าซีดตอบมาด้วยเสียงแ่เบาก่อนจะร้องขึ้น “โอ๊ยยย”
“เฮ้ย เงียบดิ” นายมุรีบวิ่งเข้าไปปิดปากรถเมล์ “เป็อะไร”
“ฮึก ฮึก ฮึก ขา ขารถเมล์ขยับไม่ได้ แล้วก็ปวดมากด้วยอ่า… T^T”
“อ๋อ ตะคริว มานี่มา” ว่าแล้วนายมุก็ช่วยพยุงยัยรถเมล์ให้นั่งบนกองเสื้อผ้าก่อนจะช่วยนวดให้
“โอ๊ย เจ็บ!”
“เงียบหน่า ก็แค่ตะคริวเอง”
“มานี่มา ท่าทางจะแย่” นายอาร์ตพูดพร้อมกับพยุงรถเมล์ไปนั่งที่เตียงก่อนจะหยิบยาดมมาให้แล้วลงมือนวดให้รถเมล์ นี่นายอาร์ตชอบรถเมล์รึเปล่าเนี่ย ดูสายตาเค้าดิ ทำซะอ่อนโยนเชียว
“ยัยถึก”
ฟู่…
“ไอบ้าเมลล์” แล้วก็เข้าตามสูตรว่าฉันต้องวิ่งไล่กวดนายบ้านี่ไปทั่วห้อง ก็ใครใช้ให้เอาฟ็อกกี้มาฉีดหน้าฉันเล่าอีตาบ้า!
แอ๊ด
เสียงเปิดประตูเปิดดังขึ้นอีกครั้งโดยที่พวกเราไม่ทันได้ตั้งตัว
“เฮ้ย!!!”
“พี่เอิร์ท O_o”
“ฟีน!” พี่เอิร์ทเรียกฉันด้วยน้ำเสียงใก่อนจะรีบปิดประตูแล้วลงกลอนทันที ทุกคนในห้องอยู่ในอาการตะลึงงัน!
“ป๋า”
“เออ กูเอง” พี่เอิร์ทหันไปเอ็ดพวกสเต็ปเทพก่อนจะเดินไปหายัยแจงเป็คนแรก “มาที่นี่ทำไมกันเนี่ย”
“มา มา มาตามหารองเท้า พวกสเต็ปเทพเอาไปซ่อน” ยัยแจงพูดติดอ่างด้วยความลนลาน
“เฮ้ย อย่ามาโบ้ยดิ ก็เธอปา…”
“ไอลีมึงหุบปากก่อนดิ๊” นายเจลีกลายเป็หมาหงอยทันทีหลังโดนพี่เอิร์ทเอ็ด “นี่มันหอชายนะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าก็เป็เื่อีกหรอก”
“ก็พวกเราไม่มีรองเท้าใส่อ่ะพี่เอิร์ท”
“รองเท้าค่อยไปตามเอาพรุ่งนี้ก็ได้ ถ้าพวกมันไม่ให้ก็มาบอกพี่ดิ โตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ ทำอะไรไม่คิดเลย แล้วถ้าโดนจับได้ขึ้นมา ถูกส่งเื่ไปห้องปกครองจะทำยังไง”
ว่าแล้วยัยแจงก็โดนพี่เอิร์ทบ่นไปชุดใหญ่โดยมีไอพวกสเต็ปเทพคอยสนับสนุนและกวนประสาทอยู่ใกล้ๆ ด้วยการตอกย้ำทุกประโยคของพี่เอิร์ทว่า…
“ใช่”
“พวกมึงก็เหมือนกัน ไอห่า! มึงเอารองเท้าเค้ามามึงจะเอามาดมรึไง โตเป็ควายแล้วยังทำอะไรปัญญาอ่อน”
คราวนี้พวกฉันได้ทีเยาะเย้ยนายพวกนั้นกลับบ้าง
“แจง แล้วก็คนอื่นๆ ด้วย อย่าคิดนะว่าพี่จะช่วยพวกเธอได้ตลอดไป คิดว่ามีพี่เป็ประธานนักเรียนแล้วจะทำอะไรก็ได้ มันไม่ใช่นะ ถือว่าครั้งนี้เป็ครั้งแรก อย่าให้มีครั้งต่อไปเด็ดขาด”
ขณะที่พี่เอิร์ทกำลังอบรมพวกฉัน ไอพวกสเต็ปเทพก็ได้ทีเต้นระบำแขกเยาะเย้ยพวกเราอยู่ด้านหลังพี่เอิร์ท ฮึ่ม...
“สเต็ปเทพ”
“ครับ!” นายพวกนั้นรีบกลับมายืนตรงทันที
“เอารองเท้าออกมาคืนพวกผู้หญิงได้ละ แล้วก็…นี่เหม็นอะไรไหม้ๆ เนี่ย”
“ฟีน เมื่อกี้แกรีดเสื้อให้นายเมลล์อยู่ไม่ใช่เหรอ”
ยัยแจงพูดขึ้นแล้วชี้ไปทีโต๊ะรีดผ้า
“เออว่ะ เฮ้ย O_O” กรี๊ดดด...
ว่าแล้วฉันก็รีบถลาเข้าไปยกเตารีดขึ้นทันที แล้วก็ปรากฏว่า
ว๊ากกกกกก เสื้อนายเมลล์เป็รูไปแล้ว
“เสื้อตัวที่สามแล้วนะที่ฉันเสียให้เธอไปฟรีๆ เนี่ย”
“ฉันก็ไม่ได้ขอให้นายมาใช้ให้ฉันรีดให้นี่”
“ดูเค้าแก้ตัว” นายเมลล์จ้องฉันเขม็ง ไม่ใช่ความผิดฉันซะหน่อย ( - -)
“เฮ้อ” พี่เอิร์ทถอนหายใจอีกครั้ง “รีบเอารองเท้ามาให้น้องกูได้แล้วสเต็ปเทพ แล้วเดี๋ยวตามพี่มาเลยนะพวกผู้หญิง”
พอพวกเราได้รองเท้าคืนมาแล้วพี่เอิร์ทก็ออกไปชะเง้อดูที่ระเบียงก่อนจะกลับเข้ามาบอกว่าที่หน้าตึกมียามเฝ้าอยู่ เราจึงต้องออกไปอีกทางด้วยการลงไปชั้นสองแล้วปีนต้นไม้ข้างระเบียงอีกฝั่งลงไปโดยมีพวกสเต็ปเทพคอยดูลาดเลาให้
“ปีนดีๆ นะ” นายเมลล์กระซิบแล้วจ้องหน้าฉัน
“…เออ” แล้วทำไมฉันต้องเขินด้วยเนี่ย บ้าไปแล้วยัยฟีน -*-
“โดนปารองเท้าใส่ โดนด่า แล้วเสื้อยังมาไหม้อีก เฮ้อ เวรจริงๆ” หมอนั่นยังคงบ่นไม่หยุดแม้ว่าเท้าฉันจะแตะพื้นแล้ว บ่นเป็หมีกินผึ้งเลยโว้ย!
ก็ถ้านายหัดทำตัวน่ารักๆ กับพวกฉันสักนิด นายคงไม่ต้องซวยขนาดนี้หรอก สมน้ำหน้า!