เฮ้อ!!ให้ตายสิครับทำไมผมกับไอ้อาร์ตต้องมาส่งยัยเพื่อนฝนกับเพื่อนปูเป้มาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลด้วยนะทั้งๆ ที่น่าจะให้ไอ้เอกกับไอ้ชัยมาส่งก็ได้ ทีแรกผมกับไอ้อาร์ตก็ปฏิเสธแต่ทั้งคู่ก็ให้เหตุผลว่า ไปกับไอ้ชัยกับไอ้เอกมันขับรถเร็ว (เร็วตรงไหนแค่แปดสิบขึ้นเอง ส่วนผมกับ อาร์ตขับที่ 40-60 กม./ชม.)สุดท้ายก็ต้องยอมมาส่งเพราะคุณเธอบอกว่าจะเลี้ยงข้าว ฮะๆ
ตอนนี้ผมกับไอ้อาร์ตก็เดินระโหยโลยเทไปเรื่อยเปื่อยเพราะรอทั้งสองสาวไม่ไหว เยี่ยมเพื่อนนานมาก แล้วยังบอกอีกว่าอีกสองชั่วโมงครึ่งมาเจอกันที่นี่ ผมกับไอ้อาร์ตนี่ตาโตเลยสุดท้ายก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ เดินไปโดยไร้จุดมุ่งหมายหากถามว่าปิดเทอมแล้วทำไมไม่กลับบ้านกัน ก็บอกเลยว่าพวกเราทำงานพิเศษตอนปิดเทอมกันครับ
แล้วถ้าถามผมว่าทำงานทำไมเงินในเกมก็แลกมาใช้ก็ได้ผมขอตอบว่าเงินในเกมผมมั่นใจว่าต้องได้ใช้อย่างเยอะแน่นอนในการบุกเบิกทวีปพวกนั้นแล้วอีกอย่างคือผมไม่กล้าแลกกลัวความซวยมาเยือน ส่วนการทำงานมันได้ประสบการณ์ครับประสบการณ์ที่พวกเรา้า (ความจริงผมก็เออ ออ กับพวกนั้นไปงั้นๆแหละครับและไม่อยากให้เพื่อนผมสงสัยจึงต้องมาทำงานพิเศษกับเพื่อนๆแต่ที่จริงแล้วความลับผมเยอะนายเป็คนที่มีชื่อเสียงในหลายๆ วงการด้วย)ส่วนไอ้พวกเพื่อนๆ ทั้งหลายของผมเงินไม่ได้จำเป็หรอกครับ
อีกอย่างผมว่ามันแค่เอาคำว่าทำงานเพื่อประสบการณ์มาอ้างมากกว่าเพราะไม่อยากกลับไปเป็คุณหนูที่ขาดอิสระที่บ้านอีกอย่างก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสนุกกับงานอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ
ผมเดินไปเรื่อยๆผ่านห้องผู้ป่วยไปจนถึงห้องห้องหนึ่ง เป็ห้อง VIPแต่ดันเปิดประตูไว้และข้างในห้องก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุราวๆ ยี่สิบห้าได้เขากุมมือผู้ป่วยแล้วร้องไห้อยู่ตรงนั้น ผมก็สงสัยสิครับอีกอย่างผมรู้สึกคุ้นๆกับเขาซะด้วยสิถึงแม้จะเห็นแค่แผ่นหลังก็เถอะ
“คุณแม่ครับ ฮึกอือฮึก”เขาเอ่ย “ผมอยู่ตรงนี้แล้วนะครับฮึก คุณแม่อย่าพึ่งยอมแพ้นะครับ ยังไงผมก็จะหาทางช่วยคุณแม่ให้ได้ ฮึกไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม...” เขาพูดกับผู้ป่วยคนหนึ่งเหมือนจะเป็แม่ของเขาซึ่งเธอก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับอันใด เรียกได้ว่าไม่มีสติด้วยซ้ำ
แต่ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านนั้นผมก็สังเกตเห็นแสงสีเทาๆ อ่อนๆ บางอย่างที่ตรงกลางท้องของเธอแวบหนึ่ง
“หือ..นี่มัน”ผมเปรยได้แค่นี้แหละครับก็ถือวิสาสะเข้าไปในห้องนั้นทันที ชายหนุ่มคนนั้นหยุดร้องไห้แล้วครับแต่มีแววตาที่เศร้าลง สภาพใจของเขาตอนนี้คงรู้สึกแย่ไม่น้อย ผมเดินไปยืนอยู่ข้างๆเขาก็นั่งเก้าอี้กุมมือแม่เขาอยู่
“แม่คุณนี่โชคดีจังเลยนะครับ” ผมพูดแค่นี้ชายคนนั้นได้ยินที่ผมพูดแต่ไม่ได้หันมาแล้วเขาก็พูดออกมา
“โชคดี...ยังไงล่ะครับ”เขาพูดเสียงเศร้าๆแต่เสียงของเขาคุ้นๆ แฮะ
“โชคดีที่มีลูกอย่างคุณไงล่ะครับ” และก็โชคดีที่ผมเห็นแสงสีเทานั่นเมื่อกี้ด้วยอันนี้ผมพูดในใจนะครับ
“งั้น...เหรอครับ...”เขาเงียบไปสักพัก” ...แต่ผมอยากให้แม่โชคดีกว่านี้อีก...ผม...ผม..ฮึก...ฮึกยะ..ยังไม่ได้บอกรักท่านเลยผม..ยังไม่ได้..ตอบแทนคุณท่านอย่างเต็มที่เลย....ทำไม..ฮึกทำไม..ถึงเป็แบบนี้ก็ไม่รู้” เขาค่อยๆพูดออกมาโดยสะกดกลั้นไม่ให้ตัวเองปล่อยโฮออกมา
“แม่คุณเป็อะไรงั้นเหรอครับ” ผมถือวิสาสะถามออกไป
“มะ...มะเร็งระยะสุดท้ายครับ...ทั้งๆ ที่ผมพามาตรวจสุขภาพทุกปีก็ไม่เห็นมีเลย...ไม่รู้ว่าไอ้มะเร็งมันมาได้ยังไง..ผมไม่เข้าใจจริงๆ ” ยิ่งเขาตอบคำถามผมน้ำเสียงก็ยิ่งเศร้าลงเรื่อยๆ
“ขอโทษนะครับ ที่ผมถือวิสาสะ”
“ไม่เป็ไรครับ”เขาตอบทั้งๆที่ยังไม่หันหน้ามาหาผมแม้แต่น้อย เขาตอนนี้จ้องไปยังแม่ของเขาเท่านั้น
มะเร็งงั้นเหรอไม่ใช่หรอกครับ ที่ผมมองเข้าไปในร่างนั้น อวัยวะภายในเละในลักษณะแบบนี้มันไม่ใช่อาการของมะเร็ง แล้วอีกอย่างดวงเล็กๆเท่าไข่ไก่ที่อยู่ในร่างนั่นมีอยู่สองดวงดวงหนึ่งเป็สีดำเลื่อนไปเลื่อนมาอย่างช้าๆ อยู่บริเวณท้องและอกของเธอ
แต่อีกดวงหนึ่งเป็สีเทาออกอ่อนๆซึ่งแสงกำลังอ่อนลงเรื่อยๆ อยู่ตรงกลางท้องเหนือสะดือของเธอไม่ไหวติงไปไหนแสงสีเทาที่ผมเห็นเมื่อกี้คงจะเป็แสงของดวงนี้แน่ และดวงสีดำนั่น...
“แม่ของคุณเป็มานานเท่าไรแล้วครับ” ผมลองถามไป
“สองปี..ผมยื้อมาสองปีแล้วครับ แต่แม่”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมเชื่อว่าคนดีๆอย่างคุณต้องไม่ผิดหวังแน่นอน”
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีสิครับ” เขาก็ยังพูดโดยไม่หันมามองผมให้ตายสิ นี่คุณกะจะใช้เวลาทั้งหมดเพื่ออยู่กับเธอเหรอเนี่ย
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”ผมพูดแล้วก็รีบออกไปในทันใด
ตอนนี้ผมเดินขึ้นตึกของผู้อำนวยการโรงพยาบาลนี้ผมก็สอบถามพยาบาลเรื่อยๆ จนไปเจอห้องผู้อำนวยการในที่สุดแม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่บอกก็เถอะ
ก๊อกๆ ๆ ก๊อกๆ ๆ
ผมเคาะประตูห้องของผู้อำนวยการ
“เชิญเข้ามาเลยครับ”เสียงห้าวๆเสียงหนึ่งดังลอดออกมาจากห้อง ผมก็เปิดประตูเข้าไปแล้วไปนั่งเก้าอี้ด้านตรงข้ามของผอ.ทันที
“หืมมาหาฉันถึงห้อง มีอะไรเหรอหนุ่มน้อย” ชายอายุราวๆสี่สิบกว่าเอ่ยถามผมหรือก็คือ ผอ. นั่นเอง
“ผมมา ขอใช้ห้องผ่าตัดน่ะครับไม่ทราบว่ามีห้องว่างหรือเปล่าครับ”ผมพูดไปเลยโดยไม่มีใครตามเนื้อเื่ทัน
“เห จะว่ามีก็มีนะแต่เธอใช้มันไม่ได้หรอกนะเพราะห้องผ่าตัดฉุกเฉินจะใช้ได้สำหรับหมอหรือแพทย์ที่มีใบรับรองระดับสูงนะ” ผอ.เอ่ยด้วยเสียงเป็มิตร
“ถ้าเป็นี่ก็คงไม่มีปัญหานะครับ” ผมหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าตังค์
“นี่มัน หรือว่า...คุณออยช่วยตรวจการ์ดนี้ให้หน่อยว่าเป็ของจริงหรือเปล่า”
หลังจากนั้นผมก็เคลียร์เื่ห้องผ่าตัดเรียบร้อยแล้วเพราะการ์ดที่ผมให้เป็การ์ดรับรองและยืนยันตัวแพทย์ชั้นสูงของผมถามว่าผมเรียนจบจากที่ไหน (ความลับครับ) ที่เหลือก็แค่ไปแกล้งชายคนนั้นเล็กๆ น้อยๆเท่านั้น
คิดได้ดังนั้นผมก็เปลี่ยนเป็ชุดแพทย์ผ่าตัดของโรงพยาบาลนี้และเดินลงไปหาชายคนนั้นทันที โดยมีหมอและแพทย์อันดับต้นๆของโรงพยาบาลขนาบข้างไปด้วยอีกสี่คนพอไปถึงห้องของชายคนนั้นเขาก็ยังกุมมือแม่ของเขาอยู่อย่างเดิมประตูก็เปิดเหมือนเดิมและเขาก็กล่าวประโยคเดิมซ้ำๆ น้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด ทีนี้ก็ได้เวลาแล้วละครับ
ผมกับทีมงานค่อยๆเดินเข้าไปหาเขา
“ขอเราตรวจดูอาการผู้ป่วยหน่อยนะครับ” ผมเป็คนพูดออกไป
“ครับ...ตามสบายเลยครับ”เขาค่อยวางมือแม่ของเขาอย่างนุ่มนวลแล้วถอยออกมาดูข้างๆ
ผมค่อยๆเอามือของผมไปกุมที่ท้องของหญิงสาวไว้ พลันปล่อยกระแสเข้าตรวจทันทีพอผมใช้กระแสตรวจร่างของเธอก็กระตุกขึ้นมาหนึ่งครั้งชายคนนั้นเห็นแม่เขากระตุกก็ใทันที
“คุณหมอ แม่ของผมเป็อะไรครับ” เขาถามผมด้วยท่าทีร้อนรน
ที่ผมไปตรวจเมื่อกี้ก็เจอบางอย่างมีดวงิญญาอยู่ในนั้นสองดวง ดวงหนึ่งเป็ของแม่เขา สีเทาอ่อนๆ กลางท้องเหนือสะดือแต่สีดำนั่นมันเป็ิญญาพราย จะเรียกว่าผีกะ (ภาษาถิ่นเหนือ)หรือว่าิญญาปอบก็ได้ แต่ลักษณะนี้ถูกส่งมาแน่นอน และคนที่ส่งมาก็เอาถึงตาย
แต่ว่าแม่ของเขานั้นมีพลังใจที่แข็งแกร่งมากความจริงถ้านับเป็ปรกติไม่น่าจะทนได้ถึงเดือนแต่นี่เธอต่อสู้ถึงสองปี เธอสู้เพื่ออะไรกันแน่นะหรือว่าสู้เพราะ...ชายคนนั้นแต่ความแข็งแกร่งของดวงสีดำนั่นไม่ใช่ธรรมดาความจริงแล้วน่าจะฆ่าแม่ของเขาให้ตายในชั่วข้ามคืนก็ยังได้ เพราะอะไรแน่นะ
“เขาสำคัญกับคุณมากสินะครับ” ผมพูดกับเธอ
“ใช่ครับ เขาสำคัญกับผมมาก” ชายคนนั้นตอบแต่ผมไม่ได้พูดกับคุณนะเฟ้ย แต่ก็เอาเถอะ
“ต้องช่วยตอนนี้ ไม่อย่างนั้น” ผมลองกดดันเขาดู
“อะ..อะไรเหรอครับ ช่วยตอนนี้ หมายความว่ายังไง” เขาเบิกตากว้างกับคำพูดของผมมาก
“ถ้าไม่รับการผ่าตัดตอนนี้ ทุกอย่างก็จะสายเกินไป” ใช่แล้วล่ะถ้าไม่ทำตอนนี้ทุกอย่างสายแน่ เพราะตอนนี้แม่เขาคงถึงขีดจำกัดแล้ว
“ค่าใช้จ่ายละครับ”เขาถามผมทันที
“20 ล้านบาท ค่าผ่าตัดรวมทั้งหมด” ผมพูดเสียงเรียบแต่เขาเบิกตากว้างเลยทีเดียว
“20 ล้าน!!! บ้าไปแล้ว ทำไมมันสูงขนาดนี้ครับ”
“ไม่สูงหรอกครับกับการที่ทำให้คุณลืมตาขึ้นมาอีกครั้งน่ะ”ผมพูดเสียงเรียบ
“แต่ผม...ผมไม่มีเงินขนาดนั้นนะครับ”
“คุณอยากช่วยแม่ของคุณหรือเปล่าครับ” ผมถามเสียงเรียบ(มากๆ)
“อยากสิครับ ถึงแม้ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม” เขาตอบด้วยเสียงที่มุ่งมั่นและน้ำตาที่อาบแก้ม
“แลกด้วยอะไรก็ได้เหรอครับ งั้นผมมีข้อเสนอโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งนั้น” ผมตอบกลับด้วยเสียงที่มีความ้าแฝง
“อะไรก็ได้ครับ ถ้าผมสามารถให้ได้ ผมยอมทุกอย่าง” ผมเขาตอบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ปอดกับไต อย่างละหนึ่งข้าง” ผมตอบด้วยเสียงที่เ็า
“ตกลงครับ!! ”เขาตอบกลับโดยทันทีตอนนี้ผมต้องวางมาดไว้ก่อน จะทำเป็ใจดีช่วยฟรีๆ เขาคงไม่ให้ผมช่วยหรอกบางทีอาจจะยิ่งไม่วางใจผมอีกด้วย จึงต้องเลือกวิธีนี้ แต่ผมไม่ได้เอาจริงๆหรอกนะครับ ปอดกับไตนั่นน่ะ
“คุณตอบโดยไม่ลังเลเลยนะครับ” ผมยังวางมาดเช่นเดิม
“เพื่อแม่ของผมแล้ว แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้วครับถ้าหากคุณช่วยได้จริงๆ” เขาตอบผมและเบสายตาไปมองแม่ของเขาด้วยสายตาที่เป็ห่วง
“ผมรับประกันเลยว่าช่วยได้แน่นอนแต่เื่ปอดกับไตของคุณ ไว้รอตอนที่แม่คุณฟื้นขึ้นมาก่อนนะครับ” ผมวางมาดฮะๆ
“ครับ ขอบคุณมากครับ”
“เอาล่ะ ผมต้องพาแม่ของคุณเข้าห้องผ่าตัดตอนนี้แล้วล่ะเดี๋ยวจะไม่ทันการ”
“เชิญเลยครับ”
จากนั้นผมก็ให้ทีมงานพาร่างแม่ของเขามาที่ห้องผ่าตัดฉุกเฉินชายคนนั้นก็ตามมาจนถึงประตูห้องผ่าตัด และรออยู่หน้าห้องไม่ไปไหน
“คุณแม่ครับ ขอให้คุณแม่ปลอดภัยนะครับ” น้ำตาหยดใสๆค่อยๆ ไหลลงมาช้าๆ สำหรับเขาแล้ว แม่คือสิ่งสำคัญที่สุด
ผมตอนนี้อยู่ในห้องผ่าตัดกับคุณแม่ของเขาส่วนคนอื่นๆ ผมให้ออกไปข้างนอกหมด และเขาก็รู้ดีว่าผมเป็แพทย์ที่ถนัดทำงานคนเดียว
“ไง โชคไม่ดีเลยนะที่ฉันมาเจอเข้าพอดี เ้าพราย” ผมพูดแค่นี้ก็มีออร่าสีดำพุ่งออกมาจากร่างของเธอเพื่อที่จะมาเข้าร่างผมแทนแต่ว่า
ฟุบ
“คิดว่ากำลังเล่นกับใคร แล้วผู้ใดส่งเ้ามา” ผมถามด้วยเสียงเรียบสุดๆแต่เ้าพรายถึงกับสั่นสะท้าน
/ข้าบอกไม่ได้ขอร้องล่ะช่วยปล่อยข้าทีเถอะ/
“จะบอกหรือไม่”ผมถามอีกครั้งแต่เสียงแน่นขึ้น
/ขะ..ข้าบอกไม่ได้จริงๆช่วยปล่อยข้าไปเถอะนะ/
“ครั้งที่สาม จะบอก หรือ ไม่”
/ขอร้องล่ะข้าบอกไม่ได้ไม่งั้นข้าไม่รอดแน่/
“งั้นเหรอ เ้าเข้ามากัดกินร่างเขาจนเละแบบนี้เนี่ยนะแถมยังเอาถึงตายอีก ิญญาของเขาเ้าก็เป็คนสะกดไว้สินะ แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้เ้ารู้ไหม ว่าเป็เพราะเหตุใด”
/ข้าไม่รู้หรอกแต่ที่ข้ารู้ก็คือดวงิญญานั่นจะพยายามต่อต้านมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงลูกชายของเขา/
“คุณเป็แม่ที่ดีจริงๆ เลยนะครับ” ผมหันไปพูดกับร่างเธอ
“แต่สำหรับพรายอย่างเ้าข้าคงปล่อยไว้ไม่ได้รวมถึงนายของเ้าด้วย”
/อย่านะอย่าทำอะไรข้าเลย ข้าแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น/
“ฉันไม่ทำอะไรเ้าหรอกเพราะอีกเดี๋ยวเ้าก็จะเป็อิสระแล้ว”
/ทะท่านจะทำอะไร/
“เดี๋ยวก็รู้.....เพชรโกเมศจัดการตามรอยคนที่ส่งมาให้หน่อย....ส่วนนาคาพี่ไปทำลายอวิชชาเขาให้หมด”
///จัดให้พี่ออฟ*2/ ได้เลยน้องออฟ///เสียงของน้องๆ กุมารเวทตอบด้วยเสียงร่าเริงและพี่นาคาพญานาคดำที่ตอบด้วยเสียงใส แล้วก็วูปไปทันใด
ส่วนผมก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งจัดการผ่าตัดแม่ของชายคนนั้นและใช้พลังกายสิทธิ์ช่วยรักษาิญญาและสมานแผลกายของเธอผมทำในเวลาอันรวดเร็วไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแผลภายในก็กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งส่วนแผลภายนอกผมเหลือรอยเย็บนิดหน่อยตรงหนังกำพร้าที่กลางท้องเพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัยส่วนิญญาพรายนะเหรอ ผมสูดเข้าไปไว้ในปอดก็แบบว่าเอาไปขังไว้ในปอดของผมนะแหละครับ
ด้านผู้ที่ส่งเ้าพรายมา
เพล้ง อ๊ากกกกกก
“บ้าน่า อะไรกันเนี่ย วิชาของข้า ทำ..ทำไมถึงใช้ไม่ได้ยะ..อย่าเข้ามานะ อย่า!!!!!! ” หมอผีที่ส่งเ้าพรายมากำลังถูกพรายที่ตัวเองจับไว้รุมทำร้ายและพลายที่ส่งไปอยู่กัดกินคนอื่นเมื่อรู้ว่าวิชชาเขาเสื่อมก็กลับมาล้างแค้นทันทีส่วนหมอผีก็รับเคราะไป
///กลับกันเถอะปะ เพชร โกเมศ/// ///ครับพี่นาคา*2///
ด้านของผม
เมื่อผมรู้ว่าวิชาของหมอผีเสื่อมผมก็ปล่อยพรายที่ขังไว้ในปอดออกมา บัดนี้เธอได้กลายเป็ิญญาโปร่งแสง สีขาวนวลมองมายังผม เธอเป็ผู้หญิงครับ สวยด้วย
“ขอบคุณท่าน ที่ช่วยปลดปล่อยเรา” เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่สามารถละลายใจหนุ่มๆได้ ยกเว้นผมคนนึง ส่วนอาการก็ออกสั่นๆ เพราะกลัว
“ไม่เป็ไรหรอกครับว่าแต่คุณเถอะเป็พรายที่มีเมตตาจริงๆ นะครับ”ผมพูดออกไปคนละแนวกับเมื่อกี้
“มะ มีเมตตายังไงเหรอคะ”เขาทำหน้างง
“ิญญาพรายระดับคุณน่ะสามาถจัดการกับเธอคนนี้ได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว แต่ก็ยังยื้อไว้จนถึงตอนนี้สินะครับ” พอเธอได้ยินก็สะดุ้งแต่เมื่อมองตาผมแล้วก็รู้ว่าตนไม่สามารถจะปิดบังอะไรได้
“เป็อย่างนั้นจริงๆ แหละค่ะที่ทำแบบนี้เพราะว่าฉันไม่สามารถขัดคำสั่งเ้านายได้จึงต้องกัดกินร่างกายของเธอเรื่อยๆ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าลง
“และที่หญิงคนนี้สามารถยื้อชีวิตจนถึงตอนนี้ละครับส่วนใหญ่เป็เพราะคุณไม่ใช่เหรอครับ”ผมพูดอ่ะนะ
“จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ค่ะ เพราะฉันไม่อยากทำร้ายใครและอีกอย่าง เธอคนนั้นก็พยายามต่อสู้ตลอด”เธอพูดพร้อมหันไปมองร่างที่นอนอยู่บนเตียง
“ผมว่าไม่ใช่แค่นี้หรอกใช่ไหมครับ สาเหตุหลักที่คุณพยายามฝืนคำสั่งหมอผีล่ะ” ผมจ้องตาเธอเพื่อเค้นคำตอบ
“เป็เพราะผู้ชายคนนั้นค่ะ เขารักแม่ของเขามากและมาเยี่ยมทุกวันไม่เคยขาด คอยร้องเพลง เล่าเื่ราวต่างๆและให้กำลังใจแม่ของเขาทุกวัน เพราะแบบนี้แหละค่ะ ฉันถึงพยายามยื้อมาจนถึงตอนนี้อันที่จริงคุณแม่ของเขาต้องสิ้นใจในวันนี้ ฉันเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ถ้าขัดคำสั่ง ฉันจะสูญเสียเหล่าน้องๆ และเหล่าครอบครัวของฉัน แล้วฉันก็อยากจะ..” เธอก้มหน้าตอบแต่ผมสังเกตเห็นรอยยิ้มเศร้าๆ ของเธอได้
“เป็อย่างนี้เองสินะครับตอนนี้หมอผีนั่นไม่สามารถทำอะไรใครได้อีกแล้วครอบครัวของคุณปลอดภัยแล้วคุณอยากอยู่เพื่อคอยดูแลพวกเขาไหม”ผมพูดเสียงเรียบๆแต่เธอเงยหน้ามองผมตาแป๋วเลย
“ยะ..อยากค่ะ ถ้าเป็ไปได้ฉันอยากจะอยู่ดูแลพวกเขาคนดีๆ แบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆ เลยค่ะ”เธอหน้าแดงด้วยล่ะแบบว่าเป็ิญญานะเนี่ย
“เป็ไปแล้วล่ะครับ นี่ครับ” ผมล้วงกระเป๋าแล้วหยิบของบางอย่างขึ้นมาแล้วยื่นไปตรงหน้าเธอ
“นะ...นี่มัน”
“ลูกแก้วไงครับมันเป็สิ่งที่จะช่วยให้คุณได้อยู่ดูแลพวกเขาไง อีกอย่างในนี้มีวิมานทองคำที่สร้างไว้อย่างอลังการด้วยนะแต่บริวารจะมีได้ต้องพึ่งบุญของชายคนนั้น แต่ว่าสำหรับคนกตัญญูแบบนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน” ผมยิ้มอย่างเป็มิตร
“ขะ...ขอบคุณค่ะ”เธอพูดแค่นั้นก็หายเข้าไปในลูกแก้วเล็กๆขนาดหนึ่งเิเ ที่ทำไว้สำหรับห้อยคอ
เมื่อเสร็จธุระแล้วผมก็เดินออกมาโดยยังวางมาดหมอเช่นเดิมพอชายคนนั้นเห็นผมเดินออกมาก็วิ่งเข้ามาถามเลย ผมก็ตอบไปว่า แม่ของเขาปลอดภัยดีซึ่งเขาก็ดีใจใหญ่ แถมยังบอกผมว่า เื่ปอดกับไตถ้าผม้าเมื่อไหร่ก็บอกมาได้เขาจะให้เอาออกทันทีแต่คำตอบที่ได้รับจากผมนั้นก็ทำเขาอึ้งอีกรอบ เพราะผมตอบไปว่า
“ผม้าปอดกับไตของคุณเพื่อใช้ดูแลแม่ของคุณไม่ได้หมายถึงผ่าเอามันออกสักหน่อย แล้วอีกอย่างค่ารักษาผมไม่้า และก็นี่” ผมยื่นลูกแก้วที่ทำไว้สำหรับห้อยคอสร้อยเป็ทองคำที่ทำขึ้นอย่างประณีต
“กรุณารักษาสิ่งนี้ไว้ให้ดีและต้องพกติดตัวตลอดไม่ว่าจะไปไหนก็ตามอ้อ่เข้าพรรษาต้องนั่งสมาธิอย่างน้องเช้า-เย็นวันละหนึ่งชั่วโมงนะครับ” ผมบอกแค่นี้ก็เดินไปทันทีเพื่อไปเปลี่ยนชุด และไปรับเพื่อนปูกับเพื่อนฝนกลับบ้าน ส่วนไอ้อาร์ตเดี๋ยวถึงเวลานัดมันก็มา
เมื่อผมลับตาไปน้ำใสๆก็ไหลทะลักมาจากชายคนนั้น
“ขอบ...คุณนะครับ แม้ว่้าจะไม่เข้าใจอะไรก็เถอะไม่ว่าท่านจะเป็ใคร ผมขอพูดตรงนี้โดยไม่อายใคร ผมจะะโดังๆให้ท่านได้รับรู้จากใจจริงว่า”
ขอบ!!! คุณ!!!คร้าบ!!!
เขาแหกปากะโดังลั่นโรงพยาบาลเพราะเก็บความตื้นตันใจไม่อยู่ส่วนลูกแก้วที่ผมให้เขาก็สวมมันไว้กับคอไม่ให้ห่างและสัญญาว่าจะดูและลูกแก้วอย่างดีและทำตามคุณหมอบอกทุกอย่าง (เอ่อ ผมเป็แพทย์นะครับ)
ปล.คนๆนี้ก็คือพนักงานที่ชื่อ โมลินนั่นแหละครับ อิอิอิ เขาอยู่ตอนที่ 16 เน้อ
……………………………………………………………………………………