คู่หนุ่มสาวที่ลงไปหาความสำราญในสระเมื่อครู่ได้กลับขึ้นมาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความเหน็ดเหนื่อยอย่างแสนสุขตอนที่โจชัวดีนพุ่งตัวลงไปนั้นไม่มีใครอยู่ในสระเลยวินาทีต่อมาเมื่อเขาโผล่ขึ้นมาจะเกือบกลางสระแอนเนทท์ก็เอื้อมไปหยิบหมวกยางที่ใช้คลุมศีรษะเวลาว่ายน้ำ
“นั่นจะไปไหนน่ะ?” มาชาตาค้าง
“ก็” ไปว่ายน้ำน่ะสิ”
แววมาดมั่นฉายอยู่ในดวงตาของแอนเนทท์เมื่อตอบคำถามของน้องสาว
“เธอจำที่น้าเฮเลนเคยพูดอยู่เสมอได้ไหมล่ะที่ว่าอย่าคอยให้เรือแล่นมารับเท่านั้นเราต้องว่ายเข้าไปหามันด้วยน่ะ?” เธอห่อปลายผมเข้าไปไว้ใต้หมวก
“ฉันเก๊าะกำลังจะว่ายน้ำออกไปหาเรือไงจะไปด้วยกันไหมล่ะ?”
“ไม่ละ ขอบใจ” มาชาเอื้อมไปหยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้
“อย่าเอาฉันเข้าไปร่วมอยู่ในแผนการของพี่เลยจะดีกว่า”
รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นตรงมุมปากขณะที่แอนเนทท์เบือนหน้าจากน้องสาวออกเดินตรงไปยังริมสระรู้อยู่แก่ใจว่ามาชาต้องปฏิเสธประการสำคัญก็คือน้องสาวของเธอไม่ใคร่ชอบกีฬาประเภทนี้เท่าใดนักพอใจที่จะเป็ผู้ดูมากกว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยไม่มีสิ่งใดที่จะให้อารมณ์ของแอนเนทท์พลุ่งพล่านได้มากไปกว่าการที่จะนั่งมองดูเฉยๆเท่านั้น เธอชอบที่จะเอาตัวเข้าไปเป็คู่แข่งขันยิ่งยากเท่าไรยิ่งพอใจในเกมส์มากเท่านั้นเธอชอบผจญฏับอันตรายที่แฝงอยู่ในความตื่นเต้น
เมื่อมาถึงริมสระเธอหยุดยืนใช้ความคิดพิจารณาดูเขาซึ่งกำลังดำผุดดำว่ายอยู่เขาอยู่ในท่าตีกรรเชียงที่เต็มไปด้วยพละกำลังเพียงแต่ว่ามันเป็ไปด้วยท่าที่เรียบลื่นซึ่งตรงเป้าความประสงค์จองเธออยู่ทันทีที่เข้าไปถึงบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนแอนเนทท์ก็พุ่งร่างลงไปจากขอบสระดำดิ่งเลื่อนตัวไปใต้ผิวน้ำอย่างปราศจากเสียงเป็ระยะทางหลายหลาและไปโผล่ขึ้นข้างตัวเขา
ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นตวัดมามองเธออย่างแปลกใจในระยะใกล้เพียงแค่นั้นแอนเนทท์สามารถมองเห็นเสน่ห์แบบผู้ชายปรากฏอยู่บนใบหน้ากร้าวๆเป็ร่องรอยเร้าใจที่เคลือบอยู่บนใบหน้าเสี้ยมๆ เป็พลังที่ทำให้เืในกายระอุขึ้นเธอแต่งแววในดวงตาให้ดูไร้เดียงสาขณะที่กะพริบตาไล่หยาดน้ำที่เกาะอยู่บนขนตา
“ไฮ” เธอทักออกไปก่อนที่เขาจะทันว่ายหนี
“กำลังอุ่นเครื่องหรือคะ?”
“ครับ” ดวงตาของเขาจรดจ้องอยู่ที่เธอ
“รังเกียจไหมถ้าฉันจะว่ายด้วย” เธอถามพร้อมกับอธิบายต่อว่า
“มันช่วยได้มากค่ะถ้าฉันสามารถว่ายแข่งกับนักว่ายน้ำคนอื่น”
“ผมไม่รังเกียจหรอก” แววขันจุดประกายขึ้นในดวงตาคู่สีดำนั้นเขาเคยชินเสียแล้วกับการที่จะมีผู้หญิงคอยตาม ผู้หญิงคนนี้ออกจะใช้วิธีที่ฉลาดอยู่
“ดีค่ะ” เธอว่ายออกไปยังขอบสระด้านไกลด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว
ชั่วโมงการว่ายน้ำที่ฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลาในทีมของมหาวิทยาลัยช่วยไว้ได้มากในการนี้แต่ยังก่อนเธอยังไม่้าจะให้ตัวเองไกลจากสายตาของเขามากนักและยังไม่แม้แต่จะเพิ่มความเร็วขึ้นแอนเนทท์ไม่โง่พอที่จะปล่อยใจให้เชื่อว่าเธอสามารถจะว่ายขึ้นหน้าเขาไปได้แม้จะว่ายน้ำได้เหมือนปลาก็ตามแต่ก็สามารถจะทำให้เขาเริ่มตั้งต้นสังเกตเห็นเธอได้ในตอนเริ่มแรกนี้เธอ้าจะให้ทุกอย่างได้ดำเนินไปตามจังหวะเสียก่อนการเร่งจังหวะนั้นจะเริ่งขึ้นเมื่อไรก็ได้หลังจากนี้แล้ว
ตลอด่ความยาวของสระนั้นแอนเนทท์ว่ายน้ำเคียงข้างเขาโดยตลอดและจับสังเกตได้ว่าเขาเองก็ลดราวาศอกอยู่เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าไปเธอจะต้องมองดูผู้ชายผมดำๆที่ว่ายอยู่ตรงข้ามรวมไปถึงความขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อตรง่แขนขณะที่แหวกน้ำว่ายไป
เมื่อการว่ายในเที่ยวแรกจบลงเธอก็กลับตัวโดยไม่พยายามเร่งความเร็วขึ้น เธออยู่ข้างหน้าเขาประมาณครึ่งลำตัวมันเป็กลยุทธ์ที่จะเรียกความสนใจจากเขาโดยที่แอนเนทท์ไม่ยอมหาประโยชน์ขณะที่เขาเสียเวลากลับตัวว่ายตามเธอมาเมื่อสายตาประสานกันขณะที่โผล่ขึ้นหายใจนั้น แววแห่งความนับถือปรากฏขึ้นในดวงตาของโจชัวดีน แอนเทท์รีบจุ่มหน้าลงในน้ำเพื่อซ่อนรอยยิ้มไว้เขาเร่งจังหวะในการว่ายขึ้นและเธอก็ว่ายเคียงข้างมาตลอด
เธอตั้งสมาธิมั่นอยู่กับการนับจังหวะมือที่แหวกน้ำพาตัวพุ่งไปข้างหน้าประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าเธอจะเสียงจังหวะในการกระทุ่มหลังจากที่ระยะหนึ่งไมล์ผ่านไปแล้วจึงรออยู่จนเหลืออีกเพียง 2 ่ในความยาวของสระที่จะว่ายต่อเธอจึงได้เริ่มเคลื่อนตัวใช้พละกำลังทั้งมวลลงไปในการกลับตัวและพุ่งออกจากขอบสระซึ่งทำให้เธอสามารถทำระยะได้ดีกว่าโจชัว ดีน ตอนที่โผล่ขึ้นพ้นน้ำและพุ่งตัวออกเพื่อเร่งจังหวะในการว่ายให้เร็วขึ้น
ก่อนที่แอนเนทท์จะกลับตัวเป็ครั้งสุดท้ายเขาก็ว่ายขึ้นมาทันซึ่งเธอก็รู้อยู่ว่าเขาจะต้องทำได้แต่เธอก็ได้รับความสนใจเต็มที่จากเขาไม่มีอะไรจะเรียกร้องความสนใจได้อย่างรวดเร็วจากผู้ชายที่กำลังได้รับการท้าทายในด้านความเหนือกว่าจากผู้หญิงเธออยากจะให้เขาได้รับชัยชนะในการแข่งครั้งนี้แต่มันยังไม่จำเป็ถึงขนาดนั้น
ในการว่ายแข่งครั้งสุดท้ายนี้เขาสามารถว่ายนำไปได้โดง่ายดายแอนเนทท์ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวรักษาระยะทางตามมาติดๆอย่างน่านับถือทันทีที่มือแตะขอบสระเธอก็หยุดอยู่เพียงแค่นั้นปล่อยให้เขาว่ายต่อไปคนเดียวหอบหายใจราวปอดจะพังทลาย
พลังการหมุนเวียนของน้ำช่วยให้เธอลอยตัวขึ้นจากสระโดยใช้แขนช่วยเหนี่ยวและเหวี่ยงตัวขึ้นพ้นน้ำในมุมที่ถูกต้องอ้าปากหอบหายใจ ทรวงอกเผยอขึ้นลงอย่างเหน็ดเหนื่อยดึงหมวกออกจากศีรษะเอนกายลงใช้ท่อนแขนรองรับร่างไว้หงายศีรษะไปทางเื้ัเผยให้เห็น่ลำคอผุดผ่องแสงอาทิตย์ส่องต้องเรือนผมสีบลอนด์สลวย
“อ้าว...เลิกแล้วหรือครับ?”
น้ำเสียงของเขาบอกความท้าทายอยู่แอนเนทท์จึงเอี้ยวตัวไปมองใช้ศอกข้างหนึ่งยันรับน้ำหนักตัวไว้โจช ดีนลอยตัวอยู่ในน้ำ จับตามองท่าระโหยของเธอด้วยแววตาของผู้ชายที่บอกความพึงใจไรฟันขาวสะอาดตัดกับผิวหน้าที่คล้ำแดดแวบหนึ่งที่เธอรู้สึกหงุดหงิดกับการที่เขามิได้มีท่าทีว่าจะเหน็ดเหนื่อยเช่นเธอเลยแต่แล้วความรู้สึกเช่นนั้นก็เลือนหายไปเมื่อสังเกตเห็นสายตาที่กวาดไปทั่วทุกสัดส่วนบนเนื้อตัวหยุดอยู่ตรงเนินทรวงที่หอบสะท้อน
“ค่ะ” แอนเนทท์ยอมรับด้วยน้ำเสียงเจือเสน่ห์
“ฉันจำกัดการว่ายน้ำแค่ไมล์เดียวเท่านั้น ขอบใจที่ยอมรับเป็คู่แข่งด้วย”
“เมื่อไรก็ได้นะครับคุณหนู”
เขาหันกลับลอยร่างเคลื่อนจากไปด้วยท่าทางสบายๆไม่ทันเห็นแววที่บอกความใ ซึ่งเปลี่ยนเป็ความเคืองขุ่นที่ฉาบขึ้นบนสีหน้าของแอนเนทท์
คุณหนู...เธอถลันลุกขึ้นยืนด้วยพละกำลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ในตัวเดินกลับไปยังเก้าอี้ยาวข้างมาชารู้สึกเดือดดาดพลุ่งพล่านอยู่ในใจนี่เขาเจตนาจะบอกให้รู้ว่าเธอยังเป็เด็กอยู่กระนั้นหรือแววแห่งความกราดเกรี้ยวฉายโชนอยู่ในดวงตา
“เกิดอะไรขึ้นล่ะ?” มาชารู้จักแววตาแบบนี้ดีรู้ด้วยว่ามันจะหมายความไปในทางใด
“โดนเขายั่วให้แล้วสิ”
“ก็ไม่เชิงหรอก”
แอนเนทท์เหยียดร่างอยู่ในเก้าอี้ให้แสงแดดช่วยให้ชุดอาบน้ำและเรือนกายแห้งเร็วขึ้นปิดเปลือกตาลง
“ฉันได้ทำในสิ่งที่คิดว่าควรจะทำแล้ว”
อาทิเช่นสามารถทำให้โจชัวดีน สังเกตในตัวเธอได้ ซึ่งก็ต้องนับว่าเป็ผลสำเร็จที่น่าพอใจแต่แล้วคำว่า
“คุณหนู”
ทำให้เธอต้องทบทวนความคิดอีกครั้งร่างกายของเธออาจจะยังไม่โตเต็มที่จนสามารถจะบอกให้เขารู้ได้ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าเธอก็จะอายุ20 อยู่แล้ว