ต้วนชิงหมิงผลิยิ้มออกมาดุจดอกไม้ที่เรืองแสงเจิดจรัสในยามค่ำคืนอันมืดมิด ‘เขาจะต้องมีคนคอยชี้แนะ’ เพียงแค่ว่าคนคนนั้นจะต้องผิดหวังเสียแล้วเพราะว่านางจะถือโอกาสใช้อุบายนั้น มาจัดการเขา!
เรื่องสนุกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วสิ!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองไปยังผู้เป็นนายพลันเกิดคำถามในใจขึ้นมาอีกคราทว่านางยังพอรู้จักกาลเทศะว่าเวลาไหนควรหรือไม่ควรถาม!ส่วนต้วนชิงหมิงกลับยังไม่มีอารมณ์จะอธิบายให้ฟังจึงทำได้เพียงเดินตามหลังต่อไปอย่างเงียบเชียบ!
ห้องรับแขกเห็นซานไล่จือที่กำลังรออย่างร้อนรน!
เพราะว่าเขาไม่ใช่แขกคนสำคัญห้องที่เขามารอจึงเป็นห้องธรรมดาที่ไม่ได้ดีเท่าไรนัก!ต่อให้เป็นห้องรับแขกที่ไม่ดี แต่ก็ยังดูโอ่อ่ามากกว่าบ้านคนธรรมดาอยู่ดี
ในตอนนี้สายตาทั้งสองข้างของซานไล่จือ กำลังเลิ่กลั่กมองห้องรับแขกที่โอ่อ่าไปทั่วสายตานั้นเต็มไปด้วยความละโมบ
หึหึ!เป็นเหมือนที่หญิงสูงศักดิ์คนนั้นพูดไว้ไม่ผิด ขอแค่คนในจวนต้วนยอมรับว่าต้าชุ่ยเป็นหัวหน้าบ่าวของคุณหนูใหญ่จวนต้วนเช่นนั้นละก็เขาก็สามารถจะหาวิธีเอาเงินก้อนใหญ่จากจวนต้วนได้แล้ว
ขอแค่มีเงินก็สามารถมีชีวิตอย่างที่เขาต้องการได้
ซานไล่จือตัดสินใจแล้วว่าเพื่อเงินเขาจะต้องแสดงละครให้สุดความสามารถ จะได้ข่มขู่เอาเงินมาได้โดยง่าย
ต้วนชิงหมิงก้าวเดินเข้าไปในห้องรับแขกราวกับนกกระเรียนขาวบริสุทธิ์ที่เยื้องย่างกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ถูกพระพายแผ่วเบาพัดขึ้นพลิ้วไหวไปมาท่าทางนั้นละม้ายเทพธิดาบินลงมาจากฟากฟ้า ทำให้คนที่เห็นต่างตกตะลึง!
สายตาของเขาคู่นั้นเหมือนถูกมนต์สะกดของต้วนชิงหมิงเข้าไป...เหอะ เหอะ! สมแล้วที่เป็นลูกสาวภรรยาเอกของท่านแม่ทัพท่าทางแบบนั้นไม่ใช่หญิงใดจะมาเปรียบเทียบได้โดยง่าย
เมื่อเห็นนางเดินเข้ามาแม่นมก็รีบร้อนเดินไปทำความเคารพ “บ่าวคารวะคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ!”
“อืม” นางตอบรับเสียงเรียบ ค่อยๆก้าวเดินอย่างไม่เร่งรีบไปกลางห้องนั่งลงตรงที่นั่ง และเม้มปากเบาๆ หนึ่งทีมองไปยังซานไล่จือด้วยความเหนือกว่า พูดด้วยเสียงนิ่งเรียบ “เจ้าเป็นพี่ชายของต้าชุ่ยหรือ?”
เสียงของต้วนชิงหมิงไพเราะเพราะพริ้งเหมือนนกขมิ้นที่ออกจากรังทว่ายังเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่พูดไม่ถูกอีกทั้งท่าทางที่สูงส่งกับสีหน้าที่สดใสราวกับเมฆาที่ล่องลอยในนภากาศทำให้ซานไล่จือมีความรู้สึกยำเกรงไม่น้อย
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ดูท่าแล้วอายุไม่น่าจะเกินสิบปีถึงแม้จะไม่สูงมากแต่มีท่าทางที่สูงส่ง ยังมีสายตาที่มีพลังอำนาจแต่ไร้ซึ่งความโกรธสายตานั้นเหมือนกับผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวต่างๆ มาแล้วยิ่งทำให้คนที่เห็นต่างเคารพยำเกรง
ซานไล่จือยกมือประสานกันด้านหน้าทำความเคารพนาง “บัณฑิตซานไล่จือ คารวะคุณหนูใหญ่!” ในตอนนั้นเป็นที่รู้กันว่า‘บัณฑิต’ เป็นคำเรียกคนหนุ่มที่ยังไม่ได้มีความดีความชอบอะไรแต่เขาพูดเช่นนี้ ประการแรกเพื่อต้องการแสดงท่าทางที่กระตือรือร้นเตรียมพร้อมอีกประการหนึ่งเพื่อที่จะยกระดับฐานะตัวเขาให้สูงขึ้น
ช่างน่าขันสิ้นดีเขาเป็นเพียงคนพเนจรข้างถนนคนหนึ่งเท่านั้น ยังกล้าเรียกตนเองว่า ‘บัณฑิต’ ยิ่งทำให้ดูน่าสมเพช!
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ซานไล่จือกล่าววาจาอย่างมีพลังอำนาจ “ต้าชุ่ยนับว่าเป็นบ่าวที่รับใช้ข้ามาหลายปีแล้วครั้งนี้นางจะกลับไปแต่งงาน ข้าจึงมองเงินให้นางไปไม่น้อยแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดนางถึงหายไปนานเช่นนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา?”
ได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดเขาจึงชะงักไปชั่วครู่
ต้าชุ่ยไถ่ตัวออกไปแล้วในจวนนี้คนไม่น้อยต่างเห็นเรื่องจริงนี้ ทว่าตอนนี้คุณหนูใหญ่จวนต้วนได้บอกว่าต้าชุ่ยไปแต่งงานยังกลับมา? นี่เป็นเพราะเหตุใด?
ซานไล่จือกลอกตากลับไปกลับมาทองไปที่ต้วนชิงหมิงแกล้งทำเป็นพูดตะกุกตะกัก “วันนั้นน้องสาวกลับไปแต่งงานจริงทว่าตกดึกนางก็รีบร้อนกลับมา ช่วงนี้ท่านแม่คิดถึงน้องสาวเป็นอย่างมากร้องห่มร้องไห้จนตาแดงบวมไปหมด ดังนั้นจึงให้ข้ามาตามหา...”
“ไม่ใช่ว่าคุณหนูใหญ่ จงใจไม่ให้ข้าพบน้องสาวกระมัง?” ซานไล่จือใช้สายตาสงสัยระคนเย้ยหยันมองอีกฝ่าย พูดออกมา
นางจึงตอบกลับอย่างเรียบง่าย “แม่คิดถึงลูกสาวเป็นเรื่องธรรมดาสามัญเมื่อก่อนต้าชุ่ยก็บ่นคิดถึงแม่อยู่บ่อยครั้ง จนครั้งนี้นางบอกว่าแม่ป่วยหนักข้าจึงให้เงินนางไปไม่น้อย เพื่อให้ไปรักษาแม่ที่ป่วยหนัก!ในเมื่อแม่ของนางดีขึ้นแล้ว ก็ให้กลับมาเถอะ ต้าชุ่ยเป็นบ่าวข้าเก่าเต่าเลี้ยงแต่ไหนแต่ไรได้รับความไว้วางใจจากข้าเมื่อนางไม่อยู่ข้าก็เหมือนขาดอะไรบางอย่างไป!”
เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดนัยน์ตาของซานไล่จือแดงก่ำด้วยความร้อนรนขึ้นทันที
เพราะรู้ว่าไม้ซีกไม่อาจงัดไม้ซุง!ถ้านางยังยืนกรานว่า ต้าชุ่ยไม่ได้กลับมาจวน เช่นนั้นเขาไม่เพียงแต่จะไม่ได้เงินสุดท้ายยังจะตกเป็นจำเลยในข้อหาซ่อนบ่าวรับใช้อีกด้วย
ก้าวเท้าเดินขึ้นไปด้านหน้าสองก้าวพูดอย่างรีบร้อน “แต่ว่าน้องสาวของข้ากลับมาจวนต้วนแล้วจริงๆวันนั้นข้ายังมาส่งน้องสาวถึงหน้าจวน!”
อย่างไรเสียซานไล่จือจะไม่พูดถึงเรื่องที่ต้าชุ่ยได้ไถ่ตัวไม่ว่ายังไงเขาจะผลักเรื่องที่ต้าชุ่ยหายตัวไปให้กับจวนต้วนถึงตอนนั้นเขาก็จะได้เงินไม่น้อย!
ต้วนชิงหมิงยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดต่อทางด้านบ่าวรับใช้ที่หน้าตาน่าเอ็นดูและท่าทางเฉลียวฉลาด ก็พูดขึ้นมา “คุณหนูเจ้าค่ะ เมื่อไม่นานมานี้ต้าชุ่ยบอกว่าพี่ชายจะช่วยนางไถ่ตัว!และนางก็เก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง แต่ได้ยินมาว่ายังไม่พอเจ้าค่ะ!”
ดีจริงเชียวในที่สุดก็พูดจนถึงเรื่องไถ่ตัวขึ้นมาแล้ว
ซานไล่จือดีใจขึ้นมาจึงใช้โอกาสนี้รีบร้อนพูดขึ้น “ใช่แล้ว ใช่แล้ว!น้องสาวของข้าเคยพูดถึงเรื่องนี้ ทว่าในตอนนั้นข้ายังเก็บเงินได้ไม่ครบจึงยังไม่ได้รายงานคุณหนู”
ต้วนชิงหมิงปรายตามองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดอย่างเย็นเฉียบ “เจ้าเพ้อเจ้ออะไรกัน!ต้าชุ่ยเป็นบ่าวรับใช้ที่ถูกขายมาที่จวนต้วน และในสัญญาก็เขียนชัดเจนว่าเป็นสัญญาที่มีผลไปจนวันตาย แล้วจะมีไถ่ตัวได้ยังไง?”
สัญญาจนตายเป็นสัญญาที่ขายให้กับอีกฝ่าย ไม่ว่าจะแก่เฒ่าหรือจนถึงแก่ความตายไม่ว่านางจะมีลูกชายหรือลูกสาวก็นับเป็นบ่าวในจวนต้วนนอกเสียจากว่ามีเงินมากพอที่จะไถ่ตัวจึงทำได้แต่ว่าจำนวนเงินจะมากกว่าสองร้อยตำลึงขึ้นไปซึ่งเทียบเท่ากับเงินรายจ่ายของคนปกติหกเจ็ดปีขึ้นไปดังนั้นคนธรรมดาไม่มีทางมีเงินถึงจำนวนนี้!
ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดแล้วซานไล่จือก็หัวร้อนขึ้นมาและมีท่าทีร้อนรนเหมือนถูกไฟเผาก็ไม่ปานจึงพูดโต้แย้งอย่างร้อนใจ “สัญญาตายของน้องสาวถูกแก้ไขเป็นสัญญาที่สามารถแก้ไขได้ตั้งนานแล้วต่อให้ตอนนี้ยังไถ่ตัวไม่ได้ ทว่ารออีกสองปี นางก็สามารถออกจากที่นี่ได้แล้ว!”
เขาเคยได้ยินที่ต้าชุ่ยเล่าให้ฟังเพราะว่านางช่วยหลิวอี๋เหนียงทำงานอย่างเต็มที่ดังนั้นจึงขอร้องให้เปลี่ยนเป็นสัญญาที่สามารถแก้ได้ในอีกไม่กี่ปี
เด็กสาวหัวเราะขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน “เจ้าจำผิดแล้วกระมัง... ต้าชุ่ยเป็นบ่าวรับใช้ที่เติบโตมากับข้าตั้งแต่ยังวัยเยาว์...ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ใครก็ไม่มีสิทธิ์สามารถแก้เป็นสัญญาไถ่ตัวได้หรือเจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้บ่าวที่จะจากจวนต้วนในอีกไม่กี่ปีเป็นถึงหัวหน้าบ่าวรับใช้?”
เขาหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินที่นางพูด
หัวหน้าบ่าวรับใช้ของคุณหนูเหล่านี้จะต้องผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าและรองหัวหน้าบ่าวรับใช้ดังนั้นพวกนางจะมีระดับสูงกว่าหญิงธรรมดาทั่วไปถึงสามระดับ ประการแรกเนื่องจากเมื่อพวกบ่าวรับใช้ออกไปด้านนอกถือเป็นตัวแทนหน้าตาและมารยาทของคุณหนู อีกประการบ่าวรับใช้พวกนี้เมื่อเจ้านายแต่งงานออกเรือนก็จะติดตามไปด้วย เพื่อวันหนึ่งจะได้เป็นสนมของสามี! ดังนั้นหัวหน้าบ่าวรับใช้ใครจะมาเป็นก็ได้อย่างนั้นหรือ ย่อมไม่เป็นเช่นนั้น?
เป็นเหมือนที่ต้วนชิงหมิงพูดทั้งหมดถ้าต้าชุ่ยเป็นสัญญาที่เปลี่ยนแปลงได้นางคงจะไม่มีวันก้าวมาเป็นหัวหน้าบ่าวแถวหน้าด้วยอายุน้อยเพียงนี้
หลานชายห่างๆของหลิวหรงให้เงินไปร้อยกว่าตำลึงไปไม่นานก็ถูกผีพนันอย่างซานไล่จือเล่นแพ้จนหมดสิ้น! ยังดีที่หน้าของเขาด้านชาไร้ความรู้สึกถ้าเกิดเล่นจนเงินหมดตัว เขาจะรีบไปหาคุณชายท่านนั้นที่มีเงินมากเพื่อขอเงินมาใช้!