ตอนที่ 42: ตระกูลสิงห์เพลิง
แสงประหลาดสีทองวูบวาบอยู่ตรงหน้าฤทธา ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกกระชากเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีแม้แต่เวลาตั้งหลัก เสี้ยววินาทีถัดมา เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ััแรกที่ได้คือกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้แปลกประหลาด และเสียงน้ำไหลเอื่อยประสานกับเสียงนกดุจบทเพลงจาก์
ฤทธามองไปรอบตัวด้วยความตื่นตะลึง...
เขาอยู่ในป่าอันกว้างใหญ่และงดงามเกินกว่าจะเป็ธรรมชาติได้ ดอกไม้เรืองแสงอ่อน ๆ สีฟ้า สีม่วง และสีทอง ลู่ลมอยู่ทั่วพื้นดิน ต้นไม้สูงตระหง่านมีใบขนาดใหญ่ สีเขียวเจือแดงเหมือนเปลวเพลิงกำลังไหวระริก โสมบางต้น...มีรูปร่างเหมือนคนจริง ๆ ั้แ่หัวจรดเท้า แถมยังขยับได้เบา ๆ ราวกับกำลังหายใจ
ในความเงียบสงบนี้ ทันใดนั้นเอง นกขนาดเท่ามนุษย์ที่มีครึ่งตัวบนเป็รูปร่างคน บินผ่านหัวฤทธาไป เสียงปีกแหวกอากาศดังก้อง แต่สิ่งที่ทำให้เขาอึ้งค้างยิ่งกว่าคือ...
พวกมันมีทั้งชายหญิง ร่างกายสง่างาม สีขนระยิบระยับหลากสี เสียงร้องก็ไพเราะจนทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
บางตัวส่งเสียงขับขานเป็เพลง กล่อมให้ฤทธารู้สึกเคลิบเคลิ้มงงงวยอยู่พักหนึ่ง จนต้องส่ายหัวแรง ๆ เพื่อเรียกสติ
"ที่นี่มันที่ไหนกันแน่..." ฤทธาพึมพำกับตัวเอง
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เขาก็เห็นงูขนาดมหึมาที่หัวดูเหมือนัโบราณ กำลังเลื้อยหายลับเข้าไปในพุ่มไม้ อีกด้านหนึ่ง มีเงือกผิววาววับกำลังว่ายในสระน้ำขนาดใหญ่กลางป่า ปลาสีทองแวววาวะโขึ้นจากผิวน้ำเป็ระยะ ช่วยเติมเต็มภาพของโลกเหนือจินตนาการนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ฤทธาเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ด้วยความลุ่มหลงในความงามของสถานที่นี้ แต่แล้ว...
"ฟุ่บๆ!"
เสียงกระพือปีกดังขึ้นจากเบื้องบน มุนษย์นกเหยี่ยวขนาดั์สี่ตัวพุ่งลงมาจากฟ้า
แต่ละตัวมีรูปร่างสูงใหญ่ พอ ๆ กับชายฉกรรจ์ มีโครงหน้าคล้ายมนุษย์ แต่มีจะงอยปากแข็งแรงแบบอินทรีย์
เท้าแหลมเป็กรงเล็บคมกริบ เหมือนเหยี่ยว มีแขน มีมือ และมีปีก พวกมันกางปีกกว้างขวางบดบังแสงแดด และโฉบลงมาล้อมฤทธาเอาไว้ทันที!
“นั่นคารุท เป็มนุษย์เหยี่ยว” เสียงไค่หยงดังขึ้นในใจฤทธา
"เดี๋ยว ๆ ๆ ข้าไม่ได้มาร้าย!" ฤทธายกมือขึ้นอย่างสงบ แต่ไม่มีใครฟัง
ทันใดนั้น เงาประตูมิติที่พาเขาเข้ามาก็สั่นระริกอยู่เื้ั ก่อนจะทะยานขึ้นฟ้า แล้วหายวับไปกับสายลม ทิ้งฤทธาไว้ท่ามกลางกองกำลังแปลกประหลาดเหล่านี้
ทางด้านโลกภายนอก
"หายไปแล้ว?!" จิมมี่ร้องอย่างตื่นตระหนก เขาเงยหน้ามองฟ้าแล้วรีบจดจำทิศทางที่ประตูมิติหายไปให้แม่นยำ จากนั้นพุ่งกลับไปยังจุดนัดพบที่เรโซ่กับซูคิมรออยู่
หลังจากปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด ทั้งสามคนเห็นพ้องกันว่า พวกเขาต้องกลับไปรายงานข่าวนี้ให้แม่ทัพจงลู่โดยเร็วที่สุด
เมื่อจงลู่แม่ทัพผู้มากประสบการณ์ได้รับรายงาน เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจรดพู่กันเขียนจดหมายด่วนส่งไปยังภาคี และสั่งให้กองทหารสอดแนมติดตามทิศทางที่จิมมี่บอก
"ทิศตะวันตกลึกเข้าไปในแดนปีศาจ...เป็เขตอันตราย" จงลู่กล่าวเสียงขรึม
"พวกข้าขอไปด้วย!" จิมมี่ เรโซ่ และซูคิมประสานเสียง
"ไม่ได้!" จงลู่ปฏิเสธทันควัน
"พวกเ้ามีกองร้อยที่ต้องดูแล" เขาเตือนสติเด็กๆ
สุดท้าย ทั้งสามจึงเปลี่ยนเป็ขออนุญาตนำกองร้อยออกไปทำแผนที่แนวชายแดนทางทิศตะวันตก แผนที่ระยะร้อยห้าสิบกิโลเมตร เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต...พร้อมทั้งสอดส่องข่าวคราวของฤทธาไปด้วยในตัว
ฤทธาถูกพวกมนุษย์เหยี่ยวั์พามายังถ้ำขนาดมหึมา ภายในถ้ำกลับไม่เหมือนถ้ำธรรมดา แต่เป็ห้องโถงโอ่อ่าหรูหรา ผนังเรืองแสงทองอ่อน ๆ บัลลังก์ใหญ่โตสลักจากทองคำบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง
“ถ้ำทองคำหรือนี่” ฤทธาตะลึงถ้ำกว้างใหญ่เป็ทองทั้งหมด
ทั่วทั้งโถงมีสัตว์รูปร่างพิสดารหลากหลายประเภท ข้างบนเป็คนครึ่งล่างเป็งูบางตัวมีเขา บางตัวมีปีก บ้างมีเกล็ดระยิบระยับ กำลังจับกลุ่มกันพูดคุยอย่างมีชีวิตชีวาอย่างกับงานสังสรรค์ แต่สิ่งที่ทำให้ฤทธาประหลาดใจกว่าคือ...
พวกนั้นพูดภาษาเดียวกับมนุษย์!
ไม่ว่าจะเป็นก งู หรือเงือก ล้วนพูดจาอากัปกิริยาราวกับนักปราชญ์ผู้เปี่ยมปัญญา!
ไม่นานนัก บรรยากาศในโถงก็เปลี่ยนไป
สัตว์ทุกตัวต่างหยุดการสนทนาแล้วหมอบลงต่ำ หันไปยังทิศทางหนึ่งของโถงอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศพลันเคร่งขรึม
าาแห่งสถานที่นี้ ปรากฏกาย...
สิงโตผิวขาวครีมมีแผงคอแดงเพลิงตระหง่าน เดินออกมาด้วยท่วงท่าผ่าเผย เล็บเท้าแวววาวสีแดงปลาบปลื้มไปด้วยพลัง ในตาโตและลึกดุจทะเลเพลิง มีสีแดงเป็ลิ้ว ๆ ไหลรินอยู่ทั่วลำตัว ทำให้ทั้งโถงต้องเรืองแสงตามแรงกดดันที่เปล่งออกมา
เสียงของเขานุ่มลึกแต่ทรงพลัง สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง
"มนุษย์ เ้าเป็ใคร..เข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้อย่างไร และประสงค์สิ่งใด?"
ฤทธารีบคุกเข่าลงด้วยสัญชาตญาณตามมนุษย์เหยี่ยวด้านหน้า รู้สึกได้ว่าความผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิต
"ข้าเป็เพียงทหารสามัญพ่ะย่ะค่ะ กำลังลาดตระเวนอยู่ แล้วพบแสงประหลาด... ข้าไม่ทราบเลยว่ามาที่นี่ได้อย่างไร" ฤทธากล่าวอย่างนอบน้อมที่สุด
าาจ้องมองเขานิ่ง
"มนุษย์ไม่น่าจะข้ามมิติเข้ามาที่นี่ได้ง่าย ๆ นะพ่ะย่ะค่ะ" คารุทหนึ่งในนั้นทูลเสียงขรึม
เสียงเห็นด้วยดังระงมทั่วทั้งห้อง
"หรือเ้าเป็สายลับของปีศาจ!" ใครบางคนในฝูงสัตว์ะโขึ้น
โฮกกกก…."พอ!" าาสิงห์เพลิงคำรามเบา ๆ เสียงก้องเหมือนพายุฤดูร้อน
"ถอดเสื้อคลุมเขาออก!" าาสั่ง
คารุทสองตัวตรงเข้ามาใกล้ฤทธา
"ข้าถอดเองพ่ะย่ะค่ะ!" ฤทธารีบตอบ แล้วถอดชุดคลุมด้วยตัวเอง
ทันใดนั้น าาคำรามเสียงต่ำ...เป็เสียงที่เหมือนพายุเพลิง ไอร้อนกระแทกเข้าใส่ฤทธาอย่างจัง จนร่างสั่นสะท้าน และ อัตลักษณ์ดอกบัว ของเขาปรากฏออกมาโดยไม่ตั้งใจ
บัวห้าสีเรืองแสงสว่างจ้า!
"อัตลักษณ์ดอกบัว!" เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที สายตาทุกคู่ในห้องโถงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
าาสิงห์เพลิงนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวเสียงหนักแน่น
"ไปตามหาองค์ชาย... พาเขามาที่นี่"
กลุ่มคารุทรีบบินออกไปตามรับสั่ง
าาหันมาสบตาฤทธาอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็ความสนใจ
"เ้า... เล่าเื่ของเ้าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่? ข้าอยากรู้เื่โลกภายนอก"
าาหันมาถามฤทธา
“อ้า..ได้เลยพ่ะย่ะค่ะฝ่าา ข้าโตมาจากทางทะเลใต้……”
ฤทธาเล่าเื่ราวชีวิตอย่างสั้น ๆ ั้แ่เด็กบ้านนอกที่ได้รับโอกาสเข้าเรียนสำนัก จนถึงการเป็ทหารที่ด่านเหนือ และเหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวพันกับาปีศาจ
เขาตั้งใจรวบรัดที่สุด ไม่อยากเปิดเผยรายละเอียดเกินความจำเป็
ระหว่างนั้นเอง คารุทได้นำ "องค์ชาย" มาถึง โอรสของาาสิงห์เพลิง!
าาสั่งให้พาฤทธาไปพักผ่อน เพราะใน่เย็น จะมีงานฉลองต้อนรับ "แขกพิเศษ" และ... การประลองที่ยิ่งใหญ่รออยู่!
(จบตอนที่ 42)