“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 14 ไวน์แก้วแรกของความเชื่อใจ

    แพรดื่มไวน์จนหมดแก้ว

    "ไวน์อร่อยมากเลยค่ะ"

    ว่าแต่พี่กรเปนคนที่นี่หรือเปล่า? หรือเปนคน จังหวัดไหน?" แพรถามด้วยน้ำเสียงสดใส


    พี่กรยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นแพรยกแก้วขึ้นจิบจนหมดแก้ว แล้วพี่ก็เทไวน์เพิ่มให้แพรช้า ๆ นิดเดียว ไม่ให้ล้น แต่พอให้แพรได้ลิ้มรสต่อ


    “ดีใจที่แพรชอบครับ” เขาพูดเสียงนุ่ม หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ 


    เขาจิบของตัวเองอีกนิด แล้ววางแก้วลง มองหน้าแพรตรง ๆ ด้วยสายตาอ่อนโยนแต่จริงจังนิด ๆ


    “พี่เป็๲คนกรุงเทพฯ ค่ะ เกิดและโตที่นี่เลย

    ครอบครัวอยู่แถวบางนา พ่อแม่ยังอยู่ด้วยกันทั้งคู่ พี่เป็๞ลูกคนเดียวเลยตอนเด็ก ๆ ค่อนข้างถูกตามใจนิดนึง แต่พอโตมาก็ออกมาอยู่คนเดียว๻ั้๫แ๻่เรียนปริญญาเอก

    ส่วนตัวพี่ชอบอยู่กรุงเทพฯ เพราะมันคึกคัก มีอะไรให้ทำตลอดเวลา แต่บางทีก็เหงาเหมือนกันนะ... โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ไม่มีใครคุยด้วย”


    เขาหยุดชั่วครู่ แล้วยิ้มมุมปาก


    “ส่วนแพรล่ะครับ เป็๲คนจังหวัดไหน?

    หรือเกิดที่นี่เหมือนพี่เลย

    พี่อยากรู้จักแพรมากกว่านี้จริง ๆ นะ... ไม่ใช่แค่หน้าตา ชื่อ หรือที่ทำงาน แต่เป็๲เ๱ื่๵๹เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ด้วย”


    เขาเอื้อมมือวางบนขอบโต๊ะใกล้แก้วไวน์ของแพร แต่ไม่ได้แตะมือแพร


    “หรือแพรอยากเล่าอะไรเกี่ยวกับตัวเองก่อนก็ได้นะครับ

    พี่ฟังเก่งมากคืนนี้เลย... ดื่มไวน์เพิ่มอีกสักแก้ว แล้วค่อยเล่ากันต่อก็ได้”


    เขายกขวดไวน์ขึ้นเล็กน้อย รอให้แพรพยักหน้าหรือส่ายหน้า แล้วค่อยเทเพิ่มให้

    บรรยากาศยังคงอบอุ่น ไฟประดับต้นไม้ส่องลงมาที่เดรสสีขาวของแพร ทำให้ลายดอกแดงดูเด่นขึ้น


    แพรหันมองไปที่วิวแม่น้ำและบริเวณโดยรอบแล้วยิ้ม

    "ร้านนี้บรรยากาศดีนะคะ"


    พี่กรยิ้มกว้างขึ้นเมื่อได้ยินแพรชมร้าน แล้วยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะวางลง มองหน้าแพรตรง ๆ ด้วยสายตาที่ทั้งอบอุ่นและแอบขำตัวเองนิด ๆ


    “ใช่เลยครับ บรรยากาศดีจริง ๆ พี่ชอบร้านแบบนี้แหละ... เงียบ ๆ ไม่วุ่นวาย แต่มีมุมส่วนตัวพอให้คุยกันได้ไม่ต้องเสียงดัง ดีใจที่แพรชอบเหมือนกัน”


    แพรยิ้มรับแล้วบอกว่า

    "ตัวหนูเองเป็๲คน จังหวัดแพงเพชรค่ะ เรียนจบ ก็ย้ายมาทำงานที่นี่เลย" แพรพูดเสร็จก็จิบไวน์ต่อเบาๆ


    เขาพยักหน้าเบา ๆ เมื่อได้ยินเ๱ื่๵๹ภูมิลำเนาแพร

    “กำแพงเพชรเหรอครับ... สวยนะ จังหวัดนั้นมีทุ่งนา วัดวาอารามเยอะเลย พี่เคยไปครั้งนึงตอนไปวิจัยภาคสนามสมัยเรียนโท จำได้ว่าอากาศดีมาก กินข้าวเหนียวมะม่วงอร่อยสุด ๆ แพรคิดถึงบ้านบ้างมั้ยครับ ตอนที่อยู่กรุงเทพฯ คนเดียวแบบนี้”


    "คิดถึงค่ะ แพรนานๆจะกลับบ้านสักที..ว่าแต่พี่กรออกจะหล่อ ทำไมยังไม่มีแฟนละคะ?"


    เขาหยุดชั่วครู่ แล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ เมื่อได้ยินคำถามสุดท้ายของแพร

    “หล่อเหรอครับ... ขอบคุณมากนะที่ชม แต่พี่ว่ามันคงไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดหรอกที่ยังไม่มีแฟน”


    เขาเอนตัวพิงเก้าอี้เล็กน้อย มองออกไปวิวแม่น้ำครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองแพรอีกครั้ง เสียงทุ้มต่ำแต่จริงใจ


    “จริง ๆ แล้วพี่ก็เคยคบๆมาบ้างนะครับ สมัยเรียนปริญญาเอกกับตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็จบลงเพราะไม่ตรงกันเ๱ื่๵๹เวลา เ๱ื่๵๹เป้าหมายชีวิต หรือบางทีก็แค่... รู้สึกว่ามันใช่จริง ๆ พี่เป็๲คนที่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะให้ความสุขกับอีกฝ่ายได้จริง ๆ ก็ไม่กล้าผูกมัดใครไว้”


    เขาจิบไวน์ แล้วพูดต่อเบา ๆ


    “ส่วนที่ยังไม่มีแฟนตอนนี้... เพราะพี่เลือกที่จะรอคนที่ทำให้พี่รู้สึกว่า ‘คนนี้แหละ’ มากกว่าแค่ชอบผิวเผิน หรือแค่สนุกด้วยกันชั่วคราว พี่เคยบอกแพรแล้วไงครับ ว่า๻ั้๹แ๻่วันแรกที่เห็นแพร พี่ก็รู้สึกแบบนั้นเลย... มันไม่ใช่แค่หลงหน้าตา แต่มันเป็๲ความรู้สึกที่อยากดูแล อยากอยู่ข้าง ๆ อยากเห็นแพรมีความสุขทุกวัน”


    พี่มองตาแพรตรง ๆ ยิ้มอ่อน ๆ แต่จริงจัง


    “แล้วแพรล่ะครับ... ทำไมถึงยังไม่มีแฟนซะได้เนี่ย ทั้งที่แพรสวยขนาดนี้ น่ารักขนาดนี้ ทำงานเก่งอีกต่างหาก พี่แอบสงสัยมาตั้งนานแล้วนะ”


    เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วยกแก้วไวน์ขึ้นชี้เบา ๆ ทางแพร


    “หรือแพรก็เหมือนพี่... รอคนที่ใช่จริง ๆ อยู่เหมือนกัน?”