“ชิบ...ชิบแล้วไงล่ะ”ในรถแท๊กซี่ที่กำลังฝ่ารถติดออกจากตัวเมืองเด็กชายคนหนึ่งกำลังกุมหัวสภาพเหงื่อแตกพลั่ก “ข...ขอโทษนะคะพี่เป็เพราะหนูเองที่ลืม มัวแต่ฝึกซ้อมจนลืมเื่สำคัญแบบนี้ไปแต่ยังไงตอนนี้รีบอ่านเข้าเถอะค่ะ สักนิดก็ยังดี”เด็กสาวข้างๆน้ำตาปลิ่มในมือคือหนังสือเล่มหนายื่นให้พี่ชาย
“อา...นั่นสินะต้องรีบอ่าน ต้องรีบอ่าน” ทั้งสองคนไม่ใช่ใครอื่น เป็ลีออนและลีเช่นั่นเองเวลาผ่านมาหลายวันหลังจากที่พวกเขานำของไปส่งให้พ่อหลังจากนั้นมาพวกเขาได้ฝึกเวทมนต์พื้นฐานมากมายแต่หากจะพูดให้ถูกต้องคือลีเช่เป็ผู้ฝึกสอนและอธิบายให้ลีออนฟังจะถูกกว่า
พวกเขาใช้เวลาหลายวันในการฝึกภาคปฏิบัติจนลืมไปว่าโรงเรียนภายใต้สังกัดกระทรวงเวทมนต์นอกจากจะมีภาคปฏิบัติเป็1ในการสอบแล้วยังมีการสอบข้อเขียนหรือเรียกง่ายๆว่าภาคทฤษฎีอยู่ด้วย
โรงเรียนโฮซึกิแม้ชื่อจะดูมีความเป็ญี่ปุ่นทว่าจริงๆแล้วเป็โรงเรียนภายใต้สังกัดกระทรวงเวทมนต์หนึ่งในสองแห่งของเอเชียโดนชื่อหยิบยกมาจากดินแดนลับแลของประเทศญี่ปุ่นมาตั้ง ส่วนอีกแห่งหนึ่งคือ แชงกรีล่าซึ่งกว่าครึ่งของนักเรียนรับรองผู้มีสัญชาติจีนเป็หลัก
โรงเรียนทั้งหมด11แห่งของกระทรวงเวทมนต์นั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนมิติแห่งความจริงทว่ากลับตั้งอยู่ภายในมิติเทียมที่ถูกสร้างขึ้นการจะเข้าไปได้จำเป็ต้องมีเครื่องมือที่เชื่อมต่อกับโรงเรียนแห่งนั้นๆโดยตรง ซึ่งสถานที่ที่ลีออนและลีเช่กำลังไปคือสถานที่ที่ประตูเชื่อมมิติของโรงเรียนตั้งอยู่
หลังจากมุ่งออกมานอกเมืองไม่ได้นานรถแท็กซี่ก็หยุดนิ่งไม่ไหวติงเพราะการจราจรที่ติดขัดนี่เป็หนึ่งในสาเหตุที่ประตูเชื่อมมิติของโรงเรียนอยู่ด้านนอกเมืองนั่นเพราะจะได้ไม่ไปเบียดและอัดกับรถคันอื่นๆในเมืองกระนั้นก็ยังไม่สามารถแก้เหตุการณ์เช่นนี้ได้เพราะคนที่อยากสมัครเข้าเรียนโรงเรียนโฮซึกิมีหลักแสนคนและแสนคนที่ว่าก็เพียงแค่ประเทศไทยประเทศเดียว
ปิ้นๆ~~~~
“บีบแตรกันอยู่ได้อ่านหนังสือไม่รู้เื่โว้ย” ลีออนตวาดลั่นในมือกำหนังสือแน่น
“พี่คะอีก1ชั่วโมงจะปิดรับการลงทะเบียนค่ะ เอายังไงดีคะ” เธอมองไปด้านนอกรถพบว่ามีเด็กบางคนลงเดินกันบ้างแล้ว“ปิดลงทะเบียนเที่ยงใช่ไหม”
“ค่ะ”
“จากนี่ห่างไปแค่ไหน”
“ราวๆ2กิโลค่ะ”เขาพยักหน้าปิดหนังสือก่อนจะควักเงินยื่นให้คนขับ “เอ้านี่ลุง ห้าร้อยไม่ต้องทอน”เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะลงเดินเขารีบจูงมือน้องสาวจ้ำอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่รู้เลยว่าสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองพวกเขา
จากที่ตอนแรกมีคนลงเดินบ้างประปรายตอนนี้บนทางฟุตบาทอัดแน่นไปด้วยเด็กหนุ่มสาวที่กำลังมุ่งหน้าสู่สถานที่สอบจนในที่สุดก็เห็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่มีรั้วเล็กๆสีขาวล้อมรอบทุกคนทยอยเข้าไปด้านในเรื่อยๆ จนพวกเลออนเข้ามาใกล้ พบว่ามันราวกับปราสาทสมัยโบราณด้านในมีวงเวทขนาดใหญ่เขียนด้วยสีแดงอยู่บนพื้นหลังจากยื่นใบสมัครที่กรอกเสร็จแล้วให้เดินไปที่วงเวทนั้นและวงเวทจะเรืองแสงส่งผู้ที่ยืนอยู่ไปยังสถานที่ตั้งของโรงเรียนโฮซึกิซึ่งเป็สนามสอบ
“ผู้ปกครองหรือญาติที่มาส่งได้ถึงแค่ตรงนี้เท่านั้นนะคะ”พนักงานที่โต๊ะลงทะเบียนใกล้วงเวทะโด้วยเสียงก้องรู้ได้ทันทีว่าใช้เวทมนต์ขยายเสียง
“พี่คะน้องส่งได้ถึงแค่ตรงนี้เท่านั้น ยังไงก็พยายามเข้านะคะน้องจะเป็กำลังใจให้”ลีเช่กล่าวน้ำเสียงอ่อนหวานก่อนจะจุ๊บไปที่แก้มของพี่ชายแก้มขาวเนียนขึ้นสีเล็กน้อย “แหม ได้รับพลังจากน้องสาวแสนน่ารักแบบนี้ใครมันจะกล้าตกกัน จริงไหมล่ะ”เด็กหนุ่มกดศีรษะคนตรงหน้าให้มาซบอกตัวเองจนผู้ถูกกระทำถึงกับหน้าแดงจากที่แดงอยู่แล้วตอนนี้แทบจะแดงทั้งหน้า
“ไปนะ” ลีออนยื่นใบสมัครยับยู่ยี่ให้พนักงานและเดินไปทางวงเวทก่อนจะหายไป
ไม่ไกลกันนัก “เฮ้ยนั่นมันราชนิกูลใช่ไหม เ้าหญิงเหมันต์คนนั้นน่ะ” เบาเหมือนเสียงกระซิบ “ใช่ฉันจำได้ ไม่ผิดแน่เ้าหญิงเหมันต์คนนั้น”
“จริงดิ”ผู้พูดขึ้นเสียงอย่างตื่นเต้น “ชัวป๊าปเลยเพื่อน แต่เมื่อกี้เห็นจูงมือกับผู้ชายแถมมีกอดมีหอมแก้มกันด้วยไม่รู้ว่าใช่แฟนรึเปล่า”
“ถ้าใช่นี่ไอ้หมอนั่นได้เป็ศัตรูกับผู้ชายครึ่งค่อนประเทศแน่”
…………………………………………………………………
ฟุบ
ก้นกระแทกเข้ากับเบาะนุ่มลีออนรีบหันซ้าย-ขวาพบว่าตนเองนั่งอยู่ท่ามกลางผู้เข้าสอบหลายพันคนในห้องขนาดใหญ่ที่มีแต่ความเงียบระยะห่างจากผู้เข้าสอบแต่ละคนคือ1เมตรพอดีไม่ขาดไม่เกินที่นั่งของผู้เข้าสอบจะเป็โต๊ะเรียนขึ้นไปทีละชั้นคล้ายในห้องประชุมขนาดใหญ่ส่วนมากเบื้องหน้าเขาคือกระดาษแผ่นหนึ่งพร้อมด้วยดินสอ ปากกา ยางลบ ลิควิด
ยินดีต้อนรับผู้เข้าสอบสู่โรงเรียนโฮซึกิ
ขอให้ผู้เข้าสอบทุกท่านอ่านสิ่งที่เขียนอยู่ในกระดาษแผ่นนี้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
-การสอบข้อเขียนจะเริ่มในเวลา13.00น. ถึง 16.00น.
-คะแนนเต็มของการสอบข้อเขียนคือ100คะแนน
-่เวลาก่อนเริ่มการสอบสามารถนำหนังสือขึ้นมาทบทวนได้
-ไม่อนุญาตให้พูดคุยกับผู้เข้าสอบท่านอื่นตลอดการสอบ
-ไม่อนุญาตให้นำหนังสือหรืออุปกรณ์อื่นใดขึ้นมาในระหว่างการสอบ
-ผู้ที่ทำฝ่าฝืนข้อห้ามในห้องสอบจะทำการตัดชื่อออกจากการสอบทันที และจะไม่สามารถเข้าสอบในโรงเรียนภายใต้สังกัดกระทรวงเวทมนต์ได้อีกตลอดไป
-ข้อปฏิบัติหลังการสอบเสร็จสิ้นทางผู้คุมสอบจะแจ้งให้ทราบภายหลังการสอบข้อเขียนเสร็จสิ้น
‘ผู้คุมสอบหรอ’ เขามองลงไปด้านหน้าพบชายในชุดเครื่องแบบสีขาวแถบดำบนอกมีเข็มกลัดสิงโตสีทองสลับแดงติดไว้ เขานั่งจ้องโทรศัพท์ไม่วางตากะอายุคร่าวน่าจะแก่กว่าเขาไม่มาก
ในเมื่อมีเวลาใครเล่าจะพลาดการทบทวนบทเรียนลีออนเองก็คิดเช่นกันไม่รอช้าเขาหยิบหนังสือขึ้นอ่านให้ได้มากที่สุด
เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าเห็นจะได้ผู้เข้าสอบแต่ละคนโผล่จากความว่างเปล่าบนที่นั่งที่ว่างอยู่จนบัดนี้เต็มทั้งห้องสอบ
กริ๊ง~~~~~~~
เสียงกริ่งดังเรียกทุกคนให้เงยหน้าจากสิ่งที่ทำอยู่ผู้คุมสอบที่เคยนั่งเล่นโทรศัพท์ลุกขึ้นยืดหลังตรงมองมายังพวกเขา “ได้เวลาแล้วสินะ”
“ขอให้ผู้เข้าสอบทุกคนเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างลงไปวางที่เท้าอุปกรณ์เครื่องเขียนทุกอย่างขอให้ใช้เฉพาะของที่ทางเราเตรียมไว้ให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามจะถูกตัดสิทธ์การสอบในทันที” ไม่มีใครรอช้าเมื่อได้ยินคำว่า ‘ถูกตัดสิทธ์’
“ผม ลี กวาง ซูอยู่ปีสอง สังกัดไลอ้อน จะทำหน้าที่เป็ผู้คุมสอบประจำห้องสอบที่13แห่งนี้ขอฝากตัวด้วย” เขาโค้งคำนับพร้อมเอามือแตะอกซ้าย “ไม่ว่าสุดท้ายจะเป็อย่างไรขอให้ทุกท่านโชคดี เริ่มทำข้อสอบได้” ทันทีที่พูดจบกระดาษตรงหน้าพลันเรืองแสงขึ้นสิ่งที่เขียนอยู่สลายไปเปลี่ยนเป็ ‘ขอให้โชคดีในการสอบ’ พริบตาต่อมามันเปลี่ยนอีกครั้งกลายเป็กระดาษที่มีโจทย์มากมายเขียนไว้ไม่ว่าจะเป็เลข หรือโจทย์ทฤษฎีต่างๆเสียงเครื่องเขียนกระทบกับโต๊ะดังลอดเข้ามาในโสดประสาทเขา และตอนนั้นเองที่การสอบนี้เริ่มขึ้น
............................................................................
“เหอะ เหอะบ้าอะไรกันเนี่ย ไม่รู้เื่สักอย่าง” ใบหน้าขาวซีดพึมพัมออกมาเขาแทบหมดอะไรตายอยากหลังจากอ่านข้อสอบไปเกือบครึ่งหนึ่งแต่เกือบทั้งหมดเขาไม่เข้าใจแต่เหมือนเป็โชคดีในโชคร้ายที่อีกครึ่งนั้นเป็ปรนัยทำให้เขาพอจะมั่วลงไปได้บ้าง
หลังจากข้อสอบหายวับไปจากโต๊ะผู้เข้าสอบบางคนเริ่มหันไปคุยกับคนข้างๆแม้จะไม่รู้จักกันแต่เมื่อเผชิญชะตากรรมเดียวกันก็อยากจะแชร์ความรู้สึกกันเป็ธรรมดา
แปะ แปะ
“เงียบๆหน่อย” ลีกวาง ซู ะโด้วยเวทขยายเสียง “ตอนนี้ผมได้รับกระดาษข้อสอบของทุกคนแล้วจะขอแจ้งสิ่งที่ต้องทำต่อไปให้ทราบ อย่างแรกการสอบภาคปฏิบัติจะเริ่มในวันพรุ่งนี้เวลา10.00น. เป็ต้นไป จะแบ่งเป็สองพาร์ทคือ การแสดงทักษะเวทมนต์และการประลองเนื้อหาการสอบจะแจ้งให้ทราบภายหลัง และเพื่อลดความยุ่งยากในการเดินทางทางโรงเรียนจึงได้จัดเตรียมที่พักเป็ไว้ให้ เข้าพักละ4คนไม่อนุญาตก่อปัญหาหรือใช้เวทมนต์ภายในห้องพัก หาก้าฝึกซ้อมให้ใช้ลานฝึกซ้อมของโรงเรียนและขอย้ำว่าห้ามทะเลาะวิวาทกันด้วยเหตุผลใดๆทั้งสิ้นมิฉะนั้นจะตัดสิทธ์การสอบรอบต่อๆไปในทันที โปรดระวังไว้ด้วย มีใครมีคำถามอะไรไหม”
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆจากผู้เข้าสอบ“ดีมาก เช่นนั้นพอให้พักผ่อนให้สบาย แล้วพบกันพรุ่งนี้ ว่าที่รุ่นน้องทุกคน”ใบหน้าหล่อยิ้มกระชากใจสาวก่อนจะปรบมือสองครั้ง ภาพครงหน้าเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันจากห้องประชุมอันใหญ่โตตอนนี้เป็ห้องนอนขนาดเล็กที่มีเตียงสองชั้นอยู่สองเตียงข้างหน้าคือประตูสีน้ำตาลเรียบ ไร้ความโดดเด่น มีเพียงแผ่นพลาสติกแปะติดอยู่ที่ประตู
“ยังไม่มีคนมา ฮึ่มใครมาก่อนก็เลือกก่อน” เขาโยนสัมภาระไปบนเตียงชั้นสองฝั่งขวาของตนก่อนจะปีนบันไดขึ้นไปจังหวะนั้นเองตรงจุดที่เขาเคยยืนอยู่ปรากฏเสียงรูปคนขึ้น พอแสงหายไปั์ตาเขาเบิกกว้างไม่เพียงแค่เขาแต่ผู้มาใหม่มาก็เช่นกัน
“ลีออน”
“อ้าวนาย...ชื่ออะไรนะ”
“ฉันชื่อริชชี่จะเรียกว่าริชก็ได้ ครั้งที่แล้วฉันลืมแนะนำตัวไปไม่นึกว่าจะมาเจอกันเร็วแบบนี้ทั้งที่นัดไว้หลังสอบเสร็จแท้ๆ”ไม่ใช่ใครอื่นเป็ริชลูกชายเ้าของบริษัท MB ที่ลีออนเคยไปก่อเื่ไว้ “นายเลือกเตียงบนหรองั้นฉันเอาเตียงล่างนายก็แล้วกัน” เขาจัดการวางสัมภาระไว้ที่เตียงของตน
ไม่นานเกินรอสองร่างเรืองแสงปรากฏขึ้นคนแรกเป็ชายหนุ่มร่างเล็กผมทองบุคลิกท่าทางบ่งบอกถึงความขี้อายและไม่กล้าแสดงออกเขาสวมเสื้อเชิ้ตเรียบร้อย ต่างกันลิบลับกับอีกคนหนึ่ง ชายหนุ่มสูง170เิเผมดำแซมขาว ใบหน้าขาวผม จมูกโด่งเข้ากับหน้าตา ั์ตาดวสนิท พอได้เห็นริชถึงกับตกตะลึง
“มุน แด ซอง นายคือมุน แด ซอง ใช่ไหม” ชายตัวสูงสะบัดผมยกยิ้มมุมปาก “ใครฟะ” ลีออนสวนขึ้นมาทันทีจนคนถูกเรียกถึงกับหน้ากระตุก
“นี่นายไปอยู่ไหนมามุน แด ซอง ดาราเกาหลีชื่อดังคนนั้นไงไม่รู้จักหรอ”
“ฮึ ไม่เลยแต่จะจำเอาไว้ก็แล้วกัน แล้วนายตัวเล็กล่ะ ชื่ออะไร”
“หว...หวังเฉินชุนครับ...ยินดี..ที่ได้รู้จัก” เขาตอบเสียงค่อยพลางทำท่าเหนียมอาย “หวังเฉินชุนคงไม่ใช่ว่านายคือ เด็กอัจฉริยะ แซ่หวังคนนั้นหรอกนะ”
“รู้จักหรอริชชี่”
“ใช่ เด็กอัจฉริยะที่มีIQ มากกว่า180 เป็นักวิจัยเวทมนต์ที่อายุน้อยที่สุดที่กระทรวงเวทมนต์รับรองด้วยตัวเองแต่ไม่ใช่ว่า นายควรจะไปเข้าสาขาจีนหรอ ที่โรงเรียนแชงกรีล่า”
“เอ่อ...ก็มีปัญหานิดหน่อยครับ”เด็กร่างเล็กทำให้ริชเนื้อเต้นยิ่งกว่าเจอดาราเกาหลีคนข้างๆเสียอีกในหัวพลางคิดวิธีจำดึงตัวเขาเข้าทำงานกับบริษัทของตน
“เื่นั้นช่างเถอะยินต้อนรับเชิญเลือกที่นอนได้ตามสบายเลย”
ห่างไปไม่ไกลนัก ณลานฝึกซ้อมเวทมนต์ของโรงเรียนโฮซึกิ
“นายว่าอะไรนะเ้าหญิงเหมันต์ อยู่กับผู้ชายหรอ”บริเวณหนึ่งของลานกลุ่มชายหนุ่มนับสิบคนมุงรวมกัน “ใช่แล้ว แถมยังมีกอดจูบกันด้วย เขาลือกันให้แซดว่าเธอมาส่งแฟนหน้าสถานที่เข้าสอบของประเทศไทย”ชายหนุ่มหลายคนในวงได้ยินดังนั้นมีสีหน้าโกรธแค้นอย่างเห็นได้ชัด
“มีหน้ามันรึเปล่า”1ในบรรดาชายฉกรรจ์ถามเสียงเหี้ยมรอดไรฟัน ผู้ถูกถามหยิบโทรศัพท์ของตนยื่นให้คนถาม “เราจะตามล่ามันอัดมันให้มันรู้ว่าอย่ามาเกาะแกะ ท่านลีเช่ของเราเอาให้มันเข้าสอบพรุ่งนี้ไม่ได้อีกเลย ถ้าทำไม่ได้อย่าเรียกเราว่าสมาคมหิมะขาว ไปหามันให้เจอ”
“โอ้ว”
...................................................................................................
ตอนหน้าหิมะขาวได้กลายเป็หิมะขาวเปื้อนเืแน่