EP 8 : มฤตยูแมงมุมั์
ขาของมัน…ขาที่แหลมเหมือนใบมีดนั้น… ผมได้ยินเสียงมันขยับ เฉียด อากาศ เหมือนมันกำลังเล็มลมหายใจของพวกเราเพื่อตัดสินใจว่าควรจะสับลงตรงไหนก่อน
แต่ก่อนที่คมปลายขานั้นจะฟาดลงมาถึงตัวจัน—
แสงสะท้อนวูบหนึ่งแวบเฉียดสายตาผมไป
พี่เมฆพุ่งเข้ามาเหมือนเงาดำตัดกับความมืดของถ้ำ เขาคว้าแขนเสื้อผมไว้รวบหนึ่งครั้ง ก่อนจะผลักผมออกไปด้านข้างด้วยแรงที่ผมแทบไม่คิดว่าเขาจะมีใน่เวลาแบบนี้
“กิตติ! ถอยออกไป!!”
เสียงเขาไม่ดังนัก…แต่เฉียบจนผมรู้สึกเหมือนอกถูกตะไกรบีบ
แล้วร่างเขาก็โผเข้าไปทางจันในพริบตาเดียว
ปลายมีดอาคมในมือพี่เมฆสะท้อนแสงเทียนเป็ทางแหลม แล้วฟาดลงบนใยสีทองที่พันขาของจันอย่างแรง
เสียงกระทบครั้งแรก…
ดังสั้นๆ เหมือนเหล็กกระแทกแก้วหนา
ใยนั้นไม่ขาด
แม้ปลายคมจะฝังลงไปแล้วก็ตาม
จันร้องเสียงสั่นเพราะแรงดึงจากในความมืดรั้งขาเขาแรงขึ้นจนผมเห็นแผ่นหลังเขาเกร็งจนสั่น
“ตัด…ตัดมันทีพี่เมฆ!! มันเจ็บ…มันจะลากผมไปแล้ว!”
พี่เมฆกัดฟัน เขาไม่ตอบ หัวคิ้วขมวดแน่นเหมือนกำลังใช้ทั้งเรี่ยวแรงและสติทั้งหมดรวบเป็หนึ่งเดียว
ใยสีทองวาววับในเงาสลัว
มันไม่ใช่เส้นใยธรรมดาเลย
มันเต้นตุบๆ เหมือนมีชีพจรของตัวเอง
พี่เมฆเงื้อมีดขึ้นอีกครั้ง
ฟันสับลงไปเต็มแรง—
ฉับ!
ยังไม่ขาด…
แต่บางส่วนแตกกระจายเป็เส้นฝอยเหมือนเส้นโลหะถูกเฉาะจนบิดงอ
ผมเห็นไหล่เขาเกร็งขึ้นจนเส้นเอ็นขึ้นเป็ลำ เขาดึงมีดกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว และฟาดเป็ครั้งที่สาม
ครึด…ฉีก…
เสียงนั้นดังเหมือนเนื้อโลหะถูกงัดออกจากกัน
แล้วเส้นใยสีทองก็ขาดผึงออก…!
จันร้องออกมาสั้นๆ เหมือนคนที่เพิ่งถูกปลดบ่วงให้หายใจได้อีกครั้ง
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะลุก
เงาอีกเส้นก็ฟาดลงมาจาก้าในทิศทางเดียวกับสายใยก่อนหน้า
เส้นใยใหม่พุ่งตรงลงมาอย่างรวดเร็ว
เร็วเกินกว่าจะเห็นต้นทางของมันด้วยซ้ำ
ผมเห็นปลายมันสะท้อนแสงเทียนเป็ประกายเหมือนเข็มอาบทองคำ
พี่เมฆคว้าคอเสื้อจันกระชากออกไปด้านหลังทันที
เส้นใยนั้นฟาดลงกับพื้นตรงตำแหน่งที่เขายืนเมื่อครู่
แรงกระแทกทำให้พื้นหินแตกเป็รอยแยกยาว
หัวใจผมเต้นดังในอก…
แรงจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองกระแทกขึ้นไปถึงกกหู
แมงมุมในความมืด…
มันไม่รีบ แต่ “จังหวะ” ของมันแม่นราวกับรู้ตำแหน่งของเราอยู่ตลอด
เมื่อเราทั้งสามถอยกรูดไปจนถึงกำแพงหินด้านหนึ่ง พี่เมฆก็ยกมือขวาขึ้น—
ห่วงนาคบาสก์คู่ที่ข้อมือเขาเปล่งแสงวาบ แล้วแยกตัวจากกันเหมือนงูเงินสองตัวที่สะบัดขยายร่างออกจากิัของเขา
มันพุ่งออกไปในความมืดพร้อมเสียงหวีดเบาๆ ที่ทำให้ผมขนลุก
เหมือนเจตจำนงของมันเองกำลังมองหาเหยื่อในเงามืด
ฟุบ!
เสียงกระทบอะไรบางอย่าง…แข็ง…หนัก
แต่ตามด้วยเสียงที่ผมไม่อยากได้ยินเลยในสถานการณ์แบบนี้
กึก…กึก…
เหมือนห่วงทั้งสองถูกดีดย้อนกลับมา
เหมือนมันกระแทกกำแพงเหล็กหนา
พี่เมฆรับมันกลับด้วยท่าทางฝืนข้อมือ
เส้นเืบนแขนเขาปูดขึ้นราวกับแรงสะท้อนนั้นมากเกินควร
“ไม่ได้ผล…”
เขาพึมพำต่ำมาก แต่ผมได้ยินชัดทุกถ้อยคำ
เหมือนทุกคำหนักพอจะทุบอากาศให้แน่นขึ้นรอบลำคอผม
แล้วเสียงนั้น…
เสียงเสียดสีกับผนังที่พวกเราได้ยินครั้งแรก…
มันดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้
มันใกล้กว่าเดิมอย่างน่ากลัว
ครืด…
ครืด…
ครืด…
ความมืดข้างหน้าสั่นไหว
เหมือนบางอย่างกำลังค่อยๆ ชันตัวขึ้น
ผมรู้สึกถึงเงามืดขนาดมหึมาที่กำลังขยับเข้าใกล้พวกเรา
แม้ยังไม่เห็นมันเต็มตา แต่เสียงลมหายใจของมันชัดเจน
ชัดจนได้ยินก้องในโพรงอกของตัวเอง
จันสะอื้นเผลอหลุดออกมาเบาๆ
พี่เมฆยกมีดขึ้นอยู่หน้าตัวเอง
และผม…
ผมก็ทำได้แค่ยกมือทั้งสองกำเทียนอาคมไว้แน่น
เหมือนมันคือเสาเข็มสุดท้ายก่อนถ้ำนี้จะกลืนพวกเราลงไปทั้งเป็
ในจังหวะที่เงามืดนั้นยังคงขยายใหญ่…
ยังคงคืบคลาน…
และอากาศตรงหน้าหนักจนหายใจแทบไม่เข้า—
เงาของ “ขา” อีกข้างก็ยกสูงขึ้นเหนือหัวพวกเรา…
เหมือนมันกำลังเลือก…
ว่าจะสับลงมาที่ “ใคร” ก่อน...?!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)