“ข้าเข้าใจแล้วทำตามอย่างที่ท่านไท่เป่ากล่าวก็แล้วกัน”
ท่าทางหัวอ่อนเช่นนี้แม้อยากต่อว่าเวินจ้านก็หาทำได้ลง “พ่ะย่ะค่ะเช่นนั้นเราก็ควรไปเยี่ยมเยียนท่านอาจารย์เฝิงก่อน ถึงอย่างไร เขาเองก็เป็นผู้ร่วมรับเคราะห์ไปกับองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม…” เยี่ยนฉู่ส่งเสียงตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าใดนักหากแต่เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาอันดุดันของไท่เป่าก็เงียบเสียงลง
ไท่เป่าว่ากล่าวเขาไม่ได้จึงคิดจะไปว่ากล่าวท่านอาจารย์แทนเช่นนั้นหรือ หากเป็นเช่นนี้ท่านอาจารย์คงต้องโมโหเขาจนแทบกระอักเลือดแน่…
ดั่งคาดเมื่อเฝิงเจิ้งชูได้ยินว่าเวินจ้านมาก็รีบให้คนปิดประตู ไม่อนุญาตให้เวินจ้านเข้า ตอนนี้ตนกับเวินจ้านยังมีเดิมพันกันอยู่หากเจ้าเฒ่าน่าตายนี่มาหาถึงที่ ไม่แน่ว่าอาจจะมาเพื่อเยาะเย้ยตนเป็นแน่
“พวกเจ้าขวางเอาไว้ข้าไม่อยากพบ!” เฝิงเจิ้งชูเดินวนเวียนอยู่ในห้องอย่างร้อนใจทั้งที่ก็รู้ว่าคนของตนนั้นไม่มีอำนาจใดที่จะขวางเวินจ้านไว้ แต่เขาก็ยังคงคาดหวัง “เสี่ยวเอ้อร์เร็วเข้า ไปรับหน้าเขาแทนข้าที หากเรื่องนี้ เจ้าทำไม่สำเร็จ ต่อไปอย่าได้มาให้ข้าเห็นหน้าอีก”
“นายท่าน…” เสี่ยวเอ้อร์ส่งเสียงสิ้นหวังออกมา “คนที่ท่านยังห้ามไม่อยู่แล้วผู้น้อยจะห้ามได้อย่างไร…”
แม้ว่าเสี่ยวเอ้อร์จะไม่ยินยอมอย่างไรก็ยังคงถูกเฝิงเจิ้งชูดันออกไปนอกประตู เพียงแต่เพิ่งถึงแค่หน้าประตู ก็เห็นเวินจ้านกับองค์รัชทายาทเดินเข้ามาในจวนด้วยกันโดยมีฮูหยินกับคุณชายน้อยเดินเคียงข้าง
เวินจ้านเมื่อเห็นประตูห้องที่ปิดสนิทก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเขามองดูเสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตน “วันนี้ที่ข้ากับองค์รัชทายาทมาเป็นเพราะมีเรื่องอยากถามผู้เฒ่าเฝิงไม่ทราบว่าผู้เฒ่าเฝิงสุขภาพแข็งแรงดีหรือไม่?”
น้ำเสียงเปี่ยมด้วยพลังเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องให้เสี่ยวเอ้อร์ถ่ายทอดคำพูด ก็สามารถเล็ดลอดเข้าไปถึงหูของเฝิงเจิ้งชูได้
“เจ้าเฒ่านี่คิดว่าพาองค์รัชทายาทมาแล้วข้าจะยอมหรือฝันไปเถอะ!”
เฝิงเจิ้งชูตอบโต้อย่างเงียบๆอยู่ในห้องคนเดียว โดยไม่รู้ว่าเวินจ้านมาถึงหน้าประตูแล้ว
“มีใครบางคนกำลังเป็นเต่าหดหัวเดิมทีข้าก็ไม่ได้ถือเอาเดิมพันก่อนหน้านี้ใส่ใจด้วยซ้ำ” เวินจ้านมองดูเบ็ดและข้องใส่ปลาที่อยู่ตรงมุมผนังก่อนจะเดินไปหยิบขึ้นมา “ดูจากสภาพของคันเบ็ด คิดว่าคนบางคนคงฝึกฝนทุกวันสินะน่าเสียดาย หากไม่มีพรสวรรค์แล้วไซร้จะพยายามอย่างไรก็ไร้ประโยชน์!”
เวินจ้านตั้งใจพูดออกมาเสียงดังเพื่อให้คนที่อยู่ในห้องได้ยินอย่างชัดเจน มีหรือที่เฝิงเจิ้งชูจะไม่รู้ว่าคำพูดนี้จงใจพูดให้ตนฟัง
“เวินจ้าน! เจ้าเฒ่าน่าตายเจ้ามีสิทธิอันใดถึงมาบอกว่าข้าต้องทำสิ่งใด! พรสวรรค์ของข้ามีหรือต้องให้เจ้ามาบอก!” เฝิงเจิ้งชูพุ่งพรวดออกจากห้องทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้นเมื่อเห็นเขาถือเบ็ดตกปลาไว้ ก็รีบเดินเข้าไปหาทันที “คืนคันเบ็ดอันล้ำค่าของข้ามาเสีย!”
เวินจ้านโยนเบ็ดตกปลาในมือให้อย่างไม่แยแสเฝิงเจิ้งชูก็รีบรับไว้
“เห็นไหมก็ออกมาแล้วนี่ปะไร”
เมื่อเวินจ้านพูดขึ้นมาเฝิงเจิ้งชูถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหลงกลเจ้าเฒ่านี่เข้าให้แล้ว แม้ว่าตนจะถูกขนานนามว่าเป็นผู้หลักแหลมในด้านการศึกษาเพียงใดแต่สุดท้ายก็ยังสู้ผู้ที่เคยผ่านการกรำศึกในสนามรบเช่นเวยหวู่โหวเวินจ้านไม่ได้อยู่ดี
เยี่ยนฉู่ที่เห็นเฝิงเจิ้งชูโมโหหนักกว่าเดิมจึงรีบพูดขึ้นมา “ท่านไท่เป่า ท่านอาจารย์ข้าว่าเรารีบเข้าไปคุยกันด้านในกันดีกว่า”
เมื่อมีเยี่ยนฉู่อยู่ทั้งคู่ก็ไม่อาจทะเลาะกันต่อไปได้ให้ดูไม่ดีได้อีก แต่เฝิงเจิ้งชูก็ไม่วายแอบเหลือบมองเสี่ยวเอ้อร์ขณะเดินเข้าห้องตำราไปทำให้เสี่ยวเอ้อร์แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา
เวยหวู่โหวคือผู้ใดแค่ขัดรองเท้าให้เขายังไม่คู่ควรไฉนเลยจะกล้าเอ่ยห้าม อีกอย่างทั่วทั้งแคว้นต้าชาง ผู้ฝึกยุทธ์ล้วนเลื่อมใสเวยหวู่โหวอย่างน่าประหลาดแม้แต่ตนเองยังต้องสะกดกลั้นความเลื่อมใสที่มีต่อเวยหวู่โหวไว้ ไม่แสดงความชื่นชอบคลั่งไคล้ออกไปก็ถือว่าเก่งมากแล้ว ทั้งยังไม่ผิดต่อนายท่านด้วย
เยี่ยนฉู่บอกจุดประสงค์ในการมาเยือนจวนเฝิงกับเฝิงเจิ้งชู “ครั้งนี้ที่เวินไท่เป่ามาก็เพื่ออยากถามท่านอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องการลอบสังหารที่เกิดขึ้น”
เมื่อเห็นสายตาขององค์รัชทายาทเฝิงเจิ้งชูก็เข้าใจว่าจริงๆ แล้วองค์รัชทายาทเองก็ไม่ได้ยินดีจะมาที่นี่เดิมทีพวกเขาได้คุยกันไว้ว่าไม่ว่าถูกถามอย่างไรก็จะตอบเพียงไม่รู้ หากแต่ผู้ใดจะรู้ว่าฮ่องเต้กลับยกให้เป็นหน้าที่เวินจ้านเช่นนั้นแม้จะพูดหรือไม่อย่างไรก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ดี
ท่าทางเช่นนี้ขององค์รัชทายาทเห็นได้ชัดเจนว่าได้มอบอำนาจในการตัดสินใจให้ตนแล้ว
“มีสิ่งใดน่าถามกันเรื่องก็เป็นไปตามที่เจ้ารู้ ตอนนั้นข้ากลัวแทบแย่ แล้วจะรู้อะไรได้อีก?” เฝิงเจิ้งชูไม่มีทางร่วมมือกับเวินจ้านเป็นอันขาดแม้จะมีสิ่งที่สงสัยอยู่หรือรู้บางเรื่องจริงๆก็ไม่คิดเปิดทางให้อีกฝ่ายได้ทำงานสะดวกเช่นนั้น อย่างไรก็ต้องทำให้อีกฝ่ายตกที่นั่งลำบากดูเสียหน่อย
เมื่อได้ยินคำพูดที่ดูโง่งมของอีกฝ่ายเวินจ้านก็รู้ได้ทันทีว่าเฝิงเจิ้งชูจะต้องรู้ที่มาของคนเหล่านั้นแน่ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเป็นฝั่งของมือสังหารหรือฝ่ายที่เข้ามาช่วยเหลือก็เท่านั้น
“เฝิงเจิ้งชูเจ้าเลิกแสดงท่าทีเช่นนี้ต่อหน้าข้าเสียที ทรงเป็นพระบัญชาของฮ่องเต้ เรื่องนี้จำต้องมีการลงโทษอย่างเด็ดขาดไม่ว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร หากเพียงสืบพบ ย่อมไม่อาจละเว้นได้!”
เฝิงเจิ้งชูสีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมากระทั่งเยี่ยนฉู่เองก็ตกใจกับการตัดสินใจเช่นนี้ของฮ่องเต้เสวียนหวู่
“ฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยเช่นนี้จริงหรือ? แล้วหากคนผู้นี้เกี่ยวพันกับถึงคนในวังเล่า?”
“เจ้าไม่ต้องหยั่งเชิงข้าฝ่าบาททรงตรัสเช่นไรก็เป็นเช่นนั้น ไม่มีการยกเว้น!” ตอนที่เวินจ้านกล่าวถึงการยกเว้นเห็นได้ชัดว่าสายตาที่มองเยี่ยนฉู่กับเฝิงเจิ้งชูนั้นค่อนข้างไม่พอใจโดยเฉพาะการเน้นย้ำ ยิ่งแสดงให้เห็นว่ากำลังหมายถึงพวกเขาทั้งสอง
ถึงแม้สถานะของเยี่ยนฉู่จะสูงศักดิ์แต่ในฐานะผู้เยาว์ทั้งยังเป็นศิษย์ของคนทั้งสองด้วยแล้วแม้จะไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเวินจ้านก็ยังเชื่อฟัง แต่กับเฝิงเจิ้งชูนั้นไม่ใช่เขาจ้องมองเวินจ้านก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
“ฝ่าบาททรงตรัสเช่นไรก็เป็นเช่นนั้นแล้วใยเจ้าต้องเอ่ยประชดประชันขึ้นมา อีกอย่างทุกคนย่อมมีวิธีในการจัดการเรื่องราวแตกต่างกันเหตุใดต้องฟังเจ้าเวินจ้านแต่ผู้เดียว?”
เวินจ้านหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าเอ่ยเมื่อใดว่าต้องฟังข้าแต่เพียงผู้เดียวที่เจ้ารู้สึกว่าสิ่งที่ข้าเอ่ยประชดประชันนั่นมันเป็นปัญหาของเจ้าเอง ไม่เกี่ยวอันใดกับข้า!”
เฝิงเจิ้งชูโมโหจนอึดอัดแต่กลับตอบโต้อันใดไม่ได้ เขารู้สึกว่าตนได้พ่ายแพ้ต่อคนสกุลเวินเสียแล้ว ทั้งเวินจ้านและเวินเซวียนอี้เวินจ้าน มักทำให้เขาโมโหจนเถียงไม่ออก ส่วนเวินเซวียนอี้แม้จะคล้ายกับเวินจ้านผู้เป็นบิดาแต่ก็ดีกว่ามากตรงที่รู้จักพอเมื่อถึงเวลา
เหมือนรู้สึกว่าเฝิงเจิ้งชูยังโมโหไม่สุดจึงเอ่ยถึงการเดิมพันก่อนหน้านี้ขึ้นมา “คงไม่ใช่ว่าที่เจ้าแกล้งทำเป็นโมโหคงคิดว่าข้าจะลืมเดิมพันก่อนหน้านี้หรอกนะ?”
“ฮึ ไม่รู้ว่าผู้ใดกันแน่ที่กลัวแพ้จนต้องวิ่งโร่ไปถึงเมืองชิงหยางข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเจ้ามีสหายที่เมืองชิงหยาง อายุเจ้าก็ปูนนี้แล้วเหตุใดจึงยังทำตัวเหมือนเด็กน้อยอยู่อีก แม้เจ้าจะแพ้ คิดว่าข้าจะหัวเราะเยาะเจ้าเช่นนั้นจริงหรือ?”
เฝิงเจิ้งชูขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจ้าแก่น่าตายนี่ หากไม่มีรอยยิ้มเช่นนั้นบนใบหน้า เขาคงเชื่อคำพูดนี้ไปแล้ว อันใดคือไม่อยากหัวเราะเยาะเขาเห็นชัดๆ ว่าต้องการเยาะเย้ยเขาชัดๆ!
“ฮึข้าไม่ใช่คนชอบเล่นสกปรกเหมือนใครบางคน อีกอย่าง ข้าจะมีคนรู้จักที่เมืองชิงหยางหรือไม่แล้วเกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย? เจ้าวางใจได้ครั้งนี้ข้าจะต้องทำให้เจ้าได้เปิดหูเปิดตาเป็นแน่!”
เมื่อเห็นเฝิงเจิ้งชูมั่นใจเช่นนี้เวินจ้านจึงถาม “อะไรกัน หรือตอนนี้ตกได้ปลาทุกครั้งแล้วหรืออย่างไร?”
-----