ณ สถานที่ลับสุดยอด มืดมิด เงียบเหงาวังเวง มีเสียงนกกลางคืนร้องอยู่ 1-2 ตัว มีชายวัย 50 ท่าทางไม่สมชายเดินมากับชายอีกคนหนึ่งที่องอาจผ่าเผยแขนลำสันเขามีดาบใหญ่มากพกติดตัวมาด้วย พวกเขาคือขันทีและแม่ทัพปลอมตัวมา
"ท่ะ...ท่านแม่ทัพ ช่ะ...ใช่ที่นี่แน่หรือ?"
แม่ทัพไม่พูดแต่มือข้างหนึ่งกำด้ามดาบไว้แน่น เพราะเขารู้สึกได้ถึงฝูงสัตว์ร้ายมากมายกำลังจ้องพวกเขาอยู่
และแล้วคบไฟก็ลุกพรึ่บ แสงสลัวๆนั้นทำให้เห็นชายชุดดำซึ่งหลายร้อยคน ขันทีตกใจมาก คนพวกนี้มาตอนไหน? ทำไมถึงอยู่ใกล้ชิดพวกเราได้ขนาดนี้
แม่ทัพยังไม่ชักดาบออกมา แต่เขามองด้วยแววตาหวั่นเกรงอยู่ 1 ส่วน จำนวนคนมากขนาดนี้หากตกลงกันไม่ได้ต้องตีฝ่าออกไป ต่อให้ใช้เจ้าขันทีโง่นี่เป็นเกราะกำบังก็ตาม ข้าคงเสียแขนและขาอย่างน้อย 1 ข้างเป็นแน่
แล้วเขาก็สะดุ้งเฮือก เมื่อ บุคคล 6 คนโผล่มานั่งบนเสา, ต้นไม้, ลัง แม่ทัพสังเกตุว่า แม้แต่เหล่าชายชุดดำมองก็มอง 6 คนนี้ด้วยแววตาหวาดกลัว
คนหนึ่งเอามือลูบคมมีดสั้นไปมาและเลียมันราวกับสัตว์เลียขนให้ลูกด้วยความรัก เขาก็คือเลี่ยเวินนั่นเอง และเขาพูดว่า
"ไม่คุ้นเลยว่ะ ต้องทำงานร่วมกับพวกขุนนางแบบนี้"
"ทุกทีเคยแต่เชือดหมูสกปรกอย่างพวกมัน!"
อิงเหรินพูด
"เจ้าเบาๆหน่อย ลูกค้ากลัวหมดแล้ว"
อีกคนหนึ่งที่มีงูพิษพันคอพูดว่า
"ยังไม่ได้เงิน ก็ยังไม่ใช่ลูกค้า ยังเชือดได้"
แม่ทัพมือสั่นนิดๆชักดาบใหญ่ชี้ไปทางเลี่ยเวิน
"นายข้าได้ตกลงกับผู้นำเจ้าแล้ว ขี้ข้าสวะอย่างพวกเจ้ามีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่ง!"
เพล้ง!
ดาบนั้นหักโดยไม่ทันรู้ตัว แม่ทัพใบหน้าซีดเผือก เขาหันไปมองด้านข้าง
เป็นชายชุดดำร่างเล็กมากในมือเขามีเพียงก้อนหินก้อนเล็กๆมากมายโยนเล่นไปมา
"เป็นไปไม่ได้! ดัชนีทลายสวรรค์!"
คนที่ 5 เป็นผู้หญิง เธอหน้าตาสวยงาม แต่งชุดหญิงคณิกา ถือร่มสีดำ
"ชายไม่ใช่ชาย ไร้น้ำยา ข้าเหม็นสาปกลิ่นสัตว์สองเพศนี่จัง ฆ่าได้ไหม?"
ขันทีไมพอใจชี้หน้าไปที่เธอ
"ชิชะ นั่งโสเภณีร่าน ช่างบังอาจนัก! ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง"
"หึ! สูงกว่าข้าก็มีแค่ชายที่ทาบทับบนตัวข้า อกข้า ท้องข้า ขาข้า กดลิ้นลงในปากข้า มอบความสุขให้ข้า"
"แต่เจ้าผู้ซึ่งไร้ความเป็นชาย แม้แต่นิ้วเท้า เจ้าก็อย่าว่าจะได้ใช้ลิ้นสัมผัส"
"นังชั่ว!"
"อ๊ะ!"
ทันใดนั้นมีดาบทาบคอขันที แม่ทัพหันมอง แม้แต่ข้าก็ไม่รู้ตัวว่าเขาเข้ามาใกล้เพียงนี้ ชายผู้นี้เท้าเงียบยิ่งกว่าเท้าแมวเสียอีก
ชายชุดดำนั้นคือเลี่ยหยาง แววตาเขาเย็นชาไม่ขี้เล่นสนุกสนานเหมือนตอนอยู่กับไป๋เยว่หลิง
หญิงสาวคณิกายิ้ม
"เจ้าแก่(ขันที) เจ้าควรขอบคุณเขานะ ฮิฮิ"
"เพราะหากเจ้าพูดอีกคำเดียว ลิ้นเจ้าขาดแน่!"
ขันทีตาลุกวาว เขาเพิ่งสังเกตเห็นเส้นใยบางเฉียบตรงหน้าเขาตอนมันต้องแสงจันทร์ มันถูกขึงไว้ตอนไหน นังผู้หญิงนั่นมันเป็นนักฆ่า!
ขันทีจึงยอมสงบ เลี่ยหยางเอาดาบออกจากคอเขา และหันมาคุยแม่ทัพ
"งานของนายเจ้า ผู้นำเราตกลงแล้ว เจ้าควรมอบสิ่งนั้นมาแล้วรีบไปซะ"
แม่ทัพพยักหน้า เขาเอากระดาษม้วนหนึ่งในอกออกมายื่นให้
"ข้าขอตัว!"
ทั้งสองโค้งศีรษะให้กันก่อนจะเดินจากไป
เลี่ยหยางทำสัญญาณมือ พวกเงาทั้งหมดก็หายไปกับความมืด เหลือแค่อีก 6 คนที่เข้ามาหา ทุกคนเอาหน้ากากออก
คนตัวเล็กที่ถือก้อนหินเข้ามากอดเลี่ยหยาง
"พี่ชาย คิดถึงมากๆเลย ฮือๆ"
เลี่ยหยางลูบหัวเขาด้วยแววตารักและเอ็นดูที่สุด
"กลับมาแล้วหรือ?"
"นานแล้วนะที่พวกเรา 7 ดาวเหนือไม่ได้มาพร้อมหน้ากันแบบนี้"
เลี่ยหยางถามอิงเหริน
"ผู้นำล่ะ?"
อิงเหรินตอบว่า
"พ่อเจ้ากำลังมา พรุ่งนี้เริ่มปฏิบัติงานเจ้าจะได้เจอเขา"
เลี่ยเวินเกาศีรษะแกร่กๆ
"ให้ตายสิ ไม่รู้พรุ่งนี้จะตายอีกเท่าไหร่ บางที...อาจรวมถึงพวกเราในนี้ด้วย"
"นั่นใคร!"
มีดสั้นเลี่ยเวินพุ่งไปแต่ถูกปัดออกง่ายดาย แล้วชายชุดขาวใบบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็งก็เดินเข้ามา
หญิงคณิการีบวิ่งเข้าไปกอดไป๋เยว่หลิง
"หล่อจังเลย พรุ่งนี้ข้าคงต้องตายแล้ว คืนนี้ช่วยให้ข้าสมปราถนาหน่อยนะคุณชาย"
นางเอามือลูบไปทั่ว มือจับอก ยกเข่ามาสีเป้าคุณชาย แถมเอาลิ้นเลียแก้มเยว่หลิงด้วย เลี่ยหยางหวงรีบเข้าไปดึงนางออกมา
"แหมๆ หวงจังนะ นิดหน่อยก็ไม่ได้"
ชายที่ไม่พูดชี้กระบี่ไปทางเยว่หลิงและพูดครั้งแรก
"คนนอกต้องตาย"
"เจ้าน่ะสิจะตาย! ฝีมือเขาเข้าเขตปรมาจารย์กระบี่ไปแล้ว"
เป็นเลี่ยเวินและอิงเหรินพูดพร้อมกัน พวกเขาหันหน้ามามองกันอย่างเขินๆ
ไป๋เยว่หลิงพูดหน้าตาเฉย
"ข้ารู้แล้วว่าพวกเจ้าจะฆ่าใคร?"
ทุกคนหันหน้ามาค้อนใส่เลี่ยหยางๆหัวเราะแหะๆ ก็ข้ากับหลิงหลิงเราไม่มีความลับต่อกันเนอะ
เลี่ยเวินถอนหายใจ
"เจ้านี่นะ ถ้าพ่อเจ้า(ผู้นำ)รู้เรื่อง เจ้าโดนลงโทษแน่!"
อิงเหรินพูด
"ข้าว่าดีแล้วที่ได้คุณชายไป๋มาช่วย เพราะเจ้าเฒ่านั่น(เจ้าตระกูลไป๋)ยากจะรับมือ"
"หึ! ถ้าพวกเรา 7 คนรุมมันๆก็ต้องตายแหละวะ"
เยว่หลิงถอนหายใจพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาราบเรียบ
"พวกเจ้าทั้งหมดตายแน่..."
ทุกคนหันมามองไป๋เยว่หลิง แม้แต่เลี่ยหยางก็สนใจ
คือที่เขารู้กันมา เจ้าตระกูลไป๋คือสุดยอดปรมาจารย์กระบี่แห่งอาณาจักรมายาวนาน แต่กลับไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิตมาเล่าให้ผู้อื่นฟังได้เลยว่าเขาใช้วิชากระบี่อะไร?
"เขาเก่งแค่ไหน?"
เยว่หลิงหันหลัง ใช้วิชาปราณกระบี่อะไรสักอย่าง ปล่อยปราณไปฟันต้นไม้ใหญ่ขาดครึ่งซึ่งล้มไปทางซ้ายและขวา ทุกคนตกตะลึง
"นี่แค่ 1 ใน 10 ไม่สิ 1 ใน 100 ของวิชากระบี่เขา"
"ข้าเคยเห็นตอนยังเยาว์ เขาสอนท่านพ่อข้า"
"วิชากระบี่ปราณ/ล่องหน"
เลี่ยหยางถามเยว่หลิง
"ใช่กระบี่ที่เขาถือเมื่อตอนกลางวันนั่นไหม?"
"นั่นแค่กระบี่หลอก กระบี่เขาจริงๆมีเป็นร้อยๆเล่ม และพวกมันเป็นกระบี่ปราณ มองไม่เห็น ไร้รูป แต่ตัดคอพวกเจ้าได้พร้อมกันในพริบตา"
เลี่ยหยางถามต่อ
"วิชากระบี่จันทราของเจ้าเอาชนะเขาได้ไหม?"
เยว่หลิงมือกระบี่ในมือ
"ตั้งแต่เด็ก ข้าไม่เคยชนะท่านปู่ได้เลย"
"กระบี่ข้าเป็นปราณกระบี่เล่มเดียวขนาดใหญ่เน้นพลังทำลายล้าง"
"แต่กระบี่เขาเป็นปราณกระบี่ร้อยเล่ม เน้นเฉียบคม และแยกทิศทางกันได้"
"ข้า....ข้าทำอย่างเขาไม่ได้"
เยว่หลิงมือสั่นจนกระบี่ในมือร่วงตกพื้น เลี่ยหยางเข้าไปกอดปลอบใจ ทุกคนที่เหลือได้แต่มองหน้ากัน
"ไม่ได้การ! ต้องล่อเจ้าแก่นี่ออกจากคนผู้นั้น มิเช่นนั้นงานเราไม่มีทางสำเร็จ"
"ไปวางแผนกัน!"
แล้วพวกเขาก็เข้าไปในกระท่อมร้างแห่งหนึ่ง...