ชายวัยกลางคน ผู้เป็หัวหน้าเก็บสมุนไพร ถึงกับตบหน้าเรียกสติตนเอง เมื่อครุ่นคิดถึงเื่ลำบากใจ “ซวยแล้วไง! แล้วข้าจะไปบอกกับแม่หนู ซุ่ยปิง ว่าอย่างไรดีละทีนี้”
ด้านเฉินหนานที่ไม่ได้กลับลงมา แม้ท้องฟ้าจะมืดครึ้ม เต็มไปด้วยแสงสายฟ้า หมอกไอน้ำหนา ทำให้ตัวของเขาเริ่มเปียกชุ่ม เกือบไถลตกลงไปด้านล่าง
แกรก! ปัง! เศษหินตกกระทบลงมาเสียงดังกังวาน
พลันทำให้เฉินหนาน สูดลมหายใจเย็น เข้าไปลึกจนเต็มปอด “ฮึบ! ของจริงแล้วซินะ” เมื่อเหวี่ยงตัวขึ้นไปยังมุมตั้งฉาก ฝ่ากระแสลมปั่นป่วนบ้าคลั่งขึ้นไป
ทว่าเฉินหนานแทบไม่ได้สังเกต แรงฝ่ามือที่จับคว้าก้อนหิน ก้อนแล้ว ก้อนเล่า ของเขาฝากรอยฝ่ามือ สลักลึกลงไปบนก้อนหินแข็งเ่าั้
ไม่นาน้าสภาพอากาศฝนตกหนัก ก็เริ่มไม่เข้าท่า เข้าไปทุกที เฉินหนานจับเถาวัลย์ในฝ่ามือไว้แน่น รีบปีนป่ายขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ครั้นเจอซอกหน้าผาแตก พอแทรกตัว…เข้าไปหลบเลี่ยง ลี้ภัยอย่างไม่ลังเล
“ดันเจอฝนตกหนัก เข้าให้เสียได้” เฉินหนาน ครั้นกล่าวด้วยความเสียดาย
เสียงเปรี้ยง! ครื้น! ก็ดังสนั่นขึ้นมาไม่หยุดหย่อน ชนิดท้องฟ้าสว่างวาบ คล้ายสายฟ้าสาดเทลงมาไม่ขาดสาย หากอยู่ด้านนอกนานอีกนิด เกรงว่าร่างเขา ได้ดำไหม้เป็ตอตะโกแน่
เฉินหนาน ค่อยๆ กำหนดลมหายใจของเขาลง ช้าๆ สิ่งนี้ คงจะเป็สิ่งเดียว ที่ได้มาจาก่การฝึกฝน ภายในสำนักธาร์ เข้าสู่สภาวะจิตนิ่ง…ยังคงใช้การมันได้
อดไม่ได้คิดถึง ่เวลารอดพ้นความตาย จากขุมนรกนั้นกลับมาได้ ครั้นเห็นสัตว์อสูรตะขาบ กำลังผ่านตัวเขาไป เฉินหนาน พลางเอื้อมฝ่ามือ ออกไปหยอกล้อเ้าสัตว์อสูรตัวเล็ก อย่างไม่มีหวาดเกรง
“หากข้าไม่ได้สัตว์อสูรตัวน้อย อย่างพวกเ้าในวันนั้น ข้าคงตายตกไปแล้วเป็แน่”
พร้อมเฉินหนาน มองพายุ เกรี้ยวกราดด้านนอก ราวกับฟ้าพิโรธ ส่งเสียงหวีดหวิว จากคลื่นลมกระโชกกระแทกช่องผา พลางเอ่ยพึมพำกับตนเอง “เกรงว่าน้องสาวของข้าด้านล่าง บัดนี้คงจะฉุนเฉียว เดือดดาลไม่แพ้ท้องฟ้าแห่งนี้ เป็แน่”
เสี้ยวขณะสัญญาณสัตว์อสูรตะขาบตัวน้อย มันพลันส่งเสียงขยับเกล็ดกระตุ้นแรงคุกคาม เมื่อกัดปล่อยพิษ ใส่เ้าเฉินหนาน
ชายหนุ่มร้อง โอ๊ย! จับตะขาบไม่เชื่องมือ กัดกินอย่างไร้ ความปรานี “เ้ากล้าปล่อยพิษใส่ข้า…ข้าก็จะกัดกินเ้า”
เมื่อจิตใจเฉินหนาน คล้ายคนจิตวิปริต ตายด้านชาไปบางส่วนแล้ว เขาจะเผยสายตาดุร้าย เมื่อมองฝ่ามือโดนตะขาบพิษกัด ค่อยๆ ปรากฏเกล็ดแข็งของแมลง เหมือนตอนนั้นขึ้นมา
เฉินหนาน มองพิจารณาพิษแล่นพล่านอยู่ชั่วครู่ใหญ่ เมื่อปราณพลังโกลาหล ด้านลบเริ่ม ไหลตลบทั่วสารพางค์กาย จางๆ ขึ้นมาไม่ขาด
ฟ้าผ่า พายุ ค่อยๆ เบาบางลงไป ช้าๆ
“ได้โอกาสแล้ว!” เฉินหนานรีบโผล่ตัวจากซอกหิน จับแง่หินแหลมน้อยใหญ่ ออกแรงฝ่ามือ บดขยี้ก้อนหินขึ้นไป้าอย่างรวดเร็ว
สภาวะที่ปรากฏปราณพลังโกลาหลไหลทั่วร่าง ส่งผลให้พละกำลังเฉินหนาน พุ่งขึ้นมาเป็100จิน จากแรงบดขยี้ ทว่าพลังนี้อยู่ได้ไม่นานเฉินหนาน พอได้เรียนรู้ จากสถานการณ์เป็ตายในตอนนั้น
“บางทีข้าอาจต้องฝึกฝน ในเส้นทางใหม่ ที่ยากลำบากสำหรับข้าเพียงคนเดียวแล้วกระมัง?” ก่อนเขาจะปีนป่ายหน้าผาสูง ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเก็บสมุนไพรอายุหลัก10ปี ใสไว้ภายในตะกร้าไม้ไผ่สาร…
ภายในหมู่บ้านฟ้าคำราม บัดนี้ซุ่ยปิงนางรู้สึกกระวนกระวายใจเป็อย่างมาก ตามคาดของเฉินหนานอย่างไม่มีผิดคาด ยังดีที่มีแม่เฒ่าชรา ภายในหมู่บ้าน เข้ามาปลอบโยนเด็กสาว ให้นางใจเย็นลงไปได้บ้าง…
…พร้อม่เช้า ผู้คนต่างก็มาเยือนยังจุดเก็บสมุนไพร โดยเฉพาะซุ่ยปิง กุมฝ่ามือของนางไว้จนแน่น
ชาวบ้านมาดู ต่างไม่อยากเห็นภาพ คนภายในหมู่บ้านตกลงมาจากหน้าผาสูง แล้วตายตก
เหตุการณ์เช่นนี้มักเกิดขึ้นบ่อย ใน่พิธีเปิดเส้นชีพจร
แต่มันผิดคาดพวกเขาไม่น้อย เมื่อไม่เห็นศพเ้าเฉินหนาน “หืม! หมายความว่าอย่างไร? ด้านล่างไม่มีศพเ้าเฉินหนาน ดำไหม้เป็ตอตะโก อยู่งั้นหรือ?”
ซุ่ยปิง เด็กสาวถึงกับกระทืบเท้า ใส่กลุ่มชายวัยกลางคน เก็บสมุนไพร ปัก! ปัก! “พวกท่านหมายความว่าอย่างไร?”
พวกผู้เฒ่าชรา ถึงกับยิ้มหน้าเจื่อน ก่อนเอ่ยเสียงไม่ค่อยแน่ใจขึ้นมา บอกกล่าวแม่หนูซุ่ยปิง ให้ใจเย็นลง “เฉินหนาน เขาอาจจะอยู่้า เ้าก็อย่าเป็ห่วงเขานักเลย”
แต่ภายในใจพวกชาวบ้าน ไม่คิดเช่นนั้นแน่ กลัวว่าเด็กหนุ่ม จะตายตกอยู่้าเสียมากกว่า
คำพูดนั้นกล่าวเสร็จผู้คนก็พากัน รีบเดินจากไป แม้แต่คนเก็บสมุนไพร ยังพากันหน้าตาเลิ่กลั่ก คล้ายกลัวความโกรธเกรี้ยวของเด็กสาว “แม่หนู เ้าเตรียมตัว เข้าพิธีเปิดเส้นชีพจร แท่นทำพิธีของหมู่บ้านในเย็นวันพรุ่งเถอะ เช่นนั้นพวกเราจะไปหาสมุนไพรมาให้เอง”
แม้ผู้เข้าสู่เส้นทางฝึกฝน ภายในโลกแห่งนี้ ยังใหม่สำหรับพวกเขา แต่เหล่าชาวบ้าน ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้ง กับพิธีการศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านในแถบนี้
ซุ่ยปิงได้แต่ยืนหน้ายุ่ง เพียงลำพัง เมื่อมองขึ้นไป้าหน้าผา เหมือนนิ้วมือแทงทะลุชั้นฟ้า
“พี่ชาย ท่านคงยังไม่ตายตก…ทิ้งข้าไปหรอกกระมัง?”