หลังจากผ่านวันนั้นไป จิรายุยังคงไม่มีโอกาสได้เข้าหาทำความรู้จักนภันต์อย่างที่ใจคิดเพราะตารางชีวิต่นี้กำลังยุ่งเหยิง
“ผู้จัดการคนใหม่ ยังไม่ได้เหรอครับพี่จิน” เขาถามจิน ชายหนุ่มที่อายุมากกว่าห้าปีผู้เป็คนขับรถของตัวเอง ในใจไม่ได้นึกแปลกอะไรนักเพราะรู้ดีว่าประธานบริษัทหรือก็คือแม่เลี้ยงของเขากำลังทำทีไม่สนใจชีวิตเขาต่างหาก
“เฮ้อ ยังเลย พี่เพิ่งเข้าไปถามทีมที่ดูแลเื่นี้ ทุกคนเอาแต่บอกว่าผู้จัดการคนใหม่ไม่ได้หาง่าย ๆ ถ้าเกิดเจอพวกที่เป็แอนตี้แฟนแฝงตัวมาเหมือนคนก่อน เดี๋ยวต้องเกิดเื่วุ่นวายอีกแน่ ๆ” คนตรงหน้าพูดด้วยความท้อแท้ใจและเหนื่อยล้าเพราะต้องรับบทเป็ผู้จัดการชั่วคราว
“อดทนอีกนิดนะครับ ประธานคงอยากหาคนที่ไว้ใจได้มาทำงานด้วย เพราะข้อมูลเที่ยวบิน ตารางงานของผมชอบหลุดออกสาธารณะอยู่เรื่อยเลย”
จิรายุพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนพบเจอเื่แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว พลันมองดูเบอร์แปลกที่ขึ้นในมือถือตัวเอง “พี่จิน ผมว่าเบอร์ส่วนตัวคงจะหลุดออกไปอีกแล้วล่ะครับ”
จินรีบหยิบมือถือของเขามาดูพลางถอนหายใจที่เห็นข้อความนับร้อยส่งเข้ามาไม่หยุด “เฮ้อ อันนี้เดี๋ยวพี่จัดการให้”
“ขอโทษด้วยนะครับที่พี่ต้องลำบากเพราะผม” จิรายุเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาราวตนเองเป็ต้นเหตุความวุ่นวาย “ถ้าพี่อยากย้ายไปทำงานกับคนอื่นในสังกัด ผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ"
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ” ชายหนุ่มเงยหน้ามองอีกฝ่าย “เราสองคนต้องผ่านมันไปให้ได้ พี่ไม่ทิ้งนายหรอก”
ผ่านไปพักหนึ่ง คนในกองก็มาตามจิรายุ บอกว่าอีกสิบห้านาทีให้เตรียมพร้อมถ่ายชุดต่อไป เขาจึงขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในอีกห้องหนึ่ง
ไม่น่าเชื่อเลยว่า ระหว่างทางไปจะบังเอิญเห็นพี่ชายกับคนรักอยู่ด้วยกันที่ห้องพักรับรอง
ในเมื่อนาน ๆ ทีจะได้มีโอกาสพบคนคนนั้น จิรายุจึงหยุดยืนอยู่ด้านหน้าห้องแล้วทำตัวเป็อากาศอีกครั้ง หากแต่เวลานี้บรรยากาศภายในห้องดูเย็นะเืเพราะบทสนทนาที่เปลี่ยนไปจากเดิมทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงหนึ่งเดือน
“ข่าวลือนั่น เื่จริงเหรอครับ” นภันต์เอ่ยถามคิรากรด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังเก็บอาการ
“ฉันจะไม่โกหกนายหรอกนะ แต่ว่าคุณแม่อยากให้ฉันแต่งงาน นายเข้าใจใช่ไหม” คิรากรเอื้อมมือลูบใบหน้าของนภันต์แ่เบา
“ถ้าอย่างนั้น เราคงต้องเลิกกันใช่ไหมครับ” เขาหวังว่าคิรากรจะเลือกตัวเองเพราะเห็นแก่ความรักที่ผ่านมา
“คงต้องเป็อย่างที่นายพูด” น้ำเสียงคิรากรเหมือนไม่รู้สึกอะไร “ขอโทษนะ”
“...”
“ถ้าเลิกกันแล้ว นายคิดว่าทำงานกับฉันต่อไม่ได้ ฉันจะบอกให้ผู้จัดการช่วยหา...”
“ทำได้ครับ แต่ว่าขอเวลาผมทำใจหน่อยเถอะนะ” นภันต์เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ คิดในใจว่าต้องแยกแยะเื่งานกับเื่ส่วนตัวให้ได้ แม้ว่าจะยากก็ตามที
พยานในเหตุการณ์ยังคงไม่เข้าใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็อย่างไรต่อไป และในเมื่อพวกเขาเลิกกันแล้ว จิรายุคงไม่มีเหตุจำเป็ให้ต้องทำความรู้จักกับนภันต์
“ถูกบอกเลิกแต่ยังทำหน้านิ่งแบบนั้นอยู่อีกเหรอ ข้างในใจจะรู้สึกอะไรหรือเปล่านะ” จิรายุพึมพำแล้วเดินจากไปทั้งอย่างนั้น ทิ้งความสงสัยเอาไว้แต่เพียงเท่านี้
เขาส่ายหน้าปล่อยเื่ราวที่เห็นให้ผ่านไปเพราะชีวิตเขาเองก็ยุ่งไม่น้อย ต้องจัดการตารางงานด้วยตัวเอง คอยหลบปาปารัสซี่หรือแม้กระทั่งแอนตี้แฟนสองสามคนที่คอยตามติดเขาเป็เงาเหมือนอย่างตอนนี้
เมื่อถ่ายงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงตรงดิ่งเข้าพักในโรงแรมที่ผู้จัดการชั่วคราวจองเอาไว้ให้
โรงแรมวีไอพีที่คนนอกไม่สามารถเข้ามาได้จึงมีความเป็ส่วนตัวสูง แขกที่เข้าพักล้วนเป็คนดังและไม่จำเป็ต้องกลัวว่าข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหลเพราะมาตรการเข้มงวด
จิรายุจึงปักหลักพักอยู่ในโรงแรมเกือบหนึ่งอาทิตย์เพราะคอนโดที่เคยอยู่มีแอนตี้แฟนดักรอพร้อมกับจดหมายเปื้อนเืหน้าประตูบ้าน
“นายอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ พี่กำลังหาที่อยู่ใหม่ให้” จินกระตุกคิ้วนึกโกรธที่ผู้จัดการคนเก่าเอาข้อมูลส่วนตัวของจิรายุไปขาย “ไว้ใจใครไม่ได้เลย ไอ้ผู้จัดการเฮงซวยนั่น”
“ไม่เป็ไรหรอกครับพี่ ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะย้ายครั้งสองครั้งสักหน่อย ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศก็แล้วกัน” เขายังคงรักษาภาพลักษณ์คนมองโลกในแง่ดีอยู่จนจินถอนหายใจอยากให้เขาโวยวายเพราะไม่ได้รับการดูแลดี ๆ จากบริษัทบ้าง
“นายไม่น่ามาเจอเื่พวกนี้เลย”
“พี่ครับ ครั้งนี้ขอคอนโดที่มีสระว่ายน้ำข้างในห้องได้ไหมครับ” จิรายุบอกเขาไปอย่างนั้นเพราะเห็นว่าพี่ชายต่างแม่ก็มีห้องชุดแบบเดียวกันอยู่
“ได้สิ เล็งย่านไหนเป็พิเศษไหม จริงสิ พี่ชายของนายก็อยู่ที่นั่นนี่นา” เขาเพิ่งนึกขึ้นได้จึงบอกไปตามตรง “สองพี่น้องอยากอยู่ใกล้กันหรือเปล่า”
“อย่าดีกว่าครับ” เขาเอ่ยปากบอกคนตรงหน้า “แอนตี้แฟนผมเยอะจะตาย ถ้ารู้ว่าพี่อยู่ที่นั่นคงต้องไปรบกวนพี่ด้วยแน่ ๆ เลย”
“จริงด้วย” จินพยักหน้าเห็นด้วยแล้วบอกว่า “ถ้างั้นพี่จะหาคอนโดแบบที่นายชอบไว้ให้ เอาไว้ได้เมื่อไหร่ก็ไปดูด้วยกัน”
“ขอบคุณครับ ถ้างั้นผมขึ้นห้องก่อนนะ เจอกันมะรืนนี้ครับ” เ้าตัวบอกลาเสร็จสรรพแล้วเดินไปขึ้นลิฟท์ตรงมุมซ้ายมือ
ที่แห่งนั้นมีบาร์ส่วนตัวเล็ก ๆ แอบไว้เป็มุมนั่งเล่นสำหรับแขกที่มาพักห้องพิเศษโซนนี้ คิ้วหนาเลิกขึ้นเพราะเห็นคนคุ้นตากำลังดื่มเหล้าอยู่เพียงลำพัง
“ไม่นึกว่าจะได้เจอ” เขาพึมพำแล้วเดินเข้าไปที่บาร์โดยไม่รู้ตัวพลางนั่งลงข้าง ๆ อีกฝ่าย เอียงคอมองคนที่หน้าแดงเล็กน้อย
“...” นภันต์หันมามองคนข้างกายเพราะรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังโดนจ้องอยู่
“...” คนจ้องไม่พูดอะไรเพราะสังเกตท่าทางคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสัยในใจ
“นาย... เอ่อ คุณจิรายุ” นภันต์ทักทายรู้ดีว่าเขาเป็ใคร “สวัสดีครับ”
“ครับ” เขายิ้มให้เหมือนเวลาที่คนอื่น ๆ ทักเขาและไม่คิดจะพูดอะไรอีกพลางสั่งเครื่องดื่มมานั่งจิบอย่างเงียบ ๆ ข้างนภันต์
“ขออีกแก้วได้ไหมครับ” คนข้าง ๆ สั่งบาร์เทนเดอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตอนนี้ทั้งใบหน้า หู คอ แดงจนกลบผิวสีน้ำผึ้งของเขาแล้ว
จิรายุยังคงนั่งมองอยู่อย่างนั้นจนเ้าตัวหันมาถาม “มีอะไรจะพูดกับผมไหมครับ”
“เปล่าครับ”
“ทำไมมองผมแบบนั้นล่ะ” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะรู้สึกถูกจ้องอยู่ตลอดเวลา
“อืม ผมแค่อยากรู้ว่าตัวคุณมีอะไรน่าสนใจน่ะ” คำถามแบบนี้ทำให้คนเริ่มเมานิ่วหน้า เบ้ปาก ทำสีหน้าอื่นนอกจากนิ่งเฉยเหมือนอย่างเคย
“ไม่รู้สิครับ” นภันต์กระดกเหล้าในแก้วจนหมดแล้วขอบาร์เทนเดอร์ให้รินเพิ่ม “สงสัยจะไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ผมก็แค่คนธรรมดานี่นา”
“...”
“ใครจะเหมือนพวกคุณล่ะ ถ้าไม่รู้จักกันผมนึกว่ากำลังฝันว่าขึ้น์ไปเห็นทูต์แล้ว” ชายหนุ่มหยุดพูดไปครู่หนึ่ง พึมพำกับตัวเองพลางนึกถึงเื่ราวในอดีตสด ๆ ร้อน ๆ ที่ได้คบกับคิรากร
จู่ ๆ น้ำตาก็ไหลเอ่อออกมาราวกับฝนร่วงโปรย เสียงสะอื้นทำให้จิรายุหันมามองคนข้างกาย
ตึกตัก ตึกตัก
หัวใจของจิรายุเต้นไม่เป็จังหวะจนเขาเองรู้สึกได้ว่า อ่า หัวใจคนเราเต้นแบบนี้ได้ด้วยสินะ
สายตาของเขาจับจ้องคนตรงหน้าพลันยิ้มมุมปากเอ่ยพึมพำ “สวยชะมัด”
“...” นภันต์ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นเพราะเมาได้ที่หลังจากดื่มหนักหลายแก้วติดกัน
ทว่า น้ำตายังรินอาบแก้มแดง แสงสะท้อนจากไฟในบาร์ทำให้หยดน้ำตาเปล่งประกายระยิบระยับ
จิรายุเอื้อมมือข้างหนึ่งจับใบหน้านภันต์โดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นตึกตักอย่างแปลกประหลาด แววตาทื่อ ๆ แวววาวขึ้นมาทันที นึกคิดไปแล้วว่าพี่ชายของเขาอาจจะเห็นสิ่งที่น่าสนใจในตัวของนภันต์เหมือนอย่างที่เขาเห็นก็ได้
“ทำไมถึงทิ้งกันได้ลงคอนะ ของสวยงามแบบนี้ต้องเก็บเอาไว้ไม่ให้ใครเห็นสิ” จิรายุจับแก้มคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยนแล้วบอกว่า “นายเมามากแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านก็แล้วกัน นภันต์”