บทที่ 18 นัดเจ็ดวัน!
"ท่านพี่ฉางอัน ท่านเข้าใจพี่ชายของข้าผิดไปแล้วกระมัง"
จีิเยว่เดินออกมาเอ่ยด้วยสีหน้าฉงน "พี่ชายของข้าเห็นท่านดั่งมือดั่งเท้า เรียกท่านว่าพี่ใหญ่เสมอมา เขาจะทำร้ายท่านได้อย่างไร"
ใบหน้างามของนางจีิเยว่ฉายแววไม่เชื่อ นางมองจีชางไห่พลางเอ่ยว่า "พี่รอง ท่านบอกท่านพี่ฉางอันสิว่า เื่ที่เขาหายตัวไปและถูก่ชิงพลังเื ไม่ใช่ท่านทำ!"
เฉินฉางอันไม่เอ่ยวาจา
จีชางไห่เองก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยเช่นกัน
ส่วนจีชางซานกลับมีสีหน้าเย้ยหยัน ภายในใจรู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด
จีชางไห่นั้นเก่งกล้าเกินไป จนทำให้ตำแหน่งรัชทายาทของเขาสั่นคลอน!
ยิ่งไปกว่านั้นยังคบหากับเฉินฉางอันดั่งพี่น้อง ทำให้เขาขาดความมั่นคง!
บัดนี้… สถานการณ์เช่นนี้คือสิ่งที่เขาปรารถนา!
ณ ลานประลอง ยุทธานั้นแสนเข้มข้น พลิกผันจนยากจะคาดเดา
เหล่าศิษย์ในสำนักต่างตะลึงงัน ยากจะควบคุมความรู้สึกที่ปั่นป่วนในใจ
แต่เหล่าศิษย์ตระกูลเฉิน ทั่วทุกสายตาที่จับจ้องไปยังองค์ชายรอง ล้วนเปล่งประกายแห่งโทสะ!
หากว่าคุณชายใหญ่ของพวกเขาต้องมาพบจุดจบเช่นนี้ด้วยน้ำมือขององค์ชายรอง พวกเขาย่อมเป็กลุ่มคนแรกที่โกรธแค้นที่สุด!
ณ มุมหนึ่งของลานประลอง
ท่านเ้ากรมต้วนมู่ฉางนั้นกายเย็นเยียบ
ด้วยเหตุที่ท่านรองแห่งตระกูลเฉิน ได้ปลดปล่อยจิตสังหารแผ่ปกคลุมรอบกายของเขา
ในใจของเขานั้นทั้งเสียใจและวิตกกังวลยิ่งนัก!
"องค์ชายรองเอ๋ย องค์ชายรอง เหตุใดท่านจึงได้ทำเื่โง่เขลาเช่นนี้ลงไป ในเมื่อมีความสัมพันธ์อันดีกับคุณชายตระกูลเฉินแท้ ๆ!"
"ในยามนี้ วิธีการเดียวคือการสละองค์ชายรอง เพื่อสงบความโกรธของตระกูลเฉิน..."
คิดในใจแล้ว ต้วนมู่ฉางเต็มไปด้วยความขมขื่น กล่าวว่า "ท่านรอง ข้าจะให้คำอธิบายแก่ตระกูลเฉินเอง!"
พูดแล้ว เขาก็เดินออกไปก้าวเข้าสู่สนามประลอง
"เฉินฉางอัน การประลองระหว่างเ้ากับองค์ชายรอง จะจัดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้าเป็อย่างไร?”
“เพราะเ้าประลองมาตลอดจนพลังของเ้าใกล้หมดแล้ว จะให้เขาได้เปรียบไม่ได้ใช่หรือไม่?"
เมื่อคำพูดของต้วนมู่ฉางกล่าวออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างหันมามองเขาทันที
"ที่แท้ก็คือต้วนมู่ฉาง!"
"เขามาแล้ว ในที่สุดก็มาถึง ดีจริง ๆ!"
"คารวะท่านเ้าสำนัก!"
ผู้คนมากมายต่างพากันทำความเคารพ
ต้วนมู่ฉางไม่ได้สนใจ แต่กลับมองไปที่เฉินฉางอัน แล้วพูดเบา ๆ ว่า "เฉินฉางอัน เชื่อข้าเถิด เ้ากับองค์ชายรองค่อยประลองกันอีกเจ็ดวันข้างหน้า ดีหรือไม่?"
เฉินฉางอันหรี่ตามอง
เขาใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน เขาก็เข้าใจแผนการของต้วนมู่ฉาง!
ตอนนี้เขาได้ทำให้ตระกูลหลิ่ว ตระกูลหวัง ตระกูลอู่ และตระกูลหลิว ทั้งสี่ตระกูล ไม่พอใจ!
และ… ยังมีตระกูลจวินอีกด้วย!
หากในเจ็ดวันนี้ ตระกูลเฉินของเขาไม่ถูกทำลาย พวกเขาอาจจะต้องยอมสละองค์ชายรองจริง ๆ ก็เป็ได้!
ท้ายที่สุด แม้แต่เชื้อพระวงศ์อย่างตระกูลจี ก็ยังต้องคำนึงถึงโทสะของตระกูลเฉิน
ในขณะนั้นเอง เฉินฉางอันก็ได้รับการสื่อสารจากท่านรองของตระกูล
จากนั้นเขาก็ค้อมศีรษะลงเล็กน้อย เอ่ยว่า "เช่นนั้น ข้ายอมให้มันมีชีวิตต่ออีกเจ็ดวัน!"
วาจาที่แสนอหังการ ยโสโอหังถึงเพียงนี้!
ราวกับว่าสายตาของเขาไม่เคยมีองค์ชายรองอยู่เลยแม้แต่น้อย!
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจก็คือ ต้วนมู่ฉางก็ยังคงไม่แสดงความโกรธออกมา เพียงแต่ดึงแขนจีชางไห่ผู้ซึ่งใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยโทสะ จากไปอย่างรวดเร็ว!
จีชางซานมองไปที่เฉินฉางอัน ก่อนจะหันไปมองจีชางไห่ที่จากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง ภายในใจกลับรู้สึกเบิกบานอย่างหาที่เปรียบมิได้ ในที่สุดเขาก็กลับไป
ณ ที่นั้น สายตาที่ผู้คนจ้องมองเฉินฉางอันล้วนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!
สังหารบุตรชายและบุตรสาวตระกูลหลิว ตระกูลหวัง และตระกูลอู่ ทั้งสาม ตลอดจนอาจารย์อีกสี่คน แล้วยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีขององค์ชายรอง แต่เฉินฉางอันกลับไม่เป็อะไรเลยสักนิด!
แม้แต่เ้าสำนักก็ยังยอมประนีประนอมกับเฉินฉางอัน!
ฮือฮา!!
ผู้คนต่างพากันตกตะลึง
แต่เหล่าศิษย์ตระกูลเฉินล้วนตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก
"ท่านพี่ ท่านคือเทพเ้าของข้า!"
เฉินเสวียนเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
"คุณชายใหญ่ พวกข้าขอเอาท่านเป็แบบอย่าง!"
"คุณชายใหญ่ พวกข้าจะตั้งใจฝึกฝน ไม่ทำให้ตระกูลเฉินต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงขอรับ!"
เหล่าศิษย์ตระกูลเฉินต่างมีกำลังใจฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น
เฉินฉางอันมองดูพวกเขาด้วยสีหน้าอ่อนโยนดังเดิม "พวกเรากลับกันเถอะ"
"ขอรับ!"
ทุกคนต่างพยักหน้ารับคำ และพากันเดินล้อมรอบเฉินฉางอันออกจากสนามประลองไป
"ท่านพี่ฉางอัน"
หน้าประตูสถาบัน จีิเยว่รีบวิ่งตามมา
เฉินเสวียนเมื่อเห็นดังนั้น ก็นำพาผู้คนที่เหลือเดินจากไปก่อน
"ท่านพี่ฉางอัน พี่ชายของข้าเขา..." จีิเยว่กำลังจะขอร้อง แต่เมื่อสบตากับเฉินฉางอันที่เ็า ทำให้นางกลับหุบปากสนิท
จากนั้นนางจึงหยิบแหวนมิติออกจากอก แล้วยื่นไปให้เฉินฉางอันแทน "ท่านพี่ฉางอัน นี่เป็ของสำหรับท่าน"
เฉินฉางอันหรี่ตามอง ใช้จิตสำรวจเข้าไปในแหวนมิติ พบว่าข้างในมีหินิญญาถึงหมื่นก้อน!
ทั้งยังยังมีสมุนไพรล้ำค่าอีกหลายชนิด!
"ท่านพี่ฉางอัน นี่เป็น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของข้า… หวังว่า… ท่านจะรับไว้" จีิเยว่กล่าว พลางก้มหน้า
หากเป็เมื่อก่อน… เฉินฉางอันคงปฏิเสธโดยพลัน แต่บัดนี้...
“ขอบน้ำใจ!”
เฉินฉางอันรับแหวนมิติมาพลางกล่าวว่า “แต่เ้าก็คือเ้า องค์ชายก็คือองค์ชาย ข้าแยกแยะออก ความเมตตาที่เ้ามอบให้ ข้าย่อมตอบแทนเ้าเป็อย่างอื่น!”
“เอ่อ...” จีมี่งเยว่ ตั้งใจจะกล่าวสิ่งใดบางอย่าง แต่พบว่าเฉินฉางอันจากไปเสียแล้ว
“เขา... เขากลับรับทรัพยากรที่ข้ามอบให้… แต่หากว่าพี่ชายของข้า เป็ผู้่ชิงพลังของเขาจริง ๆ... เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรดี?”
ในใจของจีิเยว่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ดวงตางดงามสั่นไหวอย่างรุนแรง...
ตระกูลเฉิน
ห้องโถงประชุม
"เหตุใดท่านจึงให้เลื่อนการประลองระหว่างข้ากับองค์ชายรองออกไปเป็เจ็ดวันภายหลัง"
เฉินฉางอันทอดสายตามองบุคคลทั้งสิบภายในท้องพระโรง สีหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความเคารพ
ทุกคนต่างยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดู
เื่ราวที่เฉินฉางอันก้าวข้ามศีรษะผู้อื่น ณ สำนักต้าโจวได้แพร่สะพัดออกไป ทำให้ทั่วทั้งวังหลวงต้าโจวต่างสั่นะเื
ชื่อเสียงของเฉินฉางอันดังกระฉ่อนยิ่งกว่าปีก่อน
ไม่ว่าจะเป็คำเล่าลือถึงความโอหังอวดดี หรือแม้แต่พลังอำนาจอันล้ำเลิศ ล้วนถูกเล่าขานไปทั่ว
ทว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่เื่ที่ตระกูลเฉินจะใส่ใจ ขอเพียงเฉินฉางอันและเหล่าสมาชิกตระกูลเฉินไม่ถูกคนอื่นรังแกก็เพียงพอแล้ว
"เพราะพวกเปรตปีศาจมีมากนัก ร้องเรียกอยู่ได้ทุกวี่วัน หากมาทีละคนก็ชวนน่ารำคาญยิ่งนัก"
"ดังนั้นปล่อยให้พวกมันเตรียมตัวมา แล้วค่อยมาตายพร้อมกันเสียเลย พวกเราก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยอีก"
ผู้าุโลำดับที่สองกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางกวัดพัดขนห่านอยู่ในมือ
เฉินฉางอันหรี่ตาลงอย่างรวดเร็ว ครุ่นคิดจนเข้าใจความนัยของผู้าุโลำดับที่สอง หากข้าสังหารองค์ชายรองในวันนี้ ย่อมเท่ากับเป็การทำให้ผู้ที่อยู่เื้ัองค์ชายรองหลบซ่อนตัวตนต่อไป และตระกูลเฉินก็จะต้องเป็ปฏิปักษ์อย่างเปิดเผยกับตระกูลจี...
สู้ให้องค์ชายรองกลับไปเตรียมการ รวมกำลังกับตระกูลหลิว ตระกูลหวัง ตระกูลอู่ และตระกูลหลิ่ว มาจัดการกับพวกเขาทีเดียวเสียยังจะดีกว่า
เพียงแต่... เฉินฉางอัน รู้สึกว่าตระกูลเฉินช่างเก่งกาจยิ่งนัก!
"ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก!" เฉินฉางอันกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"เอาละ เ้าเข้าใจแล้วก็ดี รีบกลับไปฝึกฝนเถอะ" ผู้าุโลำดับที่สองกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เฉินฉางอันพยักหน้า ก่อนจะกลับไปยังลานฝึกฝนของตน แล้วเริ่มต้นฝึกฝนในทันที
ไม่ว่าจะเป็เคล็ดวิชาโลหิตอสูร หรือวิชากระบี่ผนึกวิญาณ หรือแม้แต่วิชาจิติญญาของตระกูลเฉิน หรือวิชา์พิโรธ ล้วนแล้วแต่เป็วิชายุทธ์ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
จากนั้นเขาก็นำทรัพยากรที่จีิเยว่ให้มานำเข้าไปในโลงศพบรรจุเทพเพื่อหลอมหรือซึมซับ จนในที่สุดทำให้เขาก้าวหน้าไปอีกสองขั้นเล็ก ๆ
ในขณะนี้เขาได้บรรลุถึงขั้น์ระดับเจ็ดแล้ว
จากนั้นเขาก็เริ่มสร้างรากฐานการบำเพ็ญเพียรของตน ถือความไม่รีบร้อนเพื่อที่จะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
เพราะเขารู้ว่าการเร่งรัดอาจไม่ได้ผลสำเร็จ!
บางครั้งชายหนุ่มที่รีบร้อนเกินไป ความ้าแต่ความสุขนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี!
ในที่สุดก็้าความประณีตจึงจะได้ผลลัพธ์ที่แท้จริง!
ดังนั้น ในวันถัดมาเฉินฉางอันเริ่มหาผู้าุโในตระกูลมาต่อสู้กับเขา
คนแรกที่เขาหาก็คือท่านลุงเก้า!