มรรคาสยบฟ้า ท้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 12: ค่ายกลลวงตากลบฝังร่องรอย

    เถ้าถ่านสองกองสุดท้ายของซ่งเหอและสมุนถูกสายลมหนาวบนยอดเขาศาสตราวุธดับสูญพัดกระจัดกระจายหายไปในความมืดจนหมดสิ้น ไม่เหลือร่องรอยของการนองเลือดแม้แต่หยดเดียว

    หลินซานก้มลงเก็บถุงมิติสองใบของพวกมันขึ้นมาตรวจสอบอย่างใจเย็น ในฐานะมือขวาของศิษย์พี่ใหญ่สายนอก ซ่งเหอมีทรัพย์สมบัติสะสมอยู่ไม่น้อย ภายในถุงมิติมีหินวิญญาณระดับต่ำเกือบสองร้อยก้อน ขวดยาโอสถบำรุงปราณสามขวด และแร่วิเศษระดับต่ำอีกสองสามชิ้น

    “หินวิญญาณพวกนี้พอจะช่วยบรรเทาความตึงเครียดเรื่องทรัพยากรได้บ้าง...”

    หลินซานพึมพำพลางโยนแร่วิเศษและเศษกระบี่หักของซ่งเหอเข้าไปในจี้ห้อยคอหอคอยบรรพกาลโดยตรงเพื่อแปรสภาพพวกมันเป็นพลังงานสำรองในเตาหลอมมารเก้าตะวัน เขาตระหนักดีว่าการตายของซ่งเหอจะทำให้หลี่เหวินต้องเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แน่ ยอดเขาร้างแห่งนี้จะไม่ปลอดภัยชั่วคราว และเขาจำเป็นต้องสร้าง ‘แนวป้องกัน’ ของตัวเองขึ้นมา

    หลินซานเลือกจุดยุทธศาสตร์รอบกระท่อมไม้เก้าจุด เขาใช้เศษอาวุธขึ้นสนิมที่มีปราณศาสตราโบราณหนาแน่นที่สุดมาปักลงบนดิน จากนั้นสะบัดปลายนิ้วส่งปราณมารสีดำเข้าไปสลักอักขระแฮ็กกฎค่ายกลที่เขาได้รับสืบทอดมาจากหอคอยชั้นที่ 2

    [ เปิดใช้งาน: เตาหลอมมารเก้าตะวัน — หลอมสร้างค่ายกลไร้ลักษณ์! ] [ หลอมรวมสำเร็จ: ได้รับ ‘ค่ายกลสลับเงาหมอกคราม’ (ระดับมนุษย์ขั้นสูง) ][ คุณสมบัติ: บิดเบือนจิตสัมผัสวิญญาณของยอดฝีมือที่ต่ำกว่าระดับสร้างรากฐานอย่างสมบูรณ์ และสามารถกักขังผู้บุกรุกไว้ในมิติหมอกลวงตาได้ชั่วคราว ]

    เมื่อค่ายกลเปิดใช้งาน หมอกสีดำหนาทึบที่ปกคลุมยอดเขาพลันหมุนวนและจางลงจนดูเหมือนหมอกธรรมชาติทั่วไป ทว่าหากมีใครก้าวล้ำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต พวกมันจะหลงทางอยู่ในเขาวงกตเหล็กไหลทันที

    วันรุ่งขึ้น พายุที่หลินซานคาดการณ์ไว้ก็มาถึงเร็วกว่าที่คิด

    ครืนนนน!

    เสียงลมปราณกระแทกอากาศดังลั่นมาจากทางขึ้นเขา ร่างในชุดคลุมยาวสีเทาของ ‘ผู้ดูแลสุน’ ชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลในเขาสายนอกและเป็นสุนัขรับใช้ที่รับสินบนจากหลี่เหวิน เดินนำศิษย์สายนอกอีกเกือบสิบคนพุ่งทะยานขึ้นมาบนยอดเขาอย่างเดือดดาล กลิ่นอายพลังระดับ รวบรวมลมปราณขั้นที่แปดสูงสุด แผ่ขยายกดทับผืนดิน

    “ไอ้หนูหลินซาน! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!” ผู้ดูแลสุนตวาดเสียงก้องลานกว้าง

    หลินซานก้าวเดินออกมาจากกระท่อมช้าๆ ในมือถือไม้กวาดไม้ไผ่เก่าๆ ร่างกายสวมชุดป่านซอมซ่อ แสร้งทำสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัว ใบหน้าครึ่งซีกภายใต้หมวกฟางแสดงท่าทางนอบน้อมดั่งคนไร้ทางสู้ พลังปราณที่แผ่ออกมาถูกกดไว้ด้วยโอสถซ่อนชีพจรจนเหลือเพียงระดับสองเท่านั้น

    “ท... ท่านผู้ดูแลสุน มีธุระอันใดกับศิษย์ใหม่อย่างข้ารึขอรับ?” หลินซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    ผู้ดูแลสุนร่อนลงมายืนตรงหน้าหลินซาน สายตาแหลมคมดุจเหยี่ยวกวาดมองไปรอบๆ ตัวกระท่อมอย่างละเอียด “เมื่อวานนี้ ซ่งเหอและคนสนิทขึ้นมาหาเจ้าบนยอดเขาแห่งนี้... ตอนนี้พวกมันอยู่ที่ไหน!”

    “ศิษย์พี่ซ่งเหองั้นรึขอรับ?” หลินซานทำตาโตเบิกกว้างด้วยความงุนงง “เมื่อวานนี้พวกท่านขึ้นมาจริงขอรับ... พวกท่านบอกว่าข้าครอบครองสมบัติโบราณและต้องการให้ข้าส่งมอบให้ แต่ข้าไม่มีสิ่งใดเลย ศิษย์พี่ซ่งเหอโมโหมากจึงทุบตีข้าไปหลายที ก่อนจะบ่นพึมพำว่ายอดเขานี้มีแต่เศษเหล็กไร้ค่า แล้วพวกท่านก็พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปทางป่าอสูรหลังเขาเพื่อหาล่าสัตว์อสูรแทนขอรับ!”

    “ตอแหล!” ศิษย์สายนอกคนหนึ่งที่ตามมาตวาดลั่น “ระดับพลังอย่างแกจะรอดพ้นจากมือของศิษย์พี่ซ่งเหอได้ยังไงโดยไม่มีรอยแผล!”

    หลินซานรีบดึงคอเสื้อผ้าป่านลง เผยให้เห็นรอยช้ำสีม่วงคล้ำขนาดใหญ่บริเวณแผ่นอก (ซึ่งเขาจงใจใช้ไฟมารกระตุ้นผิวหนังตัวเองให้เป็นรอยช้ำเพื่อตบตา) “ศิษย์ไม่ได้โกหกนะขอรับ! ศิษย์เจ็บระบมไปทั้งร่าง หากพวกศิษย์พี่ไม่เชื่อ สามารถเข้าไปค้นในกระท่อมของข้าได้เลย!”

    ผู้ดูแลสุนหรี่ตาลงอย่างเคลือบแคลง มันสะบัดมือสั่งการให้สมุนห้าคนพุ่งเข้าไปรื้อค้นในกระท่อมไม้จนแทบพังพินาศ ทว่าไม่ว่าจะตรวจจับอย่างไร จิตสัมผัสวิญญาณของผู้ดูแลสุนกลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีกลิ่นอายลมปราณของซ่งเหอ ไม่มีคราบเลือด และไม่มีเศษซากพลังงานหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย

    พวกมันไม่มีวันรู้เลยว่า ร่างและจิตวิญญาณของซ่งเหอได้กลายเป็นเชื้อเพลิงและถูกดูดกลืนเข้าไปอยู่ในเตาหลอมมารเก้าตะวันในร่างของหลินซานจนหมดสิ้นแล้ว!

    ผ่านไปครึ่งก้านธูป สมุนทั้งห้าเดินหน้าเสียกลับมารายงาน “ท่านผู้ดูแล... ไม่พบร่องรอยใดๆ เลยขอรับ ในห้องมีเพียงเตียงไม้ผุๆ และหม้อต้มยาเก่าๆ เท่านั้น”

    ผู้ดูแลสุนกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด มันก้าวเข้ามาประชิดหลินซาน แผ่รังสีพลังกดทับหวังจะบีบเค้นความจริง “ไอ้สวะ... หากข้ารู้ว่าเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคนของหลี่เหวิน แม้แต่โม่เสวียนก็ช่วยชีวิตเจ้าไม่ได้!”

    “ศิษย์ไม่กล้าจริงๆ ขอรับ...” หลินซานก้มหัวลงต่ำจนคางชิดอก ทว่าภายใต้เงาหมวกฟาง นัยน์ตาสีดำขลับของเขากลับเยือกเย็นและแฝงไปด้วยเจตนาฆ่าฟันอันลึกล้ำ

    ‘ผู้ดูแลขั้นที่แปดสูงสุดงั้นรึ... ช่างเป็นวัตถุดิบหลอมสร้างชั้นยอดในอนาคตจริงๆ’

    “กลับ!” ผู้ดูแลสุนสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะสั่งให้พรรคพวกล่าถอยกลับลงเขาไปด้วยความหัวเสีย

    เมื่อเสียงฝีเท้าของพวกมันเงียบหายไป หลินซานก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ยืนหยัดแผ่นหลังตรงตระหง่านอย่างสง่างาม แววตาหวาดกลัวจอมปลอมหายวับไปสิ้น เหลือเพียงความมืดมิดเยือกเย็นดุจเดิม

    “สุนัขรับใช้ของหลี่เหวินมาถึงที่นี่แล้ว... ข้าต้องเร่งยกระดับพลังยุทธ์ขึ้นสู่ขั้นที่ห้าและหลอมเครื่องป้องกันตัวเพิ่ม ก่อนที่พวกมันจะหมดความอดทนและเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่!”

    เด็กหนุ่มหมุนตัวเดินกลับเข้ากระท่อมไม้สีดำที่บัดนี้ปลอดภัยด้วยม่านค่ายกลลวงตา จิตวิญญาณพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางหอคอยบรรพกาลชั้นที่สอง เพื่อเริ่มค้นหาเคล็ดวิชาสร้างสรรค์ชิ้นถัดไปทันที!