จักรพรรดิคังซีทำราวกับกำลังแอบขนลูกหมูน้อย โดยหนีบถังเป่าไว้ใต้แขนแล้วรีบก้าวออกจากตำหนักหนิงโซ่วอย่างเร่งรีบ โดยไม่สนใจเสียงะโเรียกของไทเฮาที่ดังไล่หลังมาเลยแม้แต่น้อย เหลียงจิ่วกงและกลุ่มเ้าหน้าที่วังต่างพากันวิ่งกะเผลกตามหลังจักรพรรดิคังซีไปอย่างทุลักทุเล
ถังเป่าเพิ่งเคยััประสบการณ์เช่นนี้เป็ครั้งแรก นางหัวเราะ "คิก ๆ " อย่างมีความสุขยิ่งนัก
"ว้าว ถังเป่ากำลังบินอยู่ล่ะ!"
นางกางแขนเล็ก ๆ ทั้งสองข้างออก ราวกับลูกเต่าน้อยที่งอกปีกบินได้ ทะยานอยู่กลางอากาศและเพลิดเพลินกับความสุขที่สุดยอดที่สุด!
เมื่อเห็นว่าถังเป่ามีความสุขเช่นนี้ ความตั้งใจเดิมของจักรพรรดิคังซีที่เพียง้าพานางรีบหนีออกมาก็เปลี่ยนไป
สองพ่อลูกจึงตัดสินใจเล่นโยนตัวสูง ๆ กันในสวนของตำหนักหนิงโซ่วเสียเลย!
จักรพรรดิคังซีเชี่ยวชาญการขี่ม้าและยิงธนูมาั้แ่เยาว์วัย แขนทั้งสองข้างจึงกำยำและมีพลัง อย่าว่าแต่ถังเป่าในตอนนี้เลย ต่อให้นางหนักกว่านี้อีกเท่าตัว สำหรับจักรพรรดิคังซีแล้วก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
"ว้าว!"
ยามที่ถูกจักรพรรดิคังซีโยนขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างแรง สายลมที่พัดผ่านทำให้เส้นผมและเสื้อผ้าของถังเป่าปลิวไสว นางรู้สึกราวกับว่าได้เห็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ยิ่งขึ้น!
จักรพรรดิคังซีโยนนางขึ้นไปหลายครั้ง แต่ถังเป่ายังคงรู้สึกไม่จุใจ
จักรพรรดิคังซีซึ่งเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางของคุณพ่อที่หลงลูกสาว เริ่มมีความคิดเล็ก ๆ ในใจว่าอยากให้ถังเป่าออดอ้อนเขาให้มากขึ้น ดังนั้นเขาจึงเริ่มแสร้งทำเป็เหนื่อยและบอกว่าเจ็บแขน
ถังเป่าผู้ใสซื่อและไร้เดียงสาคิดว่าเป็เื่จริง จึงใช้มือเล็ก ๆ เกาะแขนของจักรพรรดิคังซีด้วยสีหน้ากังวล
"ถังเป่าจะเป่าเพี้ยงให้คางคกนะ!"
"เป่าเพี้ยงแล้วจะไม่เจ็บแล้วเพคะ!"
เหลียงจิ่วกงที่ยืนตัวแข็งเป็เสาอยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าจักรพรรดิคังซี
นี่ใช่จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจและน่าเกรงขามคนเดิมหรืออย่างไร?
รอยยิ้มซื่อ ๆ บนใบหน้านั่นดูไม่ได้เลยจริง ๆ !
นึกไม่ถึงเลยว่าอานุภาพขององค์หญิงสิบสี่ผู้นี้จะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!
เสียงหยอกล้อกันระหว่างพ่อลูกดังไปไกล รัชทายาทอวิ๋นเหรินที่เดินมาจากอีกทิศทางหนึ่งพลันหยุดชะงักฝีเท้า
เขาเงี่ยหูฟังครู่หนึ่ง แล้วถามเหอจู้เอ๋อร์ ขันทีที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายด้วยความลังเล "เ้าลองฟังดูสิ ใช่เสียงของเสด็จพ่อหรือไม่?"
ในตอนที่อวิ๋นเหรินหยุดเดิน เหอจู้เอ๋อร์ก็ได้เงี่ยหูสังเกตสิ่งรอบตัวอยู่แล้ว จึงรีบตอบทันทีว่า "บ่าวได้ยินเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ เป็เสียงของฝ่าาจริง ๆ ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
เื่นี้อวิ๋นเหรินไม่ได้รู้สึกแปลกใจ "เสด็จพ่อคงมาเยี่ยมเสด็จย่าเช่นกัน ไปเถิด พวกเราไปถวายพระพรเสด็จพ่อกัน"
ดังนั้นกลุ่มของรัชทายาทจึงเปลี่ยนทิศทาง เดินไปยังตำแหน่งที่เสียงของจักรพรรดิคังซีดังมา
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ อวิ๋นเหรินจึงพบว่าข้างกายของจักรพรรดิคังซีมีเ้าตัวเล็กอยู่คนหนึ่ง ซ้ำเ้าตัวเล็กคนนี้ยังถูกจักรพรรดิคังซีอุ้มไว้ในอ้อมกอดด้วยสีหน้าเอ็นดูยิ่งนัก
ั้แ่จำความได้ จักรพรรดิคังซีไม่เคยอุ้มอวิ๋นเหรินแบบนี้เลย "..."
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกอิจฉานิดหน่อย แต่สิ่งที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจมากกว่าคือความสงสัย
สงสัยว่าเ้าตัวเล็กคนนั้นคือใคร
"ลูกถวายพระพรเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ"
น้ำเสียงใสกระจ่างของเด็กหนุ่มดึงดูดสายตาของถังเป่าทันที นางโผล่ดวงตาออกมานิดหน่อยจากไหล่ของจักรพรรดิคังซี มองอวิ๋นเหรินที่สวมชุดลำลองสีเหลืองสว่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เอ๊ะ พี่ชายคนนี้แต่งตัวเหมือนท่านพ่อเลย!
พอมองหน้า อืม หน้าก็เหมือนกันมาก!
เมื่ออวิ๋นเหรินเงยหน้าขึ้น บังเอิญสบตากับถังเป่าพอดี เขาจึงยิ้มให้นาง ถังเป่าเขินอายจนรีบหดหัวเล็ก ๆ กลับไป "ฟึ่บ"
"อะแฮ่ม เป่าเฉิงนั่นเอง"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูก ๆ ของตน โดยเฉพาะรัชทายาท จักรพรรดิคังซียังคงรักษาภาพลักษณ์อย่างเคร่งครัด เขารีบเก็บสีหน้าและกลับมาเป็ท่านพ่อที่อวิ๋นเหรินคุ้นเคย
"เป่าเฉิงมาเยี่ยมเสด็จย่าหรือ?"
สายตาของอวิ๋นเหรินยังคงวนเวียนอยู่ที่ตัวถังเป่า "พ่ะย่ะค่ะ อาการของเสด็จย่าไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ลูกจึงมาพูดคุยกับเสด็จย่าทุกวัน เพื่อให้เสด็จย่าคลายเหงาพ่ะย่ะค่ะ"
"เ้าเป็ลูกที่กตัญญูยิ่ง" จักรพรรดิคังซีกล่าวด้วยความซาบซึ้ง แม้จะเป็เพียงเื่เล็กน้อยอย่างการพูดคุย แต่ก็มีหลายคนที่ทำไม่ได้
เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิคังซีไม่มีทีท่าว่าจะแนะนำ อวิ๋นเหรินจึงอดใจไม่ไหว เอ่ยถามว่า "เสด็จพ่อ องค์หญิงตัวน้อยที่ท่านอุ้มอยู่คือ..."
เมื่อหัวข้อสนทนากลับมาที่ถังเป่า จักรพรรดิคังซีจึงเพิ่งรู้สึกตัว เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความยินดีที่ฉายชัดในดวงตา
"ถังเป่าคือน้องสิบสี่ของเ้า เมื่อก่อนนางเติบโตที่ตำหนักเย็น เ้าจึงไม่เคยพบถังเป่ามาก่อน"
พูดจบ จักรพรรดิคังซีก็ปลอบลูกหมูน้อยในอ้อมกอด "ถังเป่า มาสิ นี่คือพี่รองของเ้า รีบทักทายพี่รองเร็ว"
อวิ๋นเหริน "..."
เขาตกตะลึงกับท่าทาง ‘เมตตาปรานี’ ของจักรพรรดิคังซีจนพูดไม่ออก
ั้แ่เมื่อไหร่กันที่เสด็จพ่อของเขา เสด็จพ่อผู้ปรีชาสามารถและองอาจผู้นั้น ถึงกับอุ้มเด็กและปลอบประโลมคนเป็เช่นนี้?!
เลี่ยงไม่ได้ที่อวิ๋นเหรินจะหันไปมองถังเป่าอีกครั้ง
องค์หญิงสิบสี่ เขาเพิ่งจะทราบเื่ของนางจากราชโองการเมื่อวานนี้เป็ครั้งแรก และเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่านางเติบโตที่ตำหนักนอก
ตำหนักนอกคือสถานที่แบบไหนกัน? มันคือตำหนักเย็นชัด ๆ !
นึกไม่ถึงเลยว่า เพียงแค่ผ่านไปคืนเดียว เด็กที่ออกมาจากตำหนักเย็นผู้นี้ กลับได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากท่านพ่อถึงเพียงนี้
เอ๊ะ พี่ชาย!
พอถังเป่าได้ยินคำนี้ นางก็เหมือนกับตัวตุ่นน้อย พลันโผล่หัวเล็ก ๆ ออกมาจากอ้อมกอดของจักรพรรดิคังซีทันที!
"พี่รอง!" ดวงตาของนางเป็ประกาย พร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างไปทางอวิ๋นเหริน "พี่รองอุ้มหน่อย!"
ดังนั้น นี่คือพี่ชายคนแรกที่นางหาเจอ นอกเหนือจากท่านพ่อ ใช่หรือไม่!
"พี่รอง..." อวิ๋นเหรินเพิ่งเคยได้ยินคำเรียกเช่นนี้เป็ครั้งแรก จึงหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
เด็กคนนี้แม้จะผอมไปนิด สีหน้าเหลืองไปหน่อย แต่ดูแล้วน่ารักมาก จนทำให้เขารู้สึกอยากจะอุ้มนางขึ้นมา
ยังไม่ทันที่อวิ๋นเหรินจะหัวเราะจบ สายตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวงของจักรพรรดิคังซีก็ทิ่มแทงจนเขาต้องกลืนเสียงหัวเราะที่เหลือลงคอไป
"ถังเป่าอยากให้เ้าอุ้มน่ะ" แม้จักรพรรดิคังซีจะไม่อยากปล่อยนางไป แต่เมื่อเห็นถังเป่าพยายามยื่นมือหาอวิ๋นเหรินอย่างตั้งใจ ในใจเขาก็ยิ่งรู้สึกสงสาร
"เ้าเป็พี่ชายแบบไหนกัน! ถังเป่าให้เ้าอุ้ม แต่เ้ากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ไม่รู้หรือว่าถังเป่าของพวกเรายื่นมือค้างไว้นานขนาดนี้ มันเหนื่อยเพียงใด!"
อวิ๋นเหรินที่ถูกจักรพรรดิคังซีหึงจนต้องโดนดุทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย "..."
ไม่ นี่ไม่ใช่เสด็จพ่อผู้มีกลยุทธ์อันล้ำเลิศของเขา!
ปัจจุบันเขายังไม่ได้แต่งงาน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การเป็พ่อคน อวิ๋นเหรินจึงเพิ่งเคยอุ้มเด็กเป็ครั้งแรก
ภายใต้สายตาที่จ้องเขม็งของจักรพรรดิคังซี เขาเดินเข้าไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ และรับตัวถังเป่ามาอย่างระมัดระวัง
ตัวนุ่มนิ่มและอุ่นราวกับเตาไฟเล็ก ๆ
แถมยังตัวเล็กนิดเดียว
แต่ว่า... เด็กคนนี้ตัวเบากว่าที่เขาคิดไว้มาก
ในจังหวะที่ถังเป่าใช้แขนโอบรอบคอของเขา อวิ๋นเหรินสังเกตเห็นรอยแผลมากมายบนแขนของนางได้อย่างชัดเจน
"เสด็จพ่อ สิ่งนี้..." อวิ๋นเหรินที่ถูกถังเป่าใช้เป็เสาสำหรับปีนป่าย ถึงกับใจนเกือบจะกลายเป็เสาจริง ๆ
นี่คือน้องสาวของเขา เป็ลูกสาวแท้ ๆ ของท่านพ่อ! เหตุใดบนร่างกายถึงมีาแมากมายเช่นนี้?
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นเหรินพบรอยแผลของถังเป่า จักรพรรดิคังซีก็ไม่ได้ปิดบัง เพียงแต่สายตาหม่นลงและพยักหน้าให้อวิ๋นเหรินเล็กน้อย
"ซี้ด" อวิ๋นเหรินเองก็ไม่เข้าใจว่า เหตุใดการพบกับน้องสิบสี่ที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเป็ครั้งแรกในวันนี้ ถึงทำให้เขารู้สึกปวดใจแทนได้ถึงเพียงนี้
ราวกับมีใครเอาดาบคมกริบ ค่อย ๆ แทงลงไปในหัวใจของเขาจนรู้สึกหนาวเหน็บ
ส่วนถังเป่าผู้ไม่คิดอะไรมาก ไม่ได้สังเกตเห็นการส่งสายตาโต้ตอบกันหลายรอบระหว่างจักรพรรดิคังซีและอวิ๋นเหรินเลย นางกอดคออวิ๋นเหรินแล้วมองเขาด้วยรอยยิ้ม
"พี่รอง! ในที่สุดถังเป่าก็หาพี่เจอแล้ว!"
อวิ๋นเหรินที่คิดว่าถังเป่ากำลังอ้อน ไม่ได้คิดอะไรมาก จึงตอบกลับไปว่า "พี่รองก็หาถังเป่านานแล้ว คิดถึงถังเป่ามากเลยนะ"