- ตอนที่ 4 -
เช้าที่สดใสมาเยือนพร้อมกับการวิ่งขึ้นเขาลงเขา ไม่รู้หรอกว่าทำไปแล้วมีความหมายลึกซึ้งอะไรหรือเปล่า แต่มันมีของรางวัลให้ ถ้าวิ่งครบหนึ่งร้อยรอบจะได้ทักษะใหม่หนึ่งทักษะ ตอนนี้ที่ผมมีอยู่ก็แค่ทักษะทำอาหารเท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าทักษะที่ว่าคืออะไรแต่ขอตื่นเต้นไว้ก่อนก็แล้วกัน
ความอยากรู้อยากเห็นเป็แรงกระตุ้นที่ดี ผมตั้งใจวิ่งจนกว่าจะครบหนึ่งร้อยรอบ พลังกายที่ได้มาน้อยนิดนั้นมิอาจดูแคลนได้ จากการที่ทำภารกิจล่าสุดเติมน้ำใส่บ่อในตอนนั้นหอบจนลิ้นห้อยเพียงแค่หาบน้ำไม่ถึงสิบครั้ง แต่ตอนนี้เขาวิ่งขึ้นลงไปมากว่ายี่สิบรอบแล้วยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด นี่อาจจะเป็ผลลัพธ์จากการฝึกลมปราณก็เป็ได้
ติ๊ง!!
ระบบ : ปลดล็อกทักษะเหาะเหินเดินอากาศ
ฟังชื่อทักษะที่ได้แล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจ เขาจะเหาะเหินเดินอากาศได้เหมือนในหนังจีนกำลังภายใน แค่คิดก็รู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น
ติ้ง!!
ชื่อ : หลานเซียวิ
อายุ : 15 หนาว
เพศ : เกอ
พลังปราณ : พลังปราณขั้นก่อกำเนิด
- ระดับขั้นต้น
พลังกาย : +30
พลังธาตุ : -
สถานะร่างกาย : ปกติ
ทักษะ : ทำอาหาร +20
: เหาะเหินเดินอากาศ
- ระดับ 1
อ่าว? มีแบ่งเป็ระดับอีกด้วยแฮะ ของฟรีไม่ได้มาง่ายจริงๆ ผมได้แต่ส่ายหัวแต่มีติดตัวไว้ดีกว่าไม่มีให้อะไรมาก็เอาหมดนั่นล่ะอย่าไปใส่ใจมีมากเข้าไว้ยิ่งดี
ตุบ!!
ผมมองหนังสือที่ร่วงหล่นลงมาใส่ฝ่ามือก่อนจะหยิบขึ้นมาดูหน้าปก ‘พลังธาตุ’ ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นพลังธาตุที่ยังคงสถานะเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ลอบถอนหายใจอย่างปลงตก วิชาต่อไปคือศึกษาเกี่ยวกับพลังธาตุสินะ ตื่นเต้นเหมือนกันไม่รู้ว่าผมจะได้พลังธาตุแบบไหนมา ไฟก็สะดวกดีเวลาทำอาหาร น้ำก็ดีเหมือนกันมีประโยชน์มากในชีวิตประจำวัน ดินหรือก็โอเคทำประโยชน์ได้หลายอย่าง ลมก็เท่ไม่หยอก น่าสนใจทั้งนั้นขอแค่ให้มีสักธาตุมาประดับบารมีก็พอ
วันเวลาผันผ่านไม่รู้คืนรู้วัน ผมฝึกตามที่ระบบมอบให้ซ้ำวนไปวนมา จนในที่สุดวันที่ผมจะได้อิสรภาพกลับคืนมาก็มาถึงสักที มองสถานะตัวเองในปัจจุบันก็อดยกยิ้มขบขันออกมาไม่ได้ กว่าจะได้ถึงขนาดนี้ตัวเองเสียเืเสียน้ำตาไปมากแค่ไหนไม่อยากจะนึกถึง
ติ้ง!
ระบบ : เสร็จสิ้นภารกิจ
หา!! อะไรคือภารกิจเสร็จสิ้น? ผมไปรับภารกิจตอนไหนเนี่ย!!
แสงสว่างวาบจนแสบตา ผมยกแขนขึ้นมาบดบังสายตาตามสัญชาตญาณ รู้สึกได้ถึงความเหวี่ยงที่ชวนอ้วกที่คุ้นเคย และตุบ! ร่างกายหล่นกระแทกพื้นด้วยท่วงท่าที่สวยงาม ความคิดหนึ่งวาบผ่านเข้ามาในหัว บางทีระบบอาจจะอิจฉาใบหน้าฟ้าประทานนี่ถึงได้ฆาตกรรมใบหน้าเขาตลอดแบบนี้
หื้ม?
ที่เดิม? เพิ่มเติมคืออาหารที่กินทิ้งเอาไว้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม เขามั่นใจว่าการฝึกฝนที่นั่นต้องใช้เวลาอย่างค่ำถึงสามปี แล้วทำไม?
“เพื่อนรักนายช่วยอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ตอนนี้ข้ารู้สึกมึนงงไปหมด เหตุใดถึงยังปรากฏใน่เวลาเดิมเล่า”
“.....”
อ่าว..หายไปเลย ชัดดาวน์? ช่างเถอะ! บางทีอาจจะเป็เหมือนพวกตัวเอกในนิยายที่มีนิ้วทองคำคู่กาย มีพื้นที่มิติที่คอยฝึกฝนแม้จะอยู่ในนั้นมากกว่าสิบปีแต่พอออกมาด้านนอกเวลากลับผ่านไปไม่กี่นาทีเท่านั้น
เซียวิใช้วิชาตัวเบาะโไปตามกิ่งไม้ ั้แ่มาที่นี่เขายังไม่เคยเห็นหมู่บ้านหรือเมืองที่เ้าของร่างอาศัยอยู่ บางทีเขาจะต้องกลับไปที่ตระกูลสักหน่อย ถ้าเป็ตามข้อมูลเขาพึ่งจะหายตัวจากบ้านมาสองถึงสามวันเท่านั้น ยังไงเขาก็ต้องอาศัยชื่อเสียงของตระกูลเพื่อเข้าสำนักจอมยุทธ์อันดับหนึ่ง ตามข้อมูล หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือน สำนักพยัคฆ์เมฆาจะเปิดรับศิษย์ ถ้าจะสร้างชื่อเสียงก็ต้องเป็ที่นั่น ไร้ครูบาอาจารย์มันก็ทำอะไรลำบาก จะเรียกเพื่อนรักว่าอาจารย์มันก็รู้สึกขนลุกหน่อยๆ ฮะฮะ
“แม่มึงร่วง!!!”
เกือบไป! ฟู่!! มัวแต่คิดนั่นนี่เผลอเหยียบกิ่งไม้เล็กจนเกือบร่วงหัวปักพื้น
สองขาะโไปมาเมื่อหลุดออกจากเขาก็พบเข้ากับบรรยากาศที่เงียบสงบ บ้านเมืองใหญ่โตตรงหน้าทำเอาเขาอดกะพริบตาซ้ำไปมาไม่ได้
กลิ่นอายยุคโบราณบ้านเรือนที่ทำจากไม้ โคมตะเกียงที่แขวนไว้ตามร้านรวงต่าง ๆ เขาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาได้ยากในชีวิตก่อนของเขา เอาล่ะ!!
ยุคโบราณจ๋าพี่ว่านมาแล้ว!!!!
อันดับแรกก็ต้องหาโรงเตี๊ยมก่อน เขาไม่อยากขึ้นไปนอนบนหลังคาบ้านใครหรอกนะ
เซียวิเดินเข้าไปหนึ่งในโรงเตี๊ยมที่ดูดีแห่งหนึ่ง ก้าวเท้าเข้าไปก็ตกเป็เป้าสายตาทันที แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจไยดีสายตาอยากรู้อยากเห็นพวกนั้น
“เชิญคุณชายขอรับ”
“อาหารขึ้นชื่อสามอย่างน้ำชาหนึ่งกา”
“รอสักครู่ขอรับ”
เซียวิกวาดสายตามองไปรอบๆร้าน มือเรียวโบกสะบัดพัดในมือไปมา ดูเหมือนรูปลักษณ์ของเขาค่อนข้างสะดุดตาหรือว่ามีคนจำร่างนี้ได้กัน? ตามข้อมูลเซียวิไม่ได้ออกจากบ้านมาเที่ยวเล่น บางทีคนในตระกูลอาจจะลืมตัวตนนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ เหอะ!
“นี่เ้ารู้หรือไม่ปีนี้สำนักพยัคฆ์เมฆาจะรับศิษย์เข้าสำนักเพียงห้าสิบคนเท่านั้น “
“รับน้อยกว่าทุกปีเชียวรึ?”
“ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่มีข่าวลือกล่าวว่าเช่นนั้น”
“ไอหยา ปีนี้การทดสอบจะต้องดุเดือดอย่างแน่นอน”
รับน้อยขนาดนั้นเลย? แบบนี้จะต้องไปต่อสู้แย่งชิงห้าสิบอันดับแรกกับคนจำนวนมาก อืม.. คิดใหม่ดีไหมนะ ไม่มีอาจารย์ก็คงไม่เป็ไรหรอก เที่ยวเล่นเสาะหาของวิเศษน่าจะเป็อะไรที่ดีกว่า
ติ้ง!
ระบบ : ภารกิจใหม่กลับเข้าตระกูล
อ่าว! อ่าวเพื่อนรักทำไมตัดเส้นทางทำมาหากินกันแบบนี้ล่ะ..
กลับตระกูล?
จะให้กลับไปทำอะไรที่ตระกูลเฮงซวยนั่นกัน หรือจะให้กลับไปล้างแค้นพี่น้องหยิ่งยโสเ่าั้กัน อืม..ความคิดนี้ไม่เลวทีเดียว เป็การคั่นเวลารอหนึ่งเดือนนี้จะต้องสนุกมากแน่ๆ
“เถ้าแก่ข้า้าห้องที่ดีที่สุด”
เซียวิกวักมือเรียกเถ้าแก่ร้านก่อนจะบอกความ้าของตัวเองออกไป การแลกเปลี่ยนในยุคนี้คือก้อนเงินสีเงินและสีทอง เรียกตำลึงเงินตำลึงทอง และเหรียญอีแปะที่มีรูอยู่ตรงกลาง โดยค่าเงินจะแบ่งออกเป็
1 ตำลึงทอง = 10 ตำลึงเงิน
1 ตำลึงเงิน = 1,000 อีแปะ
และตั๋วเงิน มีั้แ่ 100 ตำลึงทองขึ้นไป
เขาไม่ขาดแคลนเื่เงินทองต้องบอกว่าตัวเขานั้นรวยมาก เนื่องจากเพื่อนรักมอบหีบตำลึงทองให้เขาเกือบสิบใบ คิดว่าใช้เท่าไหร่ก็คงไม่หมด ยังมีของอย่างพวกก้อนศิลาเอาไว้ดูดซับพลัง แก่นิญญาอสูรที่ใช้สำหรับปรุงยา และสมุนไพรหายากจำนวนนับไม่ถ้วน อู้ฟู่สุดๆเลยก็ว่าได้ เขายื่นก้อนตำลึงทองส่งให้เถ้าแก่ร้านที่ทำตาลุกวาวจนน่าขบขัน
“เตรียมน้ำให้ข้าอาบด้วย”
“ได้เลยขอรับท่านชาย ข้าจะพาท่านไปที่ห้องพักเองขอรับ”
ก็นะ มีเงินเรียกน้องมีทองเรียกพี่ ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยนั่นล่ะ ฮ่าฮ่า เอาเถอะพักที่โรงเตี๊ยมสักคืนพรุ่งนี้ค่อยกลับเข้าตระกูลก็แล้วกัน แต่ว่าเหมือนเขาจะลืมอะไรไปสักอย่างหรือเปล่านะ บางอย่างที่รู้สึกว่ามันสำคัญมากๆ