แค่หยางเทียนคิดเช่นนี้ บรรยากาศในห้องก็เริ่มเย็นระเยือก แม่ของเสี่ยวิชื่อว่า สุ่ยชิง ลืมตาขึ้นมา มองหยางเทียน ด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“ อย่าไปเชื่อคำพูด เสี่ยวิ แกยังเด็ก ก็พูดไปเรื่อย เด็กๆ ก็เป็แบบนี้ ชอบจิตนาการไปเรื่อย”
“ แม่.. แม่ตื่นแล้ว เย้..” เสี่ยวิปีนขึ้นเตียงเข้าไปกอดแม่ของตนแน่น เพราะแม่เสี่ยวิ ส่วนใหญ่จะนอนหลับยาวนาน เพราะอาการคนใกล้จะตาย จะตื่นขึ้นมาแค่วันละ สองสามชั่วโมงเท่านั้น
“เข้าใจครับ ว่าแต่คุณสุ่ยชิง ไม่ให้ใครมาดูแล เสี่ยวิ บ้างหรือครับ”
“ เธอคงอยากรู้ใช่ไหม ว่าใครคือ บิดาของเสี่ยวิ”
หยางเทียนมองหน้าของ แม่เสี่ยวิ ที่ดูวัยแล้วไม่น่าจะเกินสามสิบ เสียดายที่ถูกโรคร้ายรุมเร้า ทำให้ใบหน้า ผ่ายผอมผิดรูปไปมาก
“ นั่นคือ อนาคตของเสี่ยวิ ผมแค่เป็ห่วงอนาคตของเขาเท่านั้น”
“ แม่ เสี่ยวิไม่อยากมีพ่อ เสี่ยวิจะอยู่กับ แม่คนเดียว”
“ เสี่ยวิคนเก่ง ออกไปเล่นข้างนอกก่อน แม่มีเื่สำคัญอยากคุยกับ พี่หยางเทียนหน่อย”
เสี่ยวิ พยักหน้า แล้วค่อยๆ ลงจากเตียง แล้ว เปิดประตูออกไป
“ พ่อของเสี่ยวิเป็คนของตระกูลหวังหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ พ่อของเขาคือหวังคุณ เป็บุตรชายคนที่สี่ของตระกูล บ้านตระกูลใหญ่เปรียบเหมือนถ้ำเสือแดนั ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก ฉันรู้ว่าสามีเสียชีวิต จึงได้ออกจากตระกูลหวังออกมา ไม่ยอมบอกใครว่า ฉันกำลังตั้งท้องเสี่ยวิอยู่ พอคลอดเขาออกมา ฉันให้เข้าใช้แซ่ของฉัน คือแซ่ฟ่าน”
“ แล้วคนนตระกูลฟ่านละครับ”
“ พวกเขาเสียชีวิต เพราะโควิด 51 ไปตอนที่เชื้อไวรัสนี้แพร่ระบาดเข้ามาแล้ว”
หยางเทียนเข้าใจ แต่ก็ยังไม่คลายสงสัย
“ ถ้าเช่นนั้น เสี่ยวิ ก็เป็ทายาทของ คุณชายสี่ แห่งตระกูลหวัง เขาควรมีสิทธิในทรัพย์สมบัติของพ่อเขานะครับ”
“ ขืนอยู่ไป เขาไม่ทันได้ลืมตาดูโลก ก็คงถูกฆ่าตายไปแล้ว ช่างมันเถอะ เวลานี้ พี่หวังคุณได้มอบ เงินทองให้ฉันกับลูก ได้กินใช้อย่างไม่ลำบาก แต่ว่า ฉันไม่อยากให้เขาไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าเลย เพราะคนที่จะเข้ามาเลี้ยงดู เสี่ยวินั้น ฉันเกรงว่าเขาจะรักสมบัติมากกว่า ตัวเสี่ยวิ จะทำให้เขาเกิดอันตรายได้ ฉันหยากฝากเข้าไว้ กับคนที่ไว้ใจที่สุด”
หยางเทียนพยักหน้า และถามว่า
“ คุณบอกมาได้เลย ผมจะช่วยตามหาให้ และจะพา เสี่ยวิไปอยู่กับเขาเอง”
“ ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกค่ะ คนที่ฉันไว้ใจ คือ คุณหยางเทียน”
“ ผม?”
หยางเทียนใ เขายังต้องทำอะไรอีกมากมาย และไม่มีครอบครัว โสดอีกต่างหาก จะเอาเวลาที่ไหนไปคอยดูแลเสี่ยวิ
“ เสี่ยวิ พูดถึงคุณทุกวัน และที่ฉันมั่นใจในตัวคุณ ก็เพราะว่าเสี่ยวินั้นชื่นชอบในตัวคุณและคุณก็ไม่เคยรังเกียจพวกเราสองแม่ลูกเลย”
“ เื่นี้คือว่า”
“ อย่าปฏิเสธเลยค่ะ คิดว่าเมตตาเสี่ยวิด้วยนะคะ นี่คือสัญญาที่ฉันมอบอำนาจในการดูแล เสี่ยวิ และนี่คือบัญชีธนาคารทั้งหมดของฉัน มีอยู่ ห้าสิบล้านเหรียญน่าจะพอให้คุณเลี้ยงดูเสี่ยวิ จนครบ 20 ปีนะคะ แค่ก ๆ ๆ !”
แม่เสี่ยวิ เริ่มไอเป็เืออกมา หยางเทียนรีบนำ กระดาษไปให้เช็ด และกำลังจะเรียกหมอ
“ ไม่ต้องเรียกหรอกค่ะ รับปากฉันด้วยนะคะ” หยางเทียนพยักหน้าทันที แล้วช่วยประคองแม่เสี่ยวิเอนหลังไปในท่าที่สบายขึ้น แล้ว เธอก็ค่อยๆหลับไปอีกครั้ง แต่คราวนี้ลมหายใจเริ่มแ่เบาลงไปมาก คงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
หยางเทียนเดินออกนอกห้องไป พบอาเปียวยืนอุ้ม เสี่ยวิ ที่กำลังกินไอสครีมอยู่ ก็ได้แต่ยิ้มให้ทั้งสองคน ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืน ดังแหวกกระจกพุ่งเข้ามายิง คนของ ท่านหลินสือ ที่อยู่ในห้อง ตายพร้อมกันทั้งสี่คน ส่วนเลขากับ ท่านหลินสือนั้นเข้าไปอยู่ในห้องน้ำด้วยกัน รอดตายหวุดหวิด
ทั้งสองคนคลานออกมาด้วย เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ร้องด่ากลุ่มของหยางเทียนทันที
“ เฮ้ย พวกแกทำงานกันอย่างไร ปล่อยให้คนร้ายยิงปืนเข้ามาแบบนี้”
“ ใช่ พรุ่งนี้ฉันจะไล่ พวกคุณออกให้หมด” เลขากลายเป็ขุนพลอยพยักกับเขาด้วย
อาเปียวพาเสี่ยวิเข้าห้องแล้วออกมา ยอมรับผิด ขอโทษทั้งๆที่ไม่เกี่ยวกับพวกเขาเลย ตัวเองไม่ยอมเชื่อฟังต่างหาก อยากอยู่ห้องริมหน้าต่าง แล้วไม่ให้คนของเมฆขาวเข้ามาเอง
แต่แล้วััพิเศษของหยางเทียน ก็ยังรู้สึกถึงอันตรายอยู่ จึงได้ใช้เท้ายันหน้าอกของ หลินสือ กับ เลขา กระเด็นหลบวิถีะุ รอดจากะุสไนเปอร์ไปหวุดหวิด ทุกคนหมอบราบกับพื้นไปหมด หยางเทียนพุ่งตัวมาทางริมหน้าต่าง หมุนตัวสามรอบ แล้วลั่นไกสะบัดะุปืนออกไป ระยะทางสามกิโล
ะุพุ่งแนวตรงไม่มีตก พุ่งใส่มือสไนเปอร์ ที่มองผ่านกล่องอย่างใ ไม่คิดะุปืนสั้น ปกติระยะยิงไม่เกิน 50 เมตร แต่ะุของหยางเทียนอยู่ห่างสามกิโล ยังหน้าด้านพุ่งมาหาเขาได้ ตูม !! ะุเจาะหน้าผาก แล้วไปะเิหลังหัวกระจายออกไป ตายคาที่ไปแบบงงๆ
“ เรียบร้อย อาเปียวพา ท่านหลินสือ กับ เลขาไปห้องสำรองกัน” อาเปียวเข้าไปดูหลินสือ กับ เลขา ที่ยังคงจุกแน่นหน้าอก ที่ถูกหยางเทียนถีบเข้าให้ ยังไม่สามารถพูดออกมาได้
หยางเทียนเปิดประตูออกไป เพราะรู้ว่า พวกมันยังมีคนที่ถูกส่งมาในนี้อีกแน่ เลยระวังตัว แล้วพาย้ายเข้าไปที่ห้องสำรอง ที่อยู่ห้องติดกับ แม่เสี่ยวิ ซึ่ง พอกำลังจะเข้าไป มีหมอคนหนึ่ง เดินเข้ามาถามว่า เกิดอะไรขึ้น หยางเทียนไม่พูดมาก ลั่นไกปืนใส่หมอ คนที่ถามทันที เปรี้ยง !! หน้าผากเป็รูกลมโบ๋ว ตายคาที่ในมือถือปืนกลเตรียมสาดยิง
ทั้งหมดเข้าไปในห้องพัก แล้ว บอดี้การ์ดเมฆขาวเข้าประจำที่ ทางขึ้นลงบันไดหนีไฟ และลิฟท์ หากมีใครสงสัย ให้เรียกสอบทุกคน
“ ไอ้บ้านั่นมันเป็ใคร มันกล้ามาถีบฉันได้อย่างไร ไล่มันออกไป”
ท่านหลินสือ ด่าเลขาของเขาที่จ้างบอดี้การ์ดมาถีบ หน้าอกเข้าแบบนี้ได้อย่างไร
“ แน่ใจนะครับ หากเขาไป พวกเราก็ไปด้วย แล้วใครจะคุ้มครองคุณ” อาเปียวไม่ก้มหัวแล้ว เอ่ยอย่างเ็า
“ นี่ แก กล้าขู่ฉันเร๊อะ?”
“ ผมพูดเื่จริง”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงปืนดังต่อสู้กัน ตรงทางขึ้นบันได ไม่นานนัก เสียงปืนก็สงบลง
หยางเทียนจัดการพวกมันอีก 8 คนจนตายเกลี้ยง แล้วมองไปที่หน้าต่าง มีรถคนร้าย บุกเข้ามาล้อมโรงพยาบาลเอาไว้ มองไปด้านล่างพบว่า มีรถบรรทุกคนร้ายสิบคัน ประมาณ ร้อยคน เข้ามายึดโรงพยาบาลเอาไว้หมดแล้ว
หยางเทียนเปิดประตูเข้าไป แล้วเดินเข้าไปหา ท่านหลินสือ แล้วถามว่า
“ คุณไปมีเื่อะไร กับ พวกเผ่ามูเซอดำ?”
“ แกถูกไล่ออกแล้ว ไสหัวออกจากห้องไป” ท่านหลินสือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบวางมาดนักการเมืองตัวเต็ง ยืนนิ่งมองเหยียดหยางเทียน เหมือนเป็คนละชนชั้น
หยางเทียนเดินเข้ามาใกล้ แล้วตบ เปรี้ยง เข้าที่ใบหน้า จนเอียง ถลาไปซบหน้าอกของเลขาสาวคนสวย ทุกคนต่างตกตื่นตะลึง ไม่คิดว่าหยางเทียนจะกล้าตบหน้า ท่านหลินสือ
“ นี่แกกล้าทำเช่นนี้กับ ท่านหลินสือได้อย่างไร”
“ ตอนนี้ พวกทหารของเผ่ามูเซอดำ 100 คน ล้อมโรงพยาบาลเอาไว้หมดแล้ว อีกไม่นาน พวกมันคงขึ้นมา ถ้าหากว่า ท่านหลินสือ ไม่มีความแค้นกับพวกมัน ก็เชิญอยู่ห้องนี้ตามสบาย พวกเราคงต้องขอตัว เพราะพวกเราไม่มีความแค้นกับพวกมัน ยังไงมันก็คงไม่อยากปะทะกับพวกเราแน่” หยางเทียนพยักหน้ากับอาเปียว เตรียมถอนกำลัง
“ เดี๋ยวก่อน”
“ เื่นี้เกี่ยวพันความเป็ความตายของท่าน อย่า โกหก แม้แต่คำเดียว” หยางเทียนก้มลงมาเอ่ยอย่างช้าๆ ต่อหน้าท่านหลินสือ
“ เมื่อสามเดือนที่แล้ว เผ่ามูเซอดำ ส่งผู้หญิงคนหนึ่งมาซื้อยาต้านไวรัสโควิด 19 ที่บริษัท แล้วมาพบกับฉันเพื่อขอต่อรองว่า จะให้คนของเผ่ามูเซอดำที่ อยู่ในเขต 8 ช่วยลงคะแนนให้ฉันทั้งหมด ข้อตกลงเป็ไปได้ด้วยดี ผู้หญิงคนที่มาติดต่อได้หลงรักฉัน เราสองคนมีความสัมพันธ์กันหลายครั้ง จนเมื่อหลายวันก่อน ฉันให้เธอลองยาเลิฟเลิฟ เป็ยาเพิ่มพลังเซ็กส์ตัวใหม่ แต่ว่าสุดท้ายเธอมีอาการช็อค แล้วหัวใจวายตายไป ฉันเลยให้ลูกน้องพาเธอไปเผาศพทำพิธี แต่หัวหน้าเผ่ามูเซอดำ
มันกลับโมโหเหมือนหมาบ้า บอกว่า ฉันไปฆ่าข่มขืนเมียน้อยคนที่ 7 ของมัน”
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงของ หัวหน้าเผ่ามูเซอดำ พูดออกมาตามลำโพงของโรงพยาบาลว่า
“ ไอ้หลินสือ มึงออกมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่เช่นนั้น กูจะยิง หมอ พยาบาล คนไข้ ให้หมดโรงพยาบาลนี้เลย”
“ เห็นไหมฟัง ซิ มันบ้าแค่ไหน” ท่านหลินสือ เอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัว แต่ก็มีเสียงลำโพงดังต่อมาอีกว่า
“ มึงวางยาข่มขืน เมืยน้อยกู จนตาย แล้วเอาไปฆ่าเผาถังแดง วันนี้ไม่มึงก็กูต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ไอ้หลินสือ..”
หยางเทียนกับทุกคน หันกลับมามองหน้า หลินสือทุกคน
“ วางยา ฆ่าเผาถังแดง?”
“ ใครไปวางยา ฆ่าเมียมันกัน มันกินเข้าไปเองต่างหาก พอมันตาย ลูกน้องก็เอาไปเผาในถังน้ำมันกันเอง ฉันไม่รู้เื่”
หยางเทียนไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เดินออกนอกห้องไป แล้วมีเสียงโครมคราม หยางเทียนเดินเข้าห้องมา เดินผ่านหน้าท่านหลินสือ ที่มองตามด้วยความสงสัย ว่าหยางเทียนจะทำอะไร หยางเทียน ลากสายดับเพลิง มาแล้วพันกับ เสาระเบียงห้อง แล้วเดินเข้ามา ยืนด้านหน้า อาเปียว แล้วกระซิบบอก
“ อะไรนะ นี่นาย..จะทำอย่างนั้นจริงๆ เร๊อะ?”
“ ทำตามที่ผมบอก” อาเปียวพยักหน้า แล้วเรียกบอดี้การ์ดทั้งหมด ออกไปจากห้องทันที พอทุกคนออกไปหมดแล้ว หยางเทียนก็หิ้วท่านหลินเทียน แล้วดึงไปที่ระเบียง
“ เฮ้ย นี่แกจะทำอะไรกับฉันเนี่ย ปล่อยฉันนะโว้ย นี่แกไม่รู้หรือไง ว่าฉันเป็ใคร”
“ ปล่อยท่านหลินสือนะ” เลขาสาวเข้ามาทุบตีหยางเทียน จนหยางเทียนจี้จุดไปที่คอสลบไป
หยางเทียนลากท่านหลินสือถึงหน้าระเบียงก็ะโบอก หัวหน้าเผ่ามูเซอดำว่า
“ หลินสือ อยู่ที่นี่แล้ว กำลังจะลงไปเดี๋ยวนี้”
พวกเผ่ามูเซอดำ ทุกคนได้ ยินก็มามองที่ระเบียงชั้นสี่ พบ หลินสือ เบิ่งตาโต ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แล้ว ร่างของหลินสือ ก็ถูกหยางเทียน หิ้วด้วยมือขวา ะโจากชั้น สี่ โดยที่มีมือซ้าย ถือ สายน้ำดับเพลิงเอาไว้ ทั้งสองคน ลงพื้นชั้นล่างด้วยความปลอดภัย หยางเทียนโยนร่าง ของ หลินสือ ไปข้างหน้า หัวหน้าเผ่ามูเซอดำ
“ จะจัดการอย่างไรก็เชิญ”
“ ไอ้บ้า แกเป็บอดี้การ์ดของฉันนะเว้ย แกทำเช่นนี้กับฉันไม่ได้นะ”
“ ฮ่า ฮ่า ในที่สุดมึงก็เจอกับกู ไอ้หลินสือ มึงทำกับ ตู๋ตู เมียกูได้ยังไง”
หัวหน้าเผ่าเตะเข้าปลายคาง ของหลินสือ จนตัวลอย หยางเทียนเห็นเช่นนั้น ก็นำปืนกลสองกระบอก จากแหวนมิติ แล้วหมุนตัวยิงใส่ คนของมูเซอดำ ที่ยืนรอบๆ โดยไม่ทันระวังตัว ะุปืนพุ่งเจาะหน้าผากของพวกมันที่ยืน อยู่ตายไปทีเดียวกว่า สามสิบคน ที่เหลือรู้สึกตัว ก็หมายยิงใส่หยางเทียน แต่ พวกของอาเปียว ที่ซุ่มอยู่ระเบียงชั้นสอง ก็ระดมยิงใส่พวกของเผ่ามูเซอดำ ล้มตายไปอีกชุด ส่วนที่เหลือหลังจากนั้น ก็ถูกหยางเทียนสาดะุปืนใส่ ไม่ยั้ง หลินสือ ร่วงตกมากับพื้น ถูกหยางเทียนเตะเข้าที่ร่าง ปลิวลงไปในบ่อน้ำพุ รอดพ้นะุปืนกลของ หัวหน้าเผ่า มูเซอดำ ยิงใส่ แต่สุดท้ายหยางเทียนก็ยิงเด็ดชีพหัวหน้าเผ่ามูเซอดำ ะุทะลุหัวตายตามลูกน้องไปเป็คนสุดท้าย
ท่านหลินสือ เจ็บระบมไปทั้งตัว เห็นคนร้ายตายหมด ก็ลุกขึ้นยืนได้ อย่างทุลักทุเล
“ แก หยางเทียน ฉันต้องรายงานเื่นี้ กับนายของแก ฉันไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่”
ท่านหลินสือ เดินเซไปเซมา ขึ้นห้องไปอย่างทุลักทุเล
ไม่นานนักตำรวจก็มากันเต็มโรงพยาบาลไปหมด และจะขอเข้าไปสอบถามรายละเอียด กับ ท่านหลินสือ
“ บอกตำรวจ วันนี้ฉันไม่สบาย ให้ข้อมูลไม่ได้ พรุ่งนี้ 9 โมงเช้าฉันจะให้ข้อมูลทั้งหมด” ท่านหลินสือ สั่งอาเปียวลงมา แล้วตัวเองก็กอดเลขาแสนเซ็กซี่ ที่ตื่นขึ้นมา เข้าห้องไป
“ เรายังคงอารักขาเขาอีกคืนหนึ่ง พรุ่งนี้พอเขาแถลงข่าวจบ พวกเราก็หมดหน้าที่แล้ว” อาเปียว บอกกับทุกคน แล้ว ตบหลังหยางเทียนเบาๆ
คืนนั้น หยางเทียนเข้ามาเฝ้าในห้องของ แม่เสี่ยวิ เพราะว่า เสี่ยวิขอร้อง กลัวว่า ชายชุดดำ จะมาเอาแม่ของเขาไป
“ พี่หยางเทียน พี่อย่าให้คนชั่วพาแม่ของเสี่ยวิไปนะครับ”
เสี่ยวิ กอดแม่ที่กำลังหลับไว้แน่น คล้ายจะปกป้องแม่ของตนเอาไว้ไม่ให้ใครมาพรากแม่ของตนไป
“ ไม่ต้องห่วง พี่อยู่ตรงนี้ จะไม่ไปไหน และ จะไม่ให้ใครมาเอาแม่ของเสี่ยวิไปอย่างแน่นอน”
หยางเทียนเอ่ยออกไป เพื่อให้เสี่ยวิสบายใจ แต่ในใจ รู้สึกบีบเค้นหัวใจตัวเองยิ่งนัก ยิ่งมองจอมอนิเตอร์ที่ อัตราการเต้นหัวใจของ แม่เสี่ยวินั้น อัตราการเต้นของหัวใจนั้น ต่ำลงทุกที ๆ
เวลา เที่ยงคืนตรง ความเย็นในห้องก็คล้ายจะลดลง ผิดปกติ เสี่ยวิลืมตาขึ้นมา กระซิบบอก หยางเทียนที่ลุกขึ้นยืนทันที ที่ััถึงไอความตายหนาแน่น อย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
“ พวกมันมาแล้ว พี่หยางเทียน ช่วยแม่เสี่ยวิด้วยนะครับ”
หยางเทียนมองไม่เห็น คนร้ายที่เสี่ยวิพูด แต่ที่จอมอนิเตอร์ก็มี สัญญาณหัวใจกลับ ลดลงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศโดยรอบ กลับพลันแข็งค้าง ิญญาในร่างของแม่เสี่ยวิ กำลังถูกดูดออกไป หยางเทียน ใช้พลังิญญาของตนออกมาอย่างเต็มที่ จับแขนของ แม่เสี่ยวิเอาไว้
ทันใดนั้นเอง ก็เป็ภาพ เงามีด สองร่าง ยืนอยู่ข้างเตียง กำลังดึงิญญาของแม่เสี่ยวิ แต่กลับถูกฉุดรั้งด้วยพลังิญญาระดับที่ 4 ของหยางเทียน
“ เ้าหนุ่ม อย่าหาเื่ใส่ตัวดีกว่า ผู้หญิงคนนี้ชะตาฟ้าลิขิตไว้แล้ว ต้องตาย พวกยมทูตอย่างพวกเรา ต้องนำิญญาของนางไป”
“ คนดีๆ เช่นนี้ท่านกลับพรากชีวิตของเขาไป ไอ้คนชั่วหลินสือ ข้างห้องกลับไม่สนใจ ปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่สร้างกรรมชั่ว จิตใจพวกท่านทำด้วยอะไรกัน?”
“ ทุกชีวิต ล้วนมีชะตาที่แตกต่างกัน ไม่มีใครเลือกปฏิบัติได้ ถอยไปซะ มนุษย์เช่นเ้าไม่อาจต้านกฏธรรมชาตินี้ได้หรอก”
และแล้วก็มีพลังมหาศาลพุ่งเข้ามากดดันร่างของหยางเทียน มากมายมหาศาล จนทำให้หยางเทียนต้องล้มไปกับพื้น หยางเทียนเกร็งพลังลมปราณชีวิตทั้งหมด แต่ว่า ไม่อาจต้านทานได้ ทำให้เืสีแดงฉานไหลออกมาจาก ปาก จมูก รูหู และดวงตาของหยางเทียน และแล้วิญญาของแม่เสี่ยวิถูกลากออกไปจนได้
เงายมทูตทั้งสองคน กำลังเดินผ่านหน้าต่างไป แต่ว่าจู่ๆ เงาิญญาของแม่เสี่ยวิ ก็หนักอึ้งคล้ายกับศิลา ไม่สามารถลากออกไปจากห้องได้
ทั้งสองยมทูต หันมามองด้วยความแปลกใจ แล้วพบว่า มีมือของหยางเทียนดึงร่างของแม่เสี่ยวิเอาไว้ไม่ยอมปล่อยไป โดยที่เืยังคงไหลนองพื้น ท่วมร่างของหยางเทียน แต่ว่าเืที่ไหลหาใช่เป็สีแดงไม่ แต่กลับเป็
“เื.สีทอง นี่เ้าคือ...” ยมทูตเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ตื่นเต้นหวาดหวั่นยิ่ง....