ตอน 19 แผนร้ายฮูหยินรอง
อี้หรานรีบเอามือปิดปาก
"อุ้ยย นี่เราเผลอพูดออกเสียงหรอเนี่ย
ชางเฟยแหงนหน้าขึ้นมาบนหัว ทั้งสองต่างใ ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่
"นี่ นี่ นี่ นี่เ้า!!!"
"นี่ๆอะไรของเ้า ขะ ข้าทำไมหรอแน่จริงก็จับฉันให้ได้สิเ้าหน้าปลาดุก"
"อี้หรานทำหน้าทะเล้นตีมึน..."
"ว่าแล้วว่าเ้าต้องสร้างเื่ให้ข้าปวดหัวไม่เื่ใดก็เื่หนึ่ง"
ยะ ยะ ย๊ากกกกก
อี้หรานไม่ระวังลื่นตกลงจากต้นไม้ ดังตุ้บ!!!!
"อ่ะโอ๊ยยย ทำไมนายไม่รับฉันไว้ล่ะ ปัดโถ่ไม่เห็นเหมือนในละครเลย พระเอกรับนางเอกเอาไว้ในอ้อมกอด"
"อืม.... ฉันคงเป็นางร้ายสินะ 555+"
ชางเฟย เห็นท่าทีอี้หรานก็แปลกใจ
"หัวเราะคิกคักอะไรของเ้าฮูหยินน้อยท่าจะเพี้ยน"
ชางเฟยแม้จะแกล้งทำเมิน แต่สุดท้ายก็ยื่นมือไปอยู่ดี
อี้หรานปัดมือชางเฟยออก "เอาออกไปให้ไกลเลย ไม่ต้องทำมาเป็อยากช่วยเหลือฉัน "
ชางเฟยนึกขึ้นได้รีบทำท่าทีเคร่งขรึมวางมาด "งั้นก่อนหน้านี้ที่ข้าพูดเ้าก็ได้ยินหมดแล้วล่ะสิ"
"อืม ได้ยินหมดละ "
"อ๋า ได้ยินความในใจของข้าหมดแล้วทำไมเ้าดูไม่แปลกใจอะไรเลยล่ะ"
"เอิ่มจะแปลกใจทำไมมิทราบฉันโดนผู้ชายสารภาพรักบ่อยจนชินละ"
"นายก็อย่าพูดให้เสียน้ำลายเปล่าเลย ยังไงฉันก็ไม่มีวันชอบคนอย่างนายหรอก"
อี้หรานลุกขึ้นเอง พร้อมกับเดินสะบัดบ๊อบหนีไป
*****************
ณ ตำหนักฮูหยินรอง
"ไปพานางเข้ามา"
"ฮูหยินรอง แม่นางทั้งสองมาถึงแล้วข้าพานางเข้ามาตามที่ท่านสั่ง"
"แม่นางสองคนนี้เป็อะไรหรือ"
"ถือว่าเ้าเป็สาวใช้คนสนิทของข้าข้าจะยอมเผยความลับนี้กับเ้า เ้าเองก็ต้องเก็บรักษาเอาไว้เยี่ยงชีวิต"
"นี่คือหลิงหลิงหว่าน บุตรสาวของท่านป้าแม้นางจะไม่ใช่น้องสาวในไส้ แต่ข้าก็รักนางดั่งคนในครอบครัวเดียวกัน "
"ส่วนแม่นางผู้นี้ คือ แม่นาง อันเสี่ยวเล่ยน้องสาวบุญธรรมของข้า เมื่อก่อนข้ากับนางสนิทสนมกันเสียยิ่งกว่าฝาแฝดแต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ข้ากับนางต้องพลัดพราก"
"บัดนี้ข้ารับเ้าทั้งสองเข้ามาอยู่ที่จวนเสิ่นก็เพื่อหวังมีเวลาสอนธรรมเนียมกฎวังให้พวกเ้า"
"คุณหนู เหตุใดต้องสอนกฎวังให้แม่นางทั้งสอง"
"เ้าคงจะยังไม่รู้ว่า ความฝันของนางทั้งสองขึ้นได้ขึ้นเป็สนมขององค์ไท่จื่อ"
"การสอบคัดเลือกเข้าไปเป็สนมได้นั้นมิได้คัดกรองเพียงแค่หน้าตา กลับจะต้องรู้ธรรมเนียมมารยาท ฉลาดหลักแหลม "
"เอาล่ะ น้องทั้งสองของข้าลุกขึ้นเถอะ "
"ข้าจะพาพวกเ้าเข้าพบฮูหยินใหญ่เสียหน่อย "
ณ ตำหนักฮูหยินใหญ่
"ฮูหยินรอง นั่นเ้าพาใครมาหน้าตาสะสวยไร้ที่ติ"
"ท่านแม่ นี่เป็น้องสาวบุญธรรมของซือเถาเองบัดนี้ซือเถาร่างกายอ่อนแอ ไร้กำลัง หากจะพึ่งพาเพียงแต่สาวใช้ เกรงว่าจะไม่เป็ผลเพื่อความสบายใจของท่านพ่อ ส่งน้องบุญธรรมทั้งสองมาที่นี่เพื่อปรนนิบัติดูแลซือเถาเองยากปฏิเสธ"
"ดี ดี ได้คนมาคอยดูแลเพิ่มก็ดีดูหน้าตาแล้วก็พอใช้ได้ มิได้ดูร้ายกาจอะไร หากเป็อย่างที่เ้าว่าข้าก็ไม่ขัดข้อง"
"ขอบคุณท่านแม่ที่เข้าใจซือเถาเป็ท่านแม่ที่ดีกับซือเถามาโดยตลอด"
"ฮะ ฮะ ฮ่า ฮูหยินรองช่างปากหวานจริงๆกล่าวชมข้าไม่หยุดหย่อน รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่หยิ่งผยอง "
"งั้นแม่นางน้อยทั้งสองออกไปเดินชมรอบๆจวนและให้สาวใช้เอาข้าวของพวกเ้าเก็บเข้าเรือนเถอะ ข้ามีเื่อยากพูดคุยกับฮูฆยินน้อยเป็การส่วนตัวสักหน่อย"
"ขอบคุณฮูหยินใหญ่ พวกข้าทั้งสองขอตัวลา"
หลิงหว่านกับเสี่ยวเล่ย แยกทางกัน
"หลิงหว่านข้ายังอยากเดินเล่นชมความงามในจวนเสิ่นอีกสักหน่อย หากเ้าเหนื่อยแล้วเ้าก็กลับเข้าเรือนก่อนเถอะ"
"โอ๊ย จะอะไรนักหนาทำอย่างกับว่าจะได้อยู่วันนี้วันเดียวอย่างนั้นแหละ วันหลังค่อยเดินให้ทั่วก็ได้"
"ไม่เอาน่า หลิงหว่าน ถ้าอารมณ์ไม่ดีก็ไม่ควรมาลงที่ข้า"
"งืมๆ ี้เีพูดกับเ้า"
หลิงหว่านเดินแยกจากเสี่ยวเล่ยด้วยท่าทีฟึดฟัด!!ไม่ทันดูทางชนเข้าเต็มๆกับแผ่นหลังของปู้เถียว
"อ๊ะอ๋า... เจ็บจัง"
"แม่นาง เป็อะไรหรือไม่ ข้าขออภัยด้วย"
ทันทีที่หลิงหว่านเงยหน้าขึ้นมา เป็วินาทีที่ทั้งสองได้สบตากันปู้เถียวรู้เลยว่า ตนเองตกลงหลุมแม่นางผู้นี้เข้าแล้วอย่างจัง
"ไม่ทราบว่าแม่นางมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร"
"เหตุใดมาเดินชมนกชมไม้ที่สกุลเสิ่นของข้า"
หลิงหว่านจากที่มีท่าทีโมโหเกรี้ยวกราด หวังด่าระบายอารมณ์ให้ตายก็มีท่าทีอ่อนลง
"ไอ๊หย๊า ท่านคงจะเป็ท่านแม่ทัพเสิ่นชางเฟยสินะชื่อเสียงของท่านดังไกลทั่วเมืองหลวงไม่คิดเลยว่าวันนี้หลิงหว่านจะมีวาสนาได้เข้าใกล้"
"แม่นาง เ้าชื่อหลิงหว่านหรือ"
"ข้าชื่อ หลิงหลิงหว่านน้องสาวบุญธรรมของท่านพี่เกยซือเถา"
"เข้าใจผิดแล้วแม่นาง ข้าเสิ่นปู้เถียวเป็น้องรอง ของพี่ใหญ่ "
"แม่นางยินดีจะสานไมตรียอมเป็สหายของข้าได้หรือไม่"
ทันทีที่รู้ว่าไม่ใช่นายใหญ่ของจวน หลิงหว่านก็ไม่อยากเสวนาให้มากความเดินหน้าตรงเชิดหนีไปอย่างไร้มารยาท
นางพึมพำ
"เหอะ เป็แค่คุณชายรองเสเพลไม่เอาการไม่เอางานวันๆเอาแต่งมงายอยู่กับบทกวี วันใดจะรุ่งเรืองได้เล่าข้าไม่อยากเสียเวลาคบค้าสมาคมกับคนที่ไม่สูงส่งไร้อำนาจหรอก"
ปู้เถียว รู้สึกเสียหน้า คิดน้อยเนื้อต่ำใจ
"ทำไมล่ะเป็ข้ามันต่ำต้อยถึงขนาดนั้นเลยหรอ"
"ข้าเลือกเกิดไม่ได้ โลกนี้จะมีผู้ใดเห็นใจบ้างต้องเป็แบบพี่ใหญ่เท่านั้นใช่ไหม ถึงจะมีคนมองเห็นความดียกย่องข้าบ้าง"
ณ ท้ายจวน อีกฟากฝั่งของสระบัวท้ายจวน
เสี่ยวเล่ย เดินเล่นไปเรื่อยๆ เห็นชายผู้หนึ่งนั่งพักพิงเอนกายโน้มไปตามลำต้นดอกท้อต้นใหญ่เป่าใบไม้กล่อมเป็เสียงดนตรีอันไพรเราะเคล้าคลอสายลม
"มิคิดเลยว่า ในจวนที่กว้างใหญ่แห่งนี้จะมีทิวทัศน์ชวนหลงใหลเอาปานนั้นชายผู้นี้ช่างหล่อเหลาบาดตา ทำให้ใจน้อยๆของเสี่ยวเล่ยสั่นระรัวแบบนี้ข้าจะหนีพ้นเข้าวังไปเป็สนมของไท่จื่อได้อย่างไร"
เสี่ยวเล่ยยืนมองพรางชื่นชมชางเฟยอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่กระทั่งชางเฟยเริ่มรู้สึกตัวว่ามีคนจ้องมองอยู่กลายๆ
ชางเฟยจึงลุกขึ้นยืนเดินจากไปจากจุดนั้น หวังหลบสายตาปริศนา
แม่นางเสี่ยวเล่ย แสนไวไฟ ไม่รอช้า รีบเดินอ้อมฝากเข้าหาชางเฟยเอาตัวเองไปขวางทางเดินต่อหน้าชางเฟย
"ไม่ทราบว่าท่านพอจะบอกชื่อบทเพลงที่ท่านเป่าใบไม้ใบนั้นได้หรือไม่"
"มันช่างไพรเราะจับใจ จนเสี่ยวเล่ยไม่สามารถละสายตาได้เลยราวกับว่าตกอยู่ในห้วงแห้งความฝัน"
"แม่นางกล่าวเกินไปแล้วนั่นเป็เพียงบทเพลงที่ข้าแต่งขึ้นมาเอง ไม่มีท่วงทำนองตายตัวทุกอย่างกลั่นออกมาจากความรู้สึกของข้าทั้งสิ้น"
"เท่าที่เสี่ยวเล่ยฟังบทเพลงนั้นคล้ายกับว่าท่านกับรักมีความรัก แต่ในใจกลับเศร้าโศกนัก"
"แม่นางฟังได้ดีแต่อย่ามิบังอาจมาคาดเดาสิ่งที่อยู่ในใจข้า!!"
เสี่ยวเล่ยโดยชางเฟยดุ รีบคุกเข่าลงขออภัย
"เสียวเล่ย ไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นท่านโปรดอย่าเข้าใจผิด"
"เหอะ ข้าไม่ได้มีเวลามาพูดคุยกับเ้าคงเป็สาวใช้คนใหม่สินะ งั้นก็จงไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี"
ชางเฟยเดินหนีไปอย่างไม่ไยดี
เสี่ยวเล่ยใมาก
"ทำไมชายผู้นี้ ยิ่งโมโห ยิ่งมีเสน่ห์นักข้ากลับไม่รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย กลับรู้สึกว่าชายผู้นี้น่าสนใจยิ่งหากได้มาเป็สามีจะเป็อย่างไรกันนะ"
"แค่คิดก็อดใจไม่ไหว"
เสี่ยวเล่ยรีบเดินกลับห้องพักหวังนำเื่นี้ไปบอกซือเถา ว่าตนได้พบกับชายในดวงใจแล้ว