หลังจากรับและส่งคุณเอมและมะขิงเรียบร้อย ผมก็กลับมาที่ห้องพักของตัวเอง สีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเพิ่งได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกไป
ผมเดินตรงไปที่ห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำเย็นแล้วตักมาล้างหน้า ความเย็น ทำให้สมองตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ พอเงยหน้าสบตากับเงาตัวเองในกระจกก็พลันหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ให้ตายสิ…แกจะเอาทั้งแม่ทั้งลูกเลยเหรอวะวายุ”
ผ้าเช็ดหน้าสะอาดถูกยกขึ้นซับหยดน้ำ ก่อนที่ผมจะเหลือบไปมองนาฬิกาบนจอโปร่งใสที่ลอยอยู่
[11.59 น.]
[สกิล ไว้วางใจ หมดเวลา จะให้งานได้ในอีก 24 ชั่วโมง]
[ผู้โดยสารสองคน]
[คุณได้รับค่าตอบแทนจากคุณมะขิง 8,000 บาท]
[คุณได้รับค่าตอบแทนจากคุณชะเอม 8,000 บาท]
“เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินดีกว่า” ผมพึมพำกับตัวเอง พลางก้าวออกจากห้องตรงไปยังห้องครัว
พอเดินเข้าไปก็เห็นพี่เหมยกับพี่กิ่งกำลังนั่งทานข้าวกันอยู่พอดี ผมเลยเอ่ยทัก “อร่อยไหมครับ”
พี่เหมยเงยหน้าขึ้นยิ้ม “มาพอดีเลย พี่ผัดข้าวไว้เผื่อด้วยนะ”
พี่กิ่งก็เสริมต่อทันที “คุณนายซื้อไก่ย่างมาฝากด้วย กินด้วยกันสิ”
ผมเดินไปนั่งลงข้าง ๆ พวกเธอ พี่เหมยก็รีบจัดทุกอย่างให้ผม บนโต๊ะอาหารถูกจัดวางอย่างน่ากิน ไก่ย่างหอมกรุ่น ข้าวผัดร้อน ๆ และกับข้าวเล็กน้อยอีกหลายจาน
ผมหันมองออกไปนอกห้องครัว สายตาจับจ้องที่โต๊ะอาหารซึ่งเต็มไปด้วยกับข้าวหลากหลายเมนู ที่ถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดี
อาหารพวกนั้น ได้มาตอนขากลับจากที่ไปรับคุณเอมที่โรงแรมโมโนเลค มะขิงเอาแต่บ่นกับแม่ว่าอยากกินนู่นอยากกินนี่ จนแม่ของเธอต้องบอกให้ผมแวะร้านอาหาร
ผ่านไปสักพัก สองสาวก็เดินมาด้วยชุดสบาย ๆ ท่าทางผ่อนคลาย ก่อนจะเดินไปโต๊ะอาหาร บ้างก็พูดคุยกันเรื่องโทรศัพท์ใหม่ที่เพิ่งซื้อมาอย่างตื่นเต้น บ้างก็เปิดมือถือดูคลิปวิดีโอพลางหัวเราะเบา ๆ
ครั้งนี้มะขิงไม่ได้หันหลังให้ผม แต่เลือกนั่งหันหน้ามาทางผมราวกับตั้งใจ
ผมหันไปมองเธอพอดี มะขิงสบตากับผมพอดี เธอเหลือบมองคุณเอมเล็กน้อย ราวกับว่าไม่อยากให้เห็นท่าทีของเธอ ก่อนที่รอยยิ้มเล็ก ๆ จะปรากฏบนใบหน้า และเลียริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง
ผมเม้มปากเพื่อกดอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะหันกลับมาจัดการอาหารตรงหน้าต่อ แต่สมองก็ยังจับจ้องความเคลื่อนไหวของมะขิงอยู่บ้าง
ผมรู้สึกสับสนเล็กน้อย จึงเอ่ยถามกับระบบในใจ “แกรู้ไหม ทำไมมะขิงถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้”
ติ้ง...
[เพราะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเธอ มะขิงมักจะเผยความสนิทและความเป็นตัวเองออกมาเมื่ออยู่กับคนที่ไว้ใจและมีความเป็นไปได้ที่เธอจะไม่ปิดบังความรู้สึก]
ผมพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจว่า พฤติกรรมที่เห็นตอนนี้เป็นเพียงด้านหนึ่งของมะขิงที่เปิดใจให้กับผมโดยเฉพาะ
...
ต่อมาขณะที่ผมกำลังใช้ผ้าเช็ดรถให้เงาวับอยู่นั้น มะขิงก็เดินออกมาจากประตูบ้าน ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยสะอาดตาในแบบของเธอ
ผมหันไปยิ้มให้เธอเล็กน้อยพลางมองดูนาฬิกาตอนนี้ก็ บายโมงกว่าแล้ว ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“มีเรียนเหรอครับ?”
เธอไม่ตอบทันที เพียงแต่ยกมือขึ้นจับสายกระเป๋าที่อก แล้วก้าวเดินเข้ามาใกล้ผมทีละนิด
แววตาของเธอดูเหมือนจะมีบางอย่างที่อยากพูด ทว่าเธอกลับเลียริมฝีปากเบา ๆ อย่างหยอกล้อก่อนเอ่ยเสียงใส “ใช่ค่ะ”
ผมรีบตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มะขิง… ไม่ได้นะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า”
เธอหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ใส่ใจกับคำเตือนของผม
ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าสกู๊ปปี้สีชมพูขาวที่จอดอยู่ใกล้ ๆ
เธอสตาร์ทรถ ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนมาหยุดตรงหน้าผม เสียงเครื่องยนต์ดัง บู้นๆ จากนั้นเธอก็เอ่ยเสียงเบา “พี่อย่าลืมนะคะ…คืนนี้”
น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความเขิน หน้าแดงก่ำขึ้นมาอีกแล้ว แววตากลับบอกชัดว่า เธอตั้งใจจะพูดมันออกมา
ผมยิ้มรับ ก่อนเอ่ยตอบเธอเบา ๆ “ไว้เจอกันนะ แล้วก็ขับรถดี ๆ นะครับ”
เมื่อเธอได้ยินเสียงของผม มะขิงยกมือขึ้นโบกลาราวกับว่าพวกเราสนิทกันมานาน
แต่ผมรีบเอื้อมไปปัดมือนั้นลงเบา ๆ เพราะกลัวว่าใครจะมาเห็นความสนิทที่เราไม่ควรเปิดเผย
เธอยิ้มแล้วขับรถออกจากประตูบ้านไปจนลับสายตาของผม
จากนั้นผมก็หันกลับมาเช็ดรถยนต์คันหรูต่อ แต่สายตาก็เหลือบไปมองรถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ที่จอดอยู่ข้าง ๆ เป็นระยะ มันอาจจะเป็นของขมิ้น พี่สาวของมะขิงก็ได้
“ว่าแต่… เธอก็ยังไม่กลับบ้านเลย ตั้งแต่วันนั้น” ผมพึมพำออกมา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น
กริ๊ง...!
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย ใครกันนะ โทรมาช่วงเวลานี้…มือเอื้อมหยิบ iPhone 7 Plus เครื่องเก่า ๆ ขึ้นมาอย่างลังเล บนหน้าจอสว่างวาบ ปรากฏชื่อเพียงสองพยางค์ที่ทำให้ผมหลุดยิ้มออกมา “เมษา” ผมกดรับสายทันที
“พี่คะ… ทำอะไรอยู่เอ่ย” เสียงของเมษาดังออกมา น้ำเสียงฟังดูสบาย ๆ เหมือนกำลังพูดไปกินไป แถมยังมีเสียงทีวีดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ
“ก็ทำงานเหมือนเดิมนั่นแหละ” ผมตอบไปพร้อมรอยยิ้ม น้ำเสียงมีความสุข
“พี่จะกลับตอนไหนเนี่ย” เธอถามเสียงเจือความงอแงเล็กน้อย
ผมหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบกลับ “วันนี้เพิ่งวันที่สองเอง เมื่อวานก็โทรมาถามแล้วนี่นา”
เธอหัวเราะออกมาเสียงใส “อยู่ห้องคนเดียวมันเหงานี่นา” ประโยคนั้นเพิ่งจบลง ผมก็ได้ยินเสียงกรุบกรับแทรกเข้ามาทางสาย เหมือนเธอกำลังหยิบอะไรเข้าปากเคี้ยวอย่างเพลิน
“รอหน่อย เดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว อีกอย่างพี่มีของไปฝากด้วยนะ” ผมบอกปลายสายด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ แต่ทันทีที่พูดจบ ก็อดถอนหายใจไม่ได้ ในหัวดันนึกถึง iPhone 17 ตัวท็อปสุด 7 เครื่อง ที่ผมทำเป็นหน้าใหญ่ซื้อมา แค่คิดก็เผลอส่ายหัวให้กับตัวเอง จะเรียกว่าอวดรวยหรือไม่รู้จักประมาณตัวดีนะ
“จริงเหรอ… ของอะไรอะ” เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ไม่บอกหรอก” ผมหัวเราะเบา ๆ ใส่ปลายสาย
“แหน่… จะรอดูละกัน” เธอหัวเราะคิก ก่อนจะหยุดลงเล็กน้อยแล้วพูดต่อ
“พี่คะ… โรงแรมมาทำกำแพงที่พังให้แล้วค่ะ” พอพูดจบ เธอก็หัวเราะอีกรอบเหมือนมันเป็นเรื่องตลก
ผมเองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “โฮ... กว่าจะมาได้”
จากนั้นบทสนทนาก็ไหลไปเรื่อย ๆ เรื่องโน้นเรื่องนี้ เสียงหัวเราะแทรกขึ้นเป็นระยะ จนกระทั่งเราสองคนต่างเงียบลง พร้อมใจกันวางสายไปในที่สุด
ติ๊ง...
[ระดับความสนิท: เพิ่มขึ้น → ระดับ 4]
[หากเธอใช้บริการรับ–ส่งหรือทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับค่าตอบแทนจากเธอคูณ 8]
“โอ้…คูณ 8 เลยเหรอ บ้าไปแล้ว” ผมหยุดคิด พลางกะพริบตาปริบ ๆ “แบบนี้แวะไปหาสักหน่อยดีไหมนะ… แค่คิด เงินที่เพิ่งเสียให้กับไอโฟนไปก็คงได้คืนกลับมาไม่ยากแล้ว” ริมฝีปากผมเผลอคลี่ยิ้ม เจือความเจ้าเล่ห์ออกมาโดยไม่รู้ตัว