แต่ตอนนี้ที่บริเวณทางออก หวังอวี่ก็ได้จุดกองไฟเอาไว้เช่นกัน
ในขณะนั้นเอง ท่ามกลางความมืดเบื้องหน้า ก็ปรากฏแสงสีเขียวหม่นสองดวงขึ้นมา
มันมาแล้ว!
หวังอวี่รักษาสติระแวดระวังขั้นสูงสุดอยู่ภายในใจ พร้อมกับเอ่ยปากพูดว่า "ตอนกลางวันผมตัดสินใจผิดไป หมาป่าสีเทาตัวนี้สังเกตเห็นผมตั้งนานแล้ว และมันจำกลิ่นของผมได้ เพียงแต่เป็เพราะกวางตัวเล็กเมื่อบ่ายนี้ทำให้มันอิ่มท้องชั่วคราว มันจึงทำเป็มองไม่เห็นผม แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มันหิวอีกครั้ง จึงตามกลิ่นของผมมาจนถึงที่นี่"
"เห็นฉันเป็อาหารงั้นเหรอ? น่าเสียดายที่หมาป่าสีเทาตัวนี้คิดผิดซะแล้ว และมันจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!"
ร่างของหมาป่าสีเทาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในระยะสายตาของหวังอวี่
แววตาของมันเย็นเยียบและโเี้ ปากที่อ้าออกเล็กน้อยดูเหมือนจะมีน้ำลายหยดลงมาตามเขี้ยว มันค่อย ๆ เดินเข้ามา จนกระทั่งเข้ามาใกล้กองไฟในระยะสามเมตรถึงได้หยุดฝีเท้าลง แล้วจ้องมองหวังอวี่ด้วยความดุร้าย
สัตว์ป่ากลัวไฟเป็สัญชาตญาณ หมาป่าสีเทาตัวนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
หนึ่งคนหนึ่งหมาป่าเผชิญหน้ากันอย่างเงียบงันท่ามกลางความมืดมิด
บนหน้าผากของหวังอวี่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย แต่เขาไม่ได้ถอยหนี กลับกัน สายตาของเขากลับจ้องมองหมาป่าสีเทาอย่างดุร้ายยิ่งกว่าเดิม
"คืนนี้ถ้ามันไม่ตายก็เป็ผมที่พินาศ อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่า หมาป่าคือ 'หัวทองแดง หางเหล็ก เอวเต้าหู้' จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมันก็คือ่เอว ถ้ายืดเวลาออกไปนานเข้า ผมก็จะหมดแรง ดังนั้นผมต้องจบชีวิตมันให้ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว จบการต่อสู้นี้อย่างเด็ดขาด!"
"เมื่อตอนกลางวันผมเคยพูดไว้แล้วว่า ในการเอาชีวิตรอดในป่า หากมีทางเลือกและสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายได้ ก็อย่าเป็ฝ่ายไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน แต่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางให้ถอย เราก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับอันตราย ผู้ที่ปรับตัวได้คือผู้รอดชีวิต ถึงแม้มันจะฟังดูโหดร้าย แต่นี่คือสัจธรรม"
หลังจากตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่ จิติญญาการต่อสู้และรัศมีกดดันของหวังอวี่ก็เปิดกว้างอย่างเต็มที่
สิ่งที่เรียกว่ารัศมีกดดันนี้ไม่มีใครอธิบายได้เต็มปากว่าคืออะไร มันไม่ได้ปรากฏออกมาในรูปแบบใด ๆ แต่มันมีอยู่จริง เมื่อรัศมีกดดันของหวังอวี่เพิ่มสูงขึ้น ความมั่นใจที่พุ่งพรวดกะทันหัน ก็ทำให้หวังอวี่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเล็ก ๆ
สัญชาตญาณของสัตว์ป่าอ่อนไหวมาก เมื่อต้องเผชิญกับอันตราย พวกมันสามารถรับรู้ได้ในทันที หวังอวี่ในสายตาของหมาป่าสีเทาตอนนี้กลายเป็ดูสูงใหญ่ผิดปกติ และทำให้มันเกิดความรู้สึกถึงวิกฤตอย่างรุนแรงขึ้นภายในใจ
หมาป่าสีเทาจ้องมองหวังอวี่ แล้วเหลือบมองแหล่งกำเนิดไฟข้างกายเขา
จากนั้นมันก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วหายวับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องไลฟ์สตรีม กลับมีผู้ชมพุ่งสูงถึงหนึ่งพันคนแล้ว
ผู้ชมเหล่านี้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง วันเวลาปกติก็ผ่านไปอย่างเรียบง่าย สัตว์อย่างหมาป่ามีให้เห็นแค่ในสวนสัตว์ ทำได้แต่มองผ่านกรงอยู่ไกล ๆ ไม่เคยเห็นฉากที่ระทึกขวัญขนาดนี้มาก่อน
โดยเฉพาะฉากที่หวังอวี่ข่มขวัญหมาป่าสีเทาจนต้องถอยหนีไป ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกเหลือเชื่อเป็อย่างมาก หน้าจอไลฟ์สตรีมถูกบดบังไปด้วยข้อความคอมเมนต์และของขวัญที่ส่งมาอย่างมืดฟ้ามัวดินจนมิด
[หมาป่าสีเทา : ดูเหมือนไอ้หมอนี่จะไม่ใช่ย่อย ชิ่งดีกว่า!]
[พระเ้าช่วย เมื่อกี้ฉันแทบจะช็อกตายอยู่แล้ว]
[ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สัตว์ป่าต้องเจอไม้แข็ง]
[ดูแล้วโคตรมันส์เลย ขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้ว]
[666 ฉันอัดหน้าจอไว้แล้ว เอาไปลงแพลตฟอร์มบีจ้านต้องดังะเิแน่ ๆ ]
ถึงแม้ว่าหมาป่าสีเทาจะหายไปในความมืดแล้ว แต่หวังอวี่ก็ไม่ได้ลดความระแวดระวังลงเพราะเหตุนี้
เขากังวลว่าหมาป่าอาจจะซ่อนตัวอยู่ในความมืด และฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่ระวังเข้าโจมตีทันที เขายังคงรักษาท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ด้วยความลุ้นระทึก
สิบนาทีผ่านไป กระทั่งมั่นใจแล้วว่าหมาป่าสีเทาตัวนั้นจากไปแล้วจริง ๆ หวังอวี่ถึงได้คลายความระวังลง เขาพ่นลมหายใจยาวออกมาก่อนจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้น
เมื่อเห็นว่าแสงไฟตรงหน้าเริ่มหรี่ลง หวังอวี่ก็รีบเติมกิ่งไม้แห้งลงไป เพื่อให้แสงไฟสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะพูดกับกล้องว่า "เมื่อกี้ระทึกมากจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงหอนของหมาป่าที่ทำให้ผมตื่นขึ้นมา ป่านนี้ผมคงกลายเป็ศพไปแล้ว"
เขาเขี่ยกองไฟตรงหน้าเล็กน้อย แล้วพูดต่อว่า
"ตอนนี้ผมไม่รู้สึกง่วงเลย และก็ไม่รู้ว่าหมาป่าตัวนั้นจะกลับมาอีกไหม การเอาชีวิตรอดในป่าก็เป็แบบนี้ ต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ และต้องตัดสินใจให้ทันท่วงที หากไม่ระวังเพียงนิดเดียวอาจต้องเสียชีวิต เมื่ออันตรายมาถึง สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่การหนี แต่คือการเลือกที่จะเผชิญหน้า ผู้ที่อ่อนแอไม่สามารถเอาชีวิตรอดในป่าได้!"
เขาดูเวลา พบว่าตอนนี้เป็เวลาตีสามกว่าแล้ว จึงพูดว่า "ทุกคนรีบไปนอนเถอะครับ! ตื่นมาแล้วค่อยกลับมาดูไลฟ์ของผมต่อ!"
ผู้ชมส่วนใหญ่ในห้องไลฟ์ยอมทำตามคำแนะนำของหวังอวี่และออกจากไลฟ์ไป แต่ก็ยังมีสายนกฮูกอีกหลายร้อยคนที่เลือกจะอยู่ต่อ
หวังอวี่เลยอยู่พูดคุยโม้แหลกกับพวกเขา เพื่อเป็การฆ่าเวลาที่น่าเบื่อหน่ายนี้ไป
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว หมาป่าสีเทาตัวนั้นไม่ได้ปรากฏตัวออกมาอีก
ทีละน้อย ดวงอาทิตย์ก็เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก บนท้องฟ้ามีฝูงห่านป่าบินผ่าน แสงแดดอันอบอุ่นและสว่างไสวสาดส่องลงมาบนผืนแผ่นดินแห่งนี้
หวังอวี่ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายและสะพายเป้อีกครั้ง "วันใหม่กำลังจะมาถึงแล้วครับ ในการเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ภายในใจของคุณจำเป็ต้องมีความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นของบางคนคือครอบครัว ความเชื่อมั่นของบางคนคือสิ่งของบางอย่าง แต่ตอนนี้ผมแค่อยากจะรีบกลับบ้าน ไปนอนบนเตียงนุ่ม ๆ อุ่น ๆ ของผม แล้วหลับให้สบายไปเลย"
หวังอวี่สูดอากาศยามเช้าอันสดชื่นเข้าปอด ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง
ในเวลานี้ มีผู้ชมจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าหวังอวี่เปิดไลฟ์สตรีมแล้ว ก็พากันหลั่งไหลเข้ามาในห้องสตรีม
[ทำไมวันนี้ลูกพี่อวี่เปิดสตรีมเร็วจัง?]
[ลูกพี่อวี่สตรีมั้แ่ตีสองเมื่อคืน ยิงยาวมาจนถึงตอนนี้ต่างหาก!]
[เมนต์บน เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?]
[เมื่อคืนลูกพี่อวี่บวกกับหมาป่าสีเทาตัวเบ้อเริ่ม สุดท้ายหมาป่าก็หนีไป]
[จริงดิ? ลูกพี่อวี่ไม่ได้บอกว่าให้หงอเข้าไว้หรอกเหรอ?]
เมื่อเห็นว่าผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีมเอาแต่พิมพ์ถามว่าเป็เื่จริงหรือหลอก หวังอวี่ก็อ้าปากอธิบายว่า "เมื่อคืนหมาป่าสีเทาตัวนั้นวิ่งมาจู่โจมผมครับ ส่วนเหตุการณ์โดยละเอียด มีพี่น้องบางคนอัปโหลดลงแพลตฟอร์มบีจ้านไปแล้ว พวกคุณไปหาดูที่นั่นได้เลย"
หลังจากที่หวังอวี่พูดจบ ผู้ชมที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็พากันแห่ไปดูคลิปวิดีโอเมื่อคืนที่แพลตฟอร์มบีจ้าน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้ชมบางคนที่ดูคลิปวิดีโอในแพลตฟอร์มบีจ้านจบ ก็กลับมาที่ห้องไลฟ์สตรีมพร้อมกับพิมพ์คอมเมนต์ด้วยความตกตะลึง!
ข้อความคอมเมนต์มืดฟ้ามัวดิน บดบังหน้าจอของห้องไลฟ์สตรีมไปจนหมดสิ้น
[ดูจบแล้ว เมื่อคืนลูกพี่อวี่ใช้รัศมีกดดันข่มหมาป่าสีเทาซะอยู่หมัด!]
[เมื่อวานลูกพี่อวี่เพิ่งบอกไปว่าให้หงอ ๆ ไว้แท้ ๆ ผลปรากฏว่าตกดึกมาก็เปิดโหมดโหดซะงั้น]
[ลูกพี่อวี่ : หมาป่าน้อยอย่างแก ฉันไว้หน้าแล้วนะ กล้ามาทำเก่งต่อหน้าฉันเชียวเรอะ!]
[ไกอาอุลตร้าแมนมอบเรือสำราญสุดหรู 1 ลำ : เมื่อคืนตอนที่ลูกพี่อวี่ทำหน้านิ่ง ๆ โคตรหล่อเลย!]
[ขุนเขาไท่ซานทับหัวมอบเครื่องบินให้สตรีมเมอร์ 1 ลำ : เห็นลูกพี่อวี่ยังเทพขนาดนี้ ฉันก็วางใจแล้ว!]