“ท่านลุงใหญ่ หากท่านต้องการส่งเสริมพี่ใหญ่ให้มีตำแหน่งที่สูงขึ้น มันจะเป็นการดีกว่าหากท่านรีบทำโดยเร็ว เพราะหากล่าช้ามันจะมีปัญหาเกิดขึ้นอีกมาก และข้าคิดว่าพี่ใหญ่ หวัง หลี่ มีความสามารถด้านกองทัพสูงยิ่งนัก ดังนั้น ข้าจึงหวังว่าท่านลุงใหญ่จะลองทบทวนเรื่องนี้ดูอีกครั้ง!!”
หวัง ชง กล่าว
ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา ตระกูล เหยา ได้วางแผนทำลายตระกูล หวัง โดยจำกัดอำนาจของแต่ละคนในตระกูล หวัง ลงไป โดยเริ่มจากบิดาของเขา หวัง หยาน , ลุงใหญ่ หวัง เกิ่น , ลุงรอง , พี่ใหญ่ หวัง หลี่ และพี่ชายคนโตของเขา หวัง ฝู
พี่ใหญ่ หวัง ฝู ของเขามีความมั่นคงในตำแหน่งของเขา ดังนั้นตระกูล เหยา จึงไม่อาจแตะต้องเขาได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับ หวัง หลี่ นั้นต่างออกไป
ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา จากความกังวลของ หวัง เกิ่น ทำให้เขาเพิ่มรายชื่อของ หวัง หลี่ เข้าไปในการปรับชั้นยศในราชสำนัก นั่นจึงทำให้ตระกูล เหยา สามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้อย่างเต็มที่
เหยา กวงยี่ ใช้ประโยชน์ในการปรับตำแหน่งของราชสำนักโดยการทำให้ หวัง หลี่ อยู่ใต้คำสั่งของมัน อีกทั้งยังมันยังทำทุกอย่างให้เขาทำสิ่งที่ผิดพลาด หลังจากนั้นไม่นาน หวัง หลี่ ก็ได้กลายเป็นอาวุธของตระกูล เหยา ในการทำลายตระกูล หวัง
แต่ว่าในครั้งนั้น ท่านพ่อ และลุงใหญ่ของเขาได้พลาดพลั้งไปก่อนแล้ว มันจึงไม่มีประโยชน์ใดในการจำกัดความสามารถของ หวัง หลี่ มากนัก
มาในครั้งนี้มันต่างออกไป เหยา กวงยี่ ได้พ่ายแพ้ให้กับบิดาของเขาที่ชายแดน และท่านลุงใหญ่ของเขาก็ยังยืนหยัดอยู่ภายในราชสำนัก เพื่อจัดการกับตระกูล หวัง พวกมันจะต้องพุ่งเป้าไปที่จุดนั้นแน่นอน
เขื่อนใหญ่กว่าพันลี้ สามารถสั่นคลอนได้ด้วยรังมด ด้วยความสามารถของบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าแห่งราชสำนักแล้วนั้น มันย่อมทำทุกอย่างที่จะสามารถทำลายตระกูล หวัง ให้พินาศ
หวัง ชง กล่าวเรื่องนี้ออกมาเพื่อเตือนสติ หวัง เกิ่น แม้ว่าเขาจะไม่สนใจความเป็นอยู่ของครอบครัว หวัง ชง ก็ตาม แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมองข้ามชะตากรรมของ หวัง หลี่ บุตรชายของตัวเอง
หวัง ชง ได้กล่าวเตือนอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับพยายามเปลี่ยนทัศนคติของลุงใหญ่ที่มีต่อเขา
“ข้ารู้ว่าต้องจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ เจ้าไม่ต้องกังวล นอกจากนี้ปล่อยเรื่องตระกูล เหยา ให้เราจัดการเอง ข้าจะรายงานเรื่องนี้ตามความจริงต่อท่านบรรพบุรุษ!!”
หวัง เกิ่น กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่อ่อนโยนลงกว่าเดิมมาก
***** ตูมมมมมม *****
อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงของ หวัง เกิ่น กลับเงียบ และเบาจนแทบไม่ได้ยิน เพราะขณะนั้นเสียงระเบิดดังลั่นก็ก้องกังวานขึ้นมาภายในหัวใจของ หวัง ชง อย่างกะทันหัน
[ผู้ถูกเลือกได้ตื่นขึ้น : เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตระกูล และได้รับการยอมรับจากตระกูลสำเร็จ ท่านได้รับรางวัลเป็น “เคลื่อนคล้อยชะตากรรม”]
หวัง ชง ตกตะลึงอย่างมาก จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น พร้อมกับจางหายไปอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น!?”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ใบหน้าของ หวัง ชง ก็เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดอย่างกะทันหัน
หวัง ชง จดจำเสียงนี้ได้อย่างชัดเจน ในช่วงชีวิตที่แล้วก่อนที่เขาจะตาย เสียงนี้ได้ดังขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่สามารถจดจำคำกล่าวในเวลานั้นได้ก็ตาม แต่เขาก็ยังจดจำน้ำเสียงของเสียงนี้ได้แจ่มชัด
หวัง ชง ไม่เคยคิดว่าเขาจะได้ยินเสียงนี้อีกครั้ง
“ชงเอ๋อ เจ้าไม่เป็นอะไรนะ!?”
จ้าว ซูฮัว เป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติของ หวัง ชง
“ข้าไม่เป็นไร ท่านแม่!!”
หวัง ชง กล่าวพลางส่ายศีรษะไปมาเบาๆ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่มันจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากอีกด้วย
มารดาของ หวัง ชง พยักหน้ารับเบาๆ ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
“จูเหยียน ไปกันเถอะ!!”
หลังจากนั้น หวัง เกิ่น ก็กล่าวออกมา ในตอนนี้เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับบุตรชายคนโตของเขามากเกินไป มันจึงทำให้เขาไม่ต้องการอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไปแม้แต่วินาทีเดียว
ความจริงแล้วไม่มีใครอื่นในห้องที่เห็น หรือได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นกับ หวัง ชง ทุกคนทำได้เพียงเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของ หวัง ชง และกล่าวถามออกมาเช่นเดียวกับ จ้าว ซูฮัว เท่านั้น
“เยี่ยมมากน้องชาย!! เจ้าทำให้พี่สาวคนนี้ประหลาดใจมากจริงๆ!! อย่าลืมมาเยี่ยมข้าบ้างล่ะ!!”
หวัง จูเหยียน กล่าวพลางลูบไปบนศีรษะของ หวัง ชง อย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้าวหลังบิดาของนางออกไป
“เด็กดี เจ้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ป้าล่ะมีความสุขกับเจ้าทีเดียว หากว่ามีเวลาว่างก็อย่าลืมไปเยี่ยมป้าคนนี้บ้างล่ะ!!”
ป้า หวัง รู่วซวง กล่าว
“ซูฮัว ข้าคงต้องกลับแล้ว หากว่ามีเวลาก็พา ชงเอ๋อ กับเด็กๆ ไปพบพวกเราบ้างนะ!!”
“แน่นอน!! พวกเราจะไปเยี่ยมท่าน!!”
จ้าว ซูฮัว กล่าวพลางลุกขึ้นเพื่อออกไปส่งทุกๆ คนด้านนอก อย่างไรก็ตาม หวัง ชง ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะออกไปส่งคนอื่นๆ แม้แต่นิดเดียว เขายังคงครุ่นคิดถึงเสียงแปลกๆ ที่เขาได้ยินเมื่อก่อนหน้านี้
ทันทีที่ มารดาของเขา และคนอื่นๆ ออกไปแล้วนั้น หวัง ชง ก็รีบออกจากห้องโถงหลัก และกลับไปที่ห้องของตัวเองทันที
....................
“ไปกันเถอะ!! ไม่ได้ออกจากตำหนักสี่ฤดูมานานแล้ว มันคงถึงเวลาที่ข้าต้องออกไปเดินเล่นเสียที!!”
ขณะที่เครือญาติของ หวัง ชง คนอื่นๆ กำลังก้าวออกจากตำหนักของครอบครัว หวัง หยาน นั้น ในเวลาเดียวกันทางด้านตำหนักสี่ฤดูชายชราผู้มีเส้นผมสีขาวโพลน ดวงตาเฉียบแหลม ที่กำลังถือไม้เท้าอยู่ในมือค่อยๆ ยืนขึ้นจากที่นั่งของเขาพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ
ชายชราผู้นี้ดูไม่เหมือนผู้ฝึกยุทธ์แต่อย่างใด แต่ทว่าทันทีที่เขายืนขึ้นนั้น กลิ่นอายมหาศาลที่ดูราวกับคลื่นของมหาสมุทรก็ได้กวาดพัดออกมารอบกายของเขาอย่างรุนแรง
ทางทิศตะวันออกของตำหนักสี่ฤดู ดูเหมือนกำลังสั่นคลอนด้วยการย่างก้าวของชายชราผู้นี้ มันดูราวกับว่าผืนแผ่นดินกำลังเอนเอียง และสั่นไหวขึ้นเพื่อประคับประคองร่างของเขาเอาไว้
***** ฟุ่บ *****
ทันทีที่ชายชราผู้นี้ยืนขึ้น เหล่าข้ารับใช้ และบริวารโดยรอบของเขาทั้งหมดต่างก็คุกเข่าลงกับพื้น ด้วยใบหน้าที่ผสมผสานจากความเคารพ และความหวาดกลัว
ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ราวกับมดตัวเล็กๆ ที่กำลังเผชิญหน้ากับช้างยักษ์ก็ว่าได้ ความจริงแล้วชายชราที่มีเครายาวสีขาวผู้นี้คือ อีกผู้หนึ่งที่ทรงอำนาจมากที่สุดในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
เขาก็คือแกนกลางของตระกูล เหยา ที่ทำให้ตระกูล เหยา มีความมั่นคงได้จนถึงทุกวันนี้ เขาก็คือบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา
“นายท่าน!! ท่านจะไปพบกับท่านอ๋อง ฉี หรือไม่!?”
ขณะนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ที่ด้านข้างของบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา มีชายชราอายุราวหกสิบปีอีกคนหนึ่งยืนอยู่ แม้ว่าใบหน้าของเขาจะมีรอยเหี่ยวย่นปรากฏอยู่ก็ตาม แต่ทว่าแววตาของมันกลับเผยให้เห็นถึงความชาญฉลาด และความกล้าหาญออกมาอย่างชัดเจน มันกล่าวขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับด้วยความเคารพ และความสุภาพอย่างมาก
“กวงยี่ พ่ายแพ้ที่ชายแดน นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะรับมือได้อีกต่อไป!!”
บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา กล่าวพลางถอนหายใจยาวออกมา
“ดูเหมือนว่าจะมีปราชญ์คอยช่วยเหลือตระกูล หวัง อยู่!!”
หลังจากสิ้นเสียงของมัน ทั่วทั้งห้องโถงก็เงียบสงัดลงจนน่าสะพรึงกลัว
บุตรชายของบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ที่มากด้วยความสามารถ และสติปัญญา เหยา กวงยี่ ได้พ่ายแพ้จากชายแดน มันดูราวกับว่ากำลังมีขนนกสีขาวกำลังโบยบินไปทั่วทั้งเมืองหลวง ทำให้ตระกูล เหยา กลายเป็นที่หัวเราะเยาะในเวลานี้
ทุกวันนี้ภายในตำหนักสี่ฤดูมีเพียงความเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล้าแสดงความคิดเห็นออกมา แต่ทุกคนต่างก็มั่นใจว่า หวัง หยาน ได้รับความช่วยเหลือจากปราชญ์ผู้มากความสามารถ
ปราชญ์ผู้นั้นน่ากลัวยิ่งกว่า เหยา กวงยี่ เขาสามารถทำให้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่าง เหยา กวงยี่ ทำได้เพียงแค่เต้นเร่าอยู่บนฝ่ามือของเขาเท่านั้น
ความจริงแล้วมีแม้แต่บางคนที่เชื่อว่า ความล้มเหลวในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล ก็เป็นแผนการของปราชญ์ผู้นั้นเช่นกัน
จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า ปราชญ์ผู้อยู่เบื้องหลังตระกูล หวัง นั้นคือใคร เพราะในตระกูล หวัง ผู้สืบสายเลือดท่าน จิ่วกง อย่าง หวัง หยาน ก็ไม่มีความสามารถมากพอในการวางอุบายเช่นนี้
สำหรับบุตรชายคนโตของตระกูล หวัง , หวัง เกิ่น ก็มีความสามารถจำกัด เขาทำงานในราชสำนัก และขาดความสามารถด้านการรบ ดังนั้น เขาจึงยังด้อยกว่า เหยา กวงยี่ อีกมาก
ตระกูล หวัง สามารถก้าวขึ้นมาได้สูงเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตระกูล เหยา แม้แต่นิดเดียว
เหยา ชุน รับใช้อยู่ข้างกายบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา มานานหลายสิบปีแล้ว แต่สำหรับเรื่องนี้แม้แต่นายท่านของมันก็ยังไม่ได้รับเบาะแสใดๆ แม้แต่นิดเดียว
“นายท่าน แม้ว่านายน้อยลำดับสองจะยังไม่อาจเทียบท่านได้ก็ตาม แต่นายน้อยก็มีความสามารถมากเกินจะหยั่งถึง แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นนายน้อยก็ยังทำได้เพียงวิ่งอยู่บนฝ่ามือของอีกฝ่ายเท่านั้น ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีความเข้าใจถึงแผนการของนายน้อยเป็นอย่างดี.......สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้แล้วคนของเราก็ยังไม่สามารถหาเบาะแสใดๆ เกี่ยวกับคนที่อยู่เบื้องหลังได้!!”
“นายท่าน คนที่อยู่เบื้องหลังตระกูล หวัง ต้องไม่ธรรมดา!! เกรงว่าท่านต้องยื่นมือเข้าช่วยคุณชายรองแล้ว!!”
แม้ว่า เหยา กวงยี่ จะมีอายุ สี่สิบปีแล้วก็ตาม แต่สำหรับข้ารับใช้เฒ่าข้างกายบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา มันก็ยังคงเรียกขาน เหยา กวงยี่ ว่า คุณชายรองอยู่ดี
“ดูเหมือนว่าคนที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้จะไม่ใช่คนทั่วๆ ไป ข้าคงต้องจัดการกับมันด้วยตัวเอง!! ตามตัว กวงยี่ กลับมา บอกเขาว่านี่เป็นคำสั่งของข้า และกำชับเขาว่าห้ามข้องเกี่ยวกับตระกูล หวัง สักระยะ!!”
หลังจากกล่าวจบ บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ก็หลับตาลงช้าๆ
เหยา ชุน ประหลาดใจอย่างมาก มันติดตามบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา มาหลายสิบปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้เห็นนายท่านของเขาครุ่นคิดถึงตัวตนของศัตรูนานเช่นนี้
เห็นได้ชัดว่าแม้แต่นายท่านของมันก็ยังไม่อาจจัดการกับเรื่องนี้ได้ง่าย
“แต่ว่านายท่าน เรื่องของท่านอ๋อง ฉี คงจะไม่ง่ายเช่นกัน หลังจากที่คุณชายรองได้ล้มเหลวมาถึงสองครั้งเช่นนี้ ย่อมทำให้ท่านอ๋อง ฉี โกรธมาก ในเวลาแค่สามวันท่านได้ส่งตราเรียกตัวนายน้อยลำดับสองเข้าเฝ้าไปถึงสิบหกตราแล้ว เกรงว่าการเรียกตัวนายน้อยลำดับสองกลับมาในตอนนี้จะไม่เหมาะสมนัก!!”
เหยา ชุน กล่าวออกมาด้วยความกังวล
“บอก กวงยี่ ว่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ข้าจะจัดการเกลี้ยกล่อมท่านอ๋อง ฉี เอง แต่ก่อนหน้านั้นข้าคงต้องไปยังเขตตะวันตกเพื่อพบกับอริเก่าจากตระกูล หวังเสียก่อน!!”
บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา กล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบ ขณะที่มันลืมตาขึ้นมาด้วยความเย็นเยียบ
“นี่.....!!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหยา ชุน ก็มองที่บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ด้วยความตื่นตระหนกอย่างมาก มันไม่คิดมาก่อนแม้แต่นิดเดียวว่านายท่านของตนจะกระทำเช่นนี้
บุคคลดังกล่าวของตระกูล หวัง เป็นคู่แข่งของบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา มาตั้งแต่ยังเยาว์วัย แม้ว่าในตอนนี้ทั้งสองจะถูกเชิญให้มาประจำในตำหนักสี่ฤดูเช่นเดียวกันก็ตาม แต่พวกเขาทั้งสองต่างก็ไม่เคยไปพบอีกฝ่ายมาก่อน
แต่ทว่าตอนนี้บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา กลับต้องการไปพบกับคู่แข่งของเขาจากตระกูล หวัง ด้วยตัวเอง เหยา ชุน รู้ว่าไม่ค่อยเหมาะสมนัก แต่มันก็ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอะไรออกมา
“ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรทั้งนั้น ช่วยเตรียมของให้ข้า พวกเราจะเดินทางทันที!!”
บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา มองไปยังข้ารับใช้เฒ่าด้านข้างของตน แม้ว่า เหยา ชุน จะมีเพลงยุทธ์ที่ล้ำเลิศก็ตาม แต่สำหรับยุทธวิธีมันยังคงด้อยอยู่อีกมาก
บุตรชายคนที่สองของมัน เหยา กวงยี่ ได้พ่ายแพ้ที่ชายแดน จึงทำให้ตระกูล เหยา กลายเป็นที่หัวเราะเยาะของทุกคนในเมืองหลวง ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ว่ามันจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม แต่มันก็จำเป็นต้องสมานความสัมพันธ์กับตระกูล หวัง ให้ดีขึ้น
หากมันยังคงหนุ่ม และยังคงครองความแข็งแกร่งไว้เช่นเดียวกับในอดีต มันย่อมไม่มีทางก้มหัวให้กับชายชราผู้อยู่ทางทิศตะวันตกของตำหนักสี่ฤดูอย่างแน่นอน แต่ทว่าเพื่ออนาคตของลูกหลาน และความมั่งคั่งของตระกูล เหยา มันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะทำเช่นนั้น
***** ฟุ่บ *****
บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ก้าวออกจากประตูพร้อมกับไม้เท้าในมือ
....................
ในขณะเดียวกันนั้น ทางด้านกรมขุนนาง
“นำม้วนรายชื่อออกมาให้ข้าดู!!”
หลังจากออกมาจากตำหนักตระกูล หวัง ลุงใหญ่ของ หวัง ชง , หวัง เกิ่น ไม่ได้กลับไปที่ตำหนักของเขาแต่อย่างใด แต่กลับมุ่งหน้ามายังกรมขุนนางอย่างรวดเร็ว
ลุงใหญ่ของ หวัง ชง , หวัง เกิ่น ผู้นี้เป็นขุนนางระดับสองภายในราชสำนัก เขาสามารถอ่านม้วนงานทั้งหมดภายในกรมทั้งหกได้ ดังนั้นจึงไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่ด้านหน้าจะสามารถขวางเขาเอาไว้ได้
หลังจากเจ้าหน้าที่คนนั้นตรวจค้นชั้นม้วนรายงานไม่นาน เขาก็พบกับรายชื่อที่ หวัง เกิ่น ต้องการ
หวัง เกิ่น รีบคว้าม้วนรายงานมาพร้อมกับกางออกอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็มองเห็นชื่อของบุตรชายคนโตของตน แต่ขณะเดียวกันเขาก็พบว่ามันมีวงกลมสองถึงสามวงถูกวงทับรายชื่อเอาไว้ นั่นทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้านขึ้นด้วยความกังวลทันที
“นอกจากข้าแล้วมีใครได้ดูม้วนรายชื่อนี้อีก!?”
หวัง เกิ่น กล่าวถาม
การที่มีรายชื่อถูกวงอยู่ในม้วนรายชื่อเช่นนี้ หมายความว่ามีบางคนได้ตรวจดูรายชื่อเหล่านี้ และให้ความสำคัญกับรายชื่อที่ถูกวงเอาไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นรายชื่อบุตรชายคนโตของเขา
“ไม่นานมานี้ท่าน จาง , ท่าน เป่ย , ท่าน หลิว และท่าน เหยา ได้มาขอดูม้วนรายชื่อม้วนนี้!! แต่ว่าก่อนหน้านี้ท่าน เหยา ได้มาขอดูรายชื่ออีกครั้งพร้อมกับคำสั่งจากท่านอ๋อง ฉี ให้เราส่งม้วนรายชื่อนี้ไปยังกรมยุทธการทันที แต่จู่ๆ คำสั่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนแปลงในช่วงสองวันที่ผ่านมาโดยกล่าวว่าให้กักเรื่องนี้ไว้ก่อน และท่านจะกลับมาจัดการด้วยตัวเอง!!”
***** วูบบบบ *****
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของ หวัง เกิ่น ก็เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันไปที่โต๊ะด้านหน้าราวกับพยายามประคองร่างกายเอาไว้ ใบหน้าของเขาอาบชโลมไปด้วยเหงื่อเม็ดใหญ่จำนวนมากอย่างกะทันหัน
***** ฮู่ววววว *****
หวัง เกิ่น สูดลมหายใจยาวเข้าปอดเป็นเวลานานโดยไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เขาทั้งรู้สึกหวาดกลัว และโล่งอกในเวลาเดียวกัน
แต่เดิมแล้วเขาได้แอบใส่ชื่อบุตรชายคนโตของเขาลงไปในม้วนรายชื่อนี้ เพื่อหวังว่าเขาจะสามารถส่งเสริมให้ หวัง หลี่ มีตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ภายในราชสำนัก อย่างไรก็ตาม เขากลับต้องพบว่าตระกูล เหยา สังเกตเห็นรายชื่อนี้มานานแล้ว
หากไม่ใช่เพราะคำกล่าวของ หวัง ชง แล้วนั้น มันก็เท่ากับว่าเขาเป็นคนส่งบุตรชายคนโตของเขาให้อยู่ภายใต้เงื้อมมือของตระกูล เหยา
แม้ว่า หวัง เกิ่น จะไม่มีความสามารถด้านการรบก็ตาม แต่เขาก็ตระหนักดีว่าการที่ตระกูล เหยา เพ่งเล็งรายชื่อบุตรชายของเขาอยู่ มันย่อมไม่ใช่เรื่องดี
หวัง หลี่ ยังเยาว์วัยมากนัก ด้วยความสามารถของตระกูล เหยา พวกมันสามารถใช้ประโยชน์จาก หวัง หลี่ ได้ง่าย และนั่นจะเป็นการทำร้ายตระกูล หวัง อย่างไม่ต้องสงสัย
หากว่าเรื่องนี้ดำเนินไปถึงจุดนั้น มันย่อมสายเกินกว่าที่จะแก้ไขได้
“หลี่เอ๋อ!! พ่อเกือบทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว!!”
หวัง เกิ่น รู้สึกโล่งอกอย่างมาก หากว่าไม่ได้ หวัง ชง ช่วยเตือนเอาไว้ เขาคงจะกลายเป็นคนที่ทำสิ่งผิดพลาดครั้งใหญ่ไปแล้ว
ฉับพลันเขาคว้าพู่กันจากด้านข้างพร้อมกับขีดทับรายชื่อบุตรชายของเขา หวัง หลี่ ออกจากม้วนรายชื่ออย่างไม่ลังเล
................