ก่อนหน้านี้ครอบครัวฉินมีอยู่กันสี่คนก็ยังพออยู่ได้ แต่พอมีเด็กเล็กมาเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้วยังมีฉินฮุ่ยเจียวเข้ามาอยู่ด้วยอีกคน แน่นอนว่ามันไม่พออย่างแน่นอน
บ้านตระกูลฉินมีทั้งหมดสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องครัวและยังมีห้องอาบน้ำที่ต่อขึ้นมาแบบชั่วคราวอีกหนึ่งห้อง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวและสามีใช้ห้องหนึ่งส่วนเด็กๆ ทั้งสามคนใช้อีกห้องหนึ่งส่วนห้องที่เหลืออยู่ก็เต็มไปด้วยข้าวของที่เตรียมไว้ขาย
บ่ายวันนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลยให้ฉินฮุ่ยเจียวช่วยเก็บกวาดห้องเก็บของและมีฉินซู่คอยช่วยเหลือ
ส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไปตลาดกับสวีซิ่วเพื่อหาซื้อวัตถุดิบ
เด็กๆ ทั้งสามคนก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้พวกเขาขนของที่พอจะยกไหวออกจากห้องเก็บของทั้งหมด
ที่ตลาด
วัตถุดิบที่ใช้ทำหม่าล่าทั่งค่อนข้างหลากหลายต่งเสี่ยวเสี่ยวกับสวีซิ่วซื้อเนื้อวัว เนื้อแกะ หมูสามชั้น รวมถึงเห็ดหอม กุยช่ายถั่วฝักยาว กุ้ง และเส้นต่างๆ มาเตรียมเอาไว้
วัตถุดิบอะไรที่พอจะนึกออกต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ซื้อมาครบทั้งหมดแล้ว
แน่นอนว่าเครื่องปรุงก็ขาดไม่ได้เธอซื้อน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆนอกจากนี้ยังซื้อชาม ตะกร้า และถุงพลาสติกสีขาวอีกจำนวนหนึ่ง
ตั้งแต่สวีซิ่วแต่งงานเข้ามาในหมู่บ้านชิงซานเธอไม่เคยใช้เงินมือเติบขนาดนี้มาก่อนเลย
ของแต่ละอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้นเงินก็เหมือนกับสายน้ำ แค่พริบตาเดียวก็ใช้ไปห้าสิบหยวนแล้วหัวใจของเธอแทบจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ
ถึงจะรู้สึกเจ็บใจแค่ไหนสวีซิ่วก็ไม่กล้าแสดงอาการออกมา
ในเมื่อต่งเสี่ยวเสี่ยวหยิบยื่นโอกาสให้เธอขนาดนี้แล้วเธอก็ไม่ควรจะทำตัวใจแคบหรือแต่ทำตัวขี้เหนียวได้ถ้าวันหน้าต่งเสี่ยวเสี่ยวมีวิธีหาเงินอีก แล้วเธอยังทำตัวแบบนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยงคงจะไม่นึกถึงเธอ
สวีซิ่วเป็นคนมีเหตุมีผลรู้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน เธอเข้าใจทุกอย่างดีอยู่แล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวซื้อวัตถุดิบเสร็จแล้วก็ต้องไปสถานีอนามัยเพื่อไปลาหมอหลี่ที่กลับมาจากการรักษาตัวแล้วในเมื่อเธอรับปากแล้วว่าจะช่วยรักษาคน เธอจะเอาแต่ลาได้ยังไงกันล่ะ
หมอหลี่เป็นคนใจกว้างพอรู้ว่าเธอมีเรื่องจำเป็นต้องจัดการ ก็เลยยอมผ่อนปรนให้ โดยไม่ถือสาอะไร
"ถ้าในสถานีอนามัยมีแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ฉันยังพอดูแลได้ แต่ถ้ามีเรื่องด่วนจริงๆ ฉันจะแจ้งเธอเอง ส่วนเวลาที่เหลือเธอก็จัดการเอาเองนะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดีใจมาก เธอยิ้มกว้างก่อนจะขอบคุณหมอหลี่ แล้วยังแอบหยอดคำชมเขาอีกนิดๆ หน่อยๆ ด้วย
"ไม่ต้องขอบคุณหรอกน่า!"
หมอหลี่เขินจนหน้าแดงเผลอมองค้อนต่งเสี่ยวเสี่ยวไปทีหนึ่ง
เขารู้ดีว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวมีความสามารถมากการที่เธอมาทำงานในสถานีอนามัยของเขาก็ถือว่าเกินตัวมากแล้วจะไปบังคับให้เธออยู่ต่อได้ยังไงกัน
ในระหว่างที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับสวีซิ่วกำลังจะกลับบ้าน
จู่ๆในสถานีอนามัยก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา
เธอเห็นผู้ชายสองคนแบกคนคนหนึ่งเข้ามาในสภาพที่เหงื่อท่วมไปทั้งตัว
"หมอ หมอ!"
หมอหลี่รีบวางของในมือเดินออกไปหาพวกเขาทันที
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
เขาพูดพลางเปิดม่านออกเพื่อบอกให้พวกเขาวางคนลงบนเตียงคนไข้
ผู้ชายคนนั้นค่อยๆ วางคนลงบนเตียงเขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วหายใจหอบถี่ๆ อยู่สักพัก ก่อนจะพูดขึ้นมา
"วันนี้ผมทำงานอยู่ในทุ่งนาใครจะรู้ว่าน้องสาวกับน้องเขยของผมที่อยู่ที่บ้านจะเกิดเรื่อง"
ตอนพูดมาถึงช่วงท้ายใบหน้าชายหนุ่มก็แดงก่ำขึ้นมา เขาพูดจาตะกุกตะกัก
"น้องสาวกับน้องเขยของผมทำเรื่องอย่างว่ากันในบ้านอาจจะเป็นเพราะอยากให้มันเร้าใจมากขึ้น ก็เลยไม่รู้ว่าเอาอะไรยัดเข้าไปข้างใน...จะเอาออกยังไงก็เอาไม่ออก น้องเขยของผมก็ตกใจจนสลบไปแล้วผมเลยให้ป้าข้างบ้านช่วยน้องสาวแต่งตัวให้เรียบร้อย จากนั้นพวกผมรีบมาที่นี่ทันที"
พอพูดมาจนถึงตอนนี้แล้วคนที่อยู่ข้างหลังก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดง
คนที่พูดชื่อ เสิ่นต้าจ้วงเป็นชายหนุ่มจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋นที่อยู่ติดกับหมู่บ้านชิงซาน เป็นคนชนบทโดยแท้นิสัยก็เป็นคนซื่อๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับหมอหลี่หน้าดำหน้าแดงกันทั้งคู่สมัยนี้คนหนุ่มคนสาวเขามีอะไรที่มันพิสดารขนาดนี้แล้วเหรอ
ตอนนี้ถ้าจะให้ส่งเขาไปโรงพยาบาลประชาชนก็คงจะไม่ทันแล้วคนที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มตาเหลือก ตัวสั่นไม่หยุด
หมอหลี่กระตุกมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองต่งเสี่ยวเสี่ยว "เสี่ยวเสี่ยวการผ่าตัดครั้งนี้เธอเป็นคนทำเถอะ!"
ในฐานะแพทย์ คนไข้ไม่แบ่งแยกเพศ
แต่การผ่าตัดประเภทนี้เขาเองก็ไม่มีความมั่นใจเท่าไหร่ เขาทำได้แค่ให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นคนทำ
"ได้ค่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าตอบรับเขาเหลือบมองไปที่หญิงที่นอนอยู่บนเตียงเธอกำลังเอามือกุมท้องบิดไปบิดมาด้วยความทรมาน ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงหันไปมองสวีซิ่ว
"ซิ่วซิ่ว เธอรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ"
สวีซิ่วพยักหน้างเธออยู่ในสถานีอนามัยด้วยท่าทีประหม่าเล็กน้อย
ที่นี่ดูสะอาดเรียบร้อยทั้งข้างในข้างนอกเลยอีกอย่างนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาที่นี่เลย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างมือให้สะอาด แล้วฆ่าเชื้อทั่วร่างกาย
หมอหลี่ก็เตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการผ่าตัดอยู่ข้างๆ
ภายในห้องผ่าตัด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมีเหงื่อซึมตามไรผมมือข้างหนึ่งถือคีม อีกมือหนึ่งคีบแอลกอฮอล์เธอมองไปยังสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ที่ถูกยัดเข้าไปด้านใน ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำขึ้นมา
ถ้าอยากจะเพิ่มความเร้าใจก็ไม่เห็นจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้...
ยัดของใหญ่ขนาดนี้เข้าไปไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแล้ว...
โชคดีที่วันนี้เป็นเธอที่อยู่ตรงนี้ถ้าเป็นของชิ้นเล็กกว่านี้ ส่งไปที่โรงพยาบาลก็ยังพอจะช่วยได้แต่นี่ของมันใหญ่เกินไป ถ้าจะเอาออกมาคงจะเป็นเรื่องยาก
พยาบาลที่อยู่ข้างๆเองก็ตกใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้าจนตัวสั่น
พูดตามตรงถึงแม้ว่าเธอจะเกิดใหม่มาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นการผ่าตัดที่พิสดารขนาดนี้
ที่เล็กๆ แค่นี้กลับสามารถยัดของใหญ่ขนาดนั้นเข้าไปได้?
รสรักร้อนแรงของคู่รักคู่นี้ทำได้ถึงพริกถึงขิงเกินไปหน่อยแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลั้นหายใจเธอจดจ่ออยู่กับการค่อยๆ ดึงสิ่งแปลกปลอมออกมาอย่างระมัดระวังเป็นเพราะฉีดยาชาเข้าไปแล้ว ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงจึงอยู่ในสภาพกึ่งหมดสติ
เวลาค่อยๆ ผ่านไป หนึ่งชั่วโมงต่อมาผู้ชายที่หมดสติไปก็ค่อยๆ ได้สติ เขาลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตกใจ
"ที่รัก!"
เขายังพึมพำเสียงดังเรียกหาภรรยาอยู่ไม่หยุด
เสิ่นต้าจ้วงโกรธจนควันออกหูเขามองผู้ชายคนนั้นด้วยความไม่พอใจ
"นายยังมีหน้ามาพูดถึงน้องสาวของฉันอีกเหรอถ้าน้องสาวของฉันเป็นอะไรไป ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่"
ถุย!
พูดจบ เขาก็ถ่มน้ำลายลงไปในถังขยะข้างๆ
พอพี่เขยพูดแบบนี้แล้วชายคนนั้นก็หน้าแดงก่ำ รู้สึกกระดากอายไปหมดจนต้องเกาหัวเพื่อแก้เขิน
หมอหลี่ยื่นน้ำตาลแดงที่ชงมาร้อนๆไปให้เขาแก้วหนึ่ง เขามองผู้ชายที่ตัวผอมแห้งบนเตียงด้วยสายตาเย็นชาอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
"ต่อไปอย่าเล่นอะไรให้มันพิเรนทร์ขนาดนี้อีกนะถ้าทำดีๆ มันก็ช่วยเพิ่มสีสันให้ชีวิตคู่ แต่ถ้าทำไม่ดีก็ถึงตายได้!"
เมื่อเรื่องแดงออกมาชายคนนั้นก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เขารับน้ำตาลแดงร้อนๆจากหมอหลี่มาจิบเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังประตูที่ปิดสนิทแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นกังวล
"เมียผมจะเป็นอะไรไหมครับ!"
"ตอนนี้ยังบอกไม่ได้"
หมอหลี่ที่กำลังวุ่นอยู่ไม่หยุดก็เผลอตอบกลับโดยไม่ทันคิดอะไร
ส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวดึงของที่อยู่ข้างในออกมาได้เกือบหมดแล้ว เป็นแท่งไม้ที่ขัดจนเรียบลื่นวัสดุก็ดูเหมือนจะยืดหยุ่นดีเป็นพิเศษ ยาวประมาณสิบเซนติเมตร
ต่งเสี่ยวเสี่ยว : ...
ต่งเสี่ยวเสี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกๆเธอทิ้งแท่งไม้เหนียวๆ ลงบนถาด ใบหน้าแดงก่ำ
“แอ๊ด” หลังจากนั้นประตูก็เปิดออก