เย่ชิงเฉินเข้าใจในความกังวลใจของซูเจิน ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาพวกเขาจะมีโอกาสได้พบและพูดคุยกันอยู่บ่อยๆ แต่สถานที่ที่พวกเขาพบกันมักจะเป็ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย การที่เขาจะให้เธอมาหาเขาที่คอนโดคงจะเป็เื่ที่ไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่นัก
“แถวคอนโดของฉันมีสวนสาธารณะอยู่ใกล้ๆ เราไปพบกันที่นั่นก็ได้” เย่ชิงเฉินหาทางออกให้กับตัวเอง
“ตกลง ฉันจะไปรอนายที่สวนสาธารณะก็แล้วกัน” ซูเจินวางสายหลังจากฟังสถานที่ตามที่เย่ชิงเฉินบอกเรียบร้อยแล้ว
เย่ชิงเฉินนั่งรอซูเจินอยู่ที่สวนสาธารณะ ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเขาก็มองเห็นซูเจินเดินมาพร้อมกับหิ้วถุงในมืออยู่หลายถุง เย่ชิงเฉินจึงรีบเดินเข้าไปช่วยซูเจินถือของ
“เธอเอาอะไรมาเยอะแยะ อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี้คือของที่เธอบอกว่าทำมาให้ฉันน่ะ” เย่ชิงเฉินถามขณะที่รับของจากมือซูเจินไปถือไว้เอง
“ใช่แล้ว นี่คือของนายทั้งหมดเลย เราไปหาที่นั่งกันก่อนเถอะ ฉันเดินจากป้ายรถเมล์มาถึงนี่ บอกเลยว่าเหนื่อยมาก” ซูเจินพูดเสียงหอบ
เย่ชิงเฉินพาซูเจินเดินไปที่ม้านั่งที่อยู่ไกลจากผู้คนเล็กน้อย “ขอบใจนะ ขนมที่เธอทำอร่อยมาก ครั้งนี้ฉันจะไม่แบ่งใครเลย”
“นายเคยกินขนมของฉันมาก่อนเหรอ” ซูเจินถามอย่างแปลกใจ
“จื่ออันเอามาให้ฉันน่ะ”
“เขาเอาขนมมาแบ่งนายด้วยเหรอ ดีจังเลยนะ ขนาดจื่อรั่วเป็พี่สาวแท้ๆ ของเขา เขายังไม่ยอมแบ่งขนมส่วนของเขาไปให้เลย” ซูเจินพูดขำๆ
“ไม่ได้แบ่งมาให้ แต่เขาเอามาให้ฉันทั้งหมด เขาบอกกับฉันว่าเธอตั้งใจทำขนมพวกนั้นมาให้เพื่อเป็การตอบแทนสำหรับรูปถ่าย” เย่ชิงเฉินอธิบาย
“รูปถ่ายพวกนั้นเป็ของนายเองเหรอ” ซูเจินถามตาโต
“ฉันเคยเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันที่คอนโดของหลินจิงจือน่ะ ฉันตั้งใจว่าจะให้จื่ออันเอารูปพวกนี้ไปเตือนเธอว่าแฟนของเธอ เอ่อ...ไม่ได้คบกับเธอแค่คนเดียว”
“อ้อ...เขานอกใจฉันมานานแล้วล่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมายหรอกนะ อันที่จริงฉันก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าที่ฉันคบกับเขาเพราะฉันชอบเขาหรือเปล่า แต่ยังไงฉันก็ขอบใจนายมากนะ ทั้งเื่รูปถ่าย ทั้งเื่ติวหนังสือ นายช่วยเหลือฉันไว้มากจริงๆ” ซูเจินขอบคุณจากใจ
“ซูเจิน เอ่อ...คือ...ฉัน...ฉัน...” เย่ชิงเฉินรู้สึกประหม่ามาก เขาพูดไม่ออกเมื่ออยู่ต่อหน้าซูเจิน ที่ผ่านมา ถึงแม้ภายนอกเขาจะดูเป็คนนิ่งๆ พูดน้อย และดูเหมือนจะไม่สนใจใคร แต่ในความเป็จริง เขาเป็คนขี้อายมาก เื่นี้มีแต่จูจื่ออันเท่านั้นที่รู้ แม้แต่พี่ชายแท้ๆ ของเขายังไม่รู้จักนิสัยที่แท้จริงของน้องชายตัวเองเลย
ซูเจินมองหน้าเย่ชิงเฉินอยู่สักพักก็หัวเราะออกมา เธอไม่เคยเห็นเขาอยู่ในอาการประหม่าอย่างนี้มาก่อนเลย ส่วนเย่ชิงเฉินเมื่อเขาเห็นซูเจินหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้าของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง
“ซูเจิน ฉันมีเื่ที่อยากจะเล่าให้เธอฟัง มันเป็เื่ส่วนตัวของฉัน มันจะเป็การรบกวนเวลาของเธอเกินไปไหม” เย่ชิงเฉินข่มความประหม่าไว้แล้วมองตาหญิงสาวนิ่ง
ซูเจินมองสบตาชายหนุ่มอยู่สักพัก ก็เห็นท่าทางของเขาที่ดูจริงจังขึ้น เธอจึงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน “ถ้านายไว้ใจฉัน นายก็พูดออกมาเถอะ”
คำพูดแค่ไม่กี่ประโยคของของซูเจินที่พูดออกมา ทำให้หัวใจของชายหนุ่มนิ่งสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ
เย่ชิงเฉินเริ่มเล่าเื่ราวของตัวเองให้ซูเจินฟังว่าเขาเป็ทายาทคนรองของตระกูลเย่ เ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ เขามีพี่ชายหนึ่งคนชื่อเย่เซี่ยเฉิง พ่อของเขาประสบอุบัติเหตุทำให้ไม่สามารถเดินได้ พี่ชายของเขาเป็ผู้บริหารธุรกิจของครอบครัวอยู่ในเวลานี้ แต่ตัวเขาไม่ชอบงานด้านธุรกิจ เขาจึงเลือกเรียนสาขาคอมพิวเตอร์แทน แต่ในอนาคตเขายังคงต้องเข้าไปช่วยพี่ชายดูแลธุรกิจของครอบครัว
ซูเจินฟังไปก็ได้แต่ขมวดคิ้วตาม เธอจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว ตระกูลเย่มีลูกชายเพียงคนเดียว และเขายังจบชีวิตตัวเองเพราะบริษัทล้มละลาย แล้วเย่ชิงเฉินที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอเป็ใคร หรืออดีตของเธอจะเปลี่ยนไป ฟังเย่ชิงเฉินเล่าเื่ของเขาจบ ซูเจินจึงถามคำถามที่ตัวเองสงสัยขึ้นมา “นายเล่าเื่พวกนี้ให้ฉันฟังทำไมเหรอ”
“เพราะฉันอยากให้เธอรู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน” เย่ชิงเฉินมองหน้าซูเจินนิ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด “ซูเจิน ฉันชอบเธอ”
“นาย...นายว่ายังไงนะ” ซูเจินพูดขึ้นอย่างไม่เชื่อหู
“ฉันชอบเธอ ฉันไม่อยากปิดบังตัวเองเวลาอยู่กับเธอ” เย่ชิงเฉินสบตาซูเจินนิ่ง
ซูเจินมองเห็นสายตาของเย่ชิงเฉินที่มองมาที่ตัวเอง สายตาคู่นั้นมีแต่ความจริงใจและรอคอยคำตอบ ผ่านมาแล้วสองชีวิต เธอพบกับผู้คนมาแล้วมากมายหลายประเภท หรือแม้แต่กัวจิ้งหยวนที่ได้ชื่อว่าเป็แฟนของเธอ เขายังไม่เคยมองเธอด้วยสายตาที่จริงใจอย่างนี้มาก่อน หัวใจของซูเจินเต้นแรงอย่างไม่เป็จังหวะ
“ชิงเฉิน คือเื่นี้มันออกจะกะทันหันเกินไป นายคงไม่ได้้าคำตอบจากฉันในวันนี้หรอกนะ” ซูเจินถามอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก ในหัวของซูเจินตอนนี้เธอไม่ได้เอาเื่ราวในอดีตมาใช้ในการตัดสินใจเลย ถึงแม้ชีวิตที่แล้วกัวจิ้งหยวนจะทิ้งเธอไปอย่างเ็ป แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะเอาการกระทำของผู้ชายเลวๆ คนหนึ่งมาใช้ตัดสินคนอื่น
ที่เธอยังไม่บอกความรู้สึกของตัวเองกับเย่ชิงเฉินในทันทีเพราะเธอก็ยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน แต่เธอยอมรับว่าเวลาที่ผ่านมา หลังจากที่เธอได้พบและพูดคุยกับเย่ชิงเฉินบ่อยๆ นั้น มันทำให้เธอรู้สึกสบายใจและเป็ตัวของตัวเองอยู่พอสมควร ถึงมันจะไม่ได้รู้สึกสบายใจเท่ากับเวลาที่เธออยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิท แต่ความสบายใจที่เธอได้รับจากเย่ชิงเฉินนั้น มันไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้เลย
แม้แต่อาหารกับขนมที่เธอทำมาวันนี้ ความจริงแล้วเธอก็ตั้งใจทำมาให้เขาโดยเฉพาะ แต่เพราะอายกับความคิดของตัวเอง ซูเจินก็เลยยกเอาเพื่อนรักมาอ้างก็เท่านั้น
เย่ชิงเฉินเห็นซูเจินเอาแต่ก้มหน้า เขาจึงคิดว่าเธอคงกำลังลำบากใจ “ซูเจิน ที่ฉันกล้าเล่าเื่ราวของฉัน รวมถึงบอกความรู้สึกของฉันให้เธอฟังในวันนี้ เพราะฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันคิดยังไงกับเธอ ฉันไม่ได้บังคับให้เธอคิดแบบเดียวกับฉันหรอกนะ เธอไม่ต้องลำบากใจหรอก ต่อไปเรายังเป็เพื่อนกันได้ใช่ไหม”
“นายให้เวลาฉันอีกสักพักนะ คือ...มันกะทันหันเกินไป ฉันไม่รู้ว่าจะตอบนายว่ายังไงดี” ซูเจินเงยหน้ามองชายหนุ่มในที่สุด ก่อนที่จะพูดกับเขาเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “หลังจากทดสอบภาษาอังกฤษเสร็จ ฉันจะให้คำตอบกับนายนะ”
ถึงแม้เสียงที่เธอพูดออกมาจะเบามาก แต่เสียงนั้นกลับชัดเจนมากในหัวของเย่ชิงเฉิน เขายิ้มอย่างดีใจ เขาคิดว่าเวลาเท่าไหร่เขาก็รอได้ ถึงแม้เธอจะไม่ได้มีความรู้สึกแบบเดียวกับเขา หรือต่อไปในอนาคตหากเขายังสามารถเป็เพื่อนกับเธอได้ เท่านี้เขาก็พอใจแล้ว