เช้าวันรุ่งขึ้น อำมรินทร์เห็นว่าภาณุมาศไม่ลงมาทานอาหารเช้าเลยรีบถามสาวใช้ทันที
“คุณผู้หญิงเขาเป็อะไรไป ทำไมไม่ลงมาทานอาหารเช้าล่ะ” อำมรินทร์ถามด้วยความเป็ห่วง
“คุณมาศเขาไม่สบายค่ะ ขอนอนพักผ่อน เธอสั่งห้ามรบกวนเด็ดขาด” สาวใช้กล่าว
“อื้อ ขอบใจมาก”
อำมรินทร์จึงต้องนั่งทานอาหารคนเดียว ในใจอยากไปเยี่ยมดูอาการ ติดที่วันนี้เขาต้องไปเรียนรู้งานใหม่ทั้งหมด เพราะความทรงจำยังไม่คืนกลับมา จึงไม่มีเวลาแวะไปหาเธอจริงๆ
ในวันนี้เป็วันที่วุ่นวายมากเพราะอำมรินทร์ต้องเรียนรู้งานใหม่ แต่นายพลที่ปรึกษาก็ต้องเป็คนทำให้ทุกอย่าง พร้อมกับแนะนำอะไรหลายอย่าง จนกระทั่งทั้งคู่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานอย่างหนัก
เมื่ออำมรินทร์กลับมาถึงบ้านเวลาเที่ยงคืน รู้สึกบ้านเป็เงียบๆ แต่เพราะเคยได้ยินสาวใช้บอกว่าภาณุมาศเป็คนนอนเร็ว ถ้าไม่ติดต้องมาทำงานแทนเขา เวลานี้เธอก็น่าจะหลับไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าไปรบกวน ถึงแม้ในใจอยากจะเข้าไปขอโทษก็ตาม
แต่เมื่ออำมรินทร์เปิดประตูเข้าไปในห้องของตัวเองกลับพบว่ามีซองสีน้ำตาลสอดมาที่ใต้ประตูห้องนอน เขาจึงรีบหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็เอกสารการหย่าร้างระหว่างอำมรินทร์กับภาณุมาศ ที่รอแค่เขาเซนเท่านั้น เพราะเธอเซนชื่อภาณุมาศเรียบร้อยแล้ว อำมรินทร์ถึงกลับโกรธมาก รีบเดินไปที่ห้องของภาณุมาศทันที พอเปิดประตูห้องของเธอกลับพบเพียงความว่างเปล่า ในตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้อีกแล้ว
อำมรินทร์เดินลงไปข้างล่าง ะโเรียกสาวใช้และบอดี้การ์ดให้มาพบโดยด่วน เพื่อสอบถามเื่ภาณุมาศ
สาวใช้คนหนึ่งจึงบอกว่า “คุณมาศอ้างว่าจะเที่ยวกับเพื่อนสักหนึ่งสัปดาห์ค่ะ และอ้างว่าได้แจ้งกับคุณอำมรินทร์ไปแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วง”
“ถึงกระนั้น เธอก็ควรจะบอกฉันเื่นี้ด้วยว่าเธอเดินทางไปแล้ว” อำมรินทร์กล่าวอย่างโกรธๆ
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณอำมรินทร์” สาวใช้กล่าวอย่างรู้สึกผิด
************************************************
อำมรินทร์เข้าไปที่ห้องของภาณุมาศ พบว่าเธอขนไปแต่เฉพาะเสื้อผ้าสัมภาระเท่านั้น ส่วนของมีค่าต่างๆ เธอไม่แตะเลยแม้แต่ชิ้นเดียว อำมรินทร์จ้างนักสืบออกตามหาภาณุมาศไปทั่ว แต่หายังไงก็หาไม่เจอ ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยให้ติดตาม
ขณะนี้อำมรินทร์มุ่งแต่เพียงทำงาน แต่ก็มีอารมณ์หงุดหงิดง่ายเพราะนักสืบที่ให้ไปตามหาภาณุมาศ ก็ยังตามตัวเธอไม่ได้เลย
************************************************
ทางด้านผกายฤกษ์ ได้กลับมาที่หอพักที่ตนเคยอยู่กับพรรณพร สาเหตุที่เธอยังมอบเอกสารการหย่าให้อำมรินทร์ก็เพราะไม่้าให้อำมรินทร์รู้ว่าเธอเป็ผกายฤกษ์ ให้เขาเข้าใจว่าเธอเป็ภาณุมาศและแยกจากกันโดยการหย่าร้าง
ผกายฤกษ์ตัดสินใจแปลงโฉมใส่หน้ากากรอยแผลเป็ที่หน้าเหมือนเมื่อครั้งที่เธอเป็ตำรวจ แล้วได้ไปสมัครงานเป็บอดี้การ์ดในบริษัทเดิม ทางบริษัทก็รับเธอเข้าทำงานเนื่องจากคุณอำนาจ้าให้จ้างเธอให้เป็บอดี้การ์ดคุ้มครองสายชลเหมือนเดิม เพราะตอนที่เธอคอยกันอำนาจออกจากสายชล อำนาจเห็นว่าผกายฤกษ์ทำงานดีมาก ทำให้อำนาจไม่สามารถเข้าใกล้สายชลได้เลยใน่นั้น
แม้ว่าสายชลกับอำนาจแต่งงานกันแล้ว แต่เนื่องจากสายชลยังทำงานเป็นางแบบ เขาก็ยังคงกลัวว่าจะมีชายอื่นมาจีบภรรยาของตัวเอง ดังนั้นผกายฤกษ์ต้องคอยตามติดนางแบบแม่ลูกอ่อนอย่างไม่ให้คลาดสายตา
แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ยังคงมีผู้ชายมาคอยตามติดสายชลอยู่ ดังนั้นผกายฤกษ์ต้องเหน็ดเหนื่อยจากการคอยกันพวกเขาออกไป ในใจคิดว่า “ถึงว่า คุณอำนาจถึงขั้นต้องจ้างบอดี้การ์ดมาคอยกันชายพวกนี้ คุณสายชลช่างเสน่ห์แรงจริงๆ”
ผกายฤกษ์ทำงานหนักจึงไม่มีเวลาติดต่อพรรณพรและรัชนีกรเลย ทำให้ทั้งสองยังไม่รู้ว่าผกายฤกษ์ออกมาจากบ้านของอำมรินทร์แล้วเรียบร้อย
จนมาวันหนึ่ง มีผู้ชายวัยสามสิบซึ่งเป็แฟนคลับโรคจิตของสายชลแอบเข้าไปในห้องพักส่วนตัวที่อยู่ในสตูดิโอ สายชล้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพัก เลยบอกให้ผกายฤกษ์รอเธออยู่นอกห้อง
สายชลเปลื้องผ้าจนเหลือแต่ชุดชั้นในโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีคนแอบอยู่ในห้องนี้ด้วย ชายคนนั้นอดใจไม่ไหวเลยจะเข้าไปหวังข่มขืนเธอ เขาจึงกอดเธอจากด้านหลัง สายชลรีบร้องกรี๊ดขอความช่วยเหลือ แต่ชายคนนั้นมีมีดด้วย จึงรีบนำมาจ่อที่คอของเธอให้หยุดร้อง
ผกายฤกษ์ได้ยินเสียงร้องนั้น จึงรีบพังประตูไปช่วยทันที ก็เห็นชายคนนั้นถือมีดจ่อที่คอของสายชล ตอนนี้เธอสวมเพียงชุดชั้นในเท่านั้น
ผกายฤกษ์ถือปืนไปทางผู้ร้าย “วางอาวุธซะและปล่อยคุณสายชลเดี๋ยวนี้”
“แกนั่นแหละที่ต้องวางอาวุธ ถ้าไม่อยากให้สายชลตาย เร็วเข้า วางปืนซะ” คนร้ายขู่
ผกายฤกษ์แกล้งวางปืนแล้วเตะไปทางคนร้าย คนร้ายหลงกลก้มเก็บปืน ผกายฤกษ์จึงใช้จังหวะนั้นผลักสายชลไปที่เตียง แล้วเตะคนร้ายจนล้ม เธอกดคนร้ายไปกับพื้นจับแขนคนร้ายไขว้หลัง โชคดีที่เธอแอบซื้อกุญแจมือเก็บไว้ เลยนำมาใช้จับคนร้ายคนนี้
สายชลรีบเข้าไปห้องน้ำเพื่อสวมเสื้อผ้าก่อนที่จะมีคนอื่นเข้ามาในห้องนี้ด้วย ในวันนี้สายชลจึงต้องหยุดงานหนึ่งวันเพื่อไปให้ปากคำกับตำรวจโดยมีผกายฤกษ์เป็ผู้พาไป ผู้ชายคนนั้นถูกจับโดยตำรวจเก่า และเขาก็เข้าคุกเรียบร้อย
สายชลเดินออกมาจากสถานีตำรวจพร้อมกับผกายฤกษ์ แต่แล้วพวกเธอก็มาเจอกับอำมรินทร์เข้าโดยบังเอิญ
“อ้าวคุณอำมรินทร์ คุณมาที่สถานีตำรวจทำไมหรอคะ” สายชลแปลกใจ
“คุณรู้จักผมด้วยหรอครับ ผมขอโทษ ผมความจำเสื่อม จึงจำคุณไม่ได้ครับ” อำมรินทร์นึกไม่ออก
“สายชลค่ะ พวกเรา เอ่อ เป็เพื่อนกันมาก่อน ฉันเสียใจด้วยนะคะที่คุณความจำเสื่อม แล้วคุณมาที่นี่ทำไมคะ”
“มีคนวางะเิรถผมครับ ผมเลยต้องมาให้ปากคำที่นี่” อำมรินทร์อธิบาย
“ตายจริง แล้วมีใครได้รับอันตรายมั้ยคะ” สายชลเป็ห่วง
“โชคดีที่วันนี้ผมไม่ได้ใช้รถคันนั้นครับ ผมใช้รถของมาศแทน เพราะรถของเธอเล็กและหาที่จอดรถง่าย แล้วคุณล่ะครับมาทำอะไรที่นี่” อำมรินทร์สอบถามบ้าง
“มีคนร้ายโรคจิตเข้ามาทำร้ายฉันที่ห้องพักส่วนตัวในสตูดิโอค่ะ โชคดีนะคะที่ผกายฤกษ์มาช่วยฉันทัน เลยจับคนร้ายได้ค่ะ” สายชลเล่าบ้าง
อำมรินทร์มองมาที่ผกายฤกษ์ แต่เขาทำเพียงแค่พยักหน้าให้เท่านั้น “ผมขอตัวก่อนนะครับ”
ผกายฤกษ์ถึงกลับโล่งใจที่อำมรินทร์จำเธอไม่ได้ เพราะยังไงเธอก็เคยเป็บอดี้การ์ดให้เขามาก่อน