"ฟางหรูเธอว่ายังไง"
"หนูแล้วแต่คุณแม่เลยค่ะถ้าคุณแม่อยากเอาเฟยอวี้ไปเลี้ยงหนูก็ไม่ขัด"
"ฟังดูที่พูดออกมาสิ ในใจแกใจมีความเป็แม่อยู่ไหม" ยายฉีโกรธลูกสาวตัวเองจนหน้าแดง เพราะลูกสาวเอาแต่กลัวผู้เป็แม่สามีมาก เพราคิดว่าต้องอาศัยอยู่ด้วยกัน และเธอทำดีกับแม่สามีอยากให้แม่สามีรักจนไม่สนใจความเป็อยู่ของลูกสาวคนเล็ก
"ดีหลังจากที่เฟยอวี้ออกจากโรงพยาบาล ฉันจะเอาหลานฉันไปอยู่ที่ชนบทด้วย "
"สมควรจะเอาไปจากบ้านฉันนานแล้ว มันไม่สมควรจะเกิดมาด้วยซ้ำนังตัวซวยนี"
คุณย่าเฉินที่ด่าเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องไป
"คุณแม่คะ คุณยายคะ คุณตาคะหนูขอตัวก่อนนะคะ"
คุณยายฉีได้แต่มองหน้าหลานสาวคนโต แล้วพยักหน้าให้ แล้วมองหน้าลูกสาวของตัวเอง
"แม่คะหนูก็ขอตัวก่อนนะคะ หนูต้องกลับบ้านแล้ว"
หลังจากที่ฉีฟางหรูออกไปสองสามีภรรยา ได้มองหน้ากันและมองไปที่หลานสาวที่นอนอยู่บนเตียง แล้วก็อดสงสารไม่ได้ชีวิตช่างอาภัพเหลือเกิน เป็ลูกแท้ๆแต่เขาทำไมทำกับเธออย่างกับคนใช้ ยายฉีเอามือไปวางที่หน้าหัวหลานสาว แล้วลูบหัว 2 - 3ครั้ง
"เฟยอวี้ตื่นมาเร็วๆนะลูก แล้วกลับไปอยู่กับตากับยายนะลูก ยาย จะดูแลหนูเอง ถึงแม้หนูจะไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง แต่อย่างน้อยๆหนูก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้"
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาประมาณ 5 วันแล้วเฉินเฟยอวี้ยังไม่มีวี่แววที่จะฝืน คุณยายฉี กับคุณตาฉี นั่งกอดกันร้องไห้เพราะว่ากลัวจะเสียหลานไป
อยู่ดีๆก็เฉินเฟยอวี้ก็ เหมือนจะรู้สึกตัวเพราะนิ้วมือของเธอมันขยับ ตาฉี่ที่เห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นแล้วไปดูหลานสาว
"เฟยอวี้เป็ยังไงบ้างลูก"
ยายฉีที่ถามหลานสาว เพราะเห็นว่าหลานสาวของเธอรู้สึกตัวแล้วลืมตามองเธอ
"ที่นี่ที่ไหนเนี่ย"
เย่หลิงหลิงที่มองไปรอบๆเหมือนจะเป็โรงพยาบาล แต่นี่มันโรงพยาบาลที่ไหนเนี่ย ทำไมมันดูเก่า แตกต่างจากโรงพยาบาลที่เธอทำงานจังเลย เธอจำได้ว่าตอนนั้นเธอกำลังขับรถกลับคอนโดแล้วอยู่ๆภาพมันก็ตัดไป เธอคิดว่าเหมือนจะประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอเลยทำให้เธอประสบอุบัติเหตุ แต่ประสบอุบัติเหตุก็ต้องอยู่โรงพยาบาลสิแล้วนี่มันโรงพยาบาลที่ไหนเนี่ยดูเหมือนโรงพยาบาลในชนทบที่เลยเคยไปช่วยรักษาชาวบ้านแถวนั้น และดูห้องที่มีขนาดเล็กนี้สิ ไหนจะมีแค่เตียงไม้เก่าๆที่เธอนอนอยู่ และเห็นโต๊ะ1 เก้าอี้2 ตัวและมีสายน้ำเกลืออยู่บนมือ แค่นี้
"เป็ยังไงบ้างลูก"
คุณยายฉีที่มองหน้าหลายสาวด้วยความสงสัย เพราะหลานสาวเธอมองหน้าเธอ อย่างกับคนที่ไม่รู้จักกัน ถึงจะไม่ได้เจอกันมาสองปี แต่ก็ไม่ถึงขนาดจะจำหน้ากันไม่ได้ แต่หลายสาวก็ยัง มองไปรอบๆห้องด้วยความสงสัย
"ที่นี่คือโรงพยาบาลไงลูก หนูถูกตีจนสลบ ยายกับตาเลยพาหนูมาที่โรงพยาบาลไงลูก" เย่หลินหลินที่มองหน้ายายฉี แล้วหันไปมองตาฉีที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วลูบหัวหลานสาวอย่างอ่อนโยน คิดในใจใครมันมากล้าฃตีเธอ เธอกำลังขับรถกลับคอนโดนิจะถูตีได้ไง แล้วสองตายายนี้เป็ใครกัน พอมองหันไปมองปฏิทินที่หัวเตียงแล้วแทบกรี๊ดเพราะมันคือปี 1978 ซึ่งมันเป็ยุคที่ประเทศกำลังพัฒนาของประเทศ
"โอ๊ยปวดหัว"
เฉินเฟยอวี้ที่อยู่ๆก็ปวดหัวเหมือนคนมาทุบหัวอย่างแรง
"ตาเฒ่า ไปตามหมอมาซิหลานบอกว่าหลานฟื้นแล้ว แล้วหลานก็ปวดหัว"
ตาฉีก็รีบออกไปตามหมอตามคำสั่งภรรยา
"โอ๊ยยยย เป็อะไรเนี้ยทำไมมันถึงได้ ปวดหัวขนาดนี้"
เย่หลินหลินที่เริ่ม ตั้งสติได้แล้วหลังจากที่ความเ็ปหายไป ก็มองคุณยายฉี แล้วทบทวนความทรงจำที่เธอได้มาจากเ้าของรางเดิมคือเ้าของร่างเดิมอย่าง เฉินเฟยอวี้ที่อายุ 18 ปีที่กำลังเรียนอยู่ม.ปลายใกล้จะจบแล้วอีกแค่เทอมเดียว ที่ได้ถูกคุณย่าแท้ๆกับพี่ชายแท้ๆตีอย่างทารุณ แล้วเธอก็สรุปไปแล้วว่ามีิญญาของเย่หลินหลิน ที่มีอายุ 37 ปีในยุคปัจจุบันมาอยู่ในร่างของเฉินเฟยอวี้ที่ตายไปแล้ว ในความทรงจำเดิมของเ้าของร่างเดิมคือคุณยายฉีฟางหรงของเธอกับคุณตาฉีเทียน อาศัยอยู่ที่ชนบทนานๆทีจะเข้ามาเยี่ยมลูกสาวและหลานๆ
"คุณยายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ"
"ยายกะว่าจะมาเยี่ยมหลานๆนั่นแหละ แต่ใครจะคิดว่ายายเปิดประตูเข้าในบ้านตระกูลเฉินกลับไปเจอเฟยหลงที่จับหลานอยู่ แล้วมีเฉินหนิงอันย่าของหลาน ตีหลานอย่างทารุณยายเห็น ยายเข้าไปห้าม แล้วรับตัวหลานที่เป็ลมไว้ได้ทัน แล้วก็เลยให้ตาเฒ่าพามาหาหมอเนี่ยแหละ"
"หนูหลับไปกี่วันแล้วคะ "
"5 วันแล้วล่ะหลาน ต่อไปนี้หมดทุกข์หมดโศกนะลูก ยายจะพาหนูไปอยู่ด้วย หนูมีความเห็นว่ายังไงลูก"
" แล้วเื่การเรียนของหนูล่ะคะ คุณยายหนูยังเรียนไม่จบเลย"
"อีก 1 เทอมละสิ"
"ใช่ค่ะอีก 1 เทอมหนูก็จบแล้ว"
"ไม่เป็ไรหรอกยายคุยกับแม่ของหนูแล้ว ยายจะเอาหนูไปอยู่ด้วยถึง ครอบครัวของยายจะไม่ได้รวยมีเงินเหมือนครอบครัวของพ่อหนู แต่ยายก็มั่นใจว่ายายกับตาเฒ่าดูแลหนูได้ดีกว่าพวกนั้นด้วยซ้ำ ดูหลานยายสิผอมแห้งอย่างกับอะไร”
ยายฉีที่รูปหน้าหน้าหลานสาวตตัวเอง ที่ตอนนี้ซีดผอมแห้ง
"นี่ครับคุณหมอนี่ครับ หลานของผมฟื้น แล้ว"
ตาฉีที่เข้ามาพร้อมกับ คุณหมอ
"หมอขอตรวจหน่อยนะครับ"
คุณหมอก็เริ่มตรจดูอาการ ซึ่งตัวเย่หลิงหลินเองก็รู้ว่าเธออาการดีขึ้นแล้ว มีแค่ร่างกายอ่อนเพลียจากการขาดสารอาหารเท่านั้นเอง
"พรุ่งนี้ก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะครับ"
"จริงแล้วค่ะคุณหมอ ขอบคุณค่ะ"
ยายฉีขอบคุณคุณหมอด้วยการก้มหัวให้อยากนอบน้อมหลายครั้งจนคุณหมอหนุ่มที่อายุประมาณหนุ่ม 25-26 ต้นๆใ ท่าทางน่าจะเป็หมอที่พึ่งเรียนจบมา เย่หลินหลินดูร่างกายของตัวเอง ก็ััได้ว่าร่างนี้คงขาดสารอาหารน่าดูและรอยแผลเป็รอยแผลที่ถูกตีนี้ คงถูกตีมาเป็เวลานานแล้วร่างนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ แต่เมื่อเย่หลินหลินเข้ามาอยู่ในร่างของเธอแล้ว ชีวิตนี้มันก็คือของเย่หลินหลินและจะเป็เฉินเฟยอวี้ให้ดีที่สุด เพราะเธอคิดว่าชีวิตนี้มันคือของเธอแล้ว
"คุณยายคะหนูหิวน้ำจังเลย"
"ตาเฒ่าไปเอาน้ำมาให้หลานกินสิ"
"อยู่ใกล้เท่าเนี่ย เสียงดังอะไรนักหนา"
"ก็ฉันดีใจนี่หลานฉันหลับไปตั้ง 5 ดูสิแม่หลานมาดูหลานแค่วันแรก ก็ไม่มาเยี่ยมหลานอีกเลยเห็นแล้วมันน่าโกรธหนัก"
"คุณยายอย่าไปโกรธคุณแม่เลยค่ะ "
ในความทรงจำของเฉินเฟยอวี้เฉินเฟยอวี้ที่ไม่ได้รับความรักจากผู้เป็แม่และพ่อ และจากใครเลยในบ้าน เธอทำงานทุกอย่างทั้งเรียนหนังสือด้วย เ้าของร่างเดิมเป็คนที่เรียนดีมาก แต่ก็ต้องเก็บความรู้เอาไว้เพราะถ้าผู้เป็ย่ารู้ว่าเธอเรียนเก่งหรือมีความรู้ผู้เป็ย่าก็จะตี เพราะไม่อยากให้เธอเหนือกว่าหลานชายและหลานสาวคนโตของเธอ
"นี่กินน้ำก่อนลูก"
"ขอบคุณค่ะ "
คุณยายฉีที่นำน้ำมาให้กิน แล้วมองคุณตาอย่างดีใจ เย่หลินหลินที่ไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัวเลย แต่ไม่คิดว่าเฉินเฟยอวี้ที่มีครอบครัวพร้อม ก็ไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่เลย แต่ก็ยังดีที่มีคุณตาฉีเทียน คุณยายฉีฟางหรงที่รักเธอ ต่อไปนี้เธอจะดูแลคุณตากับคุณยายอย่างดี
ต่อไปนี้ชีวิตของเธอคือของฉันและฉันจะเป็เฉินเฟยอวี้ในแบบของฉันชื่อเย่หลินหลิน ฉันขอให้เธอไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงตากับยายเธอนะ ฉันจะดูแลพวกเขาให้เองเย่หลินหลินที่อธิษฐานในใจ
"เฟยอวี้หิวข้าวหรือยังลูก"
"ยังเลยค่ะ"
"เดียวยายจะเช็ดตัวให้แล้วค่อนพักผ่อนน่ะ ตอนเที่ยงเดียวยาวจะปลูกมากินข้าวกินยานะลูก"
"ก็ได้คะคุณยาย"
คุณยายฉีก็เช็ดตัว ให้หลานสาวเสร็จก็ปล่อยให้หลานสาวได้พักผ่อน