หลังจากไป่เจ๋อโพสต์ลิงก์ข้อมูลของตนแล้วคอมเมนต์ใต้คลิปและกระทู้ในเว็บบอร์ดก็ร้อนแรงขึ้นทันที
[เขาหล่อมากดูผิวสิ ผิวเนียนอย่างกับหยกชั้นดีเลย]
[ผิวดีมากจริงๆ พอมาเทียบกับของตัวเองแล้ว...]
[คนนี้เหรอที่โดนเนี่ยฟงหาเื่ฉันว่าเนี่ยฟงนั่นแหละที่ผิด ในคลิปคนที่ถูกหาเื่อยู่ห่างกว่าตั้งเยอะ]
[หมอนี่จัดฉากแน่ๆ]
[เป็ไปไม่ได้หรอกเขาเพิ่งเคยเจอเนี่ยฟงครั้งแรก ตารางงานของเนี่ยฟงเองไป่เจ๋อก็ไม่รู้แล้วจะจัดฉากยังไง เห็นได้ชัดว่าภาพมาจากกล้องที่ติดอยู่ในห้องนั้นฉันคิดว่าคงมีคนรู้เื่นี้แล้วแอบไปเอาไฟล์วิดีโอนี้มาเผยแพร่เพื่อโจมตีเนี่ยฟงมากกว่า]
[ใช่ๆ ยังไงเื่นี้ไป่เจ๋อก็บริสุทธิ์]
[คลิปมันแสดงให้เห็นแล้วว่าเนี่ยฟงน่ะดังแล้วหยิ่งดูอีกคนในคลิปสิ ฉันไปหาข้อมูลมา เขาเป็อาจารย์สอนการแสดงของเนี่ยฟงแต่ดูที่เนี่ยฟงทำสิ ไม่แม้แต่จะแสดงความเคารพเลย]
[เอ๋ไป่เจ๋อนี่ใช่คนเดียวกับที่จับมือกับโม่เกอ (ซีโม่)ที่ห้างรึเปล่า]
[นี่ไงรูปนี้พอลองเทียบดู เขาเป็คนคนเดียวกันแน่นอน]
[มิน่าล่ะทำไมถึงรู้จักกันที่แท้ก็รุ่นน้องบริษัทเดียวกับโม่เกอนี่เอง]
[แต่โม่เกอเพิ่งเข้าLSA ได้ไม่นาน จะเอาอะไรไปสู้เนี่ยฟง เนี่ยฟงเข้าวงการมา 3 ปีแล้วนับเป็รุ่นพี่ในบริษัทของโม่เกอด้วย]
[ฉันเป็เพื่อนร่วมชั้นกับไป่เจ๋อ เขาสุภาพมาก ไม่มีทางไปหาเื่ใครก่อนหรอก]
[ขอต่อต้านการกดขี่ข่มเหงเด็กใหม่]
หลังไป่เจ๋ออ่านคอมเมนต์ไปได้สักพักรถแท็กซี่ที่เขาโดยสารมาก็มาจอดที่หน้าที่พัก ไป่เจ๋อจึงกลับเข้าห้องเช่าไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกมารอรถที่ซีหลัวส่งมารับเขาไปที่ภัตตาคาร
ไป่เจ๋อรออยู่ไม่นานรถเก๋งสีดำคันหรูก็มารับเขาไปยังภัตตาคารระหว่างทางซีหลัวได้โทรมาถามถึงคลิปในอินเทอร์เน็ต ซึ่งไป่เจ๋อบอกว่าเขาไม่สนใจเื่เล็กน้อยแบบนี้(เพราะแกมันตัวต้นเื่)
ใช้เวลาอีกสักครู่ไป่เจ๋อก็มาถึงภัตตาคารที่ซีหลัวจองห้องรับประทานอาหารไว้พนักงานนำทางไป่เจ๋อไปยังห้องที่จองไว้และเมื่อประตูห้องถูกเปิดออกไป่เจ๋อก็พบซีหลัวนั่งรออยู่ภายในห้อง
“สวัสดีครับคุณปู่”ไป่เจ๋อ ก้มศีรษะลงทำความเคารพซีหลัว
เมื่อซีหลัวเห็นไป่เจ๋อ เขาก็ยิ้มและลุกขึ้นมาโอบไหล่ไป่เจ๋อแล้วพาไปนั่งที่โต๊ะ
“ไม่เจอกันแป๊ปเดียวหลานดูสูงขึ้นอีกแล้วนะ” ซีหลัวกล่าว ขณะที่มองสำรวจไป่เจ๋อที่ดูเปลี่ยนไปพอสมควร
“ผมออกกำลังกายกับดื่มนมทุกวันครับ เลยทำให้ส่วนสูงเพิ่มขึ้นนิดหน่อย” ไป่เจ๋อพูดโดยอ้างอิงความรู้ที่เขาอ่านมาจากในอินเทอร์เน็ต
“เดี๋ยวรอเพื่อนปู่หน่อยก็แล้วกันเขาเป็คนตรงต่อเวลามาก คงจะมาถึงตอนเวลานัดพอดี”ซีหลัวกล่าวถึงคนที่เขานัดมาวันนี้
ไป่เจ๋อจึงได้ชวนซีหลัวคุยเกี่ยวกับคลาสเรียนการแสดงจากนั้นเขาก็นึกได้ว่าเขากำลังจะไปร่วมรายการาานักกินจึงได้บอกซีหลัวไป
“ปู่ครับเสาร์หน้าผมจะไปถ่ายรายการที่เมืองหลวงนะครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
“โอ้รายการอะไรล่ะ” ซีหลัวถาม
“รายการาานักกินครับ”ไป่เจ๋อตอบ
“รายการแข่งกินน่ะเหรอหลานไหวเหรอ” ซีหลัวถาม
“ไหวครับสังเกตดูสิครับ คนตัวเล็กกินเก่งกันทั้งนั้นครับ” ไป่เจ๋อยิ้มตอบ
ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อประตูห้องก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นชายอายุราว 50 ปี แต่รูปร่างหน้าของเขาดูดีคงจะรักษาร่างกายดีมากแน่ ๆ
“โอ้สหายเมิ่งเจี่ย มาตรงเวลาเหมือนเดิมเลยนะ” ซีหลัวลุกขึ้นทักทาย ไป่เจ๋อเองก็ลุกขึ้นเช่นกัน
“สวัสดีครับคุณเมิ่ง ผมชื่อไป่เจ๋อ ยินดีที่ได้พบครับ” ไป่เจ๋อกล่าวแนะนำตัวอย่างสุภาพเมิ่งเจี่ยหันมามองไป่เจ๋อก่อนจะมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เข้มงวดของเขา
“ไม่ต้องสุภาพกับฉันมากนักหรอกไป่เจ๋อ หลานของซีหลัวกับเมิ่งตงก็เหมือนหลานฉัน” เมิ่งเจี่ยกล่าว
ใช่แล้วชายคนนี้เป็ญาติของเมิ่งตงแต่จะสนิทกับซีหลัวมากกว่าชายที่ชื่อเมิ่งเจี่ยนั้นเป็อดีตท็อปซูเปอร์โมเดลระดับโลกมาก่อนแต่ตอนนี้เขาออกมาทำงานอยู่เื้ั และมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็ของตัวเองที่สำคัญคือเสื้อที่ซีหลัวให้ไป่เจ๋อนั้นก็เป็แบรนด์ของเมิ่งเจี่ยด้วยเช่นกัน
“ครับวันนี้ต้องรบกวนด้วยนะครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
“อืมซีหลัวบอกแล้วล่ะ เธอกำลังจะถ่ายโฆษณาน้ำหอมกับครีมบำรุงผิวแต่ไม่มีประสบการณ์เลยสินะ” เมิ่งเจี่ยกล่าว สีหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
“นั่งลงกันก่อนเถอะเราคุยไปกินไปดีกว่า” ซีหลัวกล่าวพร้อมกับสั่นกระดิ่งเรียกพนักงานเข้ามาเขาสั่งให้นำอาหารที่สั่งไว้ล่วงหน้ามาเสิร์ฟ
การสนทนานั้นเต็มไปด้วยหัวข้อสำคัญของการเป็นายแบบไป่เจ๋อนั้นแกล้งหยิบสมุดขึ้นมาจดที่จริงเขาจำได้ทั้งหมดเพียงแค่ฟัง
นอกจากนี้ไป่เจ๋อได้นำลูกแก้วความทรงจำที่เขาประดิษฐ์ขึ้นออกมาวางไว้บนตักของตัวเองระหว่างการสนทนา ไป่เจ๋อโคจรปราณเพื่อใช้เคล็ดวิชาที่เขาสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ทันที
ชื่อของมันคือ“เคล็ดคัดลอกความรู้และประสบการณ์” เคล็ดวิชานี้จะเปลี่ยนปราณให้เป็คลื่นเดียวกับคลื่นสมองของเป้าหมายจากนั้นทำสำเนาความทรงจำและประสบการณ์ของเป้าหมายจากนั้นนำมาเก็บไว้ในลูกแก้วความทรงจำ
ซึ่งลูกแก้วความทรงจำนี้ไป่เจ๋อสร้างด้วยการนำลูกแก้วธรรมดามาผ่านการลงอักขระปราณให้มีคุณสมบัติเก็บความจำและประสบการณ์ที่เขาดึงมาจากคนอื่นได้
‘ข้าขอคัดลอกความรู้กับประสบการณ์เ้าไปก่อนบุญคุณครั้งนี้ข้าจะใช้คืนให้ภายหน้าแน่นอน’ ไป่เจ๋อขอบคุณเมิ่งเจี่ยในใจด้วยวิธีนี้เขาสามารถได้รับประสบการณ์กับความรู้ที่้าแต่เขาก็ต้องลองทดสอบในวันถ่ายโฆษณาว่ามันจะใช้ได้ดีแค่ไหน หากมันได้ผลดีเขาคิดว่าจะรวบรวมความรู้กับประสบการณ์ของสายอาชีพต่าง ๆ มาอยู่กับตัวซึ่งมันอาจจะมีประโยชน์กับเขาในวงการบันเทิงแน่นอน
มื้ออาหารนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นไป่เจ๋อเองก็ไม่ลืมถามอาการของเมิ่งตงส่วนเมิ่งเจี่ยนั้นคอยสังเกตไป่เจ๋ออย่างเงียบ ๆเขาเคยเห็นคลิปของไป่เจ๋อกับเนี่ยฟงมาก่อน จึงต้องชั่งใจดูว่าจะช่วยไป่เจ๋อดีไหม แต่เมื่อพบว่าไป่เจ๋อเป็เด็กสุภาพบุคลิกภาพก็ดีและโดดเด่น ยิ่งรู้ว่าไป่เจ๋อทำงานหาเงินช่วยครอบครัวด้วยเขาก็นึกชื่นชมไป่เจ๋อในใจ
“เื่ของเนี่ยฟงเมื่อไม่นานนี้ทำให้ฉันไม่พอใจเขาไม่มีความเคารพต่อผู้าุโที่เป็อาจารย์สอนการแสดงของเขาเลยยิ่งพอรู้จากคนที่เคยร่วมงานกับเขามาว่าเขามีนิสัยหยิ่งยโสฉันเลยขึ้นชื่อเขาไว้ในบัญชีดำของฉันกับเพื่อนไว้” เมิ่งเจี่ยกล่าวเขาส่งข้อความหาคนรู้จักในวงการให้ขึ้นบัญชีดำเนี่ยฟง สำหรับวงการนายแบบนางแบบ
“นั่นมันรุนแรงไปรึเปล่าครับ”ไป่เจ๋อถาม
“ไป่เจ๋อ เธอต้องจำไว้ หากปล่อยเนี่ยฟงไปง่าย ๆเขาก็จะไม่เข็ดและหาทางกลั่นแกล้งเธออีก มันจะดีกว่าหากสร้างปัญหาให้เขาเขาจะได้เอาเวลาไปแก้ปัญหาของตัวเองและไม่มายุ่งกับเธอ” เมิ่งเจี่ยตอบ
“เข้าใจแล้วครับผมจะจดจำคำสั่งสอนนี้ไว้” ไป่เจ๋อรับคำ
“เข้าใจก็ดีแล้วอ้อ จริงสิ เสื้อที่เธอใส่อยู่เป็แบรนด์ของฉัน มันเข้ากับเธอมากซีหลัวนี่ก็เหลือเกิน หลานทั้งคนให้ชุดไปแค่ 2 ชุด มันน้อยเกินไปรู้ไหม ไป่เจ๋อกำลังจะเข้าวงการ สไตล์การแต่งตัวนั้นสำคัญมาก”เมิ่งเจี่ยหันมาบ่นใส่ซีหลัว ตอนที่ซีหลัวมาซื้อเสื้อของเขา ซีหลัวไม่ได้บอกว่าจะซื้อมาให้ไป่เจ๋อ เขาเลยไม่ได้สนใจอะไรมาก จนวันนี้เขาถึงรู้ว่าเสื้อ 2ชุดที่ซีหลัวซื้อไปนั้นเพื่อนำไปให้ไป่เจ๋อ ประกอบกับเสื้อที่เลือกไปนั้นแม้จะเข้ากับไป่เจ๋อ แต่เพราะไม่ใช่เสื้อแบบสั่งตัด มันเลยไม่พอดีตัวซึ่งเมิ่งเจี่ยเป็พวกชอบความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะต้องจัดการอะไรสักอย่าง
“เพราะเขาอยากซื้อมันด้วยเงินตัวเองตะหาก2 ชุดนี้ฉันยังคะยั้นคะยอตั้งนั้นกว่าเขาจะรับ” ซีหลัวกล่าว เขามองว่าไป่เจ๋อนั้นไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าที่ไป่เจ๋อมาทำดีกับเขาเพื่อหวังได้นอนบนกองเงินกองทอง ไป่เจ๋อจึงได้บอกไปว่าแค่ชุดออกงานไม่ให้ปู่ขายหน้าก็พอแล้วทำให้ซีหลัวยิ่งรักหลานบุญธรรมคนนี้มากขึ้น
“เอาอย่างนี้นะไป่เจ๋อ เธอไปยืนตรงนั้นที” เมิ่งเจี่ยบอกให้ไป่เจ๋อไปยืนตรงที่ว่างมุมห้องจากนั้นเขาสั่นกระดิ่งเรียกให้พนักงานเอาดินสอกับกระดาษมา
ใช้เวลาไม่นานดินสอ1 แท่งกับกระดาษร่วม 10 แผ่นถูกวางลงตรงหน้าของเมิ่งเจี่ย ก่อนที่เมิ่งเจี่ยจะหยิบเอาสายวัดตัวขึ้นมาและเริ่มทำการวัดตัวไป่เจ๋ออย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มจดสัดส่วนที่จำเป็การในออกแบบเสื้อผ้า
“เอ่อคุณเมิ่งเจี่ยครับ ไม่ต้องหรอกครับ ผมเกรงใจ” ไป่เจ๋อกล่าว
“เกรงใจอะไรกันเธอช่วยชีวิตเมิ่งตงไว้ ฉันแค่อยากตอบแทนเธอ อีกอย่างพอฉันได้เจอเธอวันนี้ทำให้ฉันเกิดแรงบันดาลใจขึ้นเสื้อที่ตัดจะส่งให้เธอภายในวันอังคาร เอาล่ะฉันขอตัวก่อน”พูดจบเมิ่งเจี่ยก็รวบกระดาษทั้งหมดพร้อมกับเดินออกไปจากห้องรับประทานอาหารทันที
ส่วนไป่เจ๋อก็เก็บลูกแก้วความจำทันทีเช่นกันเขาได้สิ่งที่เขา้าแล้ว จากนั้นเขาพูดคุยกับซีหลัวต่ออีกสักพักจึงได้ขอตัวกลับ ครั้งนี้ซีหลัวได้ให้ไป่เจ๋อนั่งรถไปกับเขาด้วย
ซีหลัวได้เล่าถึงลักษณะนิสัยเฉพาะของเมิ่งเจี่ยที่สามารถทิ้งทุกอย่างได้เมื่อเขาจดจ่อกับงานที่เขาชอบและสนใจ ให้ไป่เจ๋อได้ฟัง
ไม่นานรถก็มาจอดที่หน้าอะพาร์ตเมนต์ที่ครอบครัวไป่เจ๋อเช่าอยู่ ไป่เจ๋อนั้นลงจากรถและกล่าวลาซีหลัวด้วยท่าทางสุภาพก่อนจะเดินเข้าไปในอะพาร์ตเมนต์
ไป่เจ๋อมาถึงหน้าห้องตอน 2 ทุ่มพอดี ไป่เจ๋อเปิดประตูเข้ามาในบ้านและเห็นว่าพ่อกับแม่กำลังกินข้าวกันอยู่เขาจึงถอดรองเท้าและเข้าไปหาพ่อกับแม่
“พ่อครับแม่ครับ ผมกลับมาแล้ว” ไป่เจ๋อกล่าวทักทาย
“กลับมาแล้วเหรอลูกกินข้าวมาแล้วรึยัง” ไป่เหลียนฮวาถาม
“ครับผมกินข้าวกับปู่ซีหลัวมาแล้ว” ไป่เจ๋อตอบ
“ไอ้ลูกชายใบลาที่เขียนนี่จะให้พ่อเซ็นใช่ไหม” ไป่ชิงหยุนถาม พร้อมกับชูกระดาษที่ไป่เจ๋อวางไว้บนโต๊ะตอนเช้า (เซ็น ไม่มี ต์ นะครับ)
“ใช่ครับผมต้องไปถ่ายโฆษณา 3 วัน แต่ผมกลับบ้านทุกวันนะครับ” ไป่เจ๋ออธิบายไป่ชิงหยุนฟังและไม่ถามอะไรอีก เขาเซ็นชื่อลงในใบลาให้ทันที ก่อนจะยื่นมันให้ไป่เจ๋อ
“ขอบคุณครับพ่อ”ไป่เจ๋อกล่าวพร้อมกับรับใบลามา
“ทำให้เต็มที่ไอ้ลูกชาย”ไป่ชิงหยุนยกนิ้วโป้งให้ไป่เจ๋อ
“ผมสัญญาครับว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านให้ได้พวกเราจะได้สบายขึ้นสักที” ไป่เจ๋อกล่าวเขาไม่อยากให้พ่อแม่อยู่ในอะพาร์ตเมนต์ที่คับแคบแบบนี้
“พ่อจะรอนะที่จริงพ่อพอรู้มาบ้างว่าแกเอาเงินให้แม่ไว้จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไป 3 เดือนแถมยังค่าใช้จ่ายในบ้านอีก พ่อเองก็ละอายใจ ถึงได้พยายามเลิกเหล้ากับบุหรี่ตอนนี้ก็กำลังไปได้สวยเลยล่ะ” ไป่ชิงหยุนกล่าว
“ขอบคุณพ่อมากนะครับที่ทำเพื่อผมและแม่”ไป่เจ๋อยิ้มอย่างดีใจ คืนนี้เป็คืนที่ไป่เจ๋อมีความสุขอีกคืนหนึ่งเขาไม่ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มานานมากแล้วในชีวิตก่อนั้แ่เล็กชีวิตของเขามีแต่การฝึกของเหล่าอาจารย์เพียงเท่านั้น
สถานีโทรทัศน์ของLSA
ภายในสถานีโทรทัศน์ออฟฟิศของรายการาานักกินตอนนี้พนักงานกำลังจัดการเอกสารรับสมัครการแข่งซีซั่นล่าสุดที่เปิดรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์
“เฮ้ยพวกเรามาดูนี่เร็ว”
“อะไรวะมีอะไร สาวสวยมาลงแข่งรึไงกัน”
“ไม่ใช่ๆ เด็กคนนี้ต่างหาก”
“ไป่เจ๋อ อืม...ชื่อคุ้น ๆ นะ”
“นึกออกแล้วใช่ดาราหน้าใหม่ในบริษัทเราที่โดนเนี่ยฟงหาเื่รึเปล่า”
“ใช่ๆ ตอนนี้กำลังเป็กระแสในอินเทอร์เน็ตเลย เห็นว่าเขารู้จักกับซีโม่ด้วย”
“แต่ฉันได้ข่าวว่าเขาเป็คนที่เฉินเฟิงเชิญมาร่วมงานด้วยนี่นา”
“โหได้คุณเฉินเฟิงหนุนหลังแบบนี้เส้นทางในวงการบันเทิงคงมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงแล้วสิ”
“ฝั่งเนี่ยฟงก็ใช่ย่อยมีเจ๊เสี้ยนหรัวหนุนหลังเหมือนกันนะ”
“แต่ความผิดชัดเจนแบบนี้เจ๊เสี้ยนหรัวเองก็ทำอะไรไม่ได้หรอก”
“อืมเอาไงดีครับ เราจะใช้ไป่เจ๋อโปรโมต เพื่อดึงเรทติ้งดีไหมเขากำลังอยู่ในกระแสด้วย”
“อย่าดีกว่าเขาคงแค่อยากออกทีวีน่ะ ความสามารถคงไม่มี น่าจะตกั้แ่รอบคัดเลือก”
“นั่นสิเด็กใหม่อย่างเขาคงคิดว่าถ้าได้ออกสื่อแล้วจะเป็ที่รู้จักมากขึ้นละมั้ง”
“ถ้าไม่มีความสามารถโดดเด่นสักเฟรมฉันก็ไม่ให้หลุดมาออกในรายการหรอก”
เหล่าทีมงานรายการต่างพูดคุยกันแม้พวกเขาอยากใช้กระแสของไป่เจ๋อดึงเรทติ้งรายการ แต่ถ้าไป่เจ๋อไม่มีความสามารถ อาจส่งผลเสียต่อรายการมากกว่าผลดีดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้สนใจเื่ของไป่เจ๋ออีกต่อไป
สตูดิโอของเมิ่งเจี่ย
“ผ้าชนิดนี้ไม่ได้เอาที่ใส่แล้วเคลื่อนไหวสะดวกกว่านี้สิ แล้วตรงนั้นน่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะมันเกินไป 1 มิลลิเมตร โล๊ะออกมาเย็บใหม่เดี๋ยวนี้เลย” เมิ่งเจี่ยยืนสั่งงานพนักงานของเขา
“คุณเมิ่งตัวนี้ใช้ได้รึยังครับ” พนักงานชายคนหนึ่งถามพร้อมกับยื่นชุดที่เขาตัดเย็บสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
“อืมตัวนี้ใช้ได้แล้ว ไปจัดการซักแล้วรีดให้เรียบร้อย” เมิ่งเจี่ยกล่าว
“ตัวนี้ใช้ได้ไหมครับ”พนักงานอีกคนนำกางเกงมาให้เมิ่งเจี่ยตรวจดู
“ตรงชายกางเกงทำไมมันเย็บเบี้ยวแบบนั้นกันไปแก้มาซะ ถ้าเื่แค่นี้ยังทำไม่ได้ยังคิดจะทำงานในเทียนซานอีกเหรอ”เมิ่งเจี่ยมองด้วยสายตากดดันจนพนักงานได้แต่ขานรับพร้อมกับวิ่งเอากางเกงไปแก้ทันที
บรรยากาศในสตูดิโอของเมิ่งเจี่ยดำเนินไปแบบนี้จนถึงวันจันทร์พร้อมกับสภาพของพนักงานที่ดวงตาไร้ชีวิตราวกับปลาตาย หลังจากงานเสร็จสิ้นลง