ศรัณย์มองหน้าเธอด้วยแววตาสงสัย เขาไม่อาจตีความหมายที่หมอภาคินทร์ส่งข้อความมาได้ แต่ทว่าท้ายที่สุดก็เลือกเก็บสิ่งที่สงสัยนี้เอาไว้ก่อน เขาค่อยๆ วางโทรศัพท์เธอไว้ที่เดิมก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน
“อือ~” เสียงเล็กงัวเงียตื่น หลังจากลืมตาขึ้นมาเธอก็มองไปที่เขาเป็สิ่งแรกและเมื่อรู้ว่าเขากลับมาแล้ว เธอก็รีบเขยิบก้นนั่งตัวตรงทันที
“คุณประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ”
“ใช่ ห้องทำงานฉันไม่ใช่ห้องนอน ถ้าง่วงก็กลับไปนอนบ้านเธอ”
“พิ้งค์เผลอหลับไปเพราะนั่งรอคุณนานค่ะ แล้วนี่คุณว่างรึยังคะ”
“ยัง ฉันต้องทำงานต่อ แต่ก่อนจะพูดเื่อื่นฉันมีเื่จะถามเธอ” คนอย่างเขาไม่สามารถเก็บความรู้สึกไว้ได้นาน ยิ่งเป็ข้อความจากคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า เขายิ่งมีความอยากรู้มากขึ้น
“ถาม...ถามเื่อะไรคะ”
“เธอไม่สบายเหรอ” คำถามธรรมดาแต่ทำให้เธอจู่ๆ ก็หัวใจเต้นแรง เธอพยายามเก็บอาการก่อนจะตอบกลับ
“เปล่าค่ะ พิ้งค์ก็สบายดีคุณก็เห็นๆ อยู่”
“แล้วทำไมไอ้หมอนั่นถึงได้ส่งข้อความหาเธอแบบนั้น” เธอกลืนน้ำลายแทบไม่ทันก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวแล้วเธอก็รีบปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงทันที
“อ๋อ...พอดี พิ้งค์...เอ่อ...ก่อนหน้านี้พิ้งค์ไม่สบายนิดหน่อยค่ะ หมอคินทร์น่าจะคิดว่าพิ้งค์ยังไม่หายดีเลยส่งข้อความมาเตือน แต่ความเจ็บพิ้งค์หายดีแล้วค่ะ”
“ป่วยเป็อะไร”
“ก็...เป็พวกไข้หวัดปกติไงคะ ไม่ได้เป็อะไรมากค่ะ” เธอพยายามเก็บอาการให้เนียนที่สุด เพื่อให้เขาไม่ต้องสงสัยอะไรในตัวเธอ
“แล้วคำว่า เ้าตัวน้อย ไอ้หมอนั่นหมายถึงอะไร?” คราวนี้เธอเงียบไปก่อนจะกระตุกยิ้มกลบเกลื่อน
“พิ้งค์ว่าคุณเอาเวลาใส่ใจเื่นี้ เปลี่ยนไปคุยเื่ของเราดีกว่ามั้ยคะ เมื่อไหร่คุณจะว่างสักทีพิ้งค์ต้องรอไปอีกนานแค่ไหน” เธอพยายามเปลี่ยนเื่แม้ว่าเขายังคงใช้สายตามองด้วยความสงสัยอยู่ก็ตาม
“ฉันจะไปธนาคารก่อน ถ้าตรวจเช็กว่าเงินเข้าครบทุกบาทแล้วฉันจะทำตามสัญญา”
“ดีค่ะ งั้นไปตอนนี้เลย”
“เธอดูมีพิรุจน์นะพิชญ์สินี”
“เปล่านี่คะ” เธอส่ายหน้าทันที แม้ว่าเขาจะยังสงสัยเธออยู่แต่ก็ไม่อยากไปถามอะไรเธอมาก เกรงว่าเธอจะได้ใจว่าเขาเป็ห่วงเป็ใย
“งั้นพิ้งค์ลงไปรอคุณที่รถนะคะ” หญิงสาวรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป ส่วนเขาก็มองตามจนสุดสายตา
เขาพาเธอมายังธนาคารเมื่อตรวจเช็คทุกอย่างผลออกมาว่าเสร็จสมบูรณ์ เขาได้รับเงินคืนเต็มจำนวนแล้ว ศรัณย์ก็พาเธอมาทำตามสัญญาที่ให้ไว้นั่นก็คือ หย่า กระดาษแผ่นเดียวที่สำคัญต่อเธอเป็อย่างมากตอนนี้วางอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว แค่เขาและเธอหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นทุกอย่างก็จบลงอย่างสมบูรณ์ อิสรภาพที่เธอรอมานานนับปีเธอจะได้คืนกลับมาแล้วจริงๆ วินาทีที่เธอเห็นเขาหยิบปากกาขึ้นมาหัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงอีกครั้ง ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร ดีใจที่ทุกอย่างจบลงสักที แต่ลึกๆ ภายในใจก็หวิวไม่น้อยที่ลูกจะต้องไม่มีพ่อ เขาหันมามองหน้าเธอที่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ก่อนปลายปากกาจะถูกเขาเซ็นในที่สุด....
“เซ็นสิ นั่งมองหน้าฉันอยู่ทำไม” คำพูดเรียกสติของเขาทำให้เธอรีบหยิบปากกาขึ้นมา จากนั้นก็เซ็นชื่อลงบนกระดาษทันที
“เรียบร้อยครับ” เ้าหน้าที่เอ่ยพร้อมกับยิ้มให้ทั้งสอง
“ฉันต้องไปส่งเธออีกสินะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ พิ้งค์ให้คนมารับ” เขาละสายตาจากเธอก่อนจะหันไปมองหมอภาคินทร์ที่กำลังเดินเข้ามา
“หึ หย่ากับฉันปุ๊บก็ไปกับผู้ชายใหม่ปั๊บเลยสิท่า เธอนี่มันสุดจริงๆ”
“ค่ะ”
“ต่อจากนี้ฉันคงสบายหูที่ไม่ได้ยินเสียงเธอ สบายตาที่ไม่ได้เห็นเธออีกต่อไป” พูดจบเขาก็หันหลังเตรียมจะเดิน
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!” ศรัณย์หันกลับมามองเธออีกครั้ง
“มีอะไรกับฉันอีก” หญิงสาวยกมือขึ้นมาก่อนจะถอดแหวนออกจากนิ้ว จากนั้นก็ยื่นไปให้เขา
“แหวนของคุณค่ะ” เขานิ่งไปสักพัก ก่อนจะรับแหวนกลับมานี่เป็สิ่งที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาและเธอลาขาดกันอย่างถาวร จากนั้นเธอก็เป็ฝ่ายเดินผ่านเขาไปเหลือเพียงภาคินทร์ที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“ดีใจด้วยนะครับ” ภาคินทร์เอ่ยพร้อมกับกระตุกยิ้ม
“ผมว่าผมต้องเป็คนพูดคำนั้นมากกว่านะครับ คุณก็คงดีใจไม่ต่างกับเธอ” ภาคินทร์ทำได้แค่ยิ้มกับความโง่เขลาของเขา
“ถ้าผมรู้ั้แ่แรกว่าพิ้งค์แต่งงานกับคุณเพราะอะไร ผมไม่ปล่อยให้เธอต้องทรมานนานขนาดนี้แน่นอนครับ”
“หึ คงพูดให้กันฟังหมดแล้วสินะ ก็ทำไงได้เธอเป็หนี้ผมแล้วไม่มีปัญญาจ่าย ผมก็แค่ทำตามหลักการที่ควรจะเป็ ก็แค่นั้น”
“หลักการที่ไม่สนใจว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะเ็ปแค่ไหน ไม่คิดว่าเธอก็มีความรู้สึกอย่างงั้นเหรอครับ ผมว่าผู้ชายที่แมนพอเขาไม่น่าทำกันแบบนี้นะครับ” ศรัณย์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้สึกผิด
“เอาเถอะ ทุกอย่างจบลงแล้วต่อจากนี้ผมไม่มีอะไรยุ่งเกี่ยวกับพิชญ์สินีอีก”
“คุณศรัณย์ คุณจำคำพูดผมวันนี้ไว้ให้ดี...สักวันคุณจะเสียใจที่ทำกับเธออย่างนี้” ศรัณย์หัวเราะออกมา ก่อนจะมองภาคินทร์ด้วยแววตาท้าทาย
“งั้นเหรอครับ ผมมีอะไรต้องเสียใจไม่ทราบ?”
“ถึงวันนั้นมาขอเธอคืน ผมไม่คืนให้คุณแน่นอน คุณจำไว้!”