หลี่จือเหยาถอดเสื้อผ้าของนางออกทั้งหมดและขึ้นไปนอนบนเตียง นางเปิดเผยเเผ่นหลังอันขาวเนียนให้กับเขาได้เห็น นางก็รู้สึกเกร็งอยู่บ้างเพราะนี่คือครั้งแรกที่นางเปลือยแผ่นหลังให้กับคนอื่นดู
“เ้าพร้อมหรือยัง”หลิวอี้พูดขึ้นมา ในระหว่างที่นางถอดเสื้อผ้าเขาก็ไม่ได้แอบมองนางเพราะอีกไม่นานเขาก็จะเห็นนางทั้งตัวเขาจึงไม่รีบร้อน
“ข้าพร้อมแล้ว”
หลิวอี้หันหลังกลับไปเห็นนางกำลังนอนอยู่บนเตียง ร่างกายส่วนอื่นของนางถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าห่มเขามองเห็นเพียงแค่แผ่นหลังของนาง เขาเดินไปนั่งบนเตียงจากนั้นก็นำเข็มที่เขาไปหาซื้อมา ความจริงแล้วเขาอยากจะได้เข็มเงินที่มันดีกว่านี้แต่เขาไปหาดูทุกร้านก็พบแค่เพียงเข็มเงินธรรมดา
“เ้าปล่อยตัวตามสบายไม่ต้องเกร็งใช้เวลาเพียงไม่นาน แต่อาจจะมีเจ็บบ้างเพียงเล็กน้อย”
หลิวอี้เริ่มทำการฝังเข็มให้นางตามเส้นลมปราณ พร้อมกับใช้พลังปราณของเขาช่วยให้เส้นลมปราณของนางที่มีปัญหาหายเป็ปกติ
เพียงแค่เข็มแรกจือเหยาก็เกือบจะร้องออกมาเป็เพราะว่ามันเจ็บมากนางไม่เคยรู้สึกเจ็บขนาดนี้มาก่อน เข็มแรกผ่านไปจากนั้นก็เข็มที่สอง เข็มนี้นางกรีดร้องออกมาเสียงดังมากจาก เข็มที่สองนางรู้สึกเหมือนกับร่างกายของนางกำลังจะแตกสลาย เข็มที่สามนางทั้งกรีดร้องและน้ำตาไหลออกมา
“เ้าทนอีกเพียงไม่นาน ตอนนี้สามเข็มเเล้วอีกเพียงแค่ หกเข็มเท่านั้น”
นางกำลังจะด่าทอเขาแต่ก็เ็ปขึ้นมาอีกครา เข็มที่สี่ได้ทิ่มแทงเข้าไปยังแผ่นหลังของนาง เข็มที่ห้า เข็มที่หก ต่อไปเรื่อยๆจนในที่สุดเข็มสุดท้ายก็ทิ่มแทงลงไปที่บริเวณกลางศีรษะของนาง แต่เข็มสุดท้ายนางกลับไม่ได้ร้องออกมาด้วยความเ็ป แต่นางกลับรู้สึกว่าร่างกายของนางรู้สึกสบายและผ่อนคลายแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ตอนนี้หลิวอี้มีเหงื่อออกเต็มตัวเพราะว่าเขาต้องใช้พลังไปมากในการช่วยฝังเข็มให้กับจือเหยา
“เ้าลุกขึ้นมาจากเตียงแต่อย่าพึ่งดึงเข็มออกและลองรวบรวมลมปราณของเ้าว่ามันยังติดขัดอยู่หรือไม่”
นางลองทำตามคำพูดของหลิวอี้นางลุกขึ้นมานั่งและหันหลังให้กับเขานางเริ่มรวบรวมลมปราณจากภายนอกเข้าสู่จุดตันเถียนของนาง หลังจากที่นางได้ลองรวบรวมลมปราณนางก็รู้สึกตกตลึง การรวบรวมลมปราณของนางรวดเร็วเป็อย่างมากและตอนนี้นางก็รู้สึกว่าตัวของนางกำลังจะก้าวไปยังระดับพลังขั้นต่อไป นางรีบหลับตาและทำการฝึกฝน
บนท้องฟ้าได้เกิดปรากฎการบางอย่างเกิดขึ้น
ภายในวังหลวงองค์จักรพรรดิกำลังนั่งหลับตาฝึกฝนพลังของเขา เขาก็ััได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นเขาจึงลืมตาขึ้นมา
“ใครกันที่กำลังจะเลื่อนระดับ”เขาพูดขึ้นมาจากนั้นก็ใช้พลังปราณของเขาตรวจสอบว่าใครกำลังจะเลื่อนระดับและเขาก็ได้รู้ในที่สุด แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
จือเหยาลืมตาขึ้นมาและพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ
“นี่ข้าเลือนระดับแล้ว”ตอนนีี้ระดับพลังของนางคือระดับปรมาจารย์ขึ้นกลาง นางดีใจเป็อย่างยิ่ง เพราะว่าหญิงสาวที่มีสายเืครึ่งเทพพลังการฝึกฝนของพวกนางจะหยุดอยู่แค่ในระดับ จอมยุทธขั้นสูง แต่หากว่าใครเป็อัจฉริยะก็สามารถมาถึงขั้นปรมาจารย์ขั้นต่ำได้ แต่ไม่สามารถเลื่อนระดับไปในขั้นต่อไปได้ นี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้พวกนางที่เป็หญิงสาวมีอายุที่ไม่ยืนยาว แต่หากว่าเป็บุรุษที่มีสายเืครึ่งเทพจะไม่มีข้อกำหนดในเื่นี้พวกเขาสามารถฝึกได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป
ในขณะที่นางกำลังดีใจภายในจุดตันเถียนของนางยังขยายตัวขึ้นอีกเรื่อยๆและพลังปราณก็กำลังหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดและนางก็รู้สึกว่าตอนนี้นางกำลังจะเลื่อนระดับพลังไปอีกหนึ่งขั้นนางจึงรีบหลับตาและรวบรวมพลังปราณ
บนท้องฟ้าเกิดความปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง
องค์จักรพรรดิเขาก็ทำเหมือนเดิมใช้พลังปราณตรวจสอบและในตอนนี้เขาก็รู้สึกใเพราะคนที่จะเลือนระดับพลังอีกครั้งคือคนคนเดียวกันกับคนที่พึ่งจะเลื่อนระดับพลังไปไม่กี่ลมหายใจ
เขารีบลอยตัวออกจากวังหลวงและไปยังสถานที่นั้น เขาลอยตัวอยู่บนอากาศเหนือเรือนของจือเหยา
ผ่านไปไม่นานจือเหยาก็ลืมตาขึ้นมา ตอนนี้ระดับพลังของนางคือปรมาขานย์ขั้นสูง นางเลือนระดับถึงสองขั้นในครั้งเดียว หากมีคนอื่นรู้เข้าคงจะใหรือช็อคตายเลยก็ว่าได้ เพราะการจะเลื่อนระดับพลังไปในแต่ละขั้นยากเย็นยิ่งนัก บางคนใช้เวลาเป็ปี บางคนใช้เวลาหลายปี และอีกอย่างก็คือยิ่งระดับพลังอยู่ในขั้นที่สูงการเลือนระดับยิ่งยากขึ้นไปอีก
การเลื่อนระดับพลังของปรมาจารย์ในแต่ระขั้นจะต้องใช้เวลาอย่าน้อย 10 ปี หากเป็อัจฉริยะ ก็ 3-5 ปี แต่จือเหยาใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันกับเลือนไปถึงสองระดับ