วันต่อมา สวี่หยางไม่ได้เข้าเวร แต่เขาก็ยังคงเข้าไปเดินเตร็ดเตร่ภายในเรือนจำอยู่รอบหนึ่ง
การมาเยือนของหลี่เหวยเลี่ย ทำให้เรือนจำที่เคยเงียบเหงากลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมากจริง ๆ
เ้านี่เป็คนปากมาก ช่างพูดช่างเจรจา อีกทั้งยังดูเหมือนจะเคยมีเื่บาดหมางกับมหาปีศาจมากมายหลายตนในที่แห่งนี้ เหล่ามหาปีศาจต่างพากันพูดคุยสัพเพเหระ และด่าทอสาปแช่งกับมันผ่านทางช่องว่างของประตูกรงขัง
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาสวี่หยางถึงกับต้องยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความอิจฉาตาร้อน
'หากพวกมันกำลังด่าทอข้าอยู่ล่ะก็ ค่าประสบการณ์ของข้าคงพุ่งทะยานทะลุฟ้าไปแล้วไม่ใช่หรือไง?'
แน่นอนว่าสวี่หยางก็ทำได้เพียงแค่คิดฝันอยู่ภายในใจเท่านั้น
ไม่เพียงแค่เหล่ามหาปีศาจจะกระตือรือร้นขึ้นมากเท่านั้น ทว่าแม้แต่บรรดาผู้คุมที่ปกติมักจะทำงานแบบขอไปทีและเกียจคร้าน ใน่เวลานี้พวกเขากลับตื่นตัวกันขึ้นมาก
ทุกคนล้วนรู้ดีว่าหลี่เหวยเลี่ยนั้นอันตรายมากเพียงใด เบื้องบนกำชับมา ท่านพัศดีสั่งการ ผู้เฒ่าหวงก็กล่าวย้ำเตือน
ไม่ว่าจะเป็ตอนที่นำอาหารไปส่งให้มัน หรือตอนที่เข้าเวรยามอยู่ภายในเรือนจำ ทุกคนต่างก็ตื่นตัวและระมัดระวังกันอย่างเต็มที่ ไม่มีผู้ใดกล้าประมาทเลินเล่อเลยแม้แต่น้อย
ทว่า วันเวลาแห่งความตึงเครียดเช่นนี้ก็ดำเนินไปได้ไม่นานนัก เมื่อเวลาผ่านไปได้เพียงไม่กี่วัน ความระแวดระวังของทุกคนก็เริ่มลดหย่อนลง ผู้คุมเหล่านี้กลับมาตั้งวงดื่มสุราและแอบอู้เกียจคร้านกันตามปกติเช่นเดิม
ใน่เวลานี้ สวี่หยางยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับการเฝ้านับค่าประสบการณ์ของตนเอง บางครั้งเขาก็จะคอยหาวิธียั่วโมโหมหาปีศาจตนอื่น ๆ เพื่อกอบโกยค่าประสบการณ์ให้มากขึ้น แต่ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ เขากลับทำไม่สำเร็จเลยสักครั้ง
พริบตาเดียวก็วนมาถึงเวรของสวี่หยางอีกครั้ง ตามธรรมเนียมแล้วเขาจะต้องนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับเหล่ามหาปีศาจรวมถึงหลี่เหวยเลี่ย
ใน่เวลาที่ผ่านมา ระดับพลังของสวี่หยางก็ได้รับการยกระดับขึ้นมาอีกไม่น้อย ปราณแท้ภายในร่างกายที่เดิมทีมีขนาดเล็กดั่งเส้นด้าย บัดนี้ได้ขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดใกล้เคียงกับนิ้วมือ พละกำลังในทุก ๆ ด้านล้วนพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ
ทั้งหมดนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับยอดฝีมืออย่างหลี่เหวยเลี่ย...
ทว่าในขณะที่สวี่หยางกำลังหิ้วถังข้าวต้มและเตรียมตัวจะเดินจากไปนั้น ผู้เฒ่าหวงก็ร้องเรียกเขาเอาไว้เสียก่อน
"ผู้เฒ่าหวง? มีเื่อันใดหรือขอรับ?"
ผู้เฒ่าหวงกระแอมไอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย "เสี่ยวสวี่เอ๋ย เื่นั้นข้าได้นำไปรายงานเบื้องบนแล้ว เบื้องบนรู้สึกพอใจเป็อย่างมาก แม้ว่าเื่การเกษียณอายุของข้าจะยังไม่เป็ที่แน่ชัด แต่ว่า..."
ผู้เฒ่าหวงหยิบขวดยาใบหนึ่งออกมาส่งให้สวี่หยางพลางกล่าวต่อ "นำสิ่งนี้ไปให้หูเลี่ยด้วย"
สวี่หยางเปิดฝาขวดยาออก ภายในขวดมียาลูกกลอนเม็ดหนึ่งที่ส่งกลิ่นหอมหวนตลบอบอวลบรรจุอยู่
สวี่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ยถาม "ผู้เฒ่าหวง... นี่มันหมายความว่า..."
ผู้เฒ่าหวงพยักหน้ารับ "แม้ว่าพวกเราจะไม่รู้เื่อื่นเลย แต่เด็กแฝดชายหญิงของเศรษฐีชิวถูกค้นพบแล้ว ส่วนเด็กของชาวบ้านธรรมดาเ่าั้ก็ช่างปะไร เบื้องบนได้มีคำสั่งลงมาแล้ว เตรียมการปะาชีวิตมันได้
หากไม่ใช่เพราะเศรษฐีชิวยื้อเวลาเอาไว้ มันก็สมควรจะตายไปตั้งนานแล้ว"
สวี่หยางพยักหน้ารับด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่คาดคิดเลยว่า จู่ ๆ ก็จะมีคำสั่งปะาชีวิตหูเลี่ยเช่นนี้ เขาเคยอ่านประวัติชีวิตของหูเลี่ยมาแล้ว ในมือของมันอย่างน้อยก็ยังมีเบาะแสของเด็กอีกนับสิบคน เพียงแต่ตอนนี้กลับบอกว่าไม่้าแล้วอย่างนั้นหรือ...
'ยาปรารถนาเซียน'
สวี่หยางจ้องมองขวดยาใบเล็ก ยาปรารถนาเซียนเม็ดนี้ก็มีจุดประสงค์คล้ายคลึงกับอาหารมื้อสุดท้ายของนักโทษปะานั่นเอง
นักโทษทั่วไปมักจะได้กินเพียงแค่น้ำแกงใส ๆ กับข้าวต้มเปล่า ๆ แต่เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต พวกเขาก็จะได้รับประทานอาหารมื้อใหญ่ที่หรูหรา แทบจะตอบสนองทุกความ้าของพวกเขาได้ทั้งหมด อยากกินสิ่งใดก็จะได้กิน อยากดื่มสิ่งใดก็จะได้ดื่ม อย่างไรเสียมันก็คืออาหารมื้อสุดท้ายแล้ว
ทว่าความ้าด้านอาหารของพวกมหาปีศาจไม่ได้สูงส่งถึงเพียงนั้น ดังนั้นยาปรารถนาเซียนเม็ดนี้จึงเปรียบเสมือนอาหารมื้อสุดท้ายของพวกมัน
สรรพคุณของยาปรารถนาเซียนรุนแรงยิ่งนัก มันสามารถทำให้มหาปีศาจได้ัักับความสุขสำราญตามที่ปรารถนาได้ใน่เวลาสั้น ๆ แค่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถกินยาปรารถนาเซียนเข้าไปได้ เนื่องจากร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถแบกรับผลข้างเคียงที่ตามมาของมันไหว
เมื่อเห็นยาลูกกลอนเม็ดนี้ สวี่หยางก็พอจะคาดเดาส่วนผสมของสิ่งที่อยู่ภายในถังข้าวต้มในมือได้แล้ว บางทีตัวยาที่ผสมอยู่ในนั้น คงจะมีส่วนประกอบที่คล้ายคลึงกับยาปรารถนาเซียน เพียงแต่มีปริมาณที่เบาบางกว่ามากก็เท่านั้น
และนี่ก็เป็ครั้งแรกที่สวี่หยางต้องนำยาปรารถนาเซียนไปมอบให้กับมหาปีศาจ
ทว่าผู้ที่จะต้องกลืนยาลูกกลอนเม็ดนี้ลงไป กลับกลายเป็หูเลี่ยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่หูเลี่ยยังสามารถมอบค่าประสบการณ์ให้เขาได้อีกมากแท้ ๆ สวี่หยางรู้สึกจนใจอยู่ไม่น้อย หากพูดกันตามความเป็จริงแล้ว ผู้ที่ตัดรอนชีวิตของหูเลี่ยก็คือตัวเขาเอง
หากเขาไม่ได้นำเื่เด็กแฝดชายหญิงไปบอกแก่ผู้เฒ่าหวง หูเลี่ยก็คงจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกสักระยะหนึ่ง
แม้จะรู้สึกจนใจ ทว่าสวี่หยางก็ไม่ได้โศกเศร้าเสียใจอะไรมากมายนัก อย่างไรเสียถึงหูเลี่ยจะตายไป มันก็ยังสามารถสร้างมูลค่าให้แก่เขาได้อยู่ดี
สวี่หยางกำยาปรารถนาเซียนเอาไว้ในมือ เขาเดินแจกจ่ายอาหารไปตามลำดับ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้ากรงขังของหูเลี่ยเป็ที่สุดท้าย
สวี่หยางไม่ได้พูดจาไร้สาระให้มากความ เขาตักข้าวต้มเนื้อข้นชามใหญ่โยนให้หูเลี่ย และเมื่อหูเลี่ยกินจนหมด เขาก็ตักเพิ่มให้มันอีกหนึ่งกระบวย
"เฮอะ วันนี้มันวันอะไรกัน? ถึงได้ตักข้าวให้ข้าตั้งสองกระบวยเชียว
นี่เ้าคงไม่ได้เกิดสำนึกผิดขึ้นมาหรอกนะ?"
หูเลี่ยเลียชามจนสะอาดเกลี้ยงเกลา ก่อนจะส่งยิ้มกริ่มมองมาที่สวี่หยาง ่เวลาที่ผ่านมานี้สวี่หยางปั่นหัวยั่วโมโหมันไปไม่น้อย ครั้งนี้คงเป็เพราะพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกกระมัง?
สวี่หยางมองดูหูเลี่ยพลางลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ วางขวดยาปรารถนาเซียนลงบนพื้น
หูเลี่ยจ้องมองขวดยาด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาด เมื่อจุกปิดขวดถูกเปิดออก กลิ่นหอมหวนก็พวยพุ่งตลบอบอวล เพียงชั่วพริบตาหูเลี่ยก็ตระหนักได้ในทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร
มันก้มหน้าลงครุ่นคิด สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมจริงจัง มันจ้องมองยาปรารถนาเซียนภายในขวดนิ่งงันอยู่นาน โดยไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้
"เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว กินมันเข้าไปเสียเถอะ กินอิ่มแล้วจะได้เดินทางอย่างสบายใจ" สวี่หยางถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วเตรียมตัวจะหมุนกายเดินจากไป
ทว่าจู่ ๆ หูเลี่ยก็เอ่ยปากรั้งเอาไว้ "เดี๋ยวก่อน"
"ข้ามีเื่หนึ่งอยากจะขอร้องให้เ้าช่วย หากเ้าช่วยเหลือข้า ในภายภาคหน้าเ้าก็ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่อีกแล้ว เมื่อออกไปข้างนอก เ้าจะได้เสวยสุขกับลาภยศสรรเสริญและความมั่งคั่งอย่างไม่มีวันสิ้นสุด!"
สวี่หยางเพียงแค่ไหวไหล่เบา ๆ เขาไม่รู้สึกหวั่นไหวไปกับคำล่อลวงของหูเลี่ยเลยแม้แต่น้อย
"ข้าอยู่ที่นี่ก็มีกินมีใช้ อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ เบี้ยเลี้ยงไม่ได้แย่อะไร ลาภยศสรรเสริญและความมั่งคั่งที่เ้าว่ามา ข้าได้เสวยสุขกับมันอยู่ทุกวันแล้ว"
"ไร้สาระ!" หูเลี่ยสบถ
"สถานที่ทุรกันดารเช่นนี้มันจะมีอะไรดี! ทรัพย์สินเงินทองและสตรีงามที่อยู่ภายนอกนั่น เ้าไม่รู้สึกหวั่นไหวบ้างเลยหรือไง? คิดจะทนอุดอู้เป็นักบวชผู้ละทิ้งกิเลสอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิตเลยหรือ?"
'ต่อให้มีทรัพย์สินเงินทองและสตรีงามมากเพียงใด ก็ไม่อาจนำมาแลกเปลี่ยนเป็ค่าประสบการณ์ได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากข้าออกไปข้างนอกในตอนนี้ ภายนอกนั้นเต็มไปด้วยผู้คนและปีศาจปะปนกันจนแยกไม่ออก มันอันตรายเกินไปแล้ว! สู้ยอมทนอุดอู้อยู่ในเรือนจำอย่างสงบเจียมตัวเสียยังจะดีกว่า'
แน่นอนว่าคำพูดบ่นพึมพำในใจเหล่านี้ สวี่หยางย่อมไม่มีทางหลุดปากบอกให้หูเลี่ยได้รับรู้อย่างแน่นอน เขาเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ย "จะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่เ้าเถอะ อย่างไรเสียข้าก็ไม่ได้สนใจของพรรค์นั้นอยู่แล้ว"
"ถ้าเช่นนั้นก็เอาเป็อย่างอื่น สิ่งอื่นก็ได้!" หูเลี่ยรีบพูดต่อ
"คนที่ข้า้าให้เ้าไปแจ้งข่าวนั้น มีอำนาจบาตรใหญ่ล้นฟ้า ต่อให้เป็เ้าเมืองผู้ปกครองแคว้น ก็ยังต้องไว้หน้าเขาบ้าง หากเ้าไม่สนใจเื่ทรัพย์สินเงินทอง ก็ต้องเป็เื่เลื่อนยศตำแหน่งแล้วล่ะ
หากเ้าช่วยจัดการธุระให้ข้า ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปากมาประโยคเดียว การจะมอบตำแหน่งขุนนางขั้นเจ็ดให้เ้าก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ นั่นมันตำแหน่งระดับนายอำเภอเชียวนะ"
"ขุนนางขั้นเจ็ดก็เป็แค่ขุนนางปลายแถวเท่านั้นแหละ" สวี่หยางโบกมือปฏิเสธ
"ไม่เอา ๆ ข้าไม่มีความสนใจเื่เลื่อนยศตำแหน่งอะไรนั่นหรอก"
"แล้วเ้า้าสิ่งใดกันแน่!?" หูเลี่ยเริ่มร้อนรน ท่าทางที่ดูไม่เอาถ่านราวกับโคลนเหลวป้ายกำแพงไม่ติดของสวี่หยาง ทำเอามันถึงกับโกรธเกรี้ยวจนต้องกัดฟันกรอดและกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
ก่อนที่หูเลี่ยจะสิ้นใจ ค่าความมุ่งร้ายของมันกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเื่นี้ทำให้สวี่หยางรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย จากสถานการณ์ค่าความมุ่งร้ายที่พุ่งสูงขึ้นนี้ ดูเหมือนว่าหูเลี่ยจะรู้สึกร้อนรนจนถึงขีดสุดแล้วจริง ๆ ...
หลังจากนั้นหูเลี่ยจะกล่าวสิ่งใดต่อ สวี่หยางก็คร้านที่จะรับฟังอีก เขายังเหลือหลี่เหวยเลี่ยอีกหนึ่งคน เมื่อนำอาหารไปส่งให้อีกฝ่ายเสร็จ ภารกิจในวันนี้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงสบถด่าของหูเลี่ย สวี่หยางก็ตระหนักได้ดีว่าตัวเขาเองไม่ใช่คนที่ไร้ซึ่งความปรารถนา มนุษย์ทุกคนล้วนมีกิเลสตัณหา
ขอเพียงแค่เขาปกปักรักษาเรือนจำแห่งนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็ทรัพย์สมบัติ อำนาจบารมี ชื่อเสียงเกียรติยศ หรือแม้กระทั่งสตรีงาม ไม่ช้าก็เร็วสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องตกมาอยู่ในกำมือของเขาอย่างแน่นอน จึงไม่มีความจำเป็ใด ๆ ที่จะต้องไปเสี่ยงอันตราย เพื่อทำข้อตกลงกับมหาปีศาจที่กำลังจะตายเลยแม้แต่น้อย
หากก่อนตายมันเกิดแว้งกัดเขาขึ้นมา หรือบุคคลที่มัน้าให้เขาไปทำข้อตกลงด้วยมีปัญหาซุกซ่อนอยู่ล่ะก็ ถึงเวลานั้นมันคงได้ไม่คุ้มเสียอย่างแน่นอน