ผมหยิบเสื้อโค้ทมาแล้วลองสวมดู พร้อมทั้งตรวจสอบความรู้สึกขณะััไปด้วย อืม ขนาด
ไม่มีปัญหาพอลองขยับเบา ๆ ดูก็ไม่พบการเคลื่อนไหวที่ติดขัด ไม่รู้สึกแปลก ๆ ด้วย ถูกใจแล้วสิ
“ตัวนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?”
“ชิ้นนี้ราคาจะถูกหน่อยอยู่ที่แปดเหรียญทองค่ะ”
แทนค่าได้แปดแสนเยนสินะนี่ถูกแล้วเหรอ แพงชะมัดเลยแต่พอคิดถึงผลลัพธ์ที่ได้แล้วมันก็เหมาะสมกับจำนวนเงินขนาดนี้อยู่หรอกความรู้สึกด้านเงิน ๆ ทอง ๆ ชักจะเพี้ยนไปแล้วแฮะ......
“ถ้างั้นเอาตัวนี้ล่ะครับ จ่ายด้วยนี่”
“เหรียญทองคำขาวสินะคะกรุณารอสักครู่ค่ะ”
คุณพี่สาวกลับไปที่เคาน์เตอร์แล้วนำสองเหรียญทองมาวางบนถาดเงินผมรับเงินนั้นมาแล้วเก็บเข้ากระเป๋าสตางค์ของตนเองจากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังทางออกร้าน
“ขอบพระคุณมากค่ะแล้วมาอุดหนุนที่ร้านใหม่นะคะ”
ขณะที่คุณพี่สาวก้มหัวแล้วมองส่งผมก็เดินออกจาก “เบลคุท” ไป ได้เครื่องป้องกันดี ๆ มาแล้ว ถึงจะแพงไปหน่อยก็เถอะ
◇ ◇ ◇
หลังซื้อเสื้อโค้ทเสร็จผมก็เข้าร้านอาหารใกล้ ๆ เพื่อหาอาหารเบา ๆ กิน จากนั้นก็ย้อนกลับไปยังร้านเวทมนตร์“ลูก้า” ถึงพวกอัลม่าจะไม่อยู่แล้วก็เถอะ
ผมมองไปภายในร้านแล้วซื้อหนังสือเกี่ยวกับเวทไร้ธาตุที่สนใจมา สำหรับกรณีของธาตุทั้งหกพอซื้อหนังสือมาจากร้านเวทมนตร์แบบนี้เสร็จ ก็ต้องจดจำคาถา ฝึกฝนเพื่อให้มันกลายเป็ของตนเอง แต่เวทไร้ธาตุคือเวทเฉพาะตัวจึงไม่มีหนังสือเวทอย่างที่ว่ามาเลย
แต่ทว่ายังมีของที่เหมือนกับสารานุกรมเวทมนตร์เพื่อความบันเทิง ซึ่งจะมีเวทมนตร์แปลก ๆที่เคยปรากฏบนโลกมาจนถึงปัจจุบันรวบรวมเอาไว้อยู่ สิ่งนี้กับเวทไร้ธาตุแทบจะเรียกได้ว่าเป็ของพื้นๆ แต่สำหรับผมมันคือูเาสมบัติชัด ๆ
แถมราคาก็ไม่แพงด้วยแต่ก็คงแบบนั้นแหละ เพราะมันไม่ใช่หนังสือเพื่อสำหรับจดจำเวทมนตร์แต่เป็หนังสือเพื่อความบันเทิงนี่นา
หลังจากนั้นก็ไปซื้อคุกกี้รวมรสเป็ของฝากให้คุณมิกะที่โรงแรมแล้วจึงกลับไปหาทุกคนที่จุดนัดพบ พระอาทิตย์เองก็ใกล้จะตกแล้ว
“อ๊ะมาซะที ช้า-มาก-เลย!”
“อ้าว? ทุกคนมาเร็วจัง? ยังไม่ถึงเวลารวมพลเลยแท้ ๆ”
ทั้งสามคนกำลังรออยู่หน้ารถม้าที่จอดอยู่ตรงโรงแรมโดยมีสัมภาระกองโตวางอยู่บนกระบะรถ นี่พวกเธอ
ซื้อของเยอะขนาดไหนกันเนี่ย
“อ้าว? อะไรน่ะโทยะใส่เสื้อโค้ทด้วยเหรอ”
เอลเซ่มองผมราวกับกำลังวิจารณ์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“อ๊ะนี่คือเสื้อโค้ทที่มีการเสริมพลังเวท สามารถลดทอนเวทโจมตีของทุกธาตุได้นอกจากนั้นก็มีผล ทนทานต่อของมีคม ทนความร้อน ทนความหนาว และทนการโจมตีน่ะ”
“ลดทอนได้ทุกธาตุเหรอสุดยอดเลยนะคะ...... เท่าไหร่เหรอคะ?”
“แปดเหรียญทอง”
“แพง!แต่ถ้าคิดถึงผลที่ได้แล้ว มันก็ไม่ใช่จำนวนเงินที่สูงซักเท่าไหร่นะ”
ดูเหมือนความรู้สึกด้านเงินๆ ทอง ๆ ของเอลเซ่เองก็เพี้ยนไปแล้วเหมือนกัน
พอรวมตัวกันครบทุกคนพวกผมก็ขึ้นรถม้า แล้วเริ่มออกเดินทาง ผู้คุมบังเหียนคือยาเอะส่วนผมก็มานั่งอยู่ข้าง ๆ ยาเอะตรงที่นั่งสารถีเพราะกระบะรถมันแคบลงจากสัมภาระของกลุ่มสาว ๆ
ถ้าใช้【เกท】จากตรงนี้เลยเพื่อกลับไปยังลีฟเล็ททันทีมันก็ได้อยู่หรอกแต่ผมอยากหลีกเลี่ยงสายตาคน ขั้นแรกก็เลยเคลื่อนย้ายออกจากเมืองหลวงซะก่อน
ตอนที่จะออกมาจากเมืองหลวงไม่จำเป็ต้องนำเหรียญตราออกมา สามารถผ่านมาได้เลยหลังจากแล่นรถม้าไปแบบนั้นซักพัก ออกมาห่างจนเห็นเมืองหลวงเหลือเล็กนิดเดียว ผมก็บอกให้ยาเอะจอดรถม้า
“จะทำอะไรในที่แบบนี้งั้นหรือเ้าคะ?”
ยาเอะที่ยังไม่รู้เื่ของ【เกท】ถามด้วยท่าทางประหลาดใจ
“ไปโผล่ก่อนถึงถนนหลักซักนิดจะดีกว่าไปโผล่กลางเมืองเลยรึเปล่านะ?”
“นั่นสิคิดว่าแบบนั้นก็ดีนะ”
ผมฟังคำพูดของเอลเซ่จากนั้นก็สร้างจินตนาการสถานที่ให้ปรากฏขึ้นมา พร้อมทั้งรวบรวมพลังเวทไปด้วย
“【เกท】”
ประตูแสงปรากฏขึ้นมาตรงหน้าผมเปลี่ยนขนาดสิ่งนั้นให้ใหญ่พอที่รถม้าจะลอดผ่านไปได้
“อะอะไรกันเ้าคะ!? เ้านี่น่ะ!?”
“เอ้าเดินหน้าเดินหน้า”
ผมเร่งให้ยาเอะที่กำลังตื่นตระหนกแล่นรถม้าพอมุดลอดประตูแสงออกมา พระอาทิตย์ดวงโตก็กำลังจมลงไปในูเาทางทิศตะวันตกของลีฟเล็ทพอดี
“สะดวกจริงๆ ด้วยนะ เวทมนตร์นี้น่ะ”
“ระยะทางที่ต้องขึ้นรถม้าไปถึงห้าวันกลับถึงได้ในพริบตาเลยเนอะ”
“ถึงจะยุ่งยากตรงไปสถานที่ที่ไม่เคยไปเลยซักครั้งไม่ได้ก็เถอะน้า”
“ก็แล้วมันอะไรกันเนี่ยเกิดอะขึ้นกันแน่เ้าคะ!?”
พวกผมเมินยาเอะที่ยังทำความเข้าใจสถานการณ์ไม่ได้เพราะกำลังเต็มไปด้วยความรู้สึกสบายใจที่ได้กลับมากันอยู่
ยังไงก็ตามเนื่องจากตอนนี้มืดแล้วพวกผมจึงคุยกันว่าเอาไว้ค่อยไปรายงายผลให้คุณซานัคพรุ่งนี้แทน
พวกผมจอดรถม้าไว้หน้า“จันทราสีเงิน” แล้วตั้งใจจะเข้าไปข้างในเพื่อรายงานคุณมิกะว่ากลับมาแล้วแน่นอนว่า “จันทราสีเงิน” ไม่มีอะไรเปลี่ยนจากตอนที่ออกเดินทางเลยเื่นั้นมันก็แหงอยู่แล้ว แค่ห้าถึงหกวันคงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอก แต่ว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในโรงแรมก็พบกับสิ่งที่แปลกไปจากปกติ
“ยินดีต้อนรับมาค้างคืนสินะ?”
มีชายไว้เคราผมแดงร่างกายบึกบึนออกมาต้อนรับจากด้านในเคาน์เตอร์
......เอ๋? ใครหว่า?
“เอ่อพวกผมพักที่นี่อยู่แล้ว......เพิ่งจะกลับมาจากทำงานน่ะครับ......”
“อ๋อคุณลูกค้าที่พักที่นี่อยู่แล้วหรอกเรอะ โทษที พอดีไม่เคยเห็นมาก่อนน่ะ”
“เอ่อคุณมิกะล่ะ?”
“อ้าว? ทุกคนกลับมาแล้วเหรอ?ไวมากเลยนะ”
คุณมิกะโผล่ออกมาจากห้องครัวโดยที่ยังสวมผ้ากันเปื้อนอยู่
“คุณมิกะคนนี้คือ?”
“อ๋อยังไม่เคยเจอกันสินะ คุณพ่อของฉันเองเพิ่งกลับมาจากไปซื้อสินค้าที่แดนไกลก็เลยคลาดกับพวกเธอน่ะ”
“ชื่อโดรันฝากตัวด้วยนะ”
“ครับ......”
ผมจับมือของเขาที่ยื่นมาให้สีผมก็คล้ายกันจริง ๆ ล่ะนะ นิสัยก็เหมือนจะคล้ายกันด้วยมีความรู้สึกว่าทั้งคู่เป็พวกไม่ใส่ใจเื่เล็ก ๆ น้อย ๆคิดว่าดีแล้วที่ไม่ได้คล้ายกันไปถึงใบหน้าด้วย
ดูเหมือนคุณโดรันจะไปซื้อเครื่องปรุงรสจากทางใต้มาเพราะแถบนี้ขาดแคลนพวกเกลือกับพริกไทย เขาจึงซื้อมาในปริมาณมากเผื่อพวกคนของร้านอื่นด้วย
“อ๊ะคุณโดรัน ขอห้องให้เด็กคนนี้ด้วยนะครับ”
“ได้เลย”
ผมดันหลังของยาเอะไปทางเคาน์เตอร์ระหว่างที่เธอกำลังทำเื่เข้าพัก พวกผมก็ขนสัมภาระกลับไปที่ห้องส่วนเอลเซ่ออกไปข้างนอกเพื่อนำรถม้าไปคืน
“อ๊ะคุณมิกะ นี่ของฝากครับ”
“แหมขอบใจจ้ะ เมืองหลวงเป็ไงบ้างล่ะ?”
“ใหญ่มากแล้วก็คนเยอะมากเลย”
ผมส่งคุกกี้ของฝากให้จากนั้นก็ยิ้มพร้อมตอบคำถามของคุณมิกะไปอย่างชัดเจน
บอกตรงๆ ว่าเพราะต้องรีบกลับล่ะนะ ก็เลยได้อยู่ไม่ถึงวัน แต่ถ้าใช้【เกท】ก็สามารถไปเมื่อไหร่ก็ได้เอาไว้ค่อยเที่ยวชมหลาย ๆ อย่างตอนที่ไปคราวหน้าละกัน
เพื่อเป็การฉลองที่กลับมาถึงโดยสวัสดิภาพคุณมิกะจึงจัดเต็มให้ในมื้อเย็น ถึงพวกผมจะกินอาหารที่ทำมาให้มากมายไปซะเยอะแต่ยาเอะก็ยังกินมากกว่าหลายเท่าอยู่ดี เป็เด็กที่กินจุจริง ๆ ให้ตายสิขนาดคุณมิกะกับคุณโดรันยังเอือมระอาเลย
หลังจากนั้นก็มีแค่ยาเอะคนเดียวที่ต้องจ่ายค่าที่พักกับส่วนของค่าอาหารเพิ่มก็สมเหตุสมผลแล้วล่ะนะ