ใกล้ถึงกลางคิมหันต์ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นความร้อนก็แพร่กระจายทั่วบรรยากาศแสงสีขาวสาดลงบนพื้นโลกจ้าเสียจนทำให้ผู้คนต่างพากันหรี่ตา
อวิ๋นอี้เพ่งสายตาไปที่ห้องโถง
สาวใช้นำชาที่ชงเสร็จใหม่ๆ ออกมา ควันสีขาวลอยขึ้นล่องไปในอากาศ นางเห็นบุรุษหนุ่มอยู่ตรงข้ามผ่านหมอกกั้นบางๆ
เขานั่งบนเก้าอี้อย่างสง่างามจับถ้วยน้ำชาด้วยนิ้วเรียวยาวของเขา ค่อยๆ จิบมันอย่างสบายใจและพึงพอใจใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาหันข้าง ถูกย้อมด้วยแสงอ่อนๆ
ถึงมีหนุ่มหล่ออยู่เบื้องหน้าแต่บรรยากาศมิได้ผ่อนคลายเลย
อวิ๋นเส่าต้าวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สูง ใบหน้ามืดมนถอนหายใจอยู่นาน ขณะที่อวิ๋นจ้านที่อยู่ข้างๆอวิ๋นอี้ก็นั่งหน้าบึ้งตึงจ้องตาเขม็งเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความโกรธ
เบื้องหน้ามีเสือ เบื้องหลังก็มีหมาป่าแต่หรงซิวกลับเหมือนไม่เป็นกระไรเลย ใจเขาใหญ่เสียจริง
อวิ๋นอี้แอบคิด รอดูว่าเรื่องจะจบอย่างไร
เวลากว่าครึ่งธูปหอม [1] ชิมชากันพอหอมปากหอมคอแล้วถอนหายใจจนเกือบจะหมดลมหายใจแล้ว ทั้งสองฝ่ายสบตากัน อวิ๋นเส่าต้าวกระแอมเบาๆกำลังจะเอ่ยปากพูด ก็เห็นหรงซิวยืนขึ้นก่อน
การเคลื่อนไหวของเขามิได้เกินจริงเพียงแค่สถานการณ์ดูเงียบมาก ทันทีที่เขายืนขึ้น ทุกคนก็มองไปที่เขา
หรงซิวใบหน้าเฉกเช่นปกติ นัยน์ตามืดมิดมองอวิ๋นเส่าต้าวอย่างจริงใจ โค้งคำนับอีกครั้งแล้วพูดช้าๆ “ท่านพ่อตาขอรับข้าขอยอมรับผิดต่อท่านขอรับ”
เขาคุกเข่าลงโดยทันทีทำให้ผู้คนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก็ได้ยินเขาพูดอีกครั้งว่า"เรื่องที่ข้าจะต้องอภิเษกใหม่ เป็นความผิดของข้าเองขอรับได้โปรดลงโทษข้าด้วย จะเฆี่ยนจะตี ข้าก็ยินดี"
อวิ๋นเส่าต้าวขยับปาก มิได้ตอบไปทันที
ถึงเขาจะแก่แล้ว แต่เครือข่ายข่าวไม่แพ้ผู้ใดเขารู้ข่าวตั้งแต่ที่หรงซิวไปจวนหว่านฉือแล้ว ที่เรื่องมันพัฒนาไปไกลเขาก็ติดตามอยู่ตลอด
ที่หรงซิวจะอภิเษกใหม่ ก็เป็นเพราะได้รับคำสั่งมาหากจะไม่พอใจ ก็ต้องไปโทษที่ตัวไทเฮา ทว่าเขามิมีความกล้านั้น
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บุรุษจะมีเมียสามสนมสี่ในราชวงศ์ต้าอวี่ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสถานะและรูปลักษณ์ของหรงซิว สตรีพากันแย่งชิงเขาก็เป็นเรื่องปกติเพียงแต่ว่าเขาตระหนักและเข้าใจดีถึงสันดานของบุรุษ เข้าถึงได้เป็นกังวล!
ลูกสาวของเขาตั้งแต่เกิดมาก็ได้รับความรักความเอ็นดูมาตลอดนางเป็นสิ่งล้ำค่าในบ้าน ไม่ว่านางอยากจะทำการใด ไม่ว่าจะบนล่างก็มิมีผู้ใดขัด
ทุกอย่างเป็นไปได้ดั่งใจของนางไม่เคยได้รับความคับข้องใจใดๆแต่ตอนนี้นางจะต้องไปแย่งชิงความรักความโปรดปรานกับสตรีอื่นใจของอวิ๋นเส่าต้าวก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและกังวลมิรู้ว่าลูกสาวเขาจะรับไหวหรือไม่
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาจึงมองไปทางอวิ๋นอี้เมื่อเห็นว่านางก้มหัวอยู่ อย่างตั้งใจ เขาก็แอบส่ายหัวเบาๆ
นางไม่เคยกล้าพูดเรื่องความในใจของนางกับเขาเลยในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็มีเพียงเขาในฐานะพ่อผู้นี้ที่จะต้องช่วยนางสะสาง
“องค์ชายเจ็ด!”อวิ๋นเส่าต้าวเอ่ยปากช้าๆ มุมปากกดลงเล็กน้อย อารมณ์ไม่ค่อยดี
หรงซิวพูดอย่างจริงจังว่า“ท่านพ่อตาเรียกข้าว่าเขยหรงซิวเถิดขอรับ”
จะเรียกกระไรล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อยอวิ๋นเส่าต้าวไม่สนใจหรอก แต่เมื่อได้รับคำตอบกลับที่ถ่อมตนเช่นนั้นมันก็ทำให้ความเคร่งขรึมของเขาอ่อนโยนลงไปไม่น้อยเลย
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงเชื่องช้าแต่ทว่าหนักแน่น “บุรุษน่ะ จะแต่งงานใหม่นั้นเป็นเรื่องปกติมากทั้งเรื่องสถานะกับตำแหน่งขององค์ชายเป็นไปมิได้ที่จะมีสตรีเพียงคนเดียวไปชั่วชีวิต เพียงแต่ว่าอวิ๋นเออร์ของข้าเป็นชายาที่ท่านอภิเษกอย่างเป็นทางการนางทั้งได้ประสบกับเรื่องร้ายมากมาย มิเพียงแค่ความจำเสื่อมความทรงจำสาบสูญไปแล้วแม้แต่อารมณ์ของนางก็เปลี่ยนไปด้วยกระนั้นข้าจึงหวังว่าหลังจากที่องค์ชายอภิเษกใหม่แล้ว จะยังดีกับอวิ๋นเออร์ให้มากหากว่านางทำผิดสิ่งใดไป หวังว่าท่านจะเปิดใจกว้าง อดทนกับนางให้มากอีกทั้งความกลมเกลียวระหว่างชายากับสนมลงเอยได้ดีเป็นทั้งความโชคดีขององค์ชายทั้งของอวิ๋นเออร์ข้าคิดว่าองค์ชายคงจะพอเห็นมาตั้งแต่เล็ก ท่านคงรู้ว่าระหว่างชายากับสนมมักจะมีเรื่องแข่งขันแย่งชิงกันอวิ๋นเออร์นางถูกดูแลมาอย่างดีตั้งแต่เล็ก นิสัยก็เก็บตัวมีเรื่องกระไรนางก็มักจะคิดถึงผู้อื่นก่อนเสมอ ตนเองคับข้องใจมิเคยจะพูดออกมาดังนั้นหากต่อไปอวิ๋นเออร์ทำการใดผิดไป ต่อทั้งองค์ชายและพระสนมข้าหวังว่าองค์ชายจะเห็นแก่หน้าข้า ไม่ทำร้ายนางจนเกินไปในใจของท่านอาจจะมีนางเป็นเพียงสตรีสาวผู้หนึ่ง ทว่านางเป็นลูกสาวคนเดียวของข้าหากองค์ชายจะสามารถรักใคร่และเอ็นดูนางให้มากได้ ข้าก็เป็นอันพอใจแล้ว”
หลังจากฟังผ่านไปครึ่งแรกอวิ๋นอี้ก็สงสัยอยู่ตลอดว่า คนที่เขาบอกว่ามีนิสัยเก็บตัวคิดถึงผู้อื่นก่อนเสมอจะเป็นนางจริงๆ หรือ?
หลังจากฟังครึ่งหลังไป อวิ๋นอี้ก็น้ำหูน้ำตาไหลอดเงยหน้าขึ้นมามองชายชราบนเก้าอี้สูงมิได้
ความรักของพ่อที่อวิ๋นเส่าต้าวให้นางนั้นสะท้อนให้เห็นในทุกรายละเอียดอย่างแท้จริงสามารถปลุกอารมณ์ที่เปราะบางของนางได้เสมอ
เบ้าตาของนางอุ่นๆรีบหลบตาเพราะกลัวว่าจะถูกเห็นเข้า
อวิ๋นเส่าต้าวพูดต่อว่า“ถึงแม้ว่าข้าพูดออกมาเช่นนี้จะดูไม่เหมาะสม แต่เพื่ออวิ๋นเออร์แล้วข้าไม่สนใจความเหมาะสมหรอก ข้าจะไม่ขอให้องค์ชายเข้าข้างอวิ๋นเออร์ข้าเพียงหวังว่าหากมีเรื่องใดเกิดขึ้น องค์ชายจะจัดการเรื่องได้อย่างยุติธรรมไม่ว่าอวิ๋นเออร์ ไม่รังแกนาง เท่านั้นก็พอพ่ะย่ะค่ะ"
คำพูดที่ที่ออกมาจากใจเช่นนี้มิมีผู้ใดสามารถปฏิเสธคำขอที่สัตย์จริงของผู้เป็นบิดาได้
หลังจากที่หรงซิวตกลงอวิ๋นเส่าต้าวก็เปลี่ยนไปคุยกันเรื่องอื่นๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้งสองคนมีเรื่องจะพูดมากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ในแคว้นและบรรยากาศที่ตึงเครียดก็ค่อยๆ หายไปเหลือเพียงเสียงพูดคุยกันอย่างจริงจังระหว่างทั้งสอง
อวิ๋นอี้ฟังจนเบื่อ จึงกวาดสายตาไปรอบๆก็เห็นอวิ๋นจ้านหน้าตาบู้บี้ ยืนเล่นมือตนเองอยู่ด้านหลังด้วยความไม่สบายใจ
นางฟังเรื่องของบ้านเมืองไม่เข้าใจจึงออกไปเดินข้างนอก ทั้งสองที่พูดคุยกันเยอะมากจนมิได้สนใจนางนางจึงลากอวิ๋นจ้านไปที่ศาลาด้วยกัน
“ท่านพี่!”ทันทีที่เดินออกจากห้องโถงใหญ่ อวิ๋นจ้านก็อุทาน “ข้ายังโกรธอยู่เลย!เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร! ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ มีท่านผู้เดียวยังไม่พอใจหรือเหตุใดยังต้องมีสตรีอื่นอีก!”
อวิ๋นอี้ยักไหล่ "ผู้ใดจะไปรู้เล่า"
ตอนนี้นางยังมิรู้ว่าคำพูดของหรงซิวอันใดจริงอันใดเท็จทั้งยังมิรู้ความคิดที่แท้จริงที่เขามีเกี่ยวกับเรื่องที่จะแต่งงานกับหว่านฉือ
“มิได้นะ!”อวิ๋นจ้านมองดูท่าทางที่น้อยเนื้อต่ำใจของนาง ความโกรธพุ่งก็พุ่งขึ้นอีกครั้งไปสู่กำปั้นทั้งสองที่รัดแน่นของเขา “ท่านพี่ ข้าจะระบายความโกรธให้!”
“เดี๋ยวก่อน!เจ้าจะระบายความโกรธอย่างไร?” อวิ๋นอี้มองเขาอย่างงงๆ“เจ้าจะทำกระไรน่ะ? จะไปสู้กับหรงซิวหรือ?”
ใบหน้าของนางมีสีหน้าเหยียดหยามเล็กน้อยนางตบไหล่ของเขาด้วยความเป็นห่วง “ทักษะแมวสามขาอย่างเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรอก ไปก็มีแต่จะต้องเจ็บใจ เจ้าอยู่กับพี่ข้างๆสักพักก็พอแล้ว”
“ท่านพี่ กระนั้นท่าน...”อวิ๋นจ้านลังเลที่จะพูด แต่เมื่อเห็นนางโบกมือ เขาก็เม้มปากไม่ถามกระไรอีก
ศาลาในสวนหลังบ้านอยู่ใกล้กับทะเลสาบล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงตระหง่าน ต้นหลิวห้อยลงมาเป็นม่านนับพันสายพลิ้วไหวตามสายลมที่พัดมาพร้อมด้วยความเย็นที่พัดมาได้อย่างสดชื่น
อวิ๋นอี้งอขาทั้งสองข้างขึ้นแล้วใช้มือโอบกอดนางวางคางลงบนเข่าและมองดูทะเลสาบที่นิ่งสงบเงียบๆ
นางรู้ดีว่าทันทีที่หว่านฉือเข้าจวนมาต่อไปนางจะอยู่ดีมิได้แล้ว
สตรีผู้นั้นกำลังวางแผนกระไรนั้นยังมั่นใจมิได้ในตอนนี้ ทว่าเรื่องที่จะชิงบุรุษกับนางนั้นแน่นอน
นางควรรับมืออย่างไรดี?
เชิงอรรถ
[1] เวลาครึ่งธูปหอม 小半柱香的功夫 หมายถึงเวลาประมาณ 15 นาที