"เออะคะคือ"
"ทำไมร่างกายเรา บ้าไปแล้วหรือไง จู่ๆ ทำไม ถึงไม่มีแรงเลย เกิดอะไรขึ้น ร้อนไปหมด แค่ััจากมือของเขาแนบชิดกอดเอวเราเท่านั้น" ขณะที่ฮันเตอร์คิดเขาหยุดชะงักไม่ยอมขยับเดินตามไซม่อน
"คะคือ ผะผม"
"หึ นายเป็อะไร? เดินไม่ไหวรึ?"
"ปะเปล่า คือ มะมาใช่อย่างนั้น"
"ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วอย่างไรละ หรือนายจะเป็โอเมก้าอย่างที่ใครๆเขาพูดกัน"
"มะไม่ใช่นะครับ"
"ไม่ใช่ ไม่ใช้อะไรรึ?"
"ผมเป็เบต้า!"
"หากเป็เบต้าจะกลัวอะไรยังไงนายก็ไม่ต้องกังวลเื่ปล่อยกลิ่นอยู่แล้วนี่ นายก็น่าจะรู้ประวัติของฉัน ฉันไม่ชอบมีเซ็กส์กับโอเมก้า แต่เลือกที่จะมีกับเบต้ามากกว่า หรือนายไม่รู้" ไซม่อนถามขึ้นด้วยแววตาที่คมกริบ ทำเอาฮันเตอร์ร้อนรุ่ม ไปทั้งตัว
"อะคะคือ คือว่า"
"ไม่อยากทำมันกับฉันรึ ถ้าไม่ฉันก็จะปล่อยนายไป กลัวอะไร นายเป็เบต้าไม่ใช่หรือ ฉันนะไม่ยุ่งกับพวกโอเมก้าหรอกแต่ฉันจะยุ่งแค่กับเบต้าเท่านั้น ว่าไงนายอยากทำกับฉันหรือไม่"
"เอ่อ อะ อืออ คือ"
"บ้าไปแล้วหรือไง จู่ๆก็ไม่มีแรง ร่างกายเรากำลังถูกดึงดูดจากผู้ชายคนนี้ อย่างนั้นรึ หรือเป็เพราะดื่มเยอะเกินไป ร่างกายถึงไม่ยอมฟังคำสั่งแบบนี้ กลับเดินตามผู้ชายคนนี้ เขาพยายามก้มหน้าลงมาหาเรา จะจูบเรางั้นหรือ ทำไมมันร้อนวูบวาบเกิดอารมณ์กำหนัดแบบนี้ อ้า" ขณะที่ฮันเตอร์คิด เขาหลับตาลงเผยริมฝีปากขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
"นี่ คิดจะยั่วโมโหฉันหรือไง ถึงได้นิ่งไม่ยอมขยับแบบนี้ ถ้าคิดจะล้อเล่นกับฉันและมองเป็เื่สนุกแบบนี้อีก คราวหน้าฉันจะไม่ปล่อยนายไปแน่ รู้ไว้เสียด้วย เด็กน้อย!"
ฮันเตอร์ลืมตาขึ้นทันทีเมื่อ เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดดุใส่ฮันเตอร์ แล้วปล่อยมือฮันเตอร์ออกก่อนที่จะเดินออกไป ทำให้ฮันเตอร์ถึงกับเข่าทรุดนั่งลงกับพื้นทันที
"บ้าชะมัด! ทำให้เราสั่นสะท้าน แล้วยังจะเรียกเราว่าเป็เด็กน้อยอีก และก็เดินจากไปแบบนี้อะนะ ไอ้บ้า! เราไม่ใช่เด็กนะ ทำไมร่างกายร้อนรุ่มจนทนไม่ไหวแล้วไม่มีแรงเลยบ้าชะมัด เป็อะไรกัน หรือจะไปหาพี่นาทีที่โรงพยาบาลดีนะ แต่ไม่ดีกว่า ถ้าพี่รู้ว่าเราดื่มแอลกอฮอล์ต้องบอกพ่อแน่ 4 ทุ่มร้านขายยายังเปิดอยู่หรือเปล่านะ ไปซื้อยาที่ร้านขายยาดีกว่า รู้สึกเหมือนจะมีไข้อย่างไรไม่รู้"ขณะที่ฮันเตอร์คิดเขาจึงตัดสินใจขับรถไปยังร้านขายยาทันที
"สวัสดีครับ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายนะครับ ร่างกายของผมมีอาการแปลกๆ"
"เป็มานานหรือยังคะ แปลกยังไงคะ"
"คือเป็" อยู่ๆภาพของผู้ชายคนนั้นก็แววเข้ามาในหัวของเขา "เป็เมื่อกี้เองครับ ก่อนมาที่นี่สักครึ่งชั่วโมง ผมคิดว่าผมน่าจะเป็ไข้นะครับ"
"แต่เดี๋ยวนะ จะว่าไข้ขึ้น ก็ว่าไม่น่าจะใช่ คือเหมือนมันหายใจติดขัด หอบและร้อนรุ่มไปทั้งตัว ร้อนเหมือนไฟ ความรู้สึกเร่าร้อน เอ่อคือขอโทษนะครับ คุณเภสัชผมไม่ได้จะลามกนะครับ มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ อยู่ๆมันก็เกิดอารมณ์แบบนั้น ไม่มีแรงเลย และใจก็เต้นเร็วด้วยครับ หรือผมจะเป็โรคหัวใจครับ" ฮันเตอร์กล่าว
"อาการแบบนี้ ไม่น่าจะเป็ไข้หรือเป็โรคหัวใจอะไรหรอกค่ะ คุณไม่รู้ตัวหรือคะ คุณเป็โอเมก้าใช่มั้ย?"
"มะไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็เบต้าไม่ใช่โอเมก้า"
"เอาแบบนี้ นี่คะ ยาระงับอาการฮีท เท่าที่ฉันดูอาการที่คุณเอ่ยมา น่าจะเกิดจากอาการฮีท เพราะคุณรู้สึกไวกว่าปกติใช่หรือไม่คะเมื่อเจอ กับอัลฟ่าแล้วอาการก็เกิดขึ้นตามที่คุณเป็อยู่ในตอนนี้"
"มะ ไม่ใช่ครับ! ผะผมไม่ได้ฮีท! เป็ไปไม่ได้ผมเป็เบต้านะครับ กลิ่นโอเมก้าก็ไม่มี จะฮีทได้อย่างไร ผมไม่ใช่โอเมก้านะครับ"
"ฉันว่าใช่นะคะ เพราะโอเมก้ายีนด้อยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยปล่อยกลิ่นหรอกค่ะ หรือบางคนก็ไม่มีกลิ่นเลยก็มี จะปล่อยก็เมื่ออยู่ต่อหน้าอัลฟ่า แต่ก็เบาบางกว่าโอเมก้าทั่วไปค่ะ"
"อะไรกันเภสัชคนนี้ พูดอะไรเหลวไหลชะมัด ไม่มีทาง" ขณะที่ผมคิดสายตาตื่นเมื่อมองไปยังเภสัชมือสั่นก่อนที่จะหันไปมองยาระงับอาการฮีทนั้น
"ก็ผมบอกแล้วไง! ว่าไม่ใช่โอเมก้า! ผม้ายา พารา คุณเภสัชจัดยา พารามาให้ผมเถอะครับ ผมทานยาพาราและพักผ่อนเดี๋ยวเดียวมันก็จะดีขึ้น"
"ยังไงดิฉันก็คงต้องจัดยา อาการฮีทให้คุณพร้อมกับยา พาราค่ะ ยาอาการฮีท ถึงคุณจะทานเข้าไปหากว่าคุณไม่ใช่โอเมก้า มันก็ไม่เป็ผลอะไรอยู่ดีแต่ถ้าหากว่าใช่คุณก็จะรู้ค่ะ"
"เฮ่ยย! เภสัชนี้ก็ดื้อพอ ๆ กับพ่อเลยนะ จะกลับไปนอนบ้านก็ไม่ได้เสียด้วย หากพ่อยังไม่นอนและ รู้ว่าเราแอบไปกินเหล้ามีหวังตายแน่ งั้นก็ไปเปิดโรงแรมนอนแล้วกัน ดีขึ้นแล้วค่อยกลับ" ผมจึงเข้าไปในรถโยนถุงยาไปวางข้างคนขับและไปเช็กอินโรงแรม ใกล้ๆแถวนั้นนอน
ผมเช็กอินโรงแรม และเข้าไปในลิฟต์กดชั้นที่ 14 แต่ก็อดที่จะคิดถึงคำพูดของเภสัชคนนั้นไม่ได้จริงๆ
"ฮีทงั้นเหรอ? เฮอะ ตลกชะมัด เป็เภสัชเถื่อนหรือไง ขนาดพี่ชายเรายังหาเพศรองเราไม่เจอ เป็ใครกัน หมอก็ไม่ใช่จะมาบอกว่าเราเป็โอเมก้าทั้งที่ไม่มีใบอะไรมายืนยันนี่อะนะ ไม่มีทางหรอก หากจะเป็ตอนเราให้พี่นาทีตรวจหาเพศรองให้ อาการฮีทมันก็ต้องเกิดั้แ่ตอนอายุ 18 ปีแล้วสิตอนนี้ ก็ 22 ปีแล้วนะ ไม่มีทางหรอก เอ่ยทำไมต้องเครียดด้วยนะ"
ลิฟต์ชั้น 10 ถูกเปิดออก ขณะที่มีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาในลิฟต์ ในขณะที่ฮันเตอร์เองก็ไม่ได้ทันสังเกตเพราะเขากำลังคิดเกี่ยวกับเื่ที่เภสัชเอ่ยถึงอาการของเขา
"แต่แปลกวันนี้มันเป็อะไรกันนะ? ทำไมเจอแต่พวกบ้าๆนั้น ปล่อยกลิ่นฟีโรโมนเต็มไปหมด โดยเฉพาะพวกอัลฟ่าเ่าั้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยได้กลิ่นของพวกอัลฟ่าเลยด้วยซ้ำ และตอนนี้ ก็ยังได้กลิ่น ฟิโรโมน ของ อัลฟ่า!"
"ฮี่ยยย! ไอ้บ้าที่ไหนวะ มาปล่อยกลิ่นฟีโรโมนอยู่ได้ น่ารำคาญชะมัด!" ผมหันขวับไปมองทันทีด้วยความโมโห
"เอ่อะ! อะ! อะไรกันสายตาหมอนั้นทำไมมองเราแปลกๆ ชายคนนั้นขยับใบหน้าเข้ามาหาฮันเตอร์ทันทีจนฮันเตอร์ถอยหลังติดไปกับมุมของลิฟต์ด้วยอาการตื่นใ เมื่อผู้ชายคนนั้นเอาจมูกมาสูดดมที่ซอกคอของเขา
"นี่! นายเป็โอเมก้าซินะ กลิ่นวนิลา ถึงจะอ่อนๆแต่ก็เย้ายวนยิ่ง"
ผมสะดุ้งโหยง ด้วยความใ "พะ พูดอะไร อะไปให้พ้นนะไอ้โรคจิต อย่ามาพูดจาไร้สาระ ถอยไป...!"
หมับ!
กึก !
"อะ แกจะทำอะไรนะ ปะปล่อยนะ"
"ไหนดูซิว่ากลิ่นนายนะ เป็กลิ่นโอเมก้าหรือไม่"
"ร่างกาย ระร่างกาย มันเริ่มมีปฏิกิริยาอีกแล้ว ร้อนรุ่มเหลือเกิน" ขณะที่ฮันเตอร์คิดเมื่ออัลฟ่าหนุ่มคนนั้นขยับใบหน้าเข้าไปััจูบไปยังซอกคอของฮันเตอร์ทันที เขาัักอดเอวของ ฮันเตอร์เข้าหาตัวของเขาอย่างรวดเร็ว
"ปะปล่อย อะ ไอ้"
"อ๊าา หอมจัง นายน่ารักชะมัด กลิ่นกายหอม หน้าตาก็สวยหวาน ปากนาย ช่างอมชมพู จนอัลฟ่าอย่างฉันจะอดใจไม่ไหวแล้ว อยากเอาตรงนี้จัง"
"ปะปล่อย!"
ตริ้ง! เสียงลิฟต์ถูกเปิดขึ้นชั้นที่ 14
"อะปล่อย ทำไม ไม่มีแรงต่อต้านเลย อึก! อย่า" เมื่อฮันเตอร์พยายามจะขัดขืนแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง เมื่อเขาเหลือบสายตามองไปยังผู้ชายอีกคนที่เข้ามาในลิฟต์ ผู้ชายคนนั้นคือคนที่เขาเจอในงาน สายตาของฮันเตอร์พยายามขอความช่วยเหลือจากเขา เมื่อสายตาของเขาหันมามองที่ฮันเตอร์ เหมือนกำลังรู้ว่าฮันเตอร์้าความช่วยเหลือเพราะตอนนี้เขาตัวสั่นไปทั้งตัว
ครืด พึ่บ!
หมับ!
ฮ๊ะ!
"ทำไมนายมาช้าจัง? ถึงต้องให้ฉันลงไปตามเลยรู้ไหม!" ไซม่อนกล่าวดึงมือของฮันเตอร์เข้าไปสวมกอดทันที
"เอ้ยย นายทำอะไรนะ! กล้าดียังไงมาดึงมือเด็กนั้นไปจากฉัน"
"ฉันคอยนายอยู่ตั้งนาน ปล่อยกลิ่นให้ไอ้พวกอัลฟ่าชั้นต่ำได้ััตัวนายได้อย่างไรกัน" น้ำเสียงกดต่ำสายตาดุดันขึ้นเมื่อปาดตามองเขม็งไปยังอัลฟ่าหนุ่มคนนั้น
"แกว่าอะไรนะ!" อัลฟ่าหนุ่มคนนั้นขยับตัวเข้าไปเพื่อยกมือที่จะชกไปยัง ไซม่อน แต่สายตาของไซม่อนหันไปจ้องเขม็ง แรงขึ้นอีก จึงทำให้ อัลฟ่าหนุ่มคนนั้นถึงกับต้องหยุดชะงักมือถอยหลังกลับไปยังด้านในของลิฟต์ด้วยอาการตื่นใเมื่อเขาเริ่มหายใจไม่ออก ที่ถูกไซม่อมข่มด้วยกลิ่นฟีโรโมนของเขาและลิฟต์ถูกปิดลงทันที