แต่ทว่าทันทีที่หลี่ไท่หนานใช้สายตาอันเย็นยะเยือกนั่นมองมายังซูหนิง เขากลับพบว่านางไม่หวาดกลัวหรือหวั่นเกรงในตัวเขาเหมือนดั่งคนอื่นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งการแต่งกายและการประทินโฉมของนางที่เรียบง่ายไม่เหมือนใครยิ่งเสริมให้ใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของนางนั้นสง่างามขึ้นไปอีก
ด้วยใบหน้าที่ไม่หวาดหวั่นของสตรีตรงหน้า หลี่ไท่หนานก็ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่านางแตกต่างจากสตรีทั่วไป มุมปากของเขาเริ่มกระตุกยิ้มขึ้น
‘หึ! ช่างน่าสนใจ...’
ทุกคนในโถงพิธีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลี่ไท่หนานพร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มอย่างชอบใจ ก็ต่างทำให้ทุกคนพากันแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงอึ้งไปกันเป็นแถวๆ ยิ่งหลี่ตงเฉินผู้เป็นน้องชายยิ่งแสดงท่าทีที่ตกตะลึงจนอ้าปากค้างมากกว่าใครในโถงพิธีจนหลุดมาด ในใจฉุกคิดก็ยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
‘อะไรกัน! ตั้งแต่ข้าเกิดมา...พยายามทำให้ก้อนหินเย็นชาเป็นภูเขาน้ำแข็งผู้นี้ยิ้มยังยากเลย นางเป็นปรมาจารย์มาจากที่ใดถึงทำให้ก้อนหินยิ้มออกมาได้ ไว้รอจบงานคัดเลือกนี่ข้าจะไปคำนับพี่สะใภ้ให้รับข้าเป็นศิษย์เอก!’
ซูหนิงที่เห็นท่าทีของหลี่ไท่หนานก็รู้สึกว่าแผนการของตนสำเร็จไปได้ด้วยดี ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่เขายอมเอ่ยปากว่าจะรับนางเป็นพระชายาก็เท่านั้น
ตัวของหลี่ไท่หนานเองในใจก็พลางคิดว่า นางอาจจะเป็นสตรีที่เก่งแต่อวดดีก็เป็นได้ แต่เขาก็รู้สึกว่าสตรีเช่นนางไม่ใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ
ชักอยากเก็บนางเอาไว้ข้างกาย คอยดูนิสัยของแม่เสือน้อยนี่จริงๆ...
ทันทีที่ตัดสินใจ มุมปากหนาของหลี่ไท่หนานก็กระตุกยิ้มอีกครั้งแต่คราวนี้รอยยิ้มที่เย็นยะเยือกของเขาแฝงเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่น่ากลัวซ่อนอยู่ ปากพลันเอ่ยขึ้น “เอาสิ...ข้าเลือกเจ้าเป็นพระชายา” ทันทีที่หลี่ไท่หนานพูดจบเขาก็เดินตรงมายังซูหนิงพร้อมกับส่งรอยยิ้มร้ายให้ก่อนจะโน้มตัวกำยำสูงใหญ่กระซิบลงข้างหูของซูหนิงด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้หลงใหล
! ! ! ?
“ไว้ข้าจะรอดูความสามารถของเจ้านะ ชายาของข้า...” ทันทีที่พูดจบหลี่ไท่หนานก็เดินออกจากโถงพิธีไป ซึ่งการที่เขาเดินออกไปเช่นนี้ก็เท่ากับว่าคุณหนูคนอื่นที่เหลืออยู่นั้นก็หมดซึ่งโอกาสที่ได้รับตำแหน่งพระชายาของชินหวังอ๋องผู้สมบูรณ์แบบผู้นี้แล้ว
ทางอินเหยาที่ไม่มีแม้แต่โอกาสให้ได้แสดงความสามารถให้คนที่ตนแอบรักมานานหลายปีอย่างหลี่ไท่หนานได้เห็นก็พลันรู้สึกแค้นเคืองและริษยาซูหนิงจนแสดงออกบนใบหน้าเด่นชัด มือเรียวกำหมัดแน่นเพื่อควบคุมอารมณ์โกรธ
ส่วนซูหนิงเมื่อได้ยินคำกล่าว ชวนขนลุกของหลี่ไท่หนานก็ไม่ได้ตอบกลับสิ่งใด นางเพียงแต่คิดมุ่งมั่นและจดจ่ออยู่เพียงแต่แผนการทำลายแคว้นจิ้งและคนคนนั้นเท่านั้น
หลี่ตงเฉินเมื่อเห็นว่าพี่ชายผู้ครองสันโดษมานานอย่างหลี่ไท่หนานยอมแต่งชายาเสียทีก็ดีใจแทนผู้เป็นพี่จนเนื้อเต้น
‘ในที่สุด พี่ข้าก็แต่งเมียกับเขาเสียที!’
ทันทีที่คิดจบ หลี่ตงเฉินก็เดินออกไปพร้อมกับท่าทางที่ดีใจกับอารมณ์ที่เป็นสุขเหลือเพียงขันทีไว้เพื่อกล่าวจบงาน
“น้อมส่งฝ่าบาท...”
หลังจากงานคัดเลือกชายาจบลง บรรดาคุณหนูมากมายต่างพากันเดินก้มหน้าเหงาหงอยและหมดหวังเสียดาย กลับจวนไปอย่างคอตก ซูหนิงที่ในที่สุดก็ทำแผนการขั้นที่หนึ่งสำเร็จไปได้ด้วยดีแล้ว จึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก แต่ทว่าเมื่อคิดว่าจะต้องแต่งไปอยู่ในจวนของชินหวังอ๋องผู้ฉลาดเป็นกรดนั่นแล้ว แผนการที่นางวางไว้ก็คงต้องค่อยๆทำดำเนินการอย่างระมัดระวังขึ้นไปอีก...