"ท่านแม่ นั้นเสียงอะไรหรือขอรับ" ต้าเป่าที่ถูกปกป้องอยู่ด้านหลังถามด้วยความตื่นตระหนก
เจียงเหลียนจูเริ่มลำบากใจอีกครั้ง หากต้าเป่าเห็นอาวุธชิ้นนี้จะอธิบายอย่างไรดี? แค่เก็บกลับไปก็น่าจะพอ ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นปืนในมือก็หายวับไปทันที
ในชั่วขณะที่มันหายไป เจียงเหลียนจูเห็นภาพห้องเก็บคลังอาวุธของแผนกเก่านางราง ๆ ภายในนั้นมีอาวุธและอุปกรณ์ป้องกันที่ทันสมัยที่สุดหลากหลายชนิด นางเคยเป็แขกประจำของที่นี่และคุ้นเคยกับผังทั้งหมดเป็อย่างดี
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
หรือว่าสิ่งของเหล่านี้จะทะลุมิติมาพร้อมกับนางด้วย?
เื่ประหลาดนี้นางคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกจริง ๆ
แต่ในเมื่อคิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด เพราะนี่คือเื่ดีอย่างยิ่ง!
นางเกิดความคิดที่กล้าหาญขึ้นมา ครั้งนี้นางคิดถึงปืนอินฟราเรดในใจ แล้วปืนอินฟราเรดก็ปรากฏออกมา
หากครั้งหน้านางคิดถึงอุปกรณ์ชิ้นอื่นในใจ เช่น ะเิมือ หรือแว่นตากันลม สิ่งเ่าั้จะปรากฏออกมาด้วยหรือไม่นะ?
เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายเจียงเหลียนจูจึงรีบปล่อยตัวต้าเป่า "าเ็ตรงไหนอีกไหม"
"ไม่มีขอรับ" ต้าเป่ามองเจียงเหลียนจูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ผู้หญิงคนนี้ช่วยเขาจากปากหมาป่าจริง ๆ หรือ?
หากเป็แม่เลี้ยงคนก่อนคงไม่มีทางสนใจเขาและคงหนีเอาตัวรอดไปนานแล้ว
เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนจริง ๆ
"แล้วหมาป่าเล่า?"
"ตายแล้วขอรับ"
ทั้งสองเดินไปดูซากหมาป่า บริเวณโหนกคิ้วของหมาป่าถูกเผาจนเกรียมเป็หลุมลึก
ต้าเป่านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงเอ่ยว่า "หากใครถาม ให้บอกว่าหมาป่าตกลงไปในกับดักแล้วพวกเราก็รุมตีมันจนตาย จากนั้นจึงลากกลับไปกินเนื้อหนังหมาป่าก็มีประโยชน์ นำไปรับรางวัลที่หัวห้นาหมู่บ้านหรือจะนำไปขายก็ได้ขอรับ"
เจียงเหลียนจูลอบชื่นชมความฉลาดของต้าเป่าในใจ เด็กคนนี้อายุยังน้อยแต่กลับคิดรอบคอบถึงเพียงนี้ทั้งยังไม่พูดมาก เป็เด็กดีจริง ๆ
"ตกลง ทำตามที่เ้าว่า"
จากนั้นสองแม่ลูกนำสมุนไพรและลากซากหมาป่ากลับบ้าน
หนานหนานยังคงอาเจียนจนใบหน้าซีดขาว
เจียงเหลียนจูส่งหมาป่าและสมุนไพรให้ต้าเป่าไปจัดการ
นางเดินเข้าห้องไปรับตัวหนานหนานน้อยมาจากมือของเอ้อร์เป่าด้วยท่าทางนุ่มนวล พร้อมกับตบหลังเด็กน้อยเบา ๆ เพื่อให้นางรู้สึกสบายที่สุด
ท่าทางอุ้มเด็กของนางนั้นชำนาญและคล่องแคล่ว อีกทั้งยังไม่กลัวว่าสิ่งสกปรกที่เด็กอาเจียนออกมาจะทำให้เสื้อผ้าของนางเปื้อน
คราวนี้ เอ้อร์เป่าถึงกับอึ้งไปอีกครั้ง
แม่เลี้ยงไม่เคยอุ้มพวกเขาเลยสักครั้ง แถมยังมักจะรังเกียจว่าพี่น้องสามคนสกปรก รังเกียจที่พวกเขาน้ำมูกไหลหรือฉี่ราดกางเกง หากทำน้ำมูกเลอะตัวนางจะต้องถูกทุบตีอย่างหนัก
วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นผิดทิศหรืออย่างไร?
ไม่นานนัก ต้าเป่าก็ต้มน้ำสมุนไพรจนเสร็จ
เจียงเหลียนจูอุ้มเด็กน้อยให้ตัวตรง "หนานหนานเด็กดี ดื่มยาเถิดนะ ดื่มแล้วจะได้ไม่อาเจียน"
หนานหนานน้อยเกิดความกลัวจึงเบือนหน้าหนีพอถูกคะยั้นคะยอเข้าก็ 'แหวะ!' พ่นน้ำยาขม ๆ ใส่หน้าเจียงเหลียนจูเต็ม ๆ เห็นชัดว่าตั้งใจ
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าทั้งสองคนกำหมัดแน่นด้วยความตึงเครียด เกรงว่าเจียงเหลียนจูจะะเิอารมณ์ทุบตีเหมือนเมื่อก่อน
ทว่า เจียงเหลียนจูกลับปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ดี ๆ ๆ ท่านแม่ป้อนเ้าไม่ดื่ม งั้นให้พี่ชายป้อนนะ ต้าเป่า เ้ามานี่มา"
ต้าเป่า "..."
เอ้อร์เป่า "..."
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเมตตาและความอ่อนโยนเช่นนี้เป็สิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิต
ต้าเป่ายังคงตั้งสติได้ดีกว่า เขารับตัวน้องสาวมาป้อนยา หนานหนานน้อยให้เกียรติเขาจึงยอมอ้าปากดื่มยาอย่างว่าง่าย
หลังจากดื่มยาได้ไม่นาน หนานหนานน้อยก็หยุดอาเจียน
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าจึงเบาใจ ยานี้ได้ผล!
เจียงเหลียนจูถอนหายใจอย่างโล่งอก "น่าจะไม่มีอะไรแล้ว คงหิวกันหมดแล้วสินะ พวกเ้าเฝ้าหนานหนานไว้ข้าจะไปทำเนื้อหมาป่าให้กิน"
เมื่อเจียงเหลียนจูเดินออกไป ในห้องจึงเหลือเพียงเด็กสามคน
"พี่ ท่านแม่เลี้ยง นางดูเปลี่ยนไปจริง ๆ หรือว่าตอนอยู่ในน้ำจะถูกผีพรายเข้าสิงกันนะ" เอ้อร์เป่าถามพลางลูบหน้าผาก
ต้าเป่าทำหน้าเรียบเฉย "ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจริง แต่ห้ามประมาทเด็ดขาด ใครจะรู้ว่านางมีแผนการลับอะไรซ่อนอยู่"
บางทีอาจจะอยากลดการระวังตัวของพวกเขา เพื่อเตรียมแผนร้ายครั้งใหญ่!
เพราะอย่างไรแล้วสันดานคนย่อมเปลี่ยนกันไม่ได้จริงไหม?
เอ้อร์เป่าได้สติทันทีและตอบอย่างจริงจัง "ก็จริง"
ซานเป่าหลับไปแล้ว สองพี่น้องจึงเดินออกมานอกห้อง
เจียงเหลียนจูกำลังแล่เนื้อถลกหนังหมาป่าอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางชำนาญและแม่นยำจัดการหมาป่าไปได้เกือบตัวแล้ว
เนื้อหมาป่าหนักหลายสิบจิน เอ้อร์เป่ามองแล้วถึงกับน้ำลายไหล
์เท่านั้นที่รู้ว่า พวกเขาไม่ได้กินเนื้อมานานเท่าใดแล้ว
เอ้อร์เป่าเอ่ย "ท่านแม่ ข้าจะไปก่อไฟขอรับ" เขาได้รับรู้จากพี่ชายแล้วว่าหมาป่าตัวนี้ได้มาอย่างไร
หม้อร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว เจียงเหลียนจูหั่นเนื้อขาหลังหมาป่าออกมาชิ้นหนึ่ง
ที่บ้านไม่มีน้ำมัน ไม่มีเครื่องปรุง มีเพียงเกลือเล็กน้อย อย่าได้หวังว่าจะได้รสชาติเครื่องเทศหรือความเผ็ดชา ให้ใช้วิธีที่ง่ายที่สุดคือนำเนื้อลงหม้อ ลวกน้ำร้อนเพื่อดับคาวก่อน
จากนั้นจึงเติมน้ำเย็นลงไป ต้มเนื้อพร้อมกันและใส่เกลือ
เพียงไม่นาน กลิ่นหอมก็อบอวลไปทั่วหม้อ
เอ้อร์เป่าเอ่ยอย่างตื่นเต้น "พี่ เนื้อหอมเหลือเกิน!"
แม้แต่ต้าเป่าก็อดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย
เจียงเหลียนจูเห็นว่าได้ที่แล้วจึงตักเนื้อขึ้นมาหนึ่งชิ้น ใช้ตะเกียบจิ้มจนแยกเป็สองส่วน แบ่งให้เด็กทั้งสอง "ลองชิมดูสิ สุกหรือยัง? รสชาติเป็อย่างไร?"
ต้าเป่ายังคงลังเลเพราะปกติเวลาทานข้าวเจียงเหลียนจูจะทานก่อนเสมอ
เมื่อนางอิ่มแล้ว ของที่เหลือจึงจะตกมาถึงพวกเขา
แต่วันนี้เจียงเหลียนจูให้พวกเขาทานก่อนเป็ครั้งแรก แถมยังเป็เนื้ออีกด้วย?
หรือว่าในเนื้อจะใส่ยาพิษอะไรไว้?
เอ้อร์เป่าไม่ได้คิดมากเท่าต้าเป่า เขาจัดการเขมือบเนื้อชิ้นที่เจียงเหลียนจูแบ่งให้เข้าปากอย่างรวดเร็ว
กินอย่างตะกละตะกลามจนลิ้นแทบพันกัน
"อร่อยเหลือเกิน! พี่ เนื้ออร่อยเหลือเกิน!" กินไปพลางสะอื้นไปพลาง
ไม่ได้กินเนื้อมานานมากแล้ว ช่างหอมเหลือและอร่อยเหลือเกิน
เจียงเหลียนจูรู้สึกสงสาร "ช้า ๆ หน่อย ระวังลวกปากนะ ในหม้อยังมีอีกเยอะ"
นางตักเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ชามเก่า ๆ ของตนเอง ลองชิมคำหนึ่ง ดวงตาก็เป็ประกาย!
"อืม ไม่เลวเลย รสชาตินี้สดมาก"
ก่อนทะลุมิติมา นางก็เคยทานเนื้อหมาป่าในป่าดิบชื้น รู้สึกว่าเนื้อค่อนข้างเหนียวรสััไม่ค่อยดีนัก
นึกไม่ถึงว่าเนื้อหมาป่าที่นี่จะไม่เหนียว แต่กลับสดนุ่มและไม่มีกลิ่นคาว อาจเป็เพราะอากาศและผืนป่าที่นี่บริสุทธิ์ เนื้อหมาป่าจึงรสชาติดีขึ้นมาก
ต้าเป่าเห็นพวกเขาทานอย่างเอร็ดอร่อย เขาก็ไม่สนอะไรอีกแล้ว เริ่มลงมือกินทันที
ทันทีที่เนื้อเข้าปากความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ช่างน่าพึงพอใจยิ่งนัก
อร่อยจนอยากจะร้องไห้
เขาทานไปสองคำ "ข้าจะไปเรียกหนานหนานมาทานนะขอรับ..."
เจียงเหลียนจูกล่าว "น้องสาวเพิ่งอาเจียน ตอนนี้ความอยากอาหารอาจจะยังไม่ดี ให้นางนอนพักสักครู่ ในหม้อยังมีอีกหม้อใหญ่ เดี๋ยวเราแบ่งไว้ให้นางบ้าง เนื้อหมาป่าวันนี้กินให้เต็มที่ พวกเ้ากินให้พุงกางได้เลย"
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าไม่เกรงใจอีกต่อไป เริ่มลงมือกินอย่างหิวโหย
หลังจากแบ่งเนื้อใส่ชามจนเต็มให้หนานหนานแล้ว เนื้อขาหลังชิ้นใหญ่ที่เหลือ เจียงเหลียนจูและลูกชายทั้งสองก็จัดการจนหมดสิ้น สุดท้ายต้าเป่าและเอ้อร์เป่าดื่มน้ำซุปไปคนละสองชาม และแทะกระดูกจนสะอาดเกลี้ยง!
เอ้อร์เป่าลูบท้องที่อิ่มแปล้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขและความพึงพอใจ