“ อะไรนะ ตายไปแล้วสามคน มันเป็แค่บอดี้การ์ดหน้าอ่อนคนเดียวมิใช่เรอะ?”
“ ครับลูกพี่ แต่ว่ามันไม่น่าเป็บอดี้การ์ดธรรมดา มันหน้าจะเป็มืออาชีพ มากกว่า ถ้าจะฆ่ามัน ต้องมีคนอย่างน้อย สิบคนครับ”
“ เจองานหินเสียแล้ว ลากตัวไอ้คุณชายรองมาที่คาสิโนเดี๋ยวนี้”
คนที่เป็หัวหน้ามีชื่อว่าทอมมี่ วางสายแล้วรีบเดินเข้าห้องใหญ่ มีชายร่างอ้วนนั่งอยู่กลางห้อง มีลูกน้องยืนประกบข้างซ้ายขวา สี่คน
“ เกิดเื่แล้วครับ คนของเราตายไปสามคน ในการทวงหนี้คุณชายรองตระกูลจงครับ”
บอสชายร่างอ้วนใหญ่วัยกลางคน กำลังมองรูปปั้นสัมฤทธิ์โบราณที่เป็รูปคล้ายกับนางอัปสรกินนรีอยู่ แล้วเอ่ยออกมาโดยไม่ละสายตาจากรูปปั้นนางอัปสรกินนรีว่า
“ คุณชายรองตระกูลจง คนรักของคุณหนูซ่งเหม่ยหลิง ใช่หรือไม่”
“ ใช่แล้วครับ”
“ ที่ดินสุสานนั้นไม่ขายแล้ว บอกให้ มันจดทะเบียนสมรสกับ คุณหนูซ่งให้ได้ แล้วหนี้สินทุกอย่างก็ยกให้มัน พร้อมจะให้เงินสดมันไปอีก ห้าพันล้านเหรียญ”
“ ทำเช่นนั้น เราจะได้ประโยชน์ยังไงครับบอส”
“ หลังจากที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสแล้ว ก็ฆ่าคุณหนูซ่ง กรรมสิทธิ์ทั้งหมดก็จะตกกับคุณชายรองแต่เพียงผู้เดียว แล้วให้มันเซ็นโอนหุ้นทั้งหมดของ คุณหนูซ่ง มาให้เรา รู้ไหมจำนวนหุ้นที่คุณหนูซ่งถือ มีอยู่ 25 % มูลค่าหุ้นเท่ากับ ห้าแสนล้านเหรียญ คราวนี้เราจะมีเงินสร้าง คาสิโนแห่งใหม่ได้โดยไม่ต้องใช้เงิน จากส่วนกลางอีกต่อไป”
“ โอ้ บอสนี่สุดยอดเลยครับ จากมูลค่าแค่สี่พันล้าน กลายเป็ ห้าแสนล้านเหรียญ”
“ งานนี้ห้ามพลาด เรียก มิสเตอร์เค ให้มาช่วยเื่นี้ จะได้ไม่มีปัญหาตามมา”
“ ครับบอส” ทอมมี่ เป็มือขวาบอสแห่งคาสิโนลาสเวกัส คำนับแล้วรีบไปจัดการทันที
หยางเทียนกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลซ่ง นอกจากคุณซ่งเจียงและฮูหยิน ลูกชายทั้งสาม และหลานชายอีกหลายคน ทุกคนกำลังรอคุณหนูซ่งกลับมา ด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง
พอไปถึง ฮูหยินซ่งก็เข้ามาดูหลานสาวด้วยความเป็ห่วง หยางเทียนเล่าเื่ให้คุณซ่งเจียง ฟังโดยละเอียด
“ ซินแสกู่ เตือนหลานแล้วเห็นไหม ไอ้คนนี้มันไม่คู่ควรกับหลาน มันเป็ดาวกาฝาก
ดวงตาจิ้งจอก จมูกมด อายุสั้น ไม่ตายดีแน่ ใครยุ่งเกี่ยวด้วยต้องพลอยเดือดร้อน”
“ สือซานเขาแค่หลงผิด เดี๋ยวหลาน จะคุยกับเขาให้ปรับตัว ส่วนหนี้สินให้เขาทำงานใช้หนี้คาสิโนไป ไม่นานก็คงหมดเอง”
“ นี่หลานยังจะเข้าข้างมันอีกหรือนี่?”
“ ใจเย็นๆ ครับคุณปู่ น้องเหม่ยหลิง คงอยากให้โอกาส สือซานกลับตัวกลับใจมากกว่านะครับ” ซ่งฉีเซียน บุตรชายคนโตของ อารอง เอ่ยเข้าข้างเหม่ยหลิง
“ ใช่ค่ะ พี่ฉีเซียนพูดถูก หลานแค่อยากใหเขาเริ่มต้นใหม่เท่านั้น”
“ ต่อไปนี้ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับมันอีก มันจะทำให้หลานมีภัย”
“ นั่นซิ ย่าเห็นด้วยกับคุณปู่นะ”
ซ่งเหม่ยหลิงสับสน มากใน่นี้ เลยไม่ได้ตอบอะไรทั้งสิ้น หยางเทียนเลยเอ่ยว่า
“ คุณหนูเพิ่งเจอเื่ร้ายมา ให้คุณหนูซ่งขึ้นไปพักก่อนเถอะครับ”
“ ได้ ๆ ไปพักก่อน เดี๋ยวตอนเย็น ค่อยลงมาทานอาหารพร้อมกันนะ” ฮูหยินซ่งเห็นด้วยแล้วไล่ให้ ซ่งเหม่ยหลิงไปอาบน้ำพักผ่อน
ซ่งฉีเซียนมองหน้าหยางเทียน ด้วยสายตาไม่เป็มิตร หยางเทียนเองก็พอดูออกแต่ไม่สนใจ พ่อของ ซ่งฉีเซียน และ พี่น้องอีกสองคน ถึงกับเอ่ยเื่งานที่ประชุมในวันนี้ คล้ายกับว่า จะไม่พอใจ ที่หยางเทียนเข้าไปก้าวก่ายในห้องประชุม
“ พวกแกจำเอาไว้ทุกคน สิ่งใดที่ เหม่ยหลิงตัดสินใจ คือการตัดสินใจของฉัน และคุณหยางเทียน จะติดตามเหม่ยหลิงไปได้ทุกที่ ที่เขา้า หากใครไม่พอใจ ก็ก้าวเท้าออกไปจากบ้านหลังนี้ได้เลย”
“ คุณพ่อ พวกเราไม่ได้ว่าเหม่ยหลิง แต่ว่าหากเหม่ยหลิงโดนผู้ชายคนนี้หลอกให้เซ็นเอกสารสำคัญของบริษัทไป ทำให้บริษัทเสียหายพวกเราจะทำอย่างไร”
“ ฉันเชื่อว่า เหม่ยหลิงจะไม่ทำให้บริษัทเสียหาย พวกแกไม่ต้องเป็ห่วงไป หากเสียหายจริง ๆ มันก็เป็ส่วนของฉัน กับ เหม่ยหลิงเท่านั้น ส่วนของพวกแก ไม่มีใครเขาไปแตะต้องได้อยู่แล้ว ออกไปให้หมด ฉัน้าพักผ่อน”
หยางเทียนยังไม่ได้เดินขึ้นไปบนชั้นสี่ เพราะเห็นมีคนอยู่เยอะ เลยไม่กล้าขึ้นไป เกรงว่ามันจะไม่ค่อยเหมาะสม
“ พาคุณหยางเทียนขึ้นไปพักผ่อนชั้นสี่ ห้องที่ติดกับคุณหนู” หัวตระกูลซ่งเจียงเอ่ยคำพูดนี้กับเด็กรับใช้ ซึ่ง คนในตระกูลที่กำลังทยอยกลับไปหันกลับมาหยางเทียนกับคุณปู่ด้วยความใ คิดว่า นี่ผู้นำตระกูลให้บอดี้การ์ดคนนอก ขึ้นไปนอนชั้นสี่ ซึ่งเป็ห้องที่ติดกับ คุณหนูซ่ง เข่นนี้ได้อย่างไร
“ คุณพ่อ ให้คนนอกเข้าไปนอนตึกใหญ่ และยังนอนห้องติดกับ เหม่ยหลิงมันไม่เหมาะสมเลยนะครับ” คุณชายรอง เอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจ
“ นี่คือบ้านฉัน ฉันจะให้ใครมาอยู่ก็ได้ หยางเทียนเป็บอดี้การ์ด เขาเป็มืออาชีพ เป็คนช่วยชีวิตเหม่ยหลิง พวกแกไม่ต้องคิดมาก ซินแสกู่รับประกันได้” ซินแสกู่ยิ้มแล้วพยักหน้า ทุกคนเดินลิ่วออกไปแบบไม่พอใจ หยางเทียนขึ้นลิฟท์ไปจนถึงชั้นสี่ เด็กรับใช้พาไปพักห้องข้างๆ ซ่งเหม่ยหลิง ซึ่งภายในนั้น ดูโอ่อ่า กว้างขวางสดวกสบาย ยิ่งกว่า ห้องนอนใน สำนักงานเมฆขาวยิ่งนัก
“ ขอบคุณครับ”
“ ไม่ต้องขอบคุณ หรอกเ้าค่ะ เชิญคุณชายหยางตามสบายนะคะ หาก้าอะไรเพิ่ม ก็กดปุ่มตรงห้วนอน แล้วก็พูดได้เลยค่ะ”
พอเด็กรับใช้จากไป หยางเทียนก็รีบโทรกลับไปหาท่านผอ. เพื่อขอข้อมูลคนของคาสิโนลาสเวกัส กับ คุณชายรองตระกูลจงทันที ไม่นานนักก็มีข้อมูลมาว่า
“ คาสิโนลาสเวกัส ได้เข้ามาสร้างในประเทศเราเมื่อ ยี่สิบกว่าปีก่อน พร้อมกับ การสร้างคลองนานาชาติ เป็ของสหรัฐอเมริกา มีซีไอเอ คอร์ป. เป็ผู้ถือหุ้น 70 % พวกมันมีทั้งนักทวงหนี้ ทั้งนักฆ่า นักกฏหมาย พวกมันใช้บ่อนเป็ฉากบังหน้า รับซื้อขายที่ดินในราคาถูก แล้วไปขาย ในราคาแพง ในประเทศอาเซียนของเรา ถูกพวกมันกว้านซื้อที่ดินไปทั่วทุกมุมประเทศแล้ว แต่ที่สำคัญ คนที่เป็หนี้พวกมัน ไม่เคยมีใครเบี้ยวหนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว พวกมันมีวิธีทวงหนี้ที่โเี้ และ เ้าเล่ห์แยบยลมาก ส่วนคุณชายรอง จงสือซาน เป็เพลย์บอยเรียนจบที่อังกฤษ โดยใช้เงินจากทางบ้าน จ้างคนทำธีสิส จนจบปริญญาโท มีแฟนคือ ซ่งเหม่ยหลิง หลังจากกลับจากอังกฤษก็ไม่ทำงาน แต่กลับไปหลงการพนันที่คาสิโนลาสเวกัส
ได้ข่าวว่าติดหนี้หลายพันล้านบาท เพราะมีชื่อตระกูลติดหนึ่งในห้า จึงได้เครดิต หากทั้งสองเกี่ยวเชื่อมโยงกัน เป็ไปได้ว่า เป้าหมายของ คุณชายรองจะ้าเงินจากซ่งเหม่ยหลิง เพราะตระกูลจง สั่งระงับเงินช่วยเหลือเขามาเป็ปี เพราะทราบว่า ติดการพนัน และประกาศไปทุกคาสิโนว่า ห้ามให้เครดิตคุณชายรองอีก ทางตระกูลจงจะไม่รับผิดชอบใดใดทั้งสิ้น”
“ มิน่า ถึงได้เกิดเื่เช่นนี้ ผมว่าพวกมันไม่หยุดแค่นี้แน่”
“ แน่นอน พวกมันมีวิธีมากมาย ที่เอาเงินจากคนอื่น ทั้งหลอกให้เซ็นเชค หลอกซื้อที่ดินตาบอด หรือสุสาน หรือแม้กระทั่งซื้อประกันชีวิตแล้วฆ่าเพื่อเอาเงินประกัน แล้วบางคนก็จดทะเบียนสมรสแล้วฆ่าทิ้ง ล้วนเป็สิ่งที่พวกมันทำมาแล้วทั้งสิ้น หยางเทียน ครั้งนี้หาก้ากำลังเสริม ก็โทรมาได้เลย”
“ ขอบคุณครับ ท่านผอ.”
หยางเทียนนอนหงายหลังไปกับพื้นเตียงอันแสนนุ่มสบาย รู้สึกเป็ห่วงคุณหนูซ่งที่ชอบใจอ่อนกับ ไอ้เ้าจงสือซานนี้จริงๆ ไม่รู้ว่าช่วยเงินให้มันไปเท่าไรแล้ว
ห้องซ่งเหม่ยหลิง กำลังโทรคุยกับสือจงซาน
“ เหม่ยหลิง เป็ยังไงบ้าง ผมได้ข่าวว่าคุณถูกลอบยิง”
“ ไม่เป็ไร สบายดี”
“ ทำไมเสียงแข็งแบบนั้น ผมเป็ห่วงคุณนะ”
“ สือซาน เื่ที่ดิน คุณปู่ไม่ให้ซื้อ ฉันเองก็ไม่มีปัญญา ต้องขออภัยที่ช่วยไม่ได้จริงๆ”
“ ไม่เป็ไร เื่นั้นผมแก้ไขไปแล้ว เรามาคุยเื่ของเราดีกว่า”
“ เื่อะไร?”
“ เปิดโหมดวิดีโอซิ”
เหม่ยหลิงเปิดโหมดวีดีโอคอล ขึ้นมา เห็นสือซาน ถือกล่องใส่แหวนเพชร แล้วเอ่ยว่า
“ แต่งงานกับผมนะ”
เหม่ยหลิง เอามือปิดปากตนเอง อึ้งไปสักพัก ไม่ทันที่จะเอ่ยอะไรออกมา ไม่รู้หยางเทียนโผล่มาได้ยังไง ยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง ของเหม่ยหลิง แล้วบอกว่า
“ คุณหนูซ่ง ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว” แล้วหยิบมือถือปิดหน้าจอ แล้วส่งคืนให้กับซ่งเหม่ยหลิง ที่กำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วปรับสีหน้า เอ่ยด้วยความไม่พอใจว่า
“ นี่มันห้องส่วนตัวของฉัน คุณเข้ามาได้ยังไงเนี่ย?”
หยางเทียนยกแม่กุญแจออกมาแล้วเอ่ยว่า
“ เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูซ่ง คุณปู่ซ่งให้กุญแจห้องของคุณให้ผมด้วย”
“ คุณปู่ซ่ง ใครใช้ให้เรียกคุณปู่ของฉันแบบนี้”
“ ท่านบอกให้ผมเรียกแบบนี้ คุณย่าซ่งด้วยนะ”
“ นี่ .. นี่...ฉันจะไปถานคุณปู่กับคุณย่าเดี๋ยวนี้”
ซ่งเหม่ยหลิงเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากห้องลงลิฟท์ไป โดยที่หยางเทียนก็ตามไปด้วยติดๆ ในใจโกรธหยางเทียนมากที่เข้ามายุ่งเื่ส่วนตัวของเธอ แต่ส่วนลึกในใจกลับรู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาด เธอรอให้สือซานขอแต่งงานมาตั้งนาน แต่มาวันนี้สือซานขอเธอแต่งงานจริงๆ แต่เธอกลับไม่รู้สึกอะไร และไม่ได้โกรธหยางเทียนที่เข้ามาขัดขวางด้วย แต่กลับรู้สึกโล่งใจที่เขามาช่วยจัดการเช่นนี้อีกต่างหาก
ส่วนคุณชายรอง ถึงกับหน้าเหวอ พูดไม่ออก ทอมมี่เข้ามาแล้วตบที่หัวไปหนึ่งที
“ ไง ไหนว่าลูกไก่ในกำมือ ไอ้บอดี้การ์ดนั่น มันอยู่ในห้องนอนเดียวกันกับแฟนของคุณแล้ว เอาไงละที่นี้ ผมให้เวลาสามวันเท่านั้น หากไม่สามารถให้คุณหนูซ่ง เซ็นจดทะเบียนสมรสได้ เตรียมตัวตายได้เลย” ทอมมี่เอ่ยจบก็เดินออกไป
“ ไอ้บ้าเอ๋ย แกเป็ใครกันวะ ไอ้บอดี้การ์ดหน้าอ่อน?” โต๊ะอาหาร คฤหาสน์ตระกูลซ่ง
“ ปู่ให้เขาเอง หลานไม่ต้องห่วงเขาเป็คนดี เชื่อใจได้”
“ แต่นี้เป็ห้องส่วนตัวของหลานนะคะ จะปล่อยให้ผู้ชายเดินเข้า ออกเช่นนี้ได้ยังไงกันเล่า คุณย่า...” ซ่งเหม่ยหลิงหันไปมองคุณย่าให้ช่วยเหลือ
“ เชื่อใจหยางเทียนเถอะ เขาเป็คนดี ไม่ทำให้หลานต้องเสื่อมเสียหรอก”
ซ่งเหม่ยหลิงมองหยางเทียนที่ไม่สนใจ กำลังกินน้ำซุปโสมอย่างเอร็ดอร่อยด้วย เห็นแล้วยิ่งไม่พอใจขึ้นไปอีก จึงจับแขนหยางเทียนมาคุยเป็การส่วนตัว
“ ยอม ฉันยอมแพ้ แต่ต่อไปก่อนที่จะเข้าห้องของฉัน ช่วยเคาะประตูทุกครั้งได้ไหม”
“ ได้ครับ หากไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน”
“ นี่คุณ บ้านนี้ไม่มีอะไรฉุกเฉินอยู่แล้ว”
“ ก็ได้ ตามใจคุณ นี่คือกล่องสัญญาณขอความช่วยเหลือ หากพบอะไรที่น่าสงสัย ก็กดเรียก ผมจะได้ยินเสียง แล้วจะเข้าไปในห้องคุณทันที” หยางเทียนหยิงกล่องเล็กๆมอบให้กับ ซ่งเหม่ยหลิง ซึ่งก็ยิ่งอย่างพอใจ ที่ตกลงกันได้ด้วยดี
“ แต่ฉันสงสัย คุณทำยังไงให้คุณปู่ กับ คุณย่าไว้ใจได้ขนาดนี้”
“ ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่รู้ว่า นี่คือคำแนะนำของซินแสกู่”
“ซินแสกู่อีกแล้ว ไม่รู้เขาไปพูดอะไรกับคุณปู่นะ”
“ ผมขอตัวไปกินอาหารก่อน วันนี้คุณย่าซ่ง ท่านทำไก่ตุ๋นโสมได้อร่อยมากจริงๆ”
“ เอ๋ ..นี่คุณย่าท่านทำให้ฉันกินนะ” ซ่งเหม่ยหลิงรีบเดินไปที่โต๊ะอาหารทันที
คืนนั้น หยางเทียนทำสมาธิ เพื่อเดินลมปราณตามที่อาจารย์คิ้วเขียวสั่งเอาไว้ แต่ก็ไร้วี่แววที่จะทำให้พลังิญญาของเขาเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย ยังคงอยู่ที่ระดับสามไม่เปลี่ยนแปลง
หยางเทียนนอนไม่หลับ เลยเดินออกมาที่ระเบียงของคฤหาสน์ที่ยื่นออกไป แต่พอเปิดออกไป ก็พบกับ ซ่งเหม่ยหลิงยืนมองพระจันทร์อยู่คนเดียว
“ นี่คุณก็นอนไม่หลับด้วยเหรอ” ซ่งเหม่ยหลิงทักก่อน
“ ครับ คิดถึงแม่กับน้อง ไม่รู้ป่านนี้พวกเขาจะเป็ยังไงบ้าง”
“ คิดถึง ก็ไปหาพวกเขาซิ ไม่เห็นต้องทำหน้าเช่นนี้"
“ หาที่ไหนล่ะ ผมเองยังไม่รู้เลยว่า ตัวผมเองนั้นชื่ออะไรกันแน่”
“ นี่คุณความจำเสื่อม จนไม่รู้ชื่อตัวเอง แล้วจำแม่กับน้องได้อย่างไร”
“ ฝัน ผมได้แต่ฝันถึงพวกเขา รู้แค่น้องสาวชื่อ ถิงถิง แล้จดจำใบหน้าแม่และน้องได้เท่านั้น”
“ ไม่เห็นยากเลย คุณก็แค่ถ่ายใบหน้า แล้วส่งให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบ เดี่ยวนี้แค่ใช้ใบหน้า เอไอ. ก็สามารถเชคได้ว่า คุณเป็ใคร มาจากไหนแล้ว ไม่เห็นต้องมาคิดมากเลย”
“ มีเื่แบบนี้ด้วยหรือครับ”
“ นี่คุณไปอยู่ป่าเขาที่ไหนมา โลกนี้พัฒนาจนไปสร้างบ้านบนดวงจันทร์ได้แล้วนะ”
หยางเทียนคงต้องขอให้ ผอ. เฉียนคงช่วยดีกว่า
“ แล้วคุณทำไมไม่นอน หรือว่ายังห่วงเื่ของคุณชายสือซาน”
“ วันนี้หนีพ้น แต่พรุ่งนี้เขาต้องตามตื้อฉันไม่เลิกแน่ ฉันสงสารเขา ไม่อยากให้เขาเสียใจ”
“ คุณรักเขาบ้างไหม”
เจอคำถามตรงๆเข้าไปแบบนี้ ซุนเหม่ยหลิง ถึงกับนิ่งอึ้งไปสักพัก
“ ไม่รู้ซิ เวลาเขาอยู่ด้วยฉันก็มีความสุข แต่เวลาเขาไม่อยู่ฉันก็ไม่รู้สึกอะไร ยิ่งมาเจอเื่ในวันนี้ ฉันกลับไม่รู้สึกดีใจที่เขาขอแต่งงาน” หยางเทียนยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“ ต่อไปผมจะไม่ให้เขาเข้าใกล้คุณอีกเลย ผมให้สัญญา” ซุนเหม่ยหลิงมองหน้าหยางเทียนที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ว่าด้วยคำพูดนี้ หัวใจของเธอเองกลับรู้สึกเต้นแปลกๆ แบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน ทั้งสองมองหน้ากันเนิ่นนาน จนซุนเหม่ยหลิงต้องก้มหน้า กลับเข้าห้องทันที
ในตอนเช้าหยางเทียนกับ ซุนเหม่ยหลิงเข้าบริษัทเหมือนปกติ พบดอกไม้มาวางไว้หน้าห้องเป็จำนวนมาก มีเด็กวัยรุ่นสี่ห้าคนแต่งกายด้วยชุดหลากสี ถือดอกไม้แดง ด้านหลังมีคุณชายรองยืนยิ้มแฉ่ง พนักงานหลายคน เข้ามาแย้มยิ้มคล้ายจะมีข่าวดีเกิดขึ้นในวันนี้
เด็กวัยรุ่นสี่ห้าคน คงเป็พวกออแกไนซ์ที่จัดงานเพื่อขอ แต่งงาน ทั้งหมดเริ่มร้องเพลงรักที่หวานซึ้งกินใจ
“ แต่งงานกันไหมเธอ ฉันพร้อมดูแลเธอ ขอให้เธอโปรดเชื่อใจ จะรักเธอตลอดไป แต่งงานกันนะเธอ”
ซุนเหม่ยหลิงกระซิบบอกหยางเทียนว่า
“ ทำยังไงก็ได้ ไล่พวกเขาออกไปจากที่นี่ซะ”
พบบทเพลงจบ คุณชายรองจงสือซาน ก็คุกเข่าต่อหน้าซุนเหม่ยหลิง ทันที
“ แต่งงานกับผมนะ”
เปรี้ยง !! หยางเทียนดีดเท้าเข้าปลายคางของ คุณชายจงสือซาน หลับกลางอากาศ ท่ามกลางเสียงพนักงานที่ตื่นตระหนก
“ รปภ. ลากตัวไอ้หมอนี่ ออกไปจากตึก แล้วขนดอกไม้พวกนี้ไปทิ้งด้วย น้องๆที่มากับมัน รีบไปซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
หยางเทียนพูดจบ รปภ.ก็มาหิ้วปีกคุณชายรองออกไป เด็กวัยรุ่นวิ่งหนีกันไปจนหมด พนักงานออฟฟิต ต่างมองหยางเทียนเหมือน มาเฟีย รีบก้มหน้าก้มตา ไปทำงานกันต่อไป
“ ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้เลยนี่?” ซ่งเหม่ยหลิงเข้ามานั่งในห้องแล้วเอ่ยเบาๆ แต่ก็มีรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
“ คนแบบนี้ ไม่เด็ดขาดด้วย ก็จะคิดว่าเราไม่เอาจริง”
ซ่งเหมยหลิงในใจรู้สึกผ่อนคลาย จบแบบนี้ก็น่าจะดีแล้ว หยางเทียนนั่งโซฟาในห้องทำงานของซ่งเหม่ยหลิง แล้วก็โทรแจ้งให้ผบ. เฉียนคงช่วยสืบหาประวัติของตนเองให้ด้วย....