Danger area : เขตก่อการรัก [จบ]

    เล่ม 1 บทที่ 26 “ชัดเจนว่าเป็นแค่สุนัขจิ้งจอกตัวเล็ก ๆ” 2

             

            เหอชูซานกอดกระเป๋าไว้แน่นแล้วมุดผ่านช่องว่างระหว่างเบาะไปยังเบาะหลังอย่างคล่องแคล่วเขายัดกระเป๋าไว้ใต้เท้า คาดเข็มขัดนิรภัย แล้วคว้าสูทที่ชย่าลิ่วอีถอดไว้มาคลุมศีรษะ

            ตอนแรกเขาตั้งใจจะคลุมร่างโดยใช้มือทั้งสองข้างจับสูทที่พาดคลุมหัวไว้แต่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งวินาทีก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้องเขาจึงผูกแขนเสื้อทั้งสองข้างไว้ใต้คาง ห่อหัวของเขาด้วยสูทจนเหมือนข้าวต้มมัด เหลือเพียงรอยแยกเล็กๆให้พอเห็นดวงตาเท่านั้น จากนั้นก็คว้าราวจับด้านบนของประตูรถไว้เพื่อความปลอดภัย

            และแล้วสัญญาณไฟเขียวก็สว่างขึ้นชย่าลิ่วอีเหยียบคันเร่ง! รถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว!

            เหอชูซานรู้สึกราวกับถูกกระชากร่างชั่วขณะจากนั้นก็เริ่มถูกเหวี่ยงไปมาตามทักษะการขับรถขั้นเทพของพี่ใหญ่ชย่า! กระโดดกระเด้งขึ้น!ทรุดตัวลง! ล้มไปทางซ้ายทีขวาที! ร่างกายโยกไปมา...

            มีรถเก๋งสามคันที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนตามหลังรถของชย่าลิ่วอีพวกเขาขับรถไล่ล่ากันอย่างบ้าคลั่งถึงสองถนน เลี้ยวซ้ายทีเลี้ยวขวาทีไม่รู้ว่าอ้อมไปกี่ทางแล้วแถมยังโชว์ลีลาหักพวงมาลัยเลี้ยวกะทันหันจนรถหมุนคว้างเป็นวงกลมบนถนนใหญ่สายหนึ่งอีก!

            ยี่สิบนาทีต่อมารถสามคันที่ตามมาเหลือเพียงคันเดียว คนขับรู้ว่าชย่าลิ่วอีจับได้แล้วว่าถูกตามอยู่เขาจึงไม่สนใจแม้แต่จะปลอมตัวอีกต่อไป เขาเหยียบคันเร่งตามหลังชย่าลิ่วอีอย่างกระชั้นชิดคนที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับหยิบปืนออกมา

            ชย่าลิ่วอีจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่ได้แสดงอารมณ์ใดทันใดนั้นเขาก็หักพวงมาลัยอย่างแรงจนด้านข้างของรถตรงฝั่งที่นั่งผู้โดยสารพุ่งเข้าชนคู่กรณี!

            ‘โครม!’

            หลังการชนที่รุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นรถคันนั้นก็พุ่งชนราวกั้นข้างทางก่อนจะพลิกคว่ำแล้วตกลงไปในคูน้ำเสียงดังโครมครามดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง รถคันนั้นค่อยๆ จมลงไปใต้น้ำอย่างช้าๆ  ขณะเดียวกันนั้นเองลูกน้องสองคนก็ตะเกียกตะกายออกมาจากหน้าต่างรถด้วยความทุลักทุเล

            รถของชย่าลิ่วอีเสียหายแค่ไฟหน้าเขาไม่ได้สนใจคู่กรณีแต่อย่างใด ทำเพียงเหยียบคันเร่งแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว

            เขาเลี้ยวไปตามถนนอีกหลายสายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมาอีกจากนั้นจึงลดความเร็วลงแล้วหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ ชย่าลิ่วอีพ่นควันออกมาเป็นวงด้วยท่าทางสบายๆแล้วถามอย่างเกียจคร้านว่า “อ้วกออกมาหรือยัง?”

            “...” ที่เบาะหลังรถนั้น เหอชูซานกำลังหน้าซีดและพยายามกลั้นอาเจียนอย่างหนัก

            เขาจะต้องไม่อาเจียนออกมาเด็ดขาดหัวของเขาถูกพันด้วยสูทจนเหมือนบ๊ะจ่าง ถ้าเขาอาเจียนมันก็จะเลอะเต็มหน้าเขาไปหมด!

            ชย่าลิ่วอีเหลือบมองเขาผ่านกระจกมองหลังมุมปากยกยิ้มขึ้น

            เหอชูซานค่อยๆแกะสูทที่พันอยู่บนหัวออก คลายเข็มขัดนิรภัยที่รัดรอบท้องของเขาจากนั้นก็หันไปทางเสื้อสูทที่เปื้อนอยู่แล้ว และ... “อ้วก!”

            ชย่าลิ่วอีระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเขาสูบบุหรี่ในมืออีกคำ ก่อนจะคว้ากล่องทิชชูแล้วโยนไปด้านหลังให้เหอชูซาน

            ลูกน้องคนสนิทของเฝยชีถูกจับภรรยาและลูกของลูกน้องคนนั้นก็ถูกชย่าลิ่วอีพาไปซ่อนตัวไว้จนหาไม่เจอแม้แต่เส้นผมเฝยชีจึงตัดสินใจตัดขาดกับชย่าลิ่วอีและประกาศว่าจะเอาชีวิตของชย่าลิ่วอีคำพูดนั้นยังไม่ทันได้แพร่สะพัดก็พบว่าชย่าลิ่วอีขับรถเข้ามาในเขตอิทธิพลของเขาเพียงลำพังรถสามคันนี้เป็นรถที่เฝยชีส่งไปติดตามชย่าลิ่วอีตั้งแต่ช่วงบ่าย พอคลาดกันก็ให้วนเวียนอยู่แถวเจียนซาจวี่เพื่อหาเขาอยู่ตลอดไม่คาดคิดเลยว่ารถของชย่าลิ่วอีจะขับออกมาจากที่จอดรถของศูนย์วัฒนธรรม อีกทั้งยังกล้าออกไปดูหนังอย่างไม่กลัวเกรงอีกด้วย?!

            ตอนนี้รถทั้งสามคันถูกชย่าลิ่วอีสลัดออกไปอย่างราบรื่นเฝยชีซึ่งทราบข่าวของรถที่ตกลงไปในคูน้ำเพิ่งเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ เขายืนอยู่ริมถนนมองไปยังรั้วที่พัง ก่อนจะสาปแช่งชย่าลิ่วอีด้วยความโกรธเคือง เขาปรารถนาที่จะตัดก้อนไขมันออกจากท้องของเขาแล้วทุบมันลงบนใบหน้าของหัวหน้าที่ไร้ประโยชน์นั่น!

            ในขณะที่เขาโกรธจนแทบเป็นแทบตายชย่าลิ่วอีกลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาคาบบุหรี่ จอดรถไว้ข้างๆเมืองกำแพงเจียวหลง แล้วเปิดประตูเบาะหลังเพื่อลากเหอชูซานซึ่งหน้าซีดเผือดให้ลงมาจากรถด้วยตัวเองชย่าลิ่วอีปัดฝุ่นให้เขาเหมือนกำลังทำความสะอาดขนสุนัข จากนั้นก็จับเขาให้ยืนตัวตรงแล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “สนุกไหม?”

            เหอชูซานยังคงใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากอย่างเชื่องช้าด้วยท่าทางอ่อนแรงจนกระทั่งทำความสะอาดตัวเองเสร็จ เขาก็ถามอย่างไม่เข้าเรื่องขึ้นมาว่า “ทำไมพี่ถึงไม่ให้พวกเขาเห็นผม”

            “ไร้สาระ” ชย่าลิ่วอีพูดอย่างหงุดหงิด “ถ้าพวกเขาเห็นนาย นายจะได้ไปมหา’ลัยอย่างสงบไหม? ฉันยุ่งมาก ฉันขี้เกียจส่งคนไปตามนาย”

            เหอชูซานจ้องมองเขา “พวกเขาเป็นศัตรูของพี่หรือ? ไล่ตามฆ่าพี่หรือ?”

            “คนของไอ้อ้วนจากครั้งที่แล้วน่ะ” ชย่าลิ่วอีไม่ชอบถูกถามแบบสอบปากคำเช่นนี้เสียเท่าไร “เอาล่ะ รีบกลับไปได้แล้ว!” เขาพูดพลางหันหลังเตรียมจะจากไป

            เหอชูซานคว้าแขนเสื้อขวาของชย่าลิ่วอีจากด้านหลังและถามต่อ “พี่ใช้ชีวิตอย่างอันตรายแบบนี้ทุกวันหรือเปล่า”

            “นายคิดว่าฉันเป็นใคร? ผู้ว่าการฮ่องกงอย่างนั้นหรือ?” ชย่าลิ่วอีเยาะเย้ย เขาพยายามสะบัดแขนเสื้อออกแต่ไม่เป็นผล และเมื่อเขาหันกลับมาเพื่อจะด่าเขาก็สังเกตเห็นสายตาของเหอชูซานที่ดูจริงจังอย่างผิดปกติ มันเป็นสีหน้าของคนที่มีความกังวล

            ชย่าลิ่วอีหัวเราะท่าทีของเขาอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ผมของเหอชูซานอย่างหยาบคาย “กังวลอะไร? พี่ลิ่วอีของนายจะเสียเปรียบได้ยังไง?”

            “...” ไม่ว่าจะเสียเปรียบหรือไม่ อย่างไรเสียการถูกไล่ล่าแบบนี้ทุกวันคงต้องมีสักวันหนึ่งที่เกิดเรื่องขึ้น

            เหอชูซานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ครั้งหน้า... ถ้าที่ที่จะไปอันตรายมากก็อย่าไปเลย”

            ชย่าลิ่วอีหัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า “ทั้งฮ่องกงเป็นถิ่นของพี่ลิ่วอี อยากไปที่ไหนก็ไปได้ทั้งนั้นเลิกห่วงเรื่องไร้สาระพวกนี้แล้วกลับไปนอนเถอะ”

            เขาจับมือของเหอชูซานออกแล้วคาบบุหรี่ไว้ที่ปากก่อนจะขึ้นรถอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นก็เหยียบคันเร่งขับรถแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ควันไอเสียจากการเร่งเครื่องถูกพ่นใส่หน้าของเหอชูซานเต็มๆ

            เหอชูซานมองเขาจากไปจนลับตาเขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ กอดกระเป๋าหนังสือเดินเข้าไปในเมืองกำแพงอย่างเงียบๆ

            ช่วงนี้เขาตั้งใจอ่านนิยายเกี่ยวกับแก๊งมาเฟียในห้องสมุดเยอะมากเพื่อที่จะเขียนบทให้ชย่าลิ่วอีเขาคิดว่าตัวเองกำลังได้เห็นการเติบโตและความรุ่งเรืองของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่อาจจะครองฮ่องกงได้ในอนาคต—— ชย่าลิ่วอีเป็นคนกล้าหาญและฉลาด ดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไรแต่จริงๆแล้วรอบคอบและมีศักยภาพที่จะทำได้ทุกอย่าง—— แต่อาจเป็นไปได้ว่านอกจากความรุ่งเรืองแล้วเขาจะได้เห็นจุดจบของชย่าลิ่วอีเช่นกัน

            เส้นทางมาเฟียเป็นเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับน้อยคนนักที่จะเดินไปถึงจุดจบอย่างสงบสุขความดื้อรั้นและไม่เกรงกลัวของชย่าลิ่วอีอาจจะทำให้เขาประสบความสำเร็จ แต่สิ่งเหล่านั้นก็อาจจะทำร้ายเขาได้เช่นกันยิ่งไปกว่านั้นพวกมาเฟียเหล่านี้ทำเรื่องเลวร้ายมากมาย แม้ว่าใจของพวกเขาจะไม่รู้สึกผิดแต่สวรรค์จะต้องลงโทษพวกเขาเป็นแน่—— เหมือนอย่างสวี่อิงและพวกอันธพาลบนดาดฟ้าหรือแม้แต่หัวหน้าใหญ่ชิงหลง ใครบ้างที่ได้ ‘ตายดี’? กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ไม่มีใครหนีพ้น นี่เป็นผลกรรมที่พวกเขาต้องได้รับ

            เขาไม่อยากเห็นชย่าลิ่วอีเป็นแบบนั้นเหอชูซานไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เขาไม่สามารถมองชย่าลิ่วอีในฐานะคนแปลกหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาได้เขาไม่อยากเห็นชย่าลิ่วอีได้รับบาดเจ็บและไม่อยากเห็นจุดจบที่น่าเศร้าของเขาเป็นอย่างยิ่ง

            เหอชูซานอายุ 22 ปี เขากำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัยในอีกหนึ่งปีข้างหน้าความฝันของเขาตั้งแต่เด็กคือการได้พาพ่อออกไปจากชีวิตที่ยากลำบากและสกปรกแห่งนี้และตอนนี้เขาเริ่มคิดว่าเขาจะสามารถพาใครอีกคนไปด้วยได้หรือไม่

            เขาเดินก้มหน้าเข้าไปในเมืองกำแพงที่ทรุดโทรมและถูกปกคลุมไปด้วยความมืดถึงอย่างนั้นแสงแห่งความหวังสายหนึ่งก็กำลังผลิบานในใจของเขาที่ในตอนนี้เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่ยังอ่อนเยาว์ไร้เดียงสา และเชื่อว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้