“ มนต์..ทำอะไรอยู่น่ะ” เสียงห้าวทุ้มดังมาจากด้านหลัง หญิงสาวกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานขออนุมติเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ
“ อ้าว..หล่อ..มาทำอะไรแถวนี้”
“ ฉันชื่อ สมาร์ท กุลกิจเจริญวงศ์ กรุณาเลิกเรียกหล่อได้แล้ว อายเค้าเว๊ย”ชายหนุ่มหน้าตาตี๋ ผิวพรรณดีแต่งกายเนี๊ยบเอ่ยขึ้น
“ หยั่งแกเนี่ยนะอาย ตรงไหนวะ? หญิงสาวหันมามองั้แ่เท้าจรดหัว หัวจรดเท้า แล้วทำปากยื่น
“ เช๊อะ ”
ชายผู้มาใหม่เปลี่ยนเื่คุย มิเช่นนั้นอาจเจ็บตัวได้
“ ตกลง่นี้หยุดผ่าตัดทุกเคสเลยเหรอ แล้วโอพีดียังออกตรวจอยู่รึป่าว”
“ เออ ”หญิงสาวตอบโดยไม่มองหน้า มือยังไม่ละจากการเขียน
“ เออน่ะ..เออ อะไร? เออ..อย่าไหน หรือทั้งสองอย่าง ”
“ สองอย่าง อยากพัก อยากอยู่กับพ่อให้มากที่สุดก่อนออกเดินทาง ชวนพ่อไปด้วยก็ไม่ยอมไป แล้วยังมาบ่นว่าฉันใจดำทิ้งแก”
“ คนแก่ก็งี๊แหละติดบ้าน เอาไว้เป็หน้าที่เราก็แล้วกันจะแวะเวียนไปดูแลให้ ” ชายหนุ่มรับอาสาทันที หญิงสาวหันหน้ามามองเขาตรงๆ ใบหน้านั้นสวยเหลือเกินในสายตาของเขา ตากวางคู่นั้นกลมโต สุกสกาวบอกอารมณ์ต่างๆของเ้าของได้ทุกความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง อยู่ในดวงตาคู่นี้หมด ดวงตาคู่ที่เขาเคยชินและอ่านได้ทะลุปรุโปร่ง
“ เมิง คิดอะไรกะกรูรึป่าวว๊ะ ” สาวสวยตรงหน้าถามอย่างไม่อ้อมค้อม
“ ป๊าว..ป่าวเลย..ก็แค่ อยากช่วย” ชายหนุ่มละล่ำละลักตอบ” “ แล้วไป เราคนเพื่อนน้อย พี่น้องก็ไม่มี ฝากด้วยนะ นายเป็เพื่อนสนิทอีกคนที่เรามีอยู่ ไอ้มัทกับไอ้แมงมันก็ไม่ค่อยว่าง ฝากด้วยนะ เราเป็ห่วงพ่ออยู่เหมือนกันยิ่งใกล้วันเดินทางยิ่งใจหายมันโหวงๆยังไงไม่รู้ ”
“ เฮ่ย..ไม่เอาน่ะ จะไปดูให้ทุกวันเลยอ่ะ ”
“ ไม่ต้องถึงอย่างนั้นหรอก เดี๋ยวจะบอกพ่อไว้ว่า ถ้ามีอะไรให้โทรหานายละกัน ”
“ โอเคตามนั้น เสร็จยังอ่ะ จะพาไปกินข้าวร้านนี้เค้าอร่อย ”
แล้วสองหนุ่มสาวที่เหมาสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกก็เดินเคียงคู่กันไปพูดคุยหยอกล้อราวกับเป็คู่รักกัน แต่ถ้าใครได้เฉียดเข้าไปใกล้ๆ อาจต้องทำตาโต อ้าปากหวอ แล้วหันกลับไปมองซ้ำกับคำว่า “ ไอ้ควายเอ๊ย..โง่ยังไม่เสร็จเลยนะเมิง ”