“ฮอตม๊ากกกก ใครอะแก!!? ” น้ำเสียงเพื่อนรักตื่นเต้นอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ขณะที่ตะวันวาดได้แต่ถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างห้ามปราม ก่อนสายตาจะตกไปอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ตะวันวาดอดเห็นด้วยกับสายน้ำไม่ได้
“เอาคืนมานะน้ำ” คนถูกถามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบคำถาม
เมื่อเห็นเพื่อนรักร้อนรน สายธารจึงได้แต่หัวเราะทำท่าทะเล้นใส่อีกฝ่าย และยังคงไม่ยอมคืนโทรศัพท์มือถือให้ตะวันวาด
“เอ.. แต่ฉันว่าฉันแอบคุ้น ๆ หน้า..”
กริ๊งงง กริ๊งงงง!
ยังพูดไม่จบ เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในมือทำให้สายธารสะดุ้งโหย่งด้วยความใ ทั้งคู่สบตามองกันด้วยเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า ก่อนสายธารจะรีบส่งมือถือคืนให้เ้าของทันที
- พี่โธนี่ -
ตะวันวาดมองรายชื่อกับรูปโปรไฟล์คู่สายที่โทรเข้าด้วยสีหน้าตื่นเล็กน้อย เส้นเืสูบฉีดขึ้นใบหน้าอีกครั้งในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
สายธารยกมือขึ้นกุมใบหน้าทำท่ากรีดร้องไร้เสียง
“แกอย่ามัวตะลึง รีบรับสิ” เพื่อนรักกระซิบบอก ตะวันวาดพยักหน้ารัว ๆ รีบกดรับสายทันที
“อะ..ฮัลโหลค่ะพี่โธนี่” ั์ตากลมเลี่ยงที่จะมองหน้าเพื่อนรัก เธอมองออกไปทางหน้าต่างที่ตอนนี้ทิวทัศน์ถูกบดบังความมืดมิดของค่ำคืนเรียบร้อยแล้ว
“อ้อ เห็นแล้วค่ะ กำลังจะพิมพ์ตอบเลย” คนตัวเล็กตอบเสียงอ่อย
“...”
“อ้อ.. ไม่มีค่ะ”
“...”
“ว่างค่ะ.. ใกล้ ๆ แถบรถไฟฟ้าได้หมดเลยค่ะ”
“...”
“อื้ม.. ค่ะ” ตะวันวาดพยักหน้าให้กับโทรศัพท์
“แล้วเจอกันค่ะ”
นิ้วเรียวกดปิดวางสาย ขณะที่ขบริมฝีปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ตะวันวาดค่อยๆ หันมาสบตากับเพื่อนสาวที่ยังคงอยู่ในท่าเดิม ั์ตากลมโตของสายธารหยีเล็กลงพร้อมรอยยิ้มกว้างกึ่งล้อเลียน
“หยุดทำหน้าแบบนั้นเลยน้ำ” เสียงหวานพูดน้ำเสียงเคร่งขรึมกว่าเดิม ก่อนจะหันหลังให้เพื่อนรักเพราะรู้ว่าตัวเองเกร็งสีหน้าเช่นนั้นไม่ได้นาน บทสนทนาสั้น ๆ กับเสียงทุ้มที่เพิ่งวางสายไปยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด
สายธารหัวเราะร่า ก่อนจะะโเข้ากอดอีกฝ่ายจากข้างหลัง
“ใครกำลังจะไปเดตรึเปล่าน้า” เธอว่า น้ำเสียงล้อเลียนเต็มที่
“ไม่ใช่สักหน่อย” ตะวันวาดเหวใส่ แต่ท่าทางขวยเขินนั้นไม่ได้หลุดไปจากสายตาของสายธารเลยแม้แต่น้อย
“โอ๊ย~ ชักอยากจะรู้ประวัติอีตาสุดหล่อคนนี้ซะแล้วสิ” เสียงเจื้อยแจ้วยังคงพูดต่อไป
ประโยคที่ได้ยินทำให้ตะวันวาดชะงักเล็กน้อย..
จะว่าไปเธอก็แทบจะไม่รู้เื่อะไรของอีกฝ่ายเลยแฮะ.. แต่.. เดี๋ยวไว้ค่อยถามเขาก็ได้แหละมั้ง.. เธอคิด ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ กับตัวเอง
“ใจคอจะไม่เล่าอะไรให้เพื่อนฟังหน่อยเหรอ~” สายธารบ่นเสียงสูง พร้อมเหล่สายตามองตะวันวาด
ร่างบางได้ยินเช่นนั้นก็อดขำเพื่อนสนิทไม่ได้ เธอทำเพียงแต่ส่ายหน้าน้อยๆ
“ไม่” ตะวันวาดตอบน้ำเสียงหนักแน่น เธอยิ้มขำ ๆ เมื่อเห็นความไม่ได้ดั่งใจบนใบหน้าสายธาร
โทรศัพท์มือถือส่งเสียงข้อความเข้า ทำให้นิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอบทสนทนาอีกครั้งตามสัญชาตญาณ..
เมื่อเห็นข้อมูลสถานที่นัดหมาย และเวลาถูกส่งมาให้ นิ้วเรียวจึงกดส่งอิโมจิหน้ายิ้มตอบกลับเขา โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอนั้นยิ้มกว้างกว่าอิโมจิตัวนั้นเสียอีก
‘เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ’
เช้าวันต่อมา...
คอนโด ‘ตรีธาดา’ ตั้งตระหง่านสูงใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ทำเลที่ติดกับรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินบนดินทำให้มันกลายเป็หนึ่งคอนโดที่เกือบจะแพงติดอันดับท็อปเท็นของประเทศไทย เฟอร์นิเจอร์สไตล์เรียบหรูถูกตกแต่งอย่างเข้าที่เข้าทางเพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเข้ามาอยู่อาศัยทันที ด้วยพื้นที่ห้องคอนโดที่กว้างขวางประกอบกับห้องนอนจำนวน 3 ห้อง และห้องน้ำอีก 2.5 ห้อง รวมไปถึงห้องครัว และห้องรับแขกที่อยู่ติดกันทำให้คอนโดนี้แทบจะทดแทนบ้านขนาดเล็กได้สบายๆ
บุหลันรังสรรค์ตื่นสักพักแล้ว หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จหญิงสาวจึงตัดสินใจเดินไปหาอันธกานต์ที่อยู่ห้องนอนติดกัน
ก๊อกๆๆ
หญิงสาวเคาะประตู ก่อนชะลอเล็กน้อย
อันธกานต์ก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงนอนไซส์คิงสีดำสนิทกลางห้องนอนใหญ่.. เขาใช้เวลาหลายวินาทีในการปรับจูนความคิดที่ไหลเข้ามาในสมอง ร่างกายยังไม่ค่อยชินกับเวลาที่นี่เท่าไหร่นัก และการกลับมาอยู่ประเทศไทยก็ยังเป็สิ่งที่เขาต้องปรับตัวหลังจากใช้ชีวิตในยุโรปกว่า 10 ปี
ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นผ่านเข้าสู่โสตประสาทของการรับรู้.. นั่นคือเสียงที่ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นนี่เอง.. ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเดินไปแง้มประตูเล็กน้อยเพื่อให้ทราบถึงบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้น
“อ้ะ.. พี่ธัน บุหลันเองค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูแง้มขึ้น
“อืม” อันธกานต์ตอบ
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับ เธอจึงออกแรงดันประตูเพื่อเปิดเข้ามาในห้อง แต่อันธกานต์จับกลอนประตูไว้แน่น
“เราตกลงเื่นี้กันแล้วนะบุหลัน” เสียงทุ้มที่ตอบกลับนิ่ง ทำให้บุหลันรังสรรค์ปล่อยมือจากกลอนประตู หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก กลอกสายตาขึ้นบนอย่างเสียไม่ได้.. อันธกานต์กำลังพูดถึงหนึ่งในข้อตกลงของการใช้ชีวิตร่วมกันั้แ่อยู่ที่เยอรมัน หนึ่งในนั้นคือการแยกห้องนอน และห้ามเธอเข้าไปในห้องนอนของเขาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม.. เธอรู้ว่าเขาเป็คนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง และรักความเป็ส่วนตัวมาก แต่เมื่อกลับมาประเทศไทย เธอไม่คิดว่าเขาจะยังคงยึดกับข้อตกลงเดิม ๆ โดยเฉพาะทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ถึงเดือน
นี่จะเป็อีกเื่ที่เธอต้องคุยกับเขา.. หญิงสาวคิด
“ถ้างั้นเดี๋ยวบุหลันรอพี่ธันที่โต๊ะกินข้าวแล้วกันค่ะ และก็..วันนี้แม่บ้านเริ่มมาทำงานแล้วนะคะ” พูดจบเธอจึงเดินกลับออกไป
อันธกานต์ปิดประตูลง ก่อนจะไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยและเดินไปพบกับบุหลันรังสรรค์ที่ห้องรับประทานอาหาร
ทันทีที่ร่างสูงปรากฏตัวขึ้นที่โต๊ะอาหาร บุหลันรังสรรค์ก็แย้มรอยยิ้มหวานตอบรับอันธกานต์ ร่างอวบแน่นเคลื่อนไปแนบชิดเขาทันทีที่อีกฝ่ายนั่งลงบนโต๊ะ ก่อนจะมอบ Morning Kiss (จูบสวัสดีตอนเช้า) ให้อย่างที่ทำเป็ประจำ
อันธกานต์ลงมือรับประทานอาหารเช้าที่อีกฝ่ายทำเอาไว้ให้ บุหลันเคลื่อนตัวกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง
“พี่ธันคะ บุหลันคุยกับแด๊ดเื่งานแต่งงานแล้วนะคะ” เสียงหวานเข้าหัวข้อสนทนาทันทีไม่รีรอ ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับรู้
“เราจะเข้าไปหาแด๊ดวันไหนดีคะ” เธอถามต่อ ขณะที่อันธกานต์ค่อย ๆ หยุดเคี้ยวอาหารพิจารณาตารางงานของตัวเอง
“ซักอาทิตย์หน้าก็ได้อาทิตย์นี้ฉันน่าจะต้องเข้าบริษัททุกวัน เพิ่ง Transfer (โอนย้าย) งานทั้งหมดมาจากที่นู่นด้วย” เสียงทุ้มตอบ เมื่อต้องพูดยาวขึ้นอันธกานต์จึงพูดไทยคำอังกฤษคำอย่างติดปาก
บุหลันรังสรรค์ยิ้มกว้างพยักหน้ารับ
“ได้สิคะ เดี๋ยวบุหลันจะบอกแด๊ดเอาไว้” เธอตอบก่อนจะหยิบแพนเค้กขึ้นมากัดอีกหนึ่งคำ
“ว่าแต่..” อันธกานต์ชะงักเล็กน้อย พลางถามคำถามต่อโดยพยายามให้เป็ธรรมชาติมากที่สุด
“แม่กับน้องสาวเธอล่ะ”
บุหลันมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยกับคำถาม รวมไปถึงบุคคลที่ถูกเอ่ยถึง.. เธอเข้าใจว่าเขาพูดถึงแม่เลี้ยงของเธอ และตะวันวาด.. น้องสาวต่างมารดาที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน
“แม่กับตะวันทำไมเหรอคะ” เธอทวนคำถาม
“เค้าจะมาเจอเราพร้อมกับพ่อเธอรึเปล่า” เสียงทุ้มตอบต่อ ตั้งหน้าตั้งตาปาดเนยเค็มลงบนแพนเค้กแผ่นสุดท้ายที่เหลืออยู่
“เราน่าจะเจอแม่เล็ก แต่บุหลันไม่ได้บอกตะวัน.. มีอะไรหรือเปล่าคะ” คิ้วเรียวเลิกสูงขึ้นพร้อมกับเสียงหวาน
“เปล่าหรอก ฉันถามดูเฉยๆ ” เสียงทุ้มตอบต่อแทบจะในวินาทีที่อีกฝ่ายพูดจบ.. ใบหน้าหวานของเด็กสาวที่เพิ่งพบเจอปรากฏขึ้นอีกครั้ง.. การกลับมาประเทศไทยในครั้งนี้เขาไม่ได้คิดว่าจะบังเอิญได้พบกับตะวันวาด.. อันที่จริงเขาเกือบจะลืมเื่ของเธอไปแล้วด้วยซ้ำ.. แต่เมื่อได้เห็นหน้าเธอ.. เื่ราวทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นกลับปรากฏเด่นชัดในห้วงความคิดอย่างไม่น่าเชื่อ..
บุหลันรังสรรค์พยักหน้ารับ ไม่ได้สอบถามอะไรต่อ เธอลงมือรับประทานอาหารเช้าต่อสักครู่ ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายอีกครั้ง
“พี่ธันจะให้บุหลันหาคนขับรถไว้ด้วยมั้ยคะ” เธอนึกขึ้นได้เพราะรู้ว่าอันธกานต์ไม่ชอบขับรถทางไกล แต่พวกเขาต้องเดินทางไปพัทยาซึ่งครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ที่นั่น
“อื้ม ก็ดี” เสียงทุ้มตอบ
บุหลันมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังรับประทานอาหารเช้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล เพียงแค่ท่าทางการกินของเขาก็ทำให้เธอยิ้มได้ ร่างอวบแน่นเคลื่อนไปหอมแก้มเขาอีกหนึ่งฟอดใหญ่
อันธกานต์กระตุกยิ้มขำให้อีกฝ่าย ก่อนจะยกกาแฟดื่ม
“พี่ธัน.. เื่ห้องนอน..” หัวข้อใหม่ที่ถูกยกขึ้นมาทำให้ร่างสูงชะงัก เขาวางกาแฟลง ก่อนจะหันสบตากับบุหลันรังสรรค์
หญิงสาวอึกอักเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจพูดให้จบ
“ฉันแค่คิดว่าไหน ๆ เราก็จะแต่งงานกันแล้ว..”
“...” อันธกานต์เงียบไม่ตอบ เพียงแค่สบตากับอีกฝ่ายสีหน้าสงบนิ่ง เขาพอจะเดาออกว่าเธอ้าพูดอะไร
มือใหญ่ยกขึ้นจับใบหน้าอีกฝ่าย ใบหน้าคมเข้มขยับยื่นเข้าไปหาเธอ
“ั้แ่คบกัน.. ฉันมีไม่กี่เื่ที่ขอไว้” เสียงทุ้มนิ่งขึ้นทำให้บุหลันรังสรรค์แทบลืมหายใจ.. ั์ตากลมเหลือบมองฝ่ามือเย็นที่ััอยู่ข้างแก้มเธอ.. อันธกานต์มีอิทธิพลกับเธอมากโดยที่เขาแทบจะไม่ต้องทำอะไร.. ทั้งที่ไม่ได้เพิ่งเริ่มคบกัน แต่เขาก็ยังทำให้หัวใจเธอเต้นได้เสมอ
“เข้าใจแล้วค่ะ..” เธอยิ้มด้วยความพยายาม แม้จะขัดใจตัวเองอยู่บ้างแต่มันดูเหมือนจะง่ายกว่าการขัดใจอีกฝ่าย..
อันธกานต์ตบมือลงบนใบหน้าเนียนเบาๆ อย่างพึงพอใจ
“วันนี้บุหลันขอไปชอปปิ้งนะคะ ั้แ่กลับมา ยังไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่เลย” เสียงหวานเปลี่ยนหัวข้อสนทนา สายตากลมพริบพราวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อันธกานต์ไม่ตอบอะไร ทำเพียงล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูทก่อนจะยื่นบัตรเครดิตสีทองให้หญิงสาวตรงหน้า
บุหลันรังสรรค์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มชายหนุ่มอีกฟอดใหญ่ ร่างอวบแน่นลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงทิ้งอันธกานต์ไว้ที่โต๊ะรับประทานอาหาร ขณะที่เธอเดินกลับเข้าไปเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอน