“พี่สาว ที่นี่คือที่ไหนกัน?” เฟยิถามด้วยความตื่นเต้น ขณะมองไปรอบ ๆ ที่มีทิวทัศน์ที่งดงามของสำนัก
“ที่นี่คือสำนักนภาทมิฬ เป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยความรู้และการฝึกฝนวิชาลับ” หญิงสาวตอบพร้อมยิ้ม
“ที่นี่จะช่วยให้เ้าแข็งแกร่งขึ้น และมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม”
เมื่อเดินเข้ามาในสำนักพวก เขาถูกต้อนรับด้วยความอบอุ่นจากอาจารย์และนักเรียนในสำนัก ทุกคนมองมาที่เฟยิ ด้วยความตื่นเต้น
“เด็กน้อย เ้าจะอยู่ที่นี่และฝึกฝนวิชาใช่ไหม?” อาจารย์ท่านหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ใช่ครับ ข้าจะตั้งใจเรียน”เฟยิตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ หญิงสาวมองไปยังเฟยิด้วยความภาคภูมิใจ
“ข้าเชื่อว่าเ้าจะทำได้ แต่ตอนนี้ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่กับเ้าได้ แต่ข้าจะกลับมาที่นี่เมื่อมีโอกาส” เธอพูดพร้อมกับมองออกไปยังนอกสำนัก
“พี่สาว..ท่านจะไปแห่งใดกัน”
“ไปที่ที่ข้าจากมา แล้วสักวันเ้าจะเข้าใจเอง”
“ท่านอย่าลืมข้านะ” เด็กชายพูดด้วยสายตาเศร้า
“ข้าจะไม่ลืมเ้าแน่นอน ข้าสัญญา” หญิงสาวลูบหัวเขา
อย่างเบามือพร้อมรอยยิ้มที่ห่วงใย
“ข้าฝากเขาพวกเขาด้วยนะ ท่านเ้าสำนัก” หญิงสาวพูดก่อนที่จะลาเ้าสำนักและเดินออกไป
“นางพาคนกลับมาอีกแล้ว ช่างเป็คนมีจิตใจชอบช่วยเหลือ ข้านับถือนางจริงๆ” อาจารย์ท่านหนึ่งพูดด้วยเสียงหัวเราะพลางใช้มือลูบเคราของตัวเอง
“เ้าคงตัดสินใจแล้วสินะ.....ข้าขอให้เ้าโชคดี” เ้าสำนักพูดด้วยเสียงแ่เบา ก่อนที่จะมองหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง
........
หลังจากนั้นหญิงสาวได้เดินออกจากสำนักด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้น เธอรู้ตนเองดีว่าต้องกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตที่เธอหนีมา แต่ลึกๆ แล้วเธอก็ไม่แน่ใจว่าเส้นทางที่กำลังเดินอยู่นี้ จะพาเธอไปพบกับคำตอบที่เธอตามหาหรือไม่ท้องฟ้ายามราตรีครึ้มไปด้วยหมอกหนาและสายลมเย็นะเื หญิงสาวหยุดยืนมองทางข้างหน้า ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความสับสนและความกังวลที่เก็บซ่อนเอาไว้
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด เสียงแ่เบาดังขึ้นในอากาศราวกับเสียงกระซิบจากอดีต
"เ้าคิดหรือว่า หนีไปไกลเพียงใดความลับจะไม่ตามมาหลอกหลอนเ้า..." คำพูดนั้นแทงเข้าไปในจิตใจของเธอ
“กึก…” หญิงสาวหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึกและก้าวเดินต่อไป ขณะนั้นเองดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่พร้อมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันจะไม่หนีมันอีกต่อไปแล้ว”
เมื่อเธอก้าวต่อไปในความมืด เงาร่างนั้นก็ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าที่เธอไม่เคยลืม แต่ก็หวังจะไม่พบเห็นอีก กลับมายืนอยู่เบื้องหน้าเธอ เขายิ้มอย่างเยือกเย็น สายตาคมกริบสะท้อนแววแห่งการคาดเดาและความคาดหวังที่ปนเปื้อนไปด้วยความร้ายกาจ
“คิดว่าหนีมาไกลแค่ไหนก็จะพ้นมือข้าหรือ?” เสียงของเขาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กดดันและเยือกเย็นจนเธอััได้ถึงแรงกดดันในอากาศ เธอกัดฟัน แน่วแน่ไม่ให้ความกลัวเข้าครอบงำ
"ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว ข้าพร้อมเผชิญหน้า!" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง แต่ภายในกลับหวั่นไหวจนมือที่กำแน่นสั่นเล็กน้อย
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเสียงต่ำ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือเข้ามาไล้เส้นผมที่ปลิวไสวจากใบหน้าเธออย่างเบามือ ทว่าแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ “ยังคิดว่าจะสามารถสู้ข้าได้หรือ? ทั้งๆ ที่เ้ารู้ว่าพลังของข้านั้นลึกล้ำเพียงใด”
เธอหรี่ตาลงพลางเตรียมพร้อม พลังที่เธอเก็บซ่อนมาตลอดเริ่มก่อตัวขึ้นภายใน ก่อเกิดแสงสว่างเล็กๆ รอบตัว “ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ข้าเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามความกลัวและจะไม่ยอมให้เ้าเข้ามาครอบงำชีวิตข้าอีกแล้ว!”
แสงสว่างในมือของเธอค่อยๆ เพิ่มขึ้น ชายหนุ่มถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยแววตาสงสัย แต่ก็ยังคงรอยยิ้มเย้ยหยัน “หึ! มาดูกันสิว่าเ้าจะกล้าเผชิญหน้าข้าได้มากแค่ไหน”
ทันใดนั้น ลมพายุโหมกระหน่ำรอบตัวพวกเขา ขณะที่เธอก้าวเข้าเผชิญหน้าอย่างไม่ลังเล ทั้งสองยืนประจันหน้ากันภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเหนือศีรษะ การต่อสู้ที่ทั้งรอคอยและหวาดหวั่นได้เริ่มต้นขึ้น เสียงพายุที่หมุนวนกลายเป็เสียงแห่งการเผชิญหน้าที่ไม่มีใครยอมใคร รอเพียงเวลาแห่งการตัดสิ
นว่าความลับในอดีตจะถูกเปิดเผย...หรือฝังกลบไปตลอดกาล