พิชิตภพสยบสวรรค์ ภาค1 ดินแดนแห่งท้องฟ้า

    ตอนที่ 15 ข้า...เข้าใจแล้ว

    เมื่อเจิ้นเทียนเข้าใจบางอย่าง พลันเขาก็รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ตั้งสมาธิกับรูปควันทันที จนตกอยู่ในภวังค์
    หวังอู่ซึ่งตอนนี้โดนแรงดูดที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ก็สีหน้าซีดเซียวกำลังจะหมดสติ  พลันหันไปมองที่เจิ้นเทียนแล้วก็ตกตะลึง“เป็นไปไม่ได้.....ข้าแข็งแกร่งกว่ามันตั้งหลายเท่า ทำไมมันยังทนอยู่ได้ มันต้องโกงแน่ๆ”“ไม่!!...ข้าต้องอดทนต่อไป ข้าจะแพ้มันไม่ได้” หวังอู่มีพลังใจที่เพิ่มขึ้นมาอีกจากการไม่ยอมแพ้ แรงดูด  จึงเริ่มดูดพลังใจเขาแทนเช่นกัน แต่จากนั้นไม่นาน เพียงหนึ่งก้านธูป แรงดูดก็เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเท่าตัว“ไม่!!.........” แรงดูดที่เพิ่มมา ทำให้เรี่ยวแรงของหวังอู่สลายอย่างรวดเร็ว จนหวังอู่ทนไม่ไหว  เผลอร้องตะโกนออกมา ร่างหายวับ ถูกเคลื่อนย้ายไปที่ปากถ้ำ ชั่วพริบตาในช่วงที่แรงดูดกำลังจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่านั้น เจิ้นเทียนก็ลืมตาแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า พลันดวงตาของเขาก็ส่องประกายแสงออกมาแรงดูดที่กำลังจะดูดเพิ่มอีกเท่าตัวนั้น พลันสลายจากร่างของเจิ้นเทียน จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นพลังสายหนึ่ง ค่อยๆไหลเข้าร่างกายของเจิ้นเทียนแทน
    เจิ้นเทียนมิได้รับรู้เรื่องของพลังที่กำลังวิ่งเข้าสู่ตัวของเขา ตอนนี้เขาตกตะลึงเมื่อพบความลับปริศนาของมรดกวรยุทธ์ชุดนี้“ที่แท้ท่านเทพได้บอกวิธีรับมรดกวรยุทธ์นี้ไว้แล้วตั้งแต่ต้น เพียงแต่..ไม่มีคนเข้าใจเท่านั้นเอง ”เจิ้นเทียนวิเคราะห์พลางดีใจ“ผู้ที่จะได้รับมัน จะต้องเป็นผู้ที่ไม่ยอมจำนนกับทุกสิ่ง จงจำให้ขึ้นใจ..... แท้จริงแล้วประโยคนี้คือคำใบ้” ดวงตาของเจิ้นเทียนส่องประกายมากขึ้น
    “รูปที่เห็นไม่ใช่ควัน แต่คือก้อนเมฆ” “จงจำให้ขึ้นใจ.... คำนี้หมายความว่า  อันดับแรกต้องสลักก้อนเมฆลงในจิตใจ ต้องจ้องที่รูปแล้วหลับตาทำสมาธิทำสลับไปมาเพื่อจดจำทั้งหมด แม้เส้นแต่ลายเส้นของรูปก้อนเมฆ”“ผู้ที่จะได้รับมัน จะต้องเป็นผู้ที่ไม่ยอมจำนนกับทุกสิ่ง......ไม่ยอมจำนนกับทุกสิ่งหมายถึงต้องไม่ก้มหัวให้ใครแม้แต่สวรรค์ นั่นคือต้องเงยหน้าสู้สวรรค์ ”“เมื่อเงยหน้าก็จะเจอมรดกวรยุทธ์  ที่ถ่ายทอดโดยก้อนเมฆนั่นเอง” พลันที่ความคิดของเจิ้นเทียนเข้าใจ นอกจากแรงดูดจะเปลี่ยนเป็นพลังมหาศาลเข้าสู่ร่างกายแล้ว ก้อนเมฆบนท้องฟ้ายังแปรเปลี่ยนเป็นท่าร่างมากมาย กลายเป็นข้อมูลแล้วไหลเข้าสู่จิตใต้สำนึกของเขาโดยตรง
    “เมฆาคำราม.....นั่นคือชื่อของมรดกวรยุทธ์ชุดนี้ ”เมื่อชื่อมรดกวรยุทธ์นี้ถูกเอ่ยออกมา พลันเสียงสั่นสะเทือนก็ดังทั่วถ้ำสถิตเทพ“ครืน!!!!!!.......” “เด็กน้อย....เจ้ามีวาสนากับมรดกของข้าจริงๆ หลายร้อยปีที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเข้าใจการถ่ายทอดของข้า เจ้าเป็นคนแรกในเผ่าฟ้าคำรามนี้” เสียงเก่าแก่โบราณของเทพประจำเผ่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง “วรยุทธ์ชุดนี้มีด้วยกันห้ากระบวนท่า เป็นเคล็ดวิชาลึกลับ มีทั้งเสริมร่างกาย ท่าร่างและฝ่ามือ ซึ่งท่าแรกที่ข้าจะถ่ายทอดให้มีชื่อว่า.... เมฆาแปรเปลี่ยน”“เมฆาแปรเปลี่ยน...เป็นเคล็ดวิชาที่จะเปลี่ยนร่างกายผู้ฝึกตามใจนึก เพิ่มพลังและความแข็งแกร่ง  ของร่างกาย เมื่อสำเร็จกระบวนท่าแรก เส้นปราณของเจ้าจะขยายและแข็งแรงนับสิบเท่า ร่างกายมีพลังดุจช้างสาร สามารถสั่งร่างกายได้ทุกส่วน แม้แต่เส้นเลือดและกระดูก”“หากเจ้าฝึกฝนจนสำเร็จ เมื่อเริ่มสร้างปราณเจ้าจะมีปราณมากกว่าคนปกติถึงสิบเท่า ทำให้ผู้ที่อยู่ระดับเดียวกันไม่ใช่คู่ต่อสู้ ”“เพียงเคล็ดวิชาแรกนี้ ต้องถ่ายทอดและเสริมพลังมหาศาลไปด้วย จึงสามารถถ่ายทอดได้เฉพาะที่ลานพิธีแห่งนี้” เมื่อสิ้นเสียงเทพประจำเผ่า พื้นดินก็สั่นสะเทือนอีกครั้งทันที ด้วยแรงสั่นไหวที่มากกว่าเดิม
    พลังงานมากมายวิ่งไหลบ่าราวพายุเข้าร่างของเจิ้นเทียนมากขึ้น ทำให้เจิ้นเทียนเจ็บปวดจนแทบสิ้นสติ  ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวตามการแปรเปลี่ยนของก้อนเมฆ ส่วนต่างๆของร่างกายถูกพลังทะลวงผ่านตามจุดชีพจร เสริมสร้างความแข็งแกร่งแม้เส้นเลือดเล็กๆจากนั้นจิตใต้สำนึกก็บอกให้เจิ้นเทียนค่อยๆบังคับอวัยวะในร่างกายทุกส่วน ไม่เว้นแม้แต่ เส้นปราณ เส้นเลือด หรือกระดูก“ข้าจะเริ่มสอนเจ้าถึงการปรับเปลี่ยนและบังคับส่วนต่างๆของร่างกาย หากเจ้าทนไม่ได้หรือสลบไป ถือว่าการสืบทอดนี้จะถูกยกเลิกทันที ” เมื่อสิ้นเสียงเทพประจำเผ่า ความเจ็บปวดมากมายก็พลันพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เจิ้นเทียนรีบกัดที่ปลายลิ้นของตัวเอง เพื่อประคองสติ แต่ความเจ็บปวดนั้นก็มากเกินไปจนต้องร้องด้วยเสียงอันดัง“อ๊ากกก!!.....”................................................... หลายวันผ่านไปจนกระทั่งถึงวันที่เจ็ด ที่บริเวณหน้าปากทางเข้าถ้ำเทพสถิต มีผู้คนมากมายยืนอยู่นำโดยผู้อาวุโสของเผ่า ข้างๆเข้ามีท่านปู่ของเจิ้นเทียนยืนอยู่ด้วยสีหน้าเป็นห่วง ถัดไปข้างๆเป็นอู๋ต้าและพ่อของเขาอู๋เหลียง“ท่านผู้อาวุโสวันนี้เจิ้นเทียนจะออกมาใช่หรือไม่ขอรับ” อู๋ต้าถามพร้อมโค้งมือคำนับ“ใช่แล้ว เมื่อคืนท่านเทพส่งเสียงผ่านเจตจำนงว่าวันนี้เจิ้นเทียนจะออกมา พร้อมกับให้ทางเผ่ามารอเพื่อรับแจ้งข่าวสารบางอย่างจากท่าน” ผู้อาวุโสตอบอู่ต้า พร้อมมองดูที่ปากถ้ำตลอดเวลา“เจิ้นเทียน...ปู่หวังว่าเจ้าจะปลอดภัย” ท่านปู่ของเจิ้นเทียนรำพันพร้อมสีหน้าเป็นกังวล
    พลันทุกเสียงพูดคุยก็เงียบสงัด เมื่อมีเสียงเก่าแก่โบราณดังขึ้น            “ชนเผ่าฟ้าคำรามทั้งหลาย........”.............................................................