Please say love ตอนที่ 1
#พิมมี่ของพี่แทน
[Tan’ s talk]
ตึ๊ง! ตึ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นจากที่ไหนสักที่ในห้องนอนดึงความสนใจของผมให้หันไปมอง
แสงไฟที่สว่างวาบขึ้นมาจากมือถือรุ่นยอดนิยมสีดำนั่นบอกว่าต้นตอของเสียงไม่ได้มาจากมือถือของผมแต่เป็ของอีกคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง
ผมเหลือบตามองเธอก่อนจะถือวิสาสะเดินไปหยิบเ้าเครื่องสีดำนั่นแล้วอ่านข้อความที่เด้งขึ้นมา
[แม่จ๋า]: อาทิตย์นี้กลับบ้านด้วยนะพิมมี่ลูกรัก
[แม่จ๋า]: ลูกสาวแม่ชักจะติดแฟนมากไปแล้วนะคะ
ผมอ่านจบก็พลิกหน้าจอคว่ำลงพร้อมกับกดปิดเสียงแจ้งเตือนผมเดินเข้าไปใกล้ร่างบางที่นอนอยู่แล้วหย่อนสะโพกนั่งลงบนเตียงอย่างแ่เบาเผื่อไม่ให้เป็การรบกวนเธอซึ่งมันไม่ค่อยได้ผลเพราะคนที่กำลังหลับสนิทขมวดปลายคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงการสั่นไหวของฟูกที่เธอนอนอยู่
และใช่...
เ้าของมือถือคนตัวเล็กบนเตียงของผมคือ ‘พิมมี่’รุ่นน้องในคณะคนนึงที่สนิทกันเพราะเพื่อนน้องเป็แฟนเพื่อนผม
ความสัมพันธ์ของเราควรจะหยุดแค่นั้นถ้ามันไม่มีบางอย่างเกิดขึ้นจนทำให้เราต้องมาอยู่ในสถานะ ‘friend with benefit’ แบบนี้
ถ้าถามว่าความหมายของสถานะนั้นคืออะไรน่ะหรอ
อืม...
แปลตรงตัวเลยมันก็คือ‘เพื่อนที่มีผลประโยชน์ต่อกัน’ หรือจะบอกว่าเป็คนที่คบกันเพื่อ ‘sex’ ก็คงพอได้มั้ง
พิมมี่จัดให้ผมอยู่ในสถานะที่บอกไปแต่เชื่อเถอะ เธอไม่รู้ตัวหรอกว่าเื่ของเรามันชักจะเกินกว่านั้นเข้าไปทุกที
พ่อแม่ของพิมมี่ไม่ซีเรียสเื่มีแฟนรวมถึงการย้ายมาอยู่กับแฟน น้องเลยมาค้างที่ห้องผมบ้างเป็ครั้งคราว
แต่อย่าลืมสิ...
‘ผมไม่ใช่แฟนน้องเราไม่ได้เป็แฟนกัน’
พิมมี่คิดแบบนั้น...
เอาล่ะไหนๆ ก็เล่ามาถึงตรงนี้ ผมก็จะเล่าย้อนไปหน่อยก็ได้
หกเดือนก่อนหน้านี้
วันเลี้ยงฉลองเรียนจบของผมกับเพื่อนๆวันที่ ‘แจ็ค’ เพื่อนของผม กับ ‘สายซอ’ เพื่อนของพิมมี่ ตกลงว่าจะหมั้นกัน
ด้วยโอกาสดีหลายๆอย่าง พวกผมเลยมีนัดไปฉลองที่ ‘Maxcimum’ ผับชื่อดังที่พ่อแจ็คกับพ่อสายซอเป็เ้าของ
แน่นอนว่างานนี้เหล้าไม่อั้นห้อง VVIP (very very important) เปิดพร้อมให้บริการผลของการสังสรรค์สุดเหวี่ยงคือทุกคนยกเว้นผมเมายับ เมาแบบกลับไม่ไหวต้องนอนที่ผับ
ที่ผมไม่เมาไม่ใช่ว่าคอแข็งหรอกนะแต่พึ่งออกจากโรงพยาบาลด้วยอาการอาหารเป็พิษเลยไม่อยากดื่มเยอะ เอาแค่พอเมากรึ่มๆมีสติขับรถไหว
นั่นเป็เหตุผลที่ผมต้องขับรถไปส่งพิมมี่ที่บ้านเพราะน้องสัญญากับแม่เอาไว้แต่สุดท้ายน้องก็ไม่ได้กลับบ้านเพราะวันรุ่งขึ้นพิมมี่ตื่นขึ้นมาบนเตียงของผมด้วยสภาพงัวเงีย....
แล้วเช้าวันนั้นเราก็ได้เสียกัน....
ทั้งผมและพิมมี่มีสติทุกอย่างแต่เราทั้งคู่ห้ามความปรารถนานั่นไม่ได้ก็คงจะเหมือนที่มีคนเคยบอกไว้ว่าผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันสองคนก็เหมือนน้ำมันกับไฟ
....เป็สองสิ่งที่พร้อมจะเพิ่มทวีการลุกไหม้ตลอดเวลา
และกว่าที่ไฟจากอารมณ์ในส่วนลึกจะมอดดับบอกได้เลยว่าพิมมี่หมดแรงจนคอพับแล้วหลับไปกับอกผม
เื่ราวเหมือนจะใหญ่โตแต่ก็ไม่ใช่ เพราะเมื่อพิมมี่ตื่นมาอีกรอบ น้องกับพูดออกมาแบบง่ายๆ ว่า...
‘พี่แทนคะบอกตรงๆ เลยว่าพิมติดใจ ถ้าเราคบกันด้วยความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไปพี่แทนจะโอเคไหมคะ’
แล้วคิดว่าคำตอบของผมจะเป็อะไรได้ล่ะนอกจากคำว่า ‘ตกลง’
เมื่อหกเดือนก่อนผมพอใจกับสิ่งที่พิมมี่หยิบยื่นมาแต่ความรู้สึกในวันนี้มันเปลี่ยนไป เสียงในใจะโดังก้องว่า‘ผมอยากได้มากกว่านี้’
ผมคิดกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้มลงไปกดจูบหนักแน่นลงที่หน้าผากมน
“ยอมรับเถอะพิมมี่ว่าเราเองก็ชอบพี่มากขึ้นเข้าไปทุกทีเหมือนกัน”
[Tan’ s talk :END]
...........................................................................