ฟิ้ว!
ชั่วขณะที่โจวหยวนพูดจบ ร่างของเขาก็พุ่งออกอย่างรวดเร็วคล้ายกับเสือชีต้าห์ เส้นแสงพลังหยวนพันรอบตัว ทำให้พละกำลังและความเร็วเพิ่มขึ้นฉับพลัน
พลังดุดันเหี้ยมโหด!
“รนหาที่ตาย!”
หลินเฟิงเห็นโจวหยวนเริ่มตอบโต้ แววตาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น ถึงอย่างไรเขาก็เป็คนที่เปิดลมปราณที่สี่ได้ การกระทำของโจวหยวนเช่นนี้ออกจะไม่เห็นความสำคัญของลมปราณเส้นที่สี่เกินไปหน่อยแล้ว
“ในเมื่อมั่นใจมาก ข้าก็จะทำลายความมั่นใจนี้ให้สิ้นซากต่อหน้าทุกคน”
หลินเฟิงกำหมัดช้าๆ แสงพลังหยวนปรากฏออกจากร่าง เสื้อผ้าพลิ้วไหว เืเนื้อในิัก็สั่นเทิ้ม พลังรุนแรงก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
พลังแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งแผ่ออกมาจากในร่างกายของหลินเฟิง พลังของลมปราณที่สี่ ขณะนี้แสดงออกมาจนหมดทุกเม็ดแล้ว
ผู้คนด้านล่างเวทีประลองก็รับรู้ได้ถึงพลังที่ออกมาจากร่างกายของหลินเฟิงเช่นกัน ใบหน้าต่างตกตะลึง แม้กระทั่งแววตาซูโย่วเวยก็จับจ้อง มือกำแน่น ใบหน้าปรากฏสีหน้ากังวล
ความแข็งแกร่งของหลินเฟิง ต่อให้อยู่ในผู้เปิดลมปราณเส้นที่สี่ก็นับว่าสุดยอด
โจวหยวนย่อมรู้ได้ถึงพลังรุนแรงนี้แต่ไม่คิดถอยหนี กลับตวัดฝ่าเท้าเปล่าที่มีอักขระหยวนส่องสว่าง
“อักขระตัวเบา!”
ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นฉับพลัน
“อักขระกายเหล็ก!” ที่สองแขนของเขา ิัทอแสงสีดำคล้ายกับเหล็กกล้า
“อักขระกระทิง!” โจวหยวนไหล่สั่นไหว มีเสียงกระทิงกู่ร้องดังคลุมเครือออกมาพร้อมพลังดุดัน
ใช้อักขระสามรูปแบบในเวลาเดียวกันจนพลังของโจวหยวนเพิ่มสูงขึ้น ท่าทางและพลังอันดุดันนี้ทำให้ทุกคนทราบว่าการตอบโต้ของโจวหยวนร้ายกาจขนาดไหน
สิ่งนี้ทำให้หนุ่มสาวจำนวนมากที่รับชมด้านล่างเวทีประลองต่างร้องใ
แต่บนหอสูง ฉีเยวี่ยกับหญิงสาวที่มีนามว่าหลิ่วซีเห็นภาพเช่นนี้ มุมปากก็โค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มหยัน
ฉีเยวี่ยประสานมือ จ้องมองพลังรุนแรงที่โจวหยวนตอบโต้ใส่หลินเฟิง แล้วส่งเสียงเยาะเย้ย “ดูท่าองค์ชายของเราจะยังไม่รู้ สิ่งที่หลินเฟิงชำนาญที่สุดไม่ใช่การโจมตี แต่เป็การป้องกัน...”
“ในระดับของลมปราณเส้นที่สี่ไม่มีใครทำลายแนวป้องกันของหลินเฟิงได้”
“ดังนั้น ยิ่งการโจมตีของเขารุนแรงเท่าไร ก็ยิ่งอับอายมากเท่านั้น ฮ่าๆ เฝ้ารอเวลานี้เสียจริง”
ภายใต้สายตาจับจ้องที่ตื่นตระหนกของผู้คน โจวหยวนก็เข้าประชิดหลินเฟิง มุมปากของหลินเฟิงในเวลานี้ค่อยๆ โค้งขึ้น ทันใดนั้นก็ก้าวเท้าออกไปครึ่งก้าวอย่างรุนแรง ร่างกายสั่นเทิ้ม
“ศาสตร์หยวนระดับกลาง กำแพงเหล็ก!”
เสียงแผดร้องดังออกจากปากของหลินเฟิงทันที แลเห็นกระแสพลังหยวนบนร่างกายร้องคำราม จนสุดท้ายกลายเป็ม่านแสงสีดำปรากฏตัวเบื้องหน้า
ม่านแสงแม้ดูบอบบาง แต่สีดำมืดกลับให้ความแข็งแกร่งทนทานยากจะทำลายได้
เห็นม่านแสงสีดำปรากฏขึ้นด้านหน้าร่างกายของหลินเฟิง ใบหน้าซูโย่วเวยที่อยู่ด้านล่างเวทีประลองพลันเปลี่ยนไป เพราะนางทราบว่ากำแพงเหล็กนี้ถือศาสตร์หยวนระดับกลางชั้นยอด มันไม่เพียงมีพลังป้องกันแข็งแกร่ง ยังสะท้อนการโจมตีกลับมาได้ส่วนหนึ่งด้วย
ดังนั้นหากทำลายลงภายในชั่วพริบตาไม่ได้ ยิ่งโจมตีรุนแรงเท่าใด ผู้โจมตีก็จะยิ่งได้รับแรงสะท้อนกลับรุนแรงมากเท่านั้น
หากคิดทำลายกำแพงเหล็กนี้ ถึงเป็ซูโย่วเวยเองก็ยังไม่มั่นใจ
“ให้เ้าพ่ายแพ้ต่อการโจมตีของตัวเอง องค์ชายโจวหยวน ความอับอายของเ้า จะแพร่กระจายไปทั่วจวนต้าโจว” หลินเฟิงจ้องมองโจวหยวนที่ประชิดเข้ามาใกล้ มุมปากก็ยกขึ้นด้วยรอยยิ้มดูแคลน
ท่ามกลางสายตาของผู้คน แววตาของโจวหยวนก็เห็นม่านสีดำปรากฏขึ้นด้านหน้าหลินเฟิงเช่นกัน พลังที่พลุ่งพล่านสายนั้นทำให้เขาขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ที่แท้ก็ใช้กระดองเต่า...”
โจวหยวนแสยะยิ้มด้วยแววตาน่าเกรงขาม “ในเมื่อเ้ามั่นใจในกระดองเต่านี้มาก งั้นข้าก็จะทำลายให้เ้าดู!”
ร่างของเขาพุ่งออกไปด้านหน้าหลินเฟิง ชั่วนาทีนั้นเขาพลันสูดลมหายใจเข้าแรง ทุกคนเห็นว่าที่ลำคอของเขามีแสงอักขระปรากฏออกมา
“ยังมีอักขระหยวนอีกหรือ?!” หลินเฟิงเห็นเช่นนี้ รูม่านตาจึงหดลงทันที
โฮก!
ในขณะที่ใจของเขาสั่นระรัว ปากของโจวหยวนก็อ้ากว้างออกอย่างรวดเร็ว เสียงพยัคฆ์คำรามดังแสบแก้วหูกลายเป็คลื่นเสียงกระจายออกอย่างรุนแรง
“อักขระหยวนระดับหนึ่ง อักขระพยัคฆ์คำราม!”
เสียงพยัคฆ์คำรามดังขึ้น ผู้คนรอบข้างลานประลองต่างรีบป้องหูทันที รับรู้ได้ว่าเืลมในร่างกายต่างสั่นะเืก็ล้วนมีสีหน้าถอดสี อานุภาพของอักขระหยวนนี้ย่อมไม่ใช่อักขระหยวนเบื้องต้น
คนรอบข้างต่างได้รับการโจมตี หลินเฟิงที่อยู่เบื้องหน้าย่อมได้รับแรงปะทะเข้าอย่างจัง เสียงพยัคฆ์คำรามสั่นะเืจนสมองอื้ออึง ม่านแสงสีดำที่ปรากฏด้านหน้าก็สั่นสะท้านรุนแรง ระลอกคลื่นที่เปล่งออกมาก็ดูเหมือนจะช้าลง
ในชั่วขณะนั้นโจวหยวนก็เข้าประชิดตัวหลินเฟิง นิ้วทั้งห้ากำแน่น จากนั้นสะบัดออกไปด้วยท่วงท่าหนักอึ้ง อากาศทั้งหมดราวกับะเิออกภายใต้กำปั้นนั้น
“ัหัตถ์ศิลา พังภูผา!”
พลังหยวนพันรอบหมัดกระแทกไปที่ม่านแสงสีดำ
ตึง!
ม่านแสงสั่นสะท้าน ระลอกคลื่นกระจายออกอย่างคลุ้มคลั่ง ในยามนี้เอง หลินเฟิงผู้ในที่สุดก็ดึงสติกลับมาจากคลื่นสียงพยัคฆ์คำรามได้ก็มีสีหน้าตกตะลึงทันที เพราะเขารับรู้ได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจู่โจมเข้ามา
ที่มาของพลังนี้ย่อมมาจากหมัดของโจวหยวน
“พลังของเขา ทำไมถึงน่ากลัวเช่นนี้?!” หลินเฟิงใจสั่นระริก แววตาปรากฏความประหลาดใจ “แตกไปซะ!”
เสียงแผดร้องหยาบกร้าวของโจวหยวนก็ดังขึ้นในจังหวะนี้เช่นกัน
เพล้ง!
เพียงพริบตาที่สิ้นเสียงของเขา ทุกคนต่างมองด้วยความตกตะลึง ม่านแสงสีดำด้านหน้าร่างหลินเฟิงผืนนั้นมีเสียงแตกดังขึ้น
“ข้ายอม...” ความหวาดกลัวผุดขึ้นบนใบหน้าหลินเฟิง เขารีบส่งเสียงร้องออกมา
แต่ทว่าโจวหยวนไม่รอให้สิ้นเสียงของเขา หมัดที่แฝงด้วยพลังทั้งหมดก็กระแทกลงหน้าอกของหลินเฟิงอย่างรุนแรง
พรวด!
เืสดๆ พุ่งออกจากปาก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงเ่าั้ ร่างของหลินเฟิงกระเด็นลอยออกไปข้ามลานประลองที่อยู่อีกฝั่งกลางอากาศ สุดท้ายก็กระแทกลงกับพื้น ร่องรอยลากยาวไปตามพื้นจนสลบไป
ถัดจากที่หลินเฟิงหล่นจากพื้น ทั่วทั้งลานประลองก็เงียบสงัด ทุกคนจ้องมองด้วยอาการอ้าปากตาค้าง กระทั่งซูโย่วเวยก็เอามือกุมปากดวงตาเบิกกว้าง
“ทำไมถึงเป็เช่นนี้...”
ทุกคนต่างพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าไม่อยากจะเชื่อ ก่อนหน้านี้พวกเขายังตกตะลึงกับการป้องกันที่แข็งแกร่งของหลินเฟิงกันอยู่เลย แต่เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวกำแพงเหล็กที่ทำลายไม่ได้ก็ถูกหมัดของโจวหยวนชกจนแตกละเอียด...
รุนแรงขนาดนี้เชียวหรือ?
นี่คือสิ่งที่คนเปิดลมปราณสองเส้นทำได้หรือ?
“ดี!”
บนแท่นรับชม ฉู่เทียนหยางแผดร้องพลางลุกพรวดขึ้น แววตาเปล่งประกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พลังหมัดก่อนหน้านี้ของโจวหยวนย่อมไม่ใช่คนที่เปิดลมปราณได้สองเส้นจะทำได้
ดูท่าองค์ชายของพวกเขาจะหลับใหลมานานหลายปี ในที่สุดก็เริ่มผงาดขึ้น สำหรับต้าโจวของพวกเขานับเป็ข่าวดีอย่างยิ่ง
ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง ใบหน้าของสวีหงกระตุกเล็กน้อย จ้องมองร่างของโจวหยวนด้วยแววตาเคลือบแคลง
บนหอสูง รอยยิ้มบนใบหน้าของฉีเยวี่ยและหลิ่วซีเจื่อนลง
แคร๊ก
ฝ่ามือฉีเยวี่ยออกแรงจนราวกั้นด้านหน้าแตกหักเป็ชิ้นๆ ใบหน้าหล่อเหลาเวลานี้โกรธขึ้งจนหน้าเขียว
“ทำไมมันถึงทำลายกำแพงเหล็กของหลินเฟิงได้?!” หลิ่วซีใบหน้าขาวซีด กัดฟันแน่นแล้วพูดขึ้น
กำแพงเหล็กของหลินเฟิงผู้เปิดลมปราณเส้นที่สี่น้อยคนนักที่จะทำลายได้ แต่ตอนนี้กลับถูกโจวหยวนที่เปิดได้สองเส้นบดละเอียด จะไม่ให้ใได้อย่างไร
นี่ยังเป็องค์ชายไม่เอาไหนที่พวกเขารู้จักอยู่หรือไม่?
ฉีเยวี่ยจ้องมองตาเขม็งไปที่ร่างเด็กหนุ่มบนลานประลองที่อยู่ไม่ไกล รังสีอำมหิตแผ่กระจาย ในอดีตมักมองว่าโจวหยวนเป็เื่ตลก แต่ขณะนี้เขากลับรู้สึกถึงแรงข่มขวัญได้อย่างแท้จริง
ฉีเยวี่ยกำหมัดแน่น เสียงกระดูกดังลั่น หนังตากระตุกขึ้น พูดเสียงแหบแห้งว่า “ัไร้ค่าของตระกูลโจว ฟื้นคืนชีพแล้วจริงหรือ?”