ตอนที่ 17 รัก (ไม่) แรกพบ
เพราะคำทักทายของเสิ่นจ้านตงทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนไม่กระอักกระอ่วนเหมือนก่อนหน้านี้ร่างกายของเสิ่นจ้านตงผ่อนคลายขึ้น พูดพร้อมกับยิ้มออกมา “พี่ได้ยินมาว่า เธอทุบหัวเพื่อนด้วยอิฐหรือ”
โจวซ่านซ่านเม้มริมฝีปากพลางยิ้ม แก้มแดงระเรื่อ “เื่น่าอายอย่างนี้พี่ก็รู้ด้วยหรือ”
เสิ่นจ้านตงเห็นรอยยิ้มของโจวซ่านซ่าน หน้าตางดงามราวกับภาพวาดมีแสงระยิบระยับอยู่ในรอยยิ้ม เขาเคลิ้มไปเล็กน้อย ไม่รู้ทำไม ทว่าในใจก็รู้สึกเต็มอิ่มขึ้นมาทันที
“หลังจากนี้ หากมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ต้องลงมือเองนะ ให้พี่เป็คนลงมือแทน เข้าใจไหม”เสิ่นจ้านตงพูดออกมาโดยไม่มีรอยยิ้ม เขาทำท่าทางจริงจัง เหมือนกับเป็คำสัญญา
โจวซ่านซ่านจ้องไปที่คิ้วอันใสซื่อของเสิ่นจ้านตง และเธอก็นึกถึงเสิ่นจ้านตงในชาติที่แล้วในเวลานั้นเธอเศร้ามาก เสิ่นจ้านตงพยายามมากกว่าหนึ่งครั้งที่จะรับความลำบากแทนเธอแต่เธอกลับปฏิเสธ
ณ เวลานี้ เหมือนว่าทุกอย่างจะย้อนกลับมาอีกครั้ง!
“ค่ะ ต่อไปหากมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีกฉันจะไม่ทำอะไร แน่นอนว่าเื่ทะเลาะวิวาท พวกผู้ชายเป็คนลงมือคงจะดีกว่า”โจวซ่านซ่านยิ้มอ่อนๆ เอียงศีรษะ และพูดออกมาอย่างซุกซน
เสิ่นจ้านตงพอใจกับความน่ารักของโจวซ่านซ่าน เขาขานรับ ‘อืม’ ออกมาหนึ่งคำ “มีพี่อยู่ พี่จะไม่ทำให้เธอลำบากแน่นอน”
โจวซ่านซ่านเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆ เธอก็เรียกเขาอย่างกะทันหัน“พี่ตง...”
เสิ่นจ้านตงมองไปที่โจวซ่านซ่านด้วยสายตาอ่อนโยนเงียบๆรอเธอพูดต่อ ทั้งสองคนมองตากัน ราวกับทั้งสองได้มองลึกเข้าไปในใจของกันและกัน
“พี่ตงพี่มีแฟนหรือยัง หรือว่า มีผู้หญิงที่ชอบไหม”
ได้ยินโจวซ่านซ่านถามคำถามแบบนี้ เสิ่นจ้านตงก็ใเล็กน้อยยังไม่ตอบคำถามใด คำถามก่อนหน้านั้นเขาไม่ติดใจสงสัยอะไร ทว่าคำถามข้อหลังเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องตอบออกไปอย่างไร
เขาลืมไปแล้วว่าั้แ่เมื่อไร ที่โจวซ่านซ่านเข้ามามีส่วนในชีวิตของเขาตลอดเวลาตอนเด็กๆ พ่อเขามักยกโจวซ่านซ่านมาพูดตลอดว่าเป็ ‘ภรรยาตัวน้อยของลูก’
เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่เขาเพิ่งขึ้นมัธยมต้น เขาปฏิเสธคำพูดนั้นของพ่อและยังไม่ยอมที่จะพบหน้าโจวซ่านซ่านด้วย ไม่ได้เกลียดเธอ ทว่าก็ไม่ยอมรับ
ต่อมาเขาค่อยๆ โตขึ้น เขาถึงพบว่า สายตาของเขาไม่สามารถมองผู้หญิงคนอื่นได้เลยตลอด่ชีวิตวัยรุ่นของเขา โจวซ่านซ่านเป็คนที่อยู่ในใจเขามาตลอด ไม่ว่าเขาจะ้าหรือไม่้า
หากพูดถึงเมื่อก่อนเขายังมีสับสนบ้าง ไม่ชัดเจนบ้าง ทว่าเมื่อเขาเข้าบ้านหลังนี้มาอ้อมกอดที่อ่อนโยนของโจวซ่านซ่าน และดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา ก็ทำให้กำแพงภายในใจของเขาพังครืนลงเขาตกหลุมรักน้ำตาและอ้อมกอดของเธอทันที
“ซ่านซ่านพี่ไม่มีแฟน สำหรับเื่ที่มีผู้หญิงที่ชอบไหมนั้น ไว้วันหน้าพี่ค่อยบอกเธอได้ไหม”
เสิ่นจ้านตงมองเข้าไปในดวงตาของโจวซ่านซ่าน พูดอย่างอ่อนโยนสายตาของเขาตรงไปตรงมา ไม่มีความลังเลใดๆ
โจวซ่านซ่านยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะพยักหน้า เธอพูดเบาๆ “อืมฉันอายุ 18 แล้ว ไม่มีแฟนเหมือนกัน เื่ผู้ชายที่ฉันชอบคือใครนั้นวันหน้าฉันก็จะบอกพี่ด้วย”
พวกเขาหัวเราะกันเงียบๆ ไม่มีคำพูดใดๆ อีก
โจวเทารุ่ยนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อหั่นปลาตาก็จ้องไปที่สองคนที่อยู่ห้องนั่งเล่น เขาไม่ชอบใจเลย ราวกับปลาในมือเป็เครื่องระบายความโกรธเขาสับปลาเป็ชิ้นๆ อย่างใส่อารมณ์
“เหยียนฮุ่ยฉันว่าซ่านซ่านกับตงจื่อเด็กสองคนนี้ดูเหมาะกันดีนะ! ครอบครัวพวกเราก็รู้จักกันมานานวันหลังถ้าเด็กสองคนคบกันจะดีแค่ไหนเชียว”
หลัวซูเสียนหั่นผักไปพลาง ปากก็พูดพร้อมรอยยิ้มไปพลาง
เหยียนฮุ่ยที่กำลังหั่นผักหันหน้าออกไปมองสถานการณ์ในห้องนั่งเล่น ก็นึกถึงวันที่โจวซ่านซ่านฝันวันนั้น ที่ร้องเรียกแต่ชื่อเสิ่นจ้านตงดูเหมือนว่าเธอจะมีความคิดบางอย่างในใจของเธอ
“ใช่ฉันก็คิดไว้อย่างนั้น ตงจื่อมั่นคงมาตลอด ต่อไปคบกับซ่านซ่านไม่มีทางขาดเหลือแน่อีกอย่างทั้งเธอและเหล่าเสิ่นพวกเราก็รู้จักกันดี พวกเธอดีกับซ่านซ่านอย่างไร ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว!”
ได้ยินเหยียนฮุ่ยพูดอย่างนี้ หลัวซูเสียนก็ดีใจเธอนำผักที่เตรียมลงในน้ำ ล้างผักพลางพูด “พูดตามความจริงไม่ปิดบังเลยนะ ฉันกับเหล่าเสิ่นถูกใจซ่านซ่านอยู่แล้ว!เธอวางใจได้ ถ้าอนาคตเสิ่นจ้านตงทำตัวไม่ดีกับซ่านซ่าน เขาก็ผ่านด่านของพวกเราไปไม่ได้!”
เหยียนฮุ่ยหัวเราะ ขณะกำลังจะพูดต่อ ก็หันมาเห็นโจวเทารุ่ยที่หั่นปลามาไม่สวยงามเธอรุดมาข้างหน้าก่อนจะยึดมีดมา และดุใส่ “โจวเทารุ่ย ทำดีๆ เป็ไหม”
โจวเทารุ่ยรู้สึกราวกับถูกแมวตะปบ เขาฮึดฮัดก่อนจะใช้เท้าเตะเก้าอี้เดินออกจากห้องครัวโดยไม่หันกลับมาอีก ตรงไปยังห้องหนังสือและดูโจวหรูไห่เล่นหมากรุกแทน
กระทั่งอาหารกลางวันเตรียมพร้อมเต็มโต๊ะอาหาร
เหยียนฮุ่ยมีฝีมือทำอาหาร เธอทำอาหารร้อนสี่อย่างอาหารเย็นสี่อย่าง เธอปรุงอาหารอย่างประณีตที่สุด และยังเป็อาหารที่โจวซ่านซ่านชอบทานด้วย
ในขณะที่จัดวางอาหารบนโต๊ะ เหยียนฮุ่ยก็ะโเรียก“เหล่าโจวกับเหล่าเสิ่นออกมากินข้าวได้แล้ว!”
สักครู่ก็เห็นเสิ่นจ่างหลินหน้าเขียวออกมาจากห้องหนังสือหยิบชาบนโต๊ะมาดื่มไปครึ่งถ้วย ก่อนจะะโออกมา “เหล่าโจว นี่นายแก้เผ็ดฉันสินะ!”
โจวหรูไห่เดินออกมาอย่างภาคภูมิใจ นั่งลงก่อนกอดอกและพูดขึ้น“ฝีมือแย่เอง ยังจะโทษคนอื่นอีกหรือ เป็ไงล่ะ สามเกมก็ทำให้นายแพ้ได้!”
เสิ่นจ่างหลินโมโหจนพูดไม่ออก หลัวซูเสียนกลับอดหัวเราะออกมาไม่ได้“ฉันบอกคุณแล้ว ทีนี้คุณยังคิดว่าคุณฝีมือดีอีกหรือ วันนี้เห็นแล้วหรือยัง เวลาที่คนอื่นเล่นหมากรุกกับคุณน่ะพวกเขาตั้งใจแพ้ให้คุณ เพราะพวกเขาเกรงใจยศของคุณ!”
เสิ่นจ่างหลินโต้ตอบอย่างพยายามเข้าข้างตนเอง “แต่ว่าเมื่อก่อนตอนที่เดินหมากกับเหล่าโจวพวกเราก็คะแนนเสมอกันนะ!”
หลัวซูเสียนหัวเราะ “เมื่อก่อนเหล่าโจวกลัวว่าคุณจะแพ้ตลอดเลยยอมให้บ้างทว่าวันนี้เขาโมโหมาก คุณน่ะ สมควรโดนแล้ว!”
เสิ่นจ่างหลินได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ดีขึ้นทันทีเขามองไปที่โจวซ่านซ่านและเสิ่นจ้านตง สุดท้ายก็หันไปมองโจวหรูไห่
“ต่อไปภายหน้าพวกเราก็เป็ครอบครัวเดียวกันจะไว้หน้าหรือไม่ไว้หน้ากันก็ไม่สำคัญแล้ว! เหล่าโจว ปีหน้าเดี๋ยวซ่านซ่านก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วหลังจากสอบเข้าได้ พวกเรามาพูดเื่ของเด็กสองคนนี้กันเถอะ”
ใบหน้าที่พึงพอใจของโจวหรูไห่เมื่อครู่ก็เปลี่ยนไปอีกครั้งเขาเชิดหน้าพูดขึ้น “อย่าแม้แต่จะคิดเชียวตอนนี้พูดเื่แต่งงานมีลูกมันเร็วเกินไป! ยังไงก็ต้องรอให้ซ่านซ่านเรียนจบมหาวิทยาลัยก่อนค่อยว่ากัน!”
เสิ่นจ่างหลินไม่ยอมแพ้ ยังพูดอีกว่า“ปีหน้าหลังจากซ่านซ่านสอบเข้าได้ พวกเราให้เด็กๆ หมั้นกันก่อนรอให้ซ่านซ่านเรียนจบค่อยแต่งงาน อย่างนี้ก็ถือว่าไม่ผิดกฎ ซ่านซ่าน ตงจื่อ พวกลูกคิดเห็นว่ายังไงกัน”
เสิ่นจ้านตงกำลังช่วยเหยียนฮุ่ยจัดจาน ได้ยินคำพูดของเสิ่นจ่างหลินสายตาของเขาก็หันไปมองโจวซ่านซ่าน หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็หัวเราะออกมา“ต้องขึ้นอยู่กับซ่านซ่านแล้วละ”
โจวซ่านซ่านหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ใบหูก็กลายเป็สีชมพูหลังจากที่เธอกับเสิ่นจ้านตงมองตากันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นมามองไปที่ทุกคน
“พ่อคะหนูคิดว่าความคิดของลุงเสิ่นเมื่อครู่ ก็ไม่เลวนะคะ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a