เช้าวันต่อมา...
พีท สะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านม่านหน้าต่างของห้องนอนอันกว้างขวางของเขา เขายังคงรู้สึกถึงความอ่อนล้าเล็กน้อยจากค่ำคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะร่างกาย แต่เป็เพราะจิตใจที่ไม่ได้หยุดคิดถึงเธอเลย
หลังจากนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ลุกขึ้นนั่ง ใช้มือเสยผมอย่างลวก ๆ ใบหน้าหล่อเหลามีคราบของความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้หน้าคมของเขาลดความน่ามองลงไปได้เลย
เขาเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างความคิดฟุ้งซ่านให้หมดไป แม้จะรู้ดีว่าความคิดถึงนั้นไม่มีทางจางหายง่าย ๆ ก็ตาม
เมื่อจัดเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว เขาสวมเสื้อยืดสีขาวด้านในพร้อมใส่เสื้อช็อปวิศวะทับเข้าไป และกางเกงยีนส์ตัวขาดเข่าตัวเก่งของเขา ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้แล้วก้าวออกจากห้องนอนของตัวเอง ลงบันไดไปยังโรงจอดรถ ที่ซึ่งมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเขาจอดรออยู่
เครื่องยนต์คำรามขึ้นเมื่อ พีท สวมหมวกกันน็อกและเร่งเครื่องเพี่อขับออกจากคฤหาสน์ของครอบครัว
ลุงมิ่ง รีบวิ่งมาเปิดประตูรั้วใหญ่ให้ทันที เพราะรู้ว่าชายหนุ่มกำลังจะออกไปยังมหาวิทยาลัย
เขามุ่งตรงไปยังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ถนนยามเช้าเต็มไปด้วยรถราที่เคลื่อนตัวไปมา แต่เขาก็ชินกับเส้นทางนี้เป็อย่างดี
เมื่อมาถึงคณะ เขาจอดรถในลานจอดรถของมหาวิทยาลัยก่อนจะเดินไปยังตึกเรียน เสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษาดังขึ้นรอบตัว กลุ่มเพื่อน ๆ ที่อยู่บริเวณทางเดินบางคนหันมามองเขา
พีท ไม่ได้สนใจมากนัก เขาก้าวเดินขึ้นบันไดไปยังห้องเรียนที่เต็มไปด้วยหนุ่ม ๆ วิศวะ ที่กำลังจับจองที่นั่งกันอย่างคึกคัก บรรยากาศของชั้นเรียนเต็มไปด้วยพลังงานของกลุ่มนักศึกษาชายที่พูดคุยกันเสียงดัง พูดถึงเื่กีฬา เื่โปรเจค และที่ขาดไม่ได้เลยคือเื่สาว ๆ
เมื่อ พีท เดินเข้ามาในห้อง เสียงพูดคุยค่อย ๆ ลดลงเล็กน้อย สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขา
พีท เป็คนที่ไม่ค่อยเปิดเผยเื่ส่วนตัวมากนัก ทำให้เพื่อน ๆ ยิ่งอยากรู้เื่ราวของเขามากขึ้น โดยเฉพาะข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วว่าชายหนุ่มผู้เงียบขรึมกำลังคบหากับสาวแว่นหน้าตาจิ้มลิ้มจากคณะวิทยาศาสตร์
“เฮ้ พีท! ไง”
เสียงของ กวิน ดังขึ้นจากด้านข้าง เขาก้าวเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่บ่งบอกได้ชัดว่ามีเื่จะแซว
“เมื่อคืนวานสนุกสุดเหวี่ยงเลยไหมล่ะ?” กวิน ถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขี้เล่น “ไม่ต้องขอบใจฉันก็ได้นะ สาวแว่นคนนั้นคงทำให้นายขึ้น์ทั้งคืนใช่ไหม?”
สายตาเ็าของเขาจ้องมอง กวิน นิ่ง ๆ ความโกรธแผ่ซ่านออกมาจากแววตาของเขา แม้จะพยายามควบคุมอารมณ์ แต่เขาก็ไม่สามารถเมินเฉยต่อคำพูดนั้นได้
เขาก้าวเข้าไปใกล้กวินจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ทำไมต้องใส่ยาปลุกอารมณ์ให้อันนากิน รู้ไหมมันอันตรายแค่ไหน และแกไม่ควรไปทำอย่างนี้กับใครอีกนะกวิน?”
กวิน กระพริบตา ทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว “โอ้โห นายรู้ได้ไงเนี่ย?”
พีท พูดเสียงต่ำ “ฉันไม่ชอบ แล้วก็ไม่โอเคนะ ที่แกทำแบบนี้”
กวิน หัวเราะแห้ง ๆ ยกมือขึ้นเป็เชิงยอมแพ้ “โอเค ๆ ฉันแค่คิดว่าแกกับเธอ... เอ่อ จะได้สนุกกันไง…ฉันเลยอยากช่วยให้มันเร่าร้อนยิ่งขึ้น”
พีท กำหมัดแน่น แต่ก็สูดหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์ ไม่อยากให้เื่บานปลายในห้องเรียน และกวินเองก็เป็เพื่อนกับเขามาั้แ่เด็กๆ เขาไม่อยากให้ครอบครัวของเขากับกวินต้องมีเื่ที่ไม่สบายใจต่อกัน และจะลามไปถึงพ่อของเขาและพ่อของกวิน ด้วยที่ยังต้องทำธุรกิจร่วมกัน
ดวงตาของเขาจ้องกวินแน่วแน่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ
“ถ้าแกยังอยากเป็เพื่อนกันอยู่ ต่อไปอย่าทำอะไรแบบนี้อีก”
“เออ ๆ ฉันเข้าใจแล้ว รู้แล้วละว่าแกไม่ชอบแบบนี้” กวินตอบรับไป แต่ในใจกลับไม่คิดเช่นนั้น เขาคงต้องทำอะไรสักอย่างให้ เ้าพีท มันไม่สมหวัง เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่ได้ยินดีเลยที่เห็นพีทมีความสุขมากกว่าตัวเอง
และแม้ กวิน จะตอบรับ แต่ พีท ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ หัวใจของเขายังคงเต้นแรง อารมณ์ขุ่นมัวไม่จางหายง่าย ๆ เขาไม่แน่ใจว่ากวินเข้าใจจริง ๆ หรือแค่พูดไปอย่างนั้น สายตาของอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกผิดจริงจังนัก
พีท ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปทางหน้าต่าง มองออกไปข้างนอกเพื่อพยายามสงบจิตใจ แต่ในใจยังหนักอึ้ง ความไม่แน่ใจแผ่ซ่านไปทั่ว เขาอยากเชื่อว่ากวินจะไม่ทำอีก...แต่ก็อดกังวลไม่ได้
เมื่ออาจารย์สอนจบลงไป กวิน ก็เดินมาหา พีท เขาพยายามทำตัวให้เป็ปกติ ยิ้มบาง ๆ ราวกับเื่เมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เฮ้ พีท เลิกเรียนแล้ว ไปหาอะไรกินกันไหม…น่าเพื่อน ถือว่าเลี้ยงขอโทษแกละกันว่ะ…?" กวิน เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
พีท เหลือบตามองเพื่อนของเขา แววตายังมีความลังเลหลงเหลืออยู่ แม้ว่าเขาจะพยายามสงบสติอารมณ์แล้ว แต่ในใจก็ยังไม่ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
"แกนี่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ กวิน" พีท พูดเสียงเรียบ
กวิน หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเกาหลังคออย่างเก้อ ๆ "ก็...ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่ทำอะไร….กับสาวคนโปรดของแกอีกไง"
พีท ยังคงจ้องอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ "เออ ไปก็ไป…แต่ฉันต้องขอตัวกลับเร็วนะ มีธุระ" เพราะ่นี้ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ นานแล้ว
แม้จะตอบตกลง แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะกลับมาเป็เหมือนเดิมได้จริง ๆ หรือเปล่า...
"ธุระบ่อยเหลือเกินนะ…ฉันละอิจฉาแกจริงๆ เล้ย" กวินยิ้มอย่างเ้าเลห์
ณ ขณะเดียวกัน ทางด้านอันนา…
วันนี้ อันนา เดินเข้ามาในเพื่อเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ตามปกติ แต่ในใจของเธอกลับไม่ได้อยู่ที่การเรียนเลย ความสับสนในใจทำให้เธอไม่มีสมาธิ
ตอนกลางวัน เธอนั่งลงที่โต๊ะในโรงอาหาร ก้มหน้ามองสมุดโน้ตของตัวเองแต่กลับไม่สามารถจดจ่อกับเนื้อหาใด ๆ ได้
ไม่นานนัก โชติ ก็เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ "เป็อะไรหรือเปล่าอันนา? ดูเหม่อ ๆ นะวันนี้"
อันนา เงยหน้าขึ้นมอง โชติ ดวงตาของเธอมีแววกังวลชัดเจน "โชติ...เรามีเื่อยากปรึกษาโชติหน่อย"
"ได้สิ เื่อะไรล่ะ?" โชติ ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เกี่ยวกับพีท..." อันนา พูดออกมาเบา ๆ เหมือนกลัวว่าใครจะได้ยิน "เวลาโชติมีแฟนมีความรัก เวลาพี่หมอธีร์เค้าไม่อยู่หรือไม่มาหา โชติจะคิดถึงพี่หมอมากใช่ไหม นั่นคือ ความรัก ที่โชติมีต่อพี่หมอใช่ไหม?"
โชติ ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบ
"โชติ คิดถึงพี่หมออยู่แล้วสิ เพราะเราไม่คิดถึงใครง่ายๆ หรอก ถ้าคนนั้นไม่ได้มีผลต่อหัวใจของเรา"
โชติ มองตาอันนา แล้วยิ้มบางๆ ก่อนพูดต่อ "สรุปแบบง่ายๆ นะอันนา"
"ข้อ 1 ✅ ชอบ → "เธอดูดีนะ ฉันอยากอยู่ใกล้ๆ"
"ข้อ 2❤️ รัก → "เธอไม่สมบูรณ์แบบ แต่ฉันก็ยังอยากอยู่กับเธอ ไม่ว่าวันไหนก็ตาม"
บางครั้ง "ความชอบ" อาจพัฒนาเป็ "ความรัก" ได้ แต่บางครั้งมันก็เป็แค่ความรู้สึกชั่วคราวที่มาแล้วก็ไป"
"อันนา ลองเปรียบเทียบดูว่า ตอนนี้เธอรู้สึกแบบไหนมากกว่ากันระหว่างข้อ 1 หรือ 2 "
หญิงสาว หน้าแดง ถ้า ณ ตอนนี้ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าหัวใจของเธอจะเลือกข้อ 2 แม้พีทจะเป็เดือนมหาวิทยาลัย ที่มีหน้าตาหล่อเหลา หญิงสาวมากมายต่างหมายปองให้ได้ใกล้ชิดเขา แต่เขาเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบในมุมมองของเธอ มีความกวนใจ แบบสุดๆ กับเธอ แต่เธอก็รู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้เขา
และตอนนี้คือเธอกำลังหลงรัก เดือนมหาวิทยาลัย ที่แทบจะไม่มีทางเป็ไปได้เลย สำหรับเธอ และแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะมาสนใจเธอ!!!!!
"ถ้าเธอเล่าให้ใครฟัง ใครเขาจะไม่เชื่อ…สาวแว่นหน้าตาซื่อๆ จะไปหลงรัก เดือนมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มที่สุดเพอเฟกต์ หล่อหน้าตาดี รูปร่างสูงใหญ่ แถมเธอยังโดนเขาแอบจูบ และโดนเขาััตัวอีกตั้งหลายครั้ง ใครเขาจะเชื่อเธออันนา?" หญิงสาวคิดอยู่ในใจ
โชติ พอมองออกว่า ตอนนี้ อันนา กำลังคิดถึงใคร และกำลังจะพูดอะไร เขาจึงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"อันนา... บางครั้งเราก็ควรให้โอกาสตัวเองได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่นะ"
เธอ ชะงักไปเล็กน้อย มองสบตาเขาด้วยความลังเล โชติยังคงพูดต่อ
"ถ้ามีใครสักคนก้าวเข้ามาในชีวิต นั่นอาจไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่อาจเป็พรมลิขิตที่ทำให้เราได้เจอกันและเรียนรู้กัน"
หญิงสาว ก้มหน้าลงเล็กน้อย พลางครุ่นคิดถึงคำพูดของเขา
อันนา เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งใจ
"แต่..." อันนา เอ่ยเสียงเบา "เรายังไม่แน่ใจ..."
โชติ ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"มันไม่จำเป็ต้องแน่ใจั้แ่แรกหรอกนะ บางครั้ง เราแค่ต้องเปิดใจ แล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามทางของมัน แม้มันจะสมหวังหรือผิดหวัง อย่างน้อยเราก็ได้ลองนะ"
อันนา เงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของโชติเต็มไปด้วยความเข้าใจ มีเพียงความหวังดีที่ส่งผ่านมาถึงเธอ
"ลองให้โอกาสตัวเองได้พบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในชีวิต เพื่อเติมเต็มหัวใจและค้นหาสิ่งที่อาจมีความหมายมากกว่าที่เคยคิดไว้..." โชติ พูดทุกอย่างออกมาจากใจที่หวังดีต่อเพื่อนสาวของเขา
"ว่าแต่...วันนี้ไม่มีนัดทำโครงการวิจัยกับสุดหล่อหรือไง?" โชติเอ่ยถาม พลางเหลือบมองอันนาด้วยสายตากึ่งหยอกล้อ
อันนา ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
"วันนี้ไม่มีนัด…โครงการวิจัยใกล้เสร็จแล้วล่ะ... อีกไม่นานคงไม่ค่อยได้เจอเขาแล้วละ"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา ดวงตาเหม่อมองออกไปไกล คำพูดนั้นดูเหมือนจะเป็เื่ธรรมดา แต่ลึก ๆ แล้ว เธอรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างกำลังจะจบลงไปพร้อมกับโครงการนั้น
ภาพของ พีท ผุดขึ้นมาในความคิด รอยยิ้มของเขา ท่าทีกวนใจ หยอกล้อแซวเธอ และััที่อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความร้อนแรงของเขา ทุกอย่างล้วนเป็่เวลาที่เธอคุ้นเคย และเมื่อคิดว่ามันอาจหายไป เธอกลับรู้สึกโหวง ๆ อย่างบอกไม่ถูก
โชติ มองสีหน้าของ อันนา แล้วพอจะเข้าใจ เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ
"งั้นก็ใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าละกัน"
อันนา นิ่งไปกับคำพูดของ โชติ ใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าอย่างนั้นเหรอ...
เธอไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อน อันที่จริง เธอเอาแต่โฟกัสกับโครงการวิจัย จดจ่อกับข้อมูลและการทดลอง จนไม่ได้ใส่ใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา การได้ทำงานร่วมกับพีทได้กลายเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตเธอไปแล้ว
เธอจำได้ดี… เขามักจะขมวดคิ้วเวลาคิดหนัก ก่อนจะเผลอเม้มริมฝีปากตอนจดบันทึก หรือบางครั้ง เวลาที่เธอเผลอบ่นออกมา เขาจะหัวเราะเบา ๆ แล้วแกล้งพูดให้เธออารมณ์ดีขึ้น และที่สำคัญ เวลาที่เขาััเธอ เธอเองไม่ได้ปฏิเสธััเ่าั้เลย
และวันนี้ พีท เองก็ไม่ติดต่อกลับมาหาเธอเลย เขาลืมเหตุการณ์เ่าั้ระหว่างเธอกับเขาไปแล้วมั้ง?
"วันนี้ เราต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟต่อนะ ไม่ได้ไปหลายวันเลย พี่เ้าของร้านกับเพื่อนๆ ร่วมงานคงบ่นกันแย่เลย" อันนา กล่าวอย่างแ่เบา
โชติยิ้ม พลางบอกเป็นัย
"โอเค…แต่อย่าลืมที่โชติบอกละกัน อันนา ลองให้โอกาสตัวเองนะ"
เขาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยความเข้าใจ
"ไม่แน่นะ... ความกลัว ความไม่แน่ใจของเรา อาจจะไม่ใช่อะไรที่น่ากลัวเลย เมื่อเราเผชิญหน้ากับมันจริงๆ"
อันนา ยิ้มตอบ โชติ เล็กน้อย
"ขอบใจโชติ มากนะ ที่คอยเป็กำลังใจให้อันนาเสมอมา นี่ถ้าจบไปแล้วใครจะมาคอยฟังเวลาอยากปรึกษากันละเนี่ย" หญิงสาวทำเสียงสั่นเครือ
โชติ หัวเราะเบา ๆ "ถึงจะจบไปแล้วก็ยังติดต่อกันได้เสมอ"
หญิงสาว ยิ้มรับ แม้ในใจจะอดรู้สึกหวั่น ๆ ไม่ได้—เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน แล้วอะไรหลาย ๆ อย่างก็คงต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
และวันนี้ หลังเลิกเรียน เธอต้องไปทำพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟต่อ เพราะไม่ได้ไปหลายวันแล้ว แค่คิดก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาหน่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็รู้ดีว่านี่คือสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ