บทที่ 15 มีบ้านในเหมือง
ในอาณาจักรเทพ ฮั่นหวู่มองดูกองทัพโครงกระดูกจำนวนมหาศาลตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
เขารู้สึกกังวลใจเล็กน้อย การสอบจัดอันดับมีกองทัพทหารโครงกระดูกเป็ผู้บุกรุก ผลลัพธ์นี้ทำให้เขารู้สึกทั้งรักและเกลียด
สิ่งที่เขารักคือทหารโครงกระดูกมีพลังที่อ่อนแอ แม้แต่ตั๊กแตนะเิตัวเองก็สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
ส่วนสิ่งที่เขาเกลียดคือทหารโครงกระดูกไม่มีเนื้อให้กินเลย แม้แต่จะเอาไปอุดช่องว่างในฟันก็ยังไม่ได้ ในอาณาจักรเทพของฮั่นหวู่ มีตั๊กแตนที่หิวโหยนับพันล้านตัวกำลังรอคอยอาหารเพื่อก้าวะโสู่ขั้นต่อไป
"เฮ้อ ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสู้" ฮั่นหวู่ถอนหายใจพลางประกาศคำสั่งศักดิ์สิทธิ์ บัญชาการให้ตั๊กแตนนับพันล้านตัวเหล่านี้เริ่มการโจมตี
แม้ว่าตั๊กแตนธรรมดาจะอ่อนแอ แต่เมื่อรวมตัวกันเป็พันล้านตัว พลังทำลายล้างของพวกมันจะเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
ตั๊กแตนนับพันล้านตัวรวมตัวกันเป็เมฆดำทะมึน ปะทะกับกองทัพทหารโครงกระดูกที่บุกรุกเข้ามาในอาณาจักรเทพ
ทหารโครงกระดูกนับไม่ถ้วนถูกยกขึ้นสูง แล้วตกลงมาอย่างแรง แตกเป็โครงกระดูกกระจายเต็มพื้น
ตั๊กแตนจำนวนมากมายก็ถูกทหารโครงกระดูกชนจนแตกกระจายกลายเป็เนื้อบด
สรุปภาพรวมของสถานการณ์ได้ว่า : ไก่อ่อนจิกกัน พลังทำลายล้างไม่มาก แต่ดูน่าเกรงขาม
สองชั่วโมงต่อมา การต่อสู้ก็สิ้นสุดลง
พื้นดินเต็มไปด้วยซากศพของตั๊กแตนและเศษกระดูก
ตั๊กแตนที่ได้รับผลกระทบจากกฎแห่งความตะกละของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ หิวโหยอย่างแสนสาหัส จนต้องกินซากศพของเพื่อนร่วมชาติพันธุ์ที่นอนเกลื่อนพื้นเพื่อบรรเทาความหิว
ไม่นานบนพื้นก็เหลือเพียงกองกระดูกสีเหลืองซีดขนาดใหญ่
ภาพนี้ช่างน่าขนลุกขนพองอย่างยิ่ง
ฮั่นหวู่ไม่้าให้อาณาจักรของเขาถูกมลทินจากเศษกระดูก จึงออกคำสั่งศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ให้ฝูงตั๊กแตนเก็บกวาดกระดูกบนพื้นให้สะอาด แล้วนำไปเผาในเตาหลอมขนาดใหญ่ที่คนแคระเตาหลอมแดงสร้างไว้
เขามีตั๊กแตนใต้บังคับบัญชามากมาย ทุก ๆ สิบตัวเก็บกระดูกหนึ่งชิ้น ก็สามารถทำความสะอาดพื้นที่ได้อย่างหมดจด
ฮั่นหวู่ยังไม่ทันได้พักผ่อน กองทัพโครงกระดูกกลุ่มที่สองก็มาถึงแล้ว
จำนวนยังคงเป็หนึ่งแสนเช่นเดิม แต่ในนั้นมีทหารโครงกระดูกเหล็กที่เป็ปีศาจชั้นยอดปะปนอยู่ด้วย
เมื่อมีทหารโครงกระดูกเหล็กอยู่ด้วย ฮั่นหวู่ไม่สามารถปล่อยให้ตั๊กแตนธรรมดาไปตายอย่างเปล่าประโยชน์ได้อีกต่อไป
ตั๊กแตนะเิตัวเองกับตั๊กแตนะเิลาวาได้แสดงพลังอีกครั้ง
ตั๊กแตนะเิตัวเองทำหน้าที่เบี่ยงเบนความสนใจศัตรู ส่วนตั๊กแตนะเิลาวาทำการะเิลาวาออกมา นอกจากจะสร้างความเสียหายมหาศาลแล้ว ยังทิ้งพื้นลาวาร้อนระอุไว้เื้ั ทำให้เกิดความเสียหายจากอุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่องต่อทหารโครงกระดูกที่ยังไม่ตาย
แม้แต่ทหารโครงกระดูกเหล็กก็ยากที่จะอยู่รอดในลาวาได้นาน
ในไม่ช้า การโจมตีระลอกที่สองก็ถูกฮั่นหวู่ทำลายลง
หลังจากสังเกตเห็นพลังทำลายล้างของพื้นลาวาที่มีต่อทหารโครงกระดูก ฮั่นหวู่ก็เกิดความคิดใหม่
เขาตัดสินใจรักษาพื้นลาวาไว้ต่อไป โดยให้ตั๊กแตนะเิลาวาพ่นลาวาใหม่ ๆ ลงไปเป็ระยะ ๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิ
นอกจากนี้ เขายังสั่งให้คนแคระเตาหลอมแดงใช้เตาหลอมขนาดใหญ่หลอมแร่จำนวนมาก แล้วเผาจนเป็ของเหลวร้อนระอุ ก่อนจะเทลงบนพื้นลาวา
วิธีการนี้ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ตรงทางออกประตูมิติกลายเป็เขตต้องห้าม
อุณหภูมิสูงถึงขนาดที่สามารถระเหยร่างกายให้เป็ไอในทันทีได้
ทหารโครงกระดูกที่ถูกส่งออกมาจากประตูมิติยังไม่ทันได้แสดงบทบาทในการรุกราน ก็ถูกความร้อนเผาตายไปแล้ว ช่างน่าเศร้าจริง ๆ
ฮั่นหวู่จึงยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกอย่างสบายใจ ปล่อยให้จั่นเถี่ยเจี้ยนเฟิงเฝ้าระวังศัตรูที่อาจหลุดรอดเข้ามา
กลุ่มที่สาม สี่ ห้า...
ไม่ว่าจะมีทหารโครงกระดูกมาเท่าไหร่ ก็ถูกจัดการอย่างง่ายดาย คะแนนของฮั่นหวู่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็สามารถก้าวเข้าสู่อันดับ 30 ของชั้นปีได้อย่างง่ายดาย
ในวงแหวนสีทอง ครูประจำชั้นที่รับผิดชอบในการตรวจสอบเห็นการปฏิบัติของฮั่นหวู่ และอุทานออกมาว่า : โอ้โห! เด็กหนุ่มคนนี้มีความคิดที่แปลกใหม่จริง ๆ!
คนอื่น ๆ ต่อสู้กับทหารโครงกระดูกด้วยการพึ่งพาบริวาร และอาศัยอุปกรณ์
แต่ฮั่นหวู่ต่อสู้กับทหารโครงกระดูกด้วยการสร้างูเาไฟ
ความคิดนี้ เหนือกว่าเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ อย่างแท้จริง และยังเห็นผลเร็ว มีประสิทธิภาพสูงมาก
“มีอะไรที่น่าทึ่งนักหนา ก็แค่ทนได้ถึงกลุ่มที่เจ็ดเท่านั้นเอง? หลิวโม่ของห้องผมผ่านมาจนถึงกลุ่มที่เจ็ดเหมือนกัน" หลิวเล่อเทียนพูดอย่างไม่ยอมแพ้ เหล่าครูประจำชั้นต่างจ้องมองไปยังอาณาจักรเทพของนักเรียนชื่อหลิวโม่
เห็นได้ชัดว่าในอาณาจักรเทพนั้น มีเศษกระดูกกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น
บรรดาก็อบลินทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหลิวโม่ แทบจะทุกตัวถือกระบองใหญ่ที่ทำจากกระดูกเป็อาวุธ ครูประจำชั้นบางคนสังเกตเห็นว่า ในกลุ่มก็อบลินของหลิวโม่ได้มีการพัฒนาจากสิ่งมีชีวิตธรรมดาไปสู่สิ่งมีชีวิตชั้นยอดแล้ว
หลังจากที่ก็อบลินธรรมดาได้รับการฝึกฝนแล้ว จะสามารถเลื่อนขั้นเป็สิ่งมีชีวิตชั้นยอด : ก็อบลินใหญ่
ก็อบลินใหญ่มีร่างกายแข็งแรง ผิวหนาทนทาน มีการประเมินโดยรวมสูงกว่าปีศาจหุ่นเชิดโลหิต
นอกจากนี้ ครูประจำชั้นยังสังเกตเห็นว่า ในอาณาจักรเทพของหลิวโม่ มีอาคารอยู่มากมาย
หอคอยธนูระดับ 1 จำนวน 13 หอ หอคอยสายฟ้าระดับ 1 จำนวน 9 หอ หอคอยลูกไฟระดับ 1 จำนวน 12 หอ...
เพียงแค่สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ มูลค่ารวมไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านพลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว
ทุกคนต่างพากันอุทานว่า : เด็กคนนี้คงมีเหมืองแร่เป็ของตัวเองแน่ ๆ!
หลิวเล่อเทียนเห็นท่าทางตกตะลึงของครูประจำชั้นหลายคน ก็รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
ที่อาณาจักรเทพของหลิวโม่มีขนาดใหญ่โตอย่างทุกวันนี้ ล้วนอาศัยความช่วยเหลือจากอาคนนี้ทั้งสิ้น
ภายในอาคาร มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็สิ่งที่หลิวเล่อเทียนหามาให้ การวิวัฒนาการก็เป็เขาที่ช่วยพัฒนา
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะแย่งชิงรางวัลจากการสอบรวมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
หากหลิวโม่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและคว้าอันดับหนึ่งในการสอบรวมครั้งนี้ ทุกสิ่งที่ทุ่มเทมาก็จะคุ้มค่า
แต่หลิวเล่อเทียนยังไม่ทันได้ดีใจครบสามวินาที ครูประจำชั้นหลายคนก็ถูกดึงดูดความสนใจไปยังสถานการณ์การต่อสู้ในอาณาจักรของนักเรียนอีกคนหนึ่ง
ในอาณาจักรเทพของฉินซวง มีหอคอยสายฟ้าระดับ 1 ตั้งตระหง่านอยู่หนึ่งร้อยหอ และมีนกสายฟ้าซึ่งเป็สิ่งมีชีวิตชั้นยอดโดยกำเนิดอยู่ถึงสามแสนตัว
นอกจากนี้ ฉินซวงยังมีสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอีกหนึ่งร้อยตัว นั่นคือั์ต้นไม้โบราณ ซึ่งทำหน้าที่เป็ผู้ศรัทธาทั่วไปคอยช่วยเหลือในการต่อสู้
และในกลุ่มนกสายฟ้าซึ่งเป็บริวารหลักของฉินซวง ได้เกิดสิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษขึ้นมาแล้ว : นกสายฟ้ามงกุฎทอง
เหล่าโครงกระดูกที่บุกรุกเข้ามาในอาณาจักรของเธอ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด ก็ไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่ห้าวินาที ก่อนที่จะถูกกลืนหายไปในสายฟ้าอันบ้าคลั่งมากมาย และถูกช็อตจนกลายเป็เศษกระดูกเกลื่อนพื้น
สถานการณ์นั้นเรียกได้ว่าเป็การต่อสู้ฝ่ายเดียวอย่างแท้จริง
"ลูกสาวตระกูลฉิน ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ"
"เทียบไม่ได้หรอก เทียบไม่ได้หรอก คนอื่นมีเหมืองที่บ้าน แต่นักเรียนฉินซวงมีบ้านอยู่ในเหมือง"
"รวยแบบไร้มนุษยธรรม แม้แต่ฉันที่เป็กึ่งเทพยังมีไพ่ในมือน้อยกว่าเธอเลย"
"ก่อนหน้านี้ได้ยินมาว่านักเรียนฉินซวง ติดอันดับสามของชั้นปี แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอันดับหนึ่งของชั้นปีก็คงไม่เกินความสามารถของเธอ”
เมื่อได้ยินเสียงคำชมจากครูประจำชั้นคนอื่น ๆ หัวใจของหลิวเล่อเทียนก็เ็ปราวกับมีเืหยด
ฉินซวงเคยเป็นักเรียนในห้องเรียนของเขา
ผลการเรียนของเธอควรจะเป็ผลงานของเขา แต่ตอนนี้ กลับถูกเถียนเหวินแย่งชิงไปเสียแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของฮั่นหวู่ ทุกอย่างล้วนเป็ความผิดของฮั่นหวู่ เขาจะต้องทำให้อีกฝ่ายต้องชดใช้อย่างแน่นอน!
ความเกลียดชังของหลิวเล่อเทียนที่มีต่อฮั่นหวู่พุ่งสูงถึงขีดสุด และได้ยกระดับเป็ความแค้นแล้ว
เหล่าครูประจำชั้นไม่มีใครสังเกตเห็นอารมณ์ของหลิวเล่อเทียน สายตาของพวกเขาตกอยู่ที่หน้าจอที่เหลือ เพื่อคัดเลือกนักเรียนคนอื่น ๆ ที่มีผลงานโดดเด่นออกมา
จางเสี่ยวหลง สวี่ซุน หวงเฟย...
พวกเขาล้วนเป็นักเรียนที่เก่งและมีโอกาสแข่งขันเพื่อติดอันดับ 10 ต้นของชั้นปี
เมื่อการสอบจัดอันดับดำเนินไป การบุกรุกครั้งที่สิบก็สิ้นสุดลง มีนักเรียน 18 คนที่ยังคงยืนหยัดอยู่
ฮั่นหวู่เป็หนึ่งในนั้น
"การบุกรุกครั้งที่สิบเอ็ดกำลังจะเริ่มขึ้น ระดับความยากจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขอให้นักเรียนทุกคนเตรียมใจให้พร้อม" เสียงกลไกที่ปราศจากอารมณ์ความรู้สึกเตือนนักเรียน 18 คนที่ยังคงยืนหยัดอยู่
เหล่านักเรียนพลันเกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที สายตาของพวกเขาจ้องมองไปที่ประตูมิติ
เห็นเพียงร่างหนึ่งค่อย ๆ เดินออกมาจากประตูมิติอย่างช้า ๆ
เมื่อครูประจำชั้นเห็นร่างนั้น พวกเขาก็เปล่งเสียงร้องอุทานออกมาพร้อมกัน
เพราะผู้บุกรุกในครั้งนี้ เป็สิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษ!