สิ่งที่ทำให้สองสามีภรรยาตระกูลหลิงยากที่จะข่มตาหลับเกิดจากความรู้สึกที่ต่างกันหลังจากที่ทะเลาะกันจนซูอินออกจากบ้าน กลับทำให้รู้สึกสบายใจไปทุกส่วน
นี่คือสิ่งที่เธอปรารถนาในใจมาหลายปี
เมื่อชาติก่อนหลังจากที่ตัวตนถูกเปิดเผยซูอินปรารถนาอยู่ที่ตระกูลหลิงต่อในเวลานั้นเธอคาดหวังรอฟังคำอนุญาตจากสองสามีภรรยาตระกูลหลิงแต่เมื่อผ่านเรื่องราวมากมายในอดีตเช่นนั้น มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอรับรู้ความจริง
เพียงแค่ตอนนั้นเธอขาดความกล้า…และความสามารถพอที่จะไปจากที่นี่
เมื่อคืนที่ประตูบ้านล็อก ปฏิเสธให้เธอเข้าไปข้างในความคิดนี้เกิดขึ้นอย่างคลุมเครือใช้ประโยชน์จากการโจมตีเมื่อเช้าของอู๋อู๋เพื่อที่จะได้ออกไปจากตระกูลหลิง
ความรู้สึกนั้น เหมือนกับนกที่ถูกหมาป่าเลี้ยงและถูกปล่อยออกจากกรงคืนสู่อ้อมกอดของธรรมชาติ
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ฟ้าสูงแล้วแต่นกจะบินทะเลกว้างใหญ่แล้วแต่ปลาจะว่ายวน
แม้แต่อากาศก็ยังหอมหวาน
คุณครูผู้คุมสอบเดินตรวจตราอยู่ในห้อง ในขณะที่ซูอินนั่งอยู่ด้านหลังสุด
สองวันนี้ทางโรงเรียนทดลองได้จัดให้มีการสอบจำลองรอบสุดท้ายซึ่งวันนี้เป็นวันแรก นักเรียนชั้นมัธยมต้นปีที่สามทั้งหมดที่จบการศึกษาถูกจัดให้นั่งเรียงตามการสอบกลางภาคเมื่อคราวก่อนโดยคนที่สอบได้ที่หนึ่งถึงสามสิบถูกจัดให้ไปอยู่ที่สนามสอบที่หนึ่ง
ตั้งแต่เล็กจนตาย เธอถูกคุณย่าปลูกฝังแนวคิดที่ว่า “สอบได้ที่หนึ่งแล้วพ่อแม่จะดีใจ”ซูอินเป็นเด็กขยันเรียนมาโดยตลอดสอบกลางภาคคราวก่อนเธอยังไม่ได้รับรู้ถึงประสบการณ์ชีวิตที่ตนเองต้องเผชิญจึงทำคะแนนได้ในเกณฑ์ปกติ ถึงแม้จะสอบไม่ได้ที่หนึ่งแต่ก็ติดหนึ่งในสามสิบอันดับแรก
เธอนั่งอยู่ในสนามสอบด้วยจิตใจผ่อนคลาย ทำให้เข้าสู่สมาธิอย่างรวดเร็ว
เมื่ออ่านโจทย์แล้วเธอก็ตั้งใจตอบคำถามอย่างรอบคอบพยายามรวบรวมสมาธิ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ปรากฏภาพหนึ่งขึ้นตรงหน้าเธอ
ภาพนั้นคือกระดาษข้อสอบที่มีโจทย์เหมือนกันเป๊ะต่างกันตรงที่คุณภาพกระดาษเหล่านั้นดีกว่ากระดาษที่อยู่ตรงหน้าเธอ อีกทั้งโจทย์บางข้อก็ไม่เหมือนกัน
กระดาษข้อสอบสองฉบับมีรายละเอียดบางอย่างสลับกัน เธอเริ่มไม่สบายใจพยายามควบคุมตัวเองให้แยกแยะ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดมากจนเกินไป
ในที่สุดก็ทำข้อสอบวิชาการเขียนเสร็จ เธอถอนหายใจยาวตัวเธอก็มีความสามารถแยกแยะสิ่งแปลกประหลาดเหล่านี้ด้วย
จากนั้นความรู้สึกของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด
เธอมองข้อสอบเหมือนเห็นภาพหลอนรู้สึกว่าโจทย์เหล่านี้เหตุใดจึงช่างดูคุ้นเคย
เพราะเจอเรื่องราวต่างๆ ทำให้สิบปีต่อมาเธอลืมหลายๆ อย่างไปแต่โจทย์ข้อสอบวิชาการเขียนเมื่อตอนที่สอบขึ้นชั้นมัธยมปลายนั้น เธอยังคงจำได้และแม่นยำด้วย เพราะในปีนั้นรูปแบบของมันค่อนข้างแปลกใหม่ไม่ใช่ประโยคธรรมดาทั่วไป แต่มีรูปการ์ตูนมาให้หนึ่งภาพและให้ผู้เข้าสอบทุ่มเทความสามารถอย่างเต็มที่
นั่นเป็นปีแรกที่ได้เจอข้อสอบรูปแบบนี้ ผู้เข้าสอบหลายคนไม่คุ้นชินทำให้ทำข้อสอบวิชาการเขียนได้ไม่ตรงประเด็น
เธอก็เป็นหนึ่งในนั้น
เดิมทีตัวเธอมีพื้นฐานไม่เลว แม้ว่าสภาพจิตใจจะไม่สู้ดีนักแต่ก็ทำคะแนนออกมาได้ดีเสมอ รายชื่อติดอันดับต้นๆ นักสวมรอยอย่างหลิงเมิ่งก็สะดุดตามากเช่นกันแต่วิชาการเขียนนี้หากทุจริตจะถูกปรับตกศูนย์ทันที ต่อให้คะแนนวิชาอื่นดีก็ถูกวิชานี้ฉุดลงได้ เมื่อรวมคะแนนทั้งหมดต่อให้นำคะแนนของหลิงเมิ่งมาแลกก็ไม่มีใครสังเกตเห็นในส่วนนี้อย่างแน่นอน
เพราะในความทรงจำของเธอ ข้อสอบเหล่านี้ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่
ผ่านข้อสอบวิชาการเขียนแล้ว เธอก็คาดเดาอย่างกล้าหาญนี่คงไม่ใช่ข้อสอบแบบเดียวกับในชาติก่อนใช่ไหม
วิชาภาษาจีนซูอินคาดเดาได้เช่นนั้น ต่อมาก็เป็นวิชาคณิตศาสตร์ทำให้เธอมั่นใจในการคาดเดาของตนเอง
เธอยังจำได้ดีว่าคำตอบของคำถามในข้อสุดท้ายของวิชาคณิตศาสตร์คือวงกลมและภาพหลอนจากข้อสอบที่ก่อกวนเธอนั้น คำตอบก็คือวงกลมเช่นกัน
นี่เป็นข้อสอบจากในชาติก่อนจริงๆ!
หรือจะพูดอีกอย่างคือสิ่งเหล่านี้เป็นข้อสอบสำหรับสอบเข้าชั้นมัธยมปลายที่กำลังจะมาถึงในช่วงสุดสัปดาห์นี้
เมื่อผ่านการทบทวนอย่างจริงจังมาได้ราวๆ สิบวันซูอินก็สามารถฟื้นฟูระดับความสามารถในทางทฤษฎีให้กลับมาดีเท่าเดิมแต่ทฤษฎีก็ส่วนทฤษฎี การสอบมีเวลาจำกัดปัญหานี้จึงเกี่ยวข้องกับความคุ้นเคยในการทบทวน
ระหว่างเดินทางมาโรงเรียน เธอได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนอย่างไรเสียเธอก็ออกมาจากตระกูลหลิงแล้วโดยไม่มีใครสนใจในช่วงนี้เธออาศัยอยู่ที่ร้านของพี่หง และฝึกฝนอยู่คนเดียว ยอมอดหลับอดนอนเพื่อให้การสอบในครั้งนี้ออกมาดีที่สุด
แต่ในตอนนี้เธอจำได้แล้วว่านี่คือโจทย์ข้อสอบเดิม…
จะเสียเวลาทำไม ก่อนหน้านี้เธอพยายามมาหลายปีเมื่อกลับมาเกิดอีกครั้ง ซูอินตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระและไม่ทำให้ตัวเองลำบากใจ
ความปีติยินดีเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวจนเธอลืมไปว่าที่นี่คือสนามสอบ เธอกระทืบเท้าด้วยความตื่นเต้นทำให้ครูผู้คุมสอบทำหน้าดุแล้วเดินเข้ามาหา ก่อนจะเคาะโต๊ะของเธอเพื่อตักเตือน
“นักเรียน โปรดรักษาความสงบในห้องสอบด้วยค่ะ”
เมื่อดึงสติกลับมา ซูอินจึงรีบก้มศีรษะ “ทราบแล้วค่ะคุณครู”
เธอนั่งเงียบๆ อยู่ในที่นั่งของตัวเองคัดลอกและบันทึกคำตอบไว้ในจิตใต้สำนึก
แม้ว่าจะเป็นเพียงการจำลองการสอบแต่ในความเป็นจริงก็ไม่ได้เข้มงวดเท่ากับการสอบขึ้นชั้นมัธยมปลายมีการแจกกระดาษทดโดยไม่ได้เก็บคืน ซูอินรู้ในส่วนนี้และทำให้ง่ายที่เธอจะจดมันไว้
เธอฝนกระดาษคำตอบ จนเมื่อการสอบสิ้นสุดลง เสียงกริ่งดังเธอก็จดบันทึกลงบนกระดาษทดของวิชาคณิตศาสตร์เสร็จเรียบร้อย
จากนั้นก็ได้เวลาพักกลางวัน
ผู้รักษาการแทนครูใหญ่หลี่ตั้งกฎว่าจะไม่มีการกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ต้องรับประทานอาหารที่โรงเรียน นักเรียนหลายคนที่ออกมาจากห้องสอบจึงเดินไปที่โรงอาหารหลังอาคารเรียน
สอบติดต่อกันตลอดช่วงเช้าทำให้นักเรียนหลายคนรู้สึกเหมือนถูกไฟลนอย่างไรอย่างนั้น
สวีเหวินเหวินแตกต่างจากซูอินโดยสิ้นเชิงเธอเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ทำคะแนนได้ไม่ดี
“เฮ้อ ร้อนจะตายอยู่แล้ว อากาศร้อนแบบนี้ไม่เหมาะที่จะสอบเลยจริงๆ”
ในโรงอาหาร ทั้งสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากันบนม้านั่งบนโต๊ะมีถาดอาหารสองถาดวางอยู่ ในนั้นมีผักกับเนื้อดูไปแล้วคนขายทำอาหารออกมาได้ไม่เลว ถือเป็นมื้อกลางวันที่อุดมสมบูรณ์มากๆ
เมื่อมีทีมตรวจสอบเข้ามา โรงอาหารก็ถูกจัดระเบียบใหม่แม้จะไม่รู้ว่าการจัดการเช่นนี้จะทำไปได้นานแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่ซูอินจะเรียนจบมันก็คงไม่แย่ไปมากกว่านี้
สวีเหวินเหวินเดินเข้ามา ในมือถือเครื่องดื่มเกลือแร่แช่เย็นสองขวดก่อนจะยื่นให้เธอ
ซูอินรับมาแต่ไม่เปิดดื่มในทันที
“ฉันว่า หนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวันไม่ว่าวันไหนก็ไม่เหมาะกับการสอบทั้งนั้นแหละ”
ในขณะที่สวีเหวินเหวินแสดงสีหน้าเห็นด้วยซูอินก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ทำไมวันนี้ซื้อนี่มาล่ะ”
ไม่ผิดที่ซูอินจะถามแบบนั้นโดยปกตินักเรียนชั้นมัธยมต้นได้รับเงินค่าขนมต่อวันเพียงห้าเหมาหรือหนึ่งหยวนเครื่องดื่มเกลือแร่ไม่ใช่ของที่โรงอาหารแจกให้ฟรี แต่ขายขวดละสองหยวนถือเป็นเครื่องดื่มที่ค่อนข้างมีราคา
สวีเหวินเหวินเป็นคนมัธยัสถ์เหมือนเธอทว่าต่างกันตรงที่เธอถูกคุณย่าสอนให้ปฏิบัติเช่นนั้นจนเคยชินในขณะที่อีกฝ่ายทำเช่นนั้นเพราะสถานการณ์ทางบ้าน
พวกเธอเพิ่งจะมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันเมื่อตอนมัธยมศึกษาปีที่สาม ซูอินไม่ใช่คนช่างซักจึงไม่ค่อยรู้ความเป็นไปในครอบครัวของสวีเหวินเหวิน รู้เพียงว่าบิดาเป็นอัมพาตความรับผิดชอบทั้งหมดจึงตกอยู่กับผู้เป็นมารดา
สวีเหวินเหวินก้มหน้า ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ที่โรงพยาบาลของแม่ฉันมีโควตาที่ดีมากๆเข้ามา ปีนี้จึงคัดเลือกโดยการโหวต แม่มีโอกาสสูงที่จะได้แม่ดีใจมากจนให้เงินค่าขนมฉันมาห้าหยวน จ่ายให้พวกเราได้คนละหนึ่งกระป๋องพอดีเลย”
โควตาหรือ
รูม่านตาของซูอินหดลงทันที