ดวงตาของอี้เหนี่ยวเบิกค้าง คอถูกหักในครั้งเดียว สิ้นใจโดยไม่ทันตั้งตัว
“อี้เหนี่ยว อี้เหนี่ยว ทำไมถึงเงียบไปล่ะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” อี้เฟยซึ่งตามมาด้านหลังตะโกนเรียก เนื่องจากภายในห้องขังค่อนข้างมืดและอับชื้นจึงมองเห็นได้ยากและการหายใจก็ไม่ค่อยดี เสียงของเธอจึงค่อนข้างเบา แต่พอเดินไปสักพักจึงเห็นไฟฉายตกหล่นที่พื้น อี้เฟยรู้ได้ทันทีว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับอี้เหนี่ยวแต่ไม่กล้าทำตัวหุนหันพลัน ในฐานะคนที่มีประสบการณ์ในสุสานอย่างแรกของบทเรียนคืออย่าตื่นตระหนก
แสงไฟในมือค่อยๆ
สาดไปทั่วห้อง ที่นั่นยังเห็นเทวทูตสองปีกปิดตากำลังหันหลังให้เธอ ร่างของมันถูกโซ่ร่ามไว้ประหนึ่งเป็นนักโทษของคุกนี้
เพียงเห็นรูปปั้นที่อยู่ตรงกลางห้องอี้เฟยพลันรู้สึกถึงลางที่ไม่ดีแต่เมื่อยังไม่เห็นอี้เหนี่ยวเธอจึงไม่สามารถถอยกลับได้
“อี้เหนี่ยว อี้เหนี่ยวอยู่ที่ไหนตอบสิ อย่าเงียบไปเฉยๆ แบบนี้ฉันใจคอไม่ดีนะ” อี้เฟยค่อยๆ เดินผ่านรูปปั้นเทวทูต ทว่าในตอนนั้นเองเสียงโซ่กลับสั่นโครงเครงทำให้เธอหันกลับมาพร้อมกับส่องไฟฉายไปที่ตัวมันด้วยความตื่นตระหนก
อี้เฟยจำได้ว่าไม่เคยเดินถูกโซ่หรือมีลมพัดเข้ามาทำให้เกิดเสียง ทว่าโซ่ที่ร่ามไว้ดันส่งเสียงซะได้ ไม่สิหากมองให้ละเอียดตำแหน่งของรูปปั้นเทวทูตปิดตาเหมือนว่าจะขยับเข้ามาใกล้เธอหนึ่งช่วงขา
อี้เฟยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอขยี้ตาแล้วมองรูปปั้นตรงหน้าใหม่ ทว่าเวลาต่อมาถึงกับกรีดร้องจนเสียงแหบแห้ง เทวทูตปิดตาขยับเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือไปคว้าศีรษะดึงเอาผมหนึ่งกระจุกออกไป
อี้เฟยรีบถอยหลังด้วยความตื่นตระหนกในขณะที่ยังส่องไฟฉายส่ายไปส่ายมา เทวทูตขยับอีกครั้ง ราวกับเธอตกเป็นเป้าหมายของมันเมื่อเข้ามาในห้องขังนี้
อี้เฟยไม่เก่งเรื่องต่อสู้เหมือนกับเย่ซวนหรือคิดส์ซึ่งใช้ดาบในกลุ่ม เธอพยายามวิ่งหนีไปแล้วขอความช่วยเหลือแต่ช่วงก้าวขาของเทวทูตเหมือนว่าจะยาวกว่า มันได้ปิดกั้นทางหนีที่เธอเพิ่งเข้ามา ด้วยความที่ทำอะไรไม่ถูกไฟฉายของอี้เฟยจึงหล่นลงพื้นเพราะความกลัว แสงไฟส่องให้เห็นศพคอหักของอี้เหนี่ยวที่เพิ่งตายไปไม่กี่นาทีที่แล้ว
อี้เฟยไม่มีเวลาตรวจสภาพศพบนพื้นเพราะเท่าที่เห็นผ่านแสงตกกระทบผนังห้อง เทวทูตปิดตาได้เคลื่อนไหวเข้ามาหาเธอเพียงพริบตา จากนั้นมือของมันได้คว้าเอาศีรษะของเธอออกไปจากร่างกายพร้อมกับกระดูกสันหลังที่ถูกดึงรั้ง เรียกได้ว่าตายอย่างน่าสยดสยอง
ร่างไร้ชีวิตล้มลงบนพื้น เสียงโซ่ที่สั่นอยู่บนตัวเทวทูตหยุดไปราวกับว่ามันสูญเสียเป้าหมาย
.......
หัวหน้าหม่ารออยู่ข้างนอกโดยนั่งบนเก้าอี้เดินป่า มือกำลังถือบุหรี่ รอเวลาให้ทีมข้างล่างตอบกลับมา
จงเจ๋อตงยืนอยู่ไม่ไกล คอยดูสถานการณ์ตลอดเวลา ถ้าหากข้างล่างมีขุมทรัพย์อย่างที่คุณซางกังวลโทรศัพท์ในมือของเขาคงได้เปลี่ยนคำสั่งสแตนบายเป็นฆ่าทุกคนที่นี่ในทันที
งานขุดสุสานไม่ใช่ว่านอกจากคุณจะมีฝีมือในการขุดหรือแก้ไขปริศนาต่างๆ แล้วจะผ่านไปได้ อย่างน้อยในทีมก็ต้องมีคนที่สามารถต่อสู้ได้เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่เข้ามาแทงข้างหลัง
จากการสังเกตมีเย่ซวนที่อยู่ในกลุ่ม รวมถึงคิดส์ซึ่งพกดาบยาวซึ่งเห็นได้ง่าย สองคนนี้เป็นหน่วยต่อสู้ ไม่เลือกลงไปข้างล่างเพราะต้องสำรองกำลังไว้ส่วนหนึ่ง
หัวหน้าหม่านั่งได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องข้างล่าง เสียงนี้เป็นเสียงของผู้หญิงกำลังขอความช่วยเหลือ ทำเอาเขาไม่สามารถนั่งติดเก้าอี้ได้
“รีบบอกให้ทุกคนถอนตัว!” หัวหน้าตะโกนสั่งเสียงกร้าว เฉาจื่อรีบหยิบวิทยุสื่อสารออกมาแต่ทางด้านในกลับเงียบกริบ ราวกับว่าทุกคนตายหมดแล้ว
“หัวหน้าหม่า...”
หัวหน้าหม่าโยนบุหรี่ทิ้งไป ดวงตาของเขาจ้องเข้าไปในโพรงที่ถูกขุดโดยไม่พูดอะไร แม้ว่าทั้งสองจะคั่นด้วยระยะทางแสนไกลแต่ราวกับเขาได้กลิ่นคาวของเลือดโชยมาในอากาศ
“หวังเฉาใช้ตาของนายดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน ทุกคนยังปลอดภัยดีไหม” หัวหน้าหม่าไม่กล้าเสี่ยงอีกแต่เลือกที่จะตรวจสอบด้วยสายตามองทะลุของหวังเฉา
หวังเฉารู้สึกหงุดหงิด การใช้ตาผีทำให้เขาต้องแบกรับราคาแสนแพงแต่มันกลับไม่มีทางเลือกอื่น เพื่อเงินที่ต้องไปรักษาไตของน้องสาวมีแต่ต้องทำงานนี้เท่านั้น
ผ้าที่ถูกผนึกถูกปลดออกอีกครั้ง เพียงมองไม่กี่วินาทีเขาก็รีบปิดผ้าลงบนหน้า
“เป็นยังไงบ้าง มีอะไรเกิดขึ้นข้างล่าง” หัวหน้าหม่าถาม
“ตายหมดแล้ว”
คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้อากาศเย็นวาบ
หัวหน้าหม่ายืนอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน สุดท้ายถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ปิดหน้าดินแล้วถอนกำลัง”
การสูญเสียคนจำนวนมากทำให้เขารู้ว่าเป็นเรื่องโง่หากจะดำเนินการต่อกับศัตรูในเงามืด ขณะเดียวกันภายในนั้นไม่แน่ว่าจะมีขุมทรัพย์จริงๆ ผ่านสายตาของหวังเฉาอย่างไรก็ไม่คุ้มกับการเก็บเกี่ยว ในกรณีที่สูญเสียคนจำนวนมากกว่านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากลุ่มของเขาต้องจบสิ้นในการทำธุรกิจ
ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา หน้าดินเริ่มถูกปิดไว้ทันที
เฉาจื่อเดินเข้ามาหาหัวหน้าหม่า ตามด้วยกล่าวเสียงเศร้า “อี้เฟย อี้เหนี่ยว เด็กสองคนนี้ต้องมาตายวันนี้ทำให้ฉันต้องอธิบายกับพ่อแม่ของหล่อนซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ”
“ผมเข้าใจ การสูญเสียวันนี้จำเป็นต้องคิดบัญชี” หัวหน้าหม่ารู้สึกไม่สบอารมณ์ หันหน้าไปมองจงเจ๋อตงที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะเรียกเขาให้มาที่นี่ “คุณโทรไปหาคุณซาง ผมต้องการคุยกับเขาเกี่ยวกับการสูญเสียวันนี้!”
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะรีบโทรเดี๋ยวนี้” จงเจ๋อตงรู้ว่าภารกิจของวันนี้ที่จะฆ่าทุกคนคงจบแล้ว เขาไม่ได้ทำตัวตื่นตระหนกแต่หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วติดต่อเจ้านายทันที
......
เนี่ยฝานตื่นขึ้นมากินข้าวโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสุสาน แต่หากให้เขาได้เห็นรายละเอียดก็จะสามารถบอกเกี่ยวกับรูปปั้นเทวทูตปิดตาได้ว่ามันคืออะไร รวมถึงวิธีเอาชนะมันในนิยายต้นฉบับ
ระหว่างนั่งกินข้าวเย็นอัลบาอดไม่ได้ที่จะแซวยิ้มๆ “เป็นไงบ้างเมื่อวาน กลับมาถึงบ้านก็สลบเลยนะ”
“สมน้ำหน้า!” ยูบินเสริม
“เอาน่าพี่ๆ ทุกคนอย่าพูดกับสามีเช่นนี้สิเจ้าคะ” ในฐานะคนที่ถูกสั่งสอนมาในยุคโบราณ เป็นเรื่องปรกติที่หลิงจูจะเข้าข้างสามี
“ไม่ต้องแก้ตัวแทนเขาหรอกน่าหลิวจู” อัลบารู้ว่าเนี่ยฝานไม่ใช่คนธรรมดา เขาก็คงแค่แกล้งทำเท่านั้นแหละ ไม่อย่างนั้นคนไร้ยางอายคนนี้คงไม่มีภรรยาจำนวนมากหรอก
“ฮี่ฮี่ แรงผมยังเหลือเฟือใครบอกหมดแรง วันนี้จะเป็นหน้าที่ของใครดีนะ” เนี่ยฝานไม่ลืมที่จะหยอดกลับ ทำเอาสาวๆ มองค้อนไปทีหนึ่ง ยกเว้นเหวินจิงซึ่งมีความอยากตลอดเวลาเป็นพิเศษ แต่ด้วยท้องตอนนี้ซึ่งโตมากแล้ว หากมีเซ็กส์รุนแรงเกินไปโอกาสแท้งก็มีให้เห็น ในขณะเดียวกันลูกของสกุลเนี่ยยังมีความสำคัญมาก ดังนั้นเธอจึงไม่คิดมีอะไรกับเนี่ยฝานตอนนี้
วันรุ่งขึ้นมีแขกมาที่บ้าน ใส่ชุดสีขาวแบบรัดรูปสวมหมวกทหาร ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้บัญชาการหน่วยศูนย์ของสตาร์รีเจี้ยน จ้าวหวูหมิง นางเอกของเรื่องนั่นเอง
“สวัสดีค่ะนายน้อยเนี่ย ขอโทษด้วยที่อยู่ๆ ก็เข้ามาหาแบบนี้ แต่ฉันต้องแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งสำหรับเรื่องเมื่อวานก่อนที่เกิดขึ้น” จ้าวหวูหมิงหยิบกระเช้าราคาแพงขึ้นมาวางบนโต๊ะพลางกล่าวขอโทษ
“พี่สาวคิดอย่างนั้นจริงๆ”
“จริงสิคะ นี่คือคำขอโทษของฉันในฐานะหัวหน้าหน่วยศูนย์ซึ่งควบคุมทุกหน่วยงานของสตาร์รีเจี้ยน หวังว่านายน้อยเนี่ยจะให้อภัย”
สำหรับจ้าวหวูหมิงหล่อนไม่ค่อยมีความประทับใจเนี่ยฝานนัก ตัวของเขาเล็กมากแต่กลับเจ้าชู้มีภรรยาหลายคน แต่สุดท้ายก็เก็บไว้เพียงในใจไม่กล้าตำหนิ เพราะต้องไม่ลืมว่าสกุลเนี่ยเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่
“จริงเหรอครับ แต่ผ่านไปสองสามวันทำไมถึงเพิ่งมาขอโทษ ความจริงใจของพี่สาวอยู่ไหน หรือว่าไม่ได้ใส่ใจผมในฐานะผู้สืบทอดสกุลเนี่ย!”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ พอดีฉันติดภารกิจอื่นจึงไม่สามารถมาได้ในทันที แต่หากจะให้หัวหน้าหน่วยอื่นมาเกรงว่าคงดูไม่ให้เกียรตินายน้อยเนี่ย ต้องขอโทษจริงๆ นะคะหากทำให้นายน้อยเนี่ยไม่พอใจ”
แรงกดดันที่เนี่ยฝานส่งมาไม่ใช่น้อยๆ แม้ว่าจะเป็นเพียงคำพูดของเขาแต่สามารถกำหนดทิศทางของสตาร์รีเจี้ยนได้
“ฮี่ฮี่ พี่สาวประหม่าเกินไปไหม เอาเป็นว่าออกไปกินข้าวกับผมสักมื้อเป็นไงเพื่อแสดงความจริงใจ เวลาแค่นี้พี่สาวคงสละให้ผมได้ใช่ไหม”
ผู้หญิงคนนี้ในเนื้อเรื่องต้นฉบับมีความสามารถสูง จึงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นที่จะนำเธอมาอยู่ข้างกาย แต่โดยรวมแล้วคงค่อนข้างยาก ก็เหมือนกับม้าที่พยศนั่นแหละ จำเป็นต้องชนะเธอเท่านั้นเหมือนกับพระเอกซึ่งเป็นทหารกลับมาจากต่างประเทศ ทวงคืนศักดิ์ศรีสิบปีที่ถูกย่ำยีในหยูโจว
“เข้าใจแล้วค่ะ” จ้าวหวูหมิงเลือกที่จะตอบตกลง หล่อนไม่กลัวว่าเนี่ยฝานจะกล้าทำอะไรบ้าๆ แม้ว่าเธอจะเป็นหัวหน้าหน่วยศูนย์ซึ่งต้องการการสนับสนุนจากกลุ่มทุนสกุลเนี่ย แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ร่างกายเข้าแลกเพื่อความโปรดปราน และหากเนี่ยฝานกล้าคิดอย่างนั้นจริงๆ จ้าวหวูหมิงจะไม่ลังเลที่จะแตกหักกับสกุลเนี่ย