คนโบราณว่าเอาไว้ว่าหากเริ่มต้นวันด้วยเื่ไม่ดีจบวันก็จะมีเื่ดีๆเข้ามา และดูเหมือนตอนนี้เซียวหนิงเฉิงต้องเผชิญกับเื่ไม่ดีเพื่อที่จะได้ไปเจอเื่ดีๆใน่ท้ายของวัน
“แม่ใหญ่” ร่างสูงลุกขึ้นประสานมือคำนับหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามายังศาลาท่านเทพในฐานะผู้าุโกว่าและมีฐานะเป็ถึงประมุขของเผิงหลายไม่ได้ลุกขึ้นคารวะนางในฐานะมารดาของสามีเพียงแค่ส่งยิ้มให้นางเล็กน้อยเท่านั้น
มีใครกล้ารับการคารวะจากท่านเทพเช่นเขาด้วยรึแม้แต่ฝ่าายังต้องเอ่ยห้ามเอาไว้เป็บางครั้งเลย ฮูหยินใหญ่จะกล้ารึ
แล้วนางกล้าอ้างตัวว่าเป็มารดาของเซียวเฟิงเหยียนหรือเปล่า
“คุณชายใหญ่อย่าได้เกรงใจกันเลยข้าเพียงแค่แวะมาพูดคุยด้วยเล็กน้อยและนำของขวัญวันแต่งงานมาให้” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างยิ้มแย้มไหนๆก็มาถึงเรือนพำนักของประมุขแล้วบุกมาถึงสวนพักผ่อนของประมุขและฮูหยินแล้วจะรีบกลับไปไย
“ไหนๆข้าก็มาแล้วจะเป็อะไรหรือไม่หากข้าจะขอร่วมทานอาหารกับคุณชายใหญ่และท่านเทพ?” ท่านเทพยิ้มรับ ผายมือเชิญนางให้นั่งด้วยกัน รวมถึงสาวน้อยที่มากับนางด้วย
“ฮูหยินใหญ่อย่าได้เกรงใจเลย เชิญนั่งก่อน”
“ขอบคุณท่านเทพ” นางยิ้มก่อนจะนั่งลงข้างๆเซียวหนิงเฉิงแล้วให้สาวน้อยที่หน้าตาน่ารักนั่งข้างๆเซียวหนิงเฉิงอีกฝั่งทำให้ร่างสูงต้องย้ายไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับภรรยาแทน
ฮูหยินใหญ่ช่างทำอะไรเปิดเผยเสียจริงจะรับมือเซียวหนิงเฉิงไปได้สักแค่ไหนกันเชียว
“นางคือ?” ท่านเทพหันมามองสาวน้อยที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของเขาใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต ร่างเล็กอรชร ดูแล้วคงเป็ลูกสาวผู้ดีจากตระกูลใหญ่สักตระกูลกระมัง
“ข้ามีนามว่าหวงเหมยกุ้ยเ้าค่ะท่านเทพ”
“เป็หลานสาวของฮูหยินใหญ่รึ?”
“เ้าค่ะ”
“ฮูหยินใหญ่ก็มาจากตระกูลหวงเช่นเดียวกันรึ?” ท่านเทพหันไปถามแม่ใหญ่ของเซียวเฟิงเหยียน นางยิ้มรับก่อนจะเอ่ย
“เ้าค่ะ ข้าเป็ลูกสาวคนโตของผู้นำตระกูลคนก่อนแต่งเข้ามาที่ป้าเตาเ้าค่ะ” เซียวหนิงเฉิงพยักหน้าคีบของกินให้สามีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อครู่ยังนั่งข้างกันอยู่ดีๆแต่ตอนนี้ต้องไปนั่งตรงข้ามกันเสียแล้ว
“แม่ของนางเป็น้องสาวของข้าเองข้าเอ็นดูนางเหมือนลูกแท้ๆจึงให้มาเที่ยวเล่นที่ป้าเตาเป็ระยะ เมื่อก่อนก็เคยหมั้นหมายกับคุณชายใหญ่......”
“แม่ใหญ่” นายเหนือเอ่ยห้ามปรามคีบหมูสามชั้นผัดซอสเสฉวนให้ภรรยา เื่ในอดีตจะเอ่ยขึ้นมาอีกทำไมกัน
“แต่เื่ในอดีตช่างมันเถอะเ้าค่ะ ตอนนี้เหมยกุ้ยก็เหมือนน้องสาวของคุณชายใหญ่หวังว่านางจะช่วยเหลือท่านเทพได้ดียามที่อยู่ที่ป้าเตา” เซียวหนิงเฉิงยกยิ้มนางคิดเช่นนั้นจริงรึ แม้แต่คำเรียกนางยังเรียกเขาว่าท่านเทพไม่ใช่ฮูหยินเซียวอย่างที่ควรจะเป็แล้วยังกล้าเอ่ยเื่การหมั้นหมายในอดีตของสามีของเขาให้เขาฟังนี่กลัวว่าเขาจะไม่รู้รึว่านาง้าทำอะไร
“เช่นนั้นข้าจะเอ็นดู ‘น้องสาว’ของสามีเป็อย่างดี ก่อนอื่นกินเยอะๆเสียหน่อยแล้วเล็กแค่นี้จะอยู่รอดในสำนักองครักษ์ได้อย่างไร” ท่านเทพคีบของกินให้กับนางมาอยู่ที่ป้าเตาบ่อยคงจะกินอาหารแบบนี้ได้กระมัง
ร่างสูงมองภรรยาที่จงใจคีบอาหารที่เผ็ดที่สุดให้กับหวงเหมยกุ้ยอาหารชนิดนี้เซียวหนิงเฉิงยังกินแค่คำเดียวเท่านั้น ไม่ต้องคิดถึงหวงเหมยกุ้ยที่ถูกเลี้ยงมาแบบคุณหนูของบ้านต้องกินอาหารที่ควบคุมเป็อย่างดีเพื่อรักษาผิวพรรณและความงามเลยนางย่อมกินไม่ได้แน่นอนและั้แ่ที่นางมาอยู่ที่ป้าเตาอาหารกินของนางก็จะถูกเตรียมพิเศษเพื่อบำรุงร่างกายของนางให้สวยอยู่เสมอไม่มีทางได้กินของเหล่านี้อย่างแน่นอน
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านเทพ” หวงเหมยกุ้ยมองอาหารสีแดงที่ถูกคีบลงบนจานของนางหน้าตาของมันช่างน่ากลัวเหลือเกินแต่นางจะไม่กินเข้าไปไม่ได้เพราะเซียวหนิงเฉิงเป็คนคีบให้
“แล้วเมื่อคืนนอนหลับสบายหรือไม่ที่ป้าเตาตอนกลางคืนมักจะมีการฝึกของคนรุ่นเล็กที่ร้อนวิชาคงไม่ได้ถูกรบกวนใช่หรือไม่” เขตนี้เป็เรือนพำนักของประมุขจะมีใครมาฝึกวิชาจนรบกวนพวกเขาได้กัน
“หลับสบายมากเฟิงเหยียนมีพร์ในการกล่อมนอนที่ดียิ่ง” คนพูดยกยิ้มคิดจะสืบเื่ภายในเรือนของเขาอย่างนั้นรึ
“คุณชายใหญ่ช่างมีพร์ในการดูแลผู้อื่นเสียจริง”นางป้องปากหัวเราะ คิดจะสืบว่าเมื่อคืนพวกเขาร่วมหอกันหรือเปล่าเดาว่าในบรรดาสาวใช้ที่คอยดูแลเซียวหนิงเฉิงมีคนของนางอยู่และรู้ว่าเมื่อคืนพวกเขาไม่ได้ร่วมหอกันนางถึงได้เอ่ยถามเช่นนี้
เมื่อคืนไม่ได้ร่วมหอไม่ได้แปลว่าหลังจากนี้พวกเขาจะไม่ร่วมหอกันเสียหน่อยหรือนางรีบร้อนอยากจะให้เซียวเฟิงเหยียนมีทายาทรึ
แต่มีทายาทก็ดีเหมือนกัน ท่านเทพอยากจะเลี้ยงเด็กๆ อาบน้ำแต่งตัวให้มีสักสองสามคนก็ไม่เลว
“เป็สามีที่ดีมากฮูหยินใหญ่อบรมสั่งสอนเขามาเป็อย่างดี เป็สามีที่น่าเคารพรักยิ่ง” ไม่แตะต้องเซียวหนิงเฉิงเลย แล้วยังตื่นั้แ่เช้าออกไปฝึกเสียด้วย
“ท่านเทพประทับใจในตัวเขาเช่นนี้นับว่าไม่เสียแรงที่ตั้งใจอบรมสั่งสอนเขา”นางยิ้มรับ ร่างสูงเพียงแค่คีบของกินเข้าปากมองภรรยาที่กำลังส่งยิ้มมาให้เขา
แม้ว่าแม่ใหญ่จะไม่ได้ตั้งใจอบรมสั่งสอนเขาอย่างที่นางว่าแต่หากเซียวหนิงเฉิงพอใจในตัวเขาเื่ความดีความชอบในการเลี้ยงดูเขาเขาย่อมยกให้แม่ใหญ่ได้
จะมีอะไรที่ดีไปกว่าคนที่รักมากพึงพอใจในตัวเองอีกเล่า
การกินข้าวเช้าวันแรกของวันแต่งงานแม้จะไม่ค่อยราบรื่นเพราะมีคนอื่นเข้ามาแทรกกระนั้นเซียวหนิงเฉิงก็ไม่ได้ปล่อยให้วันนี้กลายเป็วันที่แย่ไปตลอดทั้งวันเมื่อจบการพบปะกับแม่ของสามีในยามเช้าพวกเขาก็ตั้งใจที่จะไปเดินเล่นรอบๆป้าเตาเพื่อเป็การใช้เวลาหลังอาหาร
“เหมยกุ้ยไม่ไปด้วยกันหรอกรึ?” ท่านเทพหันมาถามสาวน้อยที่ยืนอยู่ข้างกายผู้เป็ป้านึกว่านางจะมีความพยายามมากกว่านี้เสียอีก จะไม่ไปเดินเล่นด้วยกันหรอกรึ
“ข้าไม่อาจหาญกล้าไปรบกวนเวลาของคู่แต่งงานหรอกเ้าค่ะท่านพี่กับท่านเทพเดินเล่นกันให้สนุกนะเ้าคะ” นางยิ้มนี่รู้ด้วยรึว่าจะเป็การรบกวน ท่านป้าของนางคิดแบบนี้หรือเปล่า
“เช่นนั้นข้ากับเฟิงเหยียนต้องขอตัวก่อน เวลาไม่คอยท่าอากาศจะร้อนเสียก่อน” มือเรียวเอื้อมไปจับมือสามีก่อนจะจูงมือกันไปเดินเล่นภายในพรรคเซียวเฟิงเหยียนมองภรรยาคล้ายกับว่ามีเื่อะไรอยากจะพูด
“เ้าอยากจะบอกข้าเื่การหมั้นหมายในอดีตของเ้ากับหวงเหมยกุ้ยอย่างนั้นใช่หรือไม่?”เซียวหนิงเฉิงเอ่ยถามขึ้นมาก่อนร่างสูงจึงพยักหน้าเื่นี้เดิมทีเขาก็ไม่ได้เต็มใจและท่านพ่อของเขาเองก็ยังคัดค้านเื่นี้บอกว่าเขากับหวงเหมยกุ้ยหมั้นหมายกันไม่ได้อย่างเด็ดขาด แม้แม่ใหญ่จะพยายามเกลี่ยกล่อมยังไงท่านพ่อก็ไม่ยอมหากนางดื้อรั้นที่จะหมั้นหมายเซียวเฟิงเหยียนกับหวงเหมยกุ้ยให้ได้ท่านพ่อจะส่งนางกลับตระกูลหวงเสียดังนั้นสถานะการหมั้นหมายของพวกเขาจึงเป็เพียงแค่การเอ่ยขึ้นมาแค่ในนามเท่านั้น
“แม่ใหญ่เคยพยายามให้ข้าหมั้นหมายกับนางแต่ท่านพ่อคัดค้าน ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะหมั้นหมายกับนางเพราะข้ามีคนในใจอยู่แล้ว”ยามที่เอ่ยว่าคนในใจร่างสูงหันมามองภรรยาที่เดินอยู่ข้างๆเขาพยายามอดทนมาจนถึงตอนนี้เพื่อให้ได้เคียงคู่กับคนที่ถวิลหาจะยอมหมั้นหมายกับคนอื่นได้อย่างไร
“ลำบากเ้าแล้วที่ต้องสู้รบปรบมือกับนางมาจนถึงตอนนี้”นับจากนี้ท่านเทพจะไม่ยอมให้ใครมาสร้างเื่วุ่นวายหรือสร้างเื่ลำบากให้กับสามีของเขาอีก
ที่เขาแต่งเข้ามาที่ป้าเตาก็เพื่อขจัดปัญหาที่ป้าเตาต้องเผชิญมานานรวมถึงขจัดเื่น่ารำคาญที่เซียวเฟิงเหยียนจะต้องเจอในอนาคตด้วย
ไม่มีอะไรง่ายกับการแต่งงานระหว่างสองประมุขที่ผ่านมาการแต่งงานระหว่างประมุขล้วนแล้วแต่มีเื้ัและไม่ได้เกิดจากแค่ความรักเซียวเฟิงเหยียนและเซียวหนิงเฉิงก็เช่นกัน การแต่งงานในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความรักแต่ยังมีจุดประสงค์อื่นที่สำคัญแอบแฝงอยู่
หน้าที่ของท่านเทพไม่ได้มีแค่การเป็ภรรยาของประมุขแห่งป้าเตาแต่ยังมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างที่ได้รับราชโองการโดยตรงมาจากฝ่าาเพื่อจัดการเื่นี้
นั่นคือกำจัดตระกูลหวงออกไปจากป้าเตา และกำจัดตระกูลหวงออกไปจากชิงหลง
ย้อนกลับไปั้แ่ก่อนที่ทั้งแปดพรรคจะถือกำเนิด ย้อนกลับไปได้นานกว่านั้นั้แ่ที่ชิงหลงถูกสถาปนาขึ้นเป็แคว้นชิงหลงอันยิ่งใหญ่ตระกูลหวงนั้นเคยเป็ตระกูลใหญ่ที่เกี่ยวดองกับตระกูลฟู่ที่เป็เชื้อพระวงศ์อันสูงศักดิ์ในปัจจุบันตระกูลฟู่และตระกูลหวงนั้นร่วมกันออกศึกชิงพื้นที่รอบชิงหลงจนมีพื้นที่กว้างใหญ่และร่วมกันสถาปนาแคว้นชิงหลงขึ้นมา
ยุคแรกเริ่มของการสถาปนานั้น ตระกูลฟู่และตระกูลหวงร่วมกันปกครองชิงหลงมาเสมอแต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งพวกเขาก็ตระหนักได้ว่าจำเป็ที่จะต้องเลือกตระกูลที่จะขึ้นเป็ราชวงศ์ของชิงหลงประชาชนภายในแคว้นส่วนใหญ่รักและเทิดทูนคนจากตระกูลฟู่มากกว่าผู้นำตระกูลในยุคนั้นจึงได้หารือกันว่าจะให้ตระกูลฟู่ขึ้นเป็ราชวงศ์ของชิงหลงและผู้นำตระกูลเป็กษัตริย์ในการปกครองชิงหลงส่วนตระกูลหวงนั้นจะทำหน้าที่ขุนนางช่วยเหลือด้านการปกครองการทำเช่นนี้ย่อมต้องมีบางคนที่ไม่อาจยอมรับได้ ตระกูลฟู่และตระกูลหวงสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันเหตุใดจึงมีเพียงตระกูลฟู่ที่ได้ปกครองชิงหลงและตระกูลหวงต้องมาอยู่ใต้อำนาจของตระกูลฟู่เช่นนี้ผู้นำตระกูลในยุคนั้นให้เหตุผลว่าตระกูลฟู่นั้นมีความสามารถในด้านการปกครองมากกว่าระบบการปกครองและการจัดการการเมืองรู้ดีกว่าคนในตระกูลหวงที่เชี่ยวชาญเพียงเื่การต่อสู้ที่ชิงหลงสามารถสถาปนาขึ้นเป็แคว้นชิงหลงที่ยิ่งใหญ่ได้ก็ล้วนแล้วแต่อาศัยความสามารถของตระกูลฟู่เข้าช่วยพวกเขาไม่ได้ตัดสินใจหน้าที่นี้ตรงที่ว่าใครเหมาะสม แต่ตัดสินใจให้เป็เช่นนี้เพราะความสามารถที่มีอีกทั้งแม้ไม่ได้เป็ราชวงศ์แต่ตระกูลหวงนั้นจะถูกวางตำแหน่งให้เป็ฮองเฮาของกษัตริย์เสมออีกทั้งการเป็กษัตรย์ที่ปกครองแคว้นไม่ใช่เื่ง่าย ชิงหลงเพิ่งจะสถาปนาขึ้นมาได้ไม่นานยัง้าผู้ที่มีความรู้และความสามารถในการประคับประคองชิงหลงให้อยู่รอดจนมั่นคงพวกเขาจะเอาเื่ความอิจฉาริษยามาทำให้ทุกอย่างที่พยายามสร้างมาพังลงไม่ได้
หลายคนเข้าใจในจุดนี้แน่นอนว่าเมื่อมีคนที่เข้าใจย่อมต้องมีคนที่ไม่เข้าใจเช่นกันหลายคนที่ไม่พอใจต่างก็ขอถอนตัวออกไปจากตระกูลหวงและตั้งตนเป็ศัตรูกับตระกูลฟู่ไม่ยอมรับในการขึ้นเป็ราชวงศ์ของตระกูลฟู่คอยสร้างความวุ่นวายอยู่ภายในแคว้นไม่หยุด แต่เห็นแก่ที่เป็สหายร่วมรบกันมานานฝ่าาจึงไม่ใส่พระทัยและให้อภัยทุกครั้งบอกกับสหายเสมอว่าเื่นี้สักวันพวกเขาจะเข้าใจเองปฐมกษัตริย์ทรงแต่งตั้งโอรสขึ้นเป็รัชทายาทและแต่งตั้งลูกสาวของผู้นำตระกูลหวงเป็พระชายาแม้เื่ระหว่างสองตระกูลจะยังไม่เรียบร้อย แต่พวกเขาก็สามารถนำพาชิงหลงให้เจริญรุ่งเรืองมาได้นับหลายร้อยปี
จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยในการปกครองของกษัตริย์องค์ที่ห้าแห่งชิงหลงห้าสิบปีก่อนที่จะมีการก่อตั้งพรรคทั้งแปดขึ้นรัชสมัยนี้ฮองเฮาของกษัตริย์ยังคงเป็คนของตระกูลหวงดั่งเช่นทุกครั้งฝ่าาทรงรักใคร่พระนาง มอบสิ่งต่างๆให้กับนางสร้างตำหนักหลังใหญ่เพื่อให้พระนางไว้พักผ่อนกระนั้นนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้พระนางและตระกูลหวงบ้านเดิมของนางพอใจ
ไม่มีใครรู้ว่าความทะเยอทะยานของพระนางมีมากเพียงใดบิดาของนางก็เช่นกันตระกูลหวงในรัชสมัยของฝ่าาพระองค์นี้มีความทะเยอะทะยานอยากที่จะขึ้นเป็ใหญ่ยิ่งกว่าตระกูลฟู่ตระกูลหวงวางแผนที่จะใช้ฮองเฮาในการขึ้นเป็ใหญ่ แอบควบคุมราชสำนักอย่างเงียบๆฮองเฮาสั่งคนให้กำจัดพระสนมและโอรสของนางสนมทั้งหมดของฝ่าาเพื่อไม่ให้มีใครคิดแย่งชิงบัลลังก์ัไปจากโอรสของนางแม้จะเพิ่งคลอดพระนางก็ไม่ละเว้น นางสนมคนใดตั้งครรภ์พระนางจะรับสั่งให้กำจัดทิ้ง และปิดเื่นี้เป็ความลับกับฝ่าาตลอดมาฮองเฮาควบคุมโอรสอยู่เื้ั คอยวางแผนให้เขาเสมอว่าต้องทำอะไรต้องเอาใจฝ่าาอย่างไรถึงจะได้ในสิ่งที่้าแอบสะสมกำลังทางการทหารเพื่อที่จะก่อการฏในอนาคตแย่งชิงบัลลังก์มาจากฝ่าาและกำจัดตระกูลฟู่ออกไปจากชิงหลง
แต่ผู้ที่เป็ผู้ปกครองแคว้นย่อมต้องมีทั้งความฉลาด ไหวพริบมองสถานการณ์รอบตัวให้ออก ฝ่าารู้มาั้แ่ต้นแล้วว่าตระกูลหวงนั้นคิดจะทำอะไรเื่เกี่ยวกับตระกูลหวงนั้นถูกเล่ากันปากต่อปากั้แ่ปฐมกษัตริย์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในระหว่างที่ก่อตั้งชิงหลงขึ้นมาจนตอนนี้ตระกูลหวงนั้นอยู่ในการเฝ้าระวังและจับตาดูอยู่เสมอั้แ่ที่ผู้นำตระกูลที่ร่วมก่อตั้งชิงหลงได้ตายจากไปปฐมกษัตริย์ผู้เป็สหายได้ทำตามคำสั่งเสียสุดท้ายของผู้นำตระกูลในการจับตาดูตระกูลของเขาไม่ให้ก่อเื่วุ่นวายหรือสร้างภาระอันใดให้กับราชวงศ์ที่ผ่านมามีการจับตาดูตระกูลหวงมาโดยตลอดดังนั้นเื่ที่พวกเขากำลังทำอยู่ไม่ว่าจะเป็การสั่งสมกำลังทางการทหารการสังหารโอรสและธิดาของพระสนม การเข้ามาแทรกแซงราชสำนักของตระกูลหวงฝ่าาล้วนรู้ซึ่งทั้งหมดนั้น แม้แต่เื่ที่ฮองเฮาให้โอรสวางยาพิษฝ่าาฝ่าายังทรงรับรู้ถึงเื่นั้นและผิดหวังกับการกระทำของฮองเฮาและโอรสเป็อย่างมาก
เมื่อถูกจับได้ถึงแผนการที่จะเป็ใหญ่ของตนตระกูลหวงจึงได้ใช้กองกำลังทหารที่สั่งสมมาก่อฏยึดบัลลังก์เสีย ทำให้เกิดาภายในที่ยาวนานกว่าสามปีถึงยุติลงได้ฮองเฮา โอรส และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดถูกฝ่าาสั่งให้ปะาจนสิ้นนับเป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กษัตริย์ปะาฮองเฮาของตัวเอง และได้แต่งตั้งโอรสของกุ้ยเฟยขึ้นเป็รัชทายาทสืบทอดบัลลังก์ภายหลังรัชทายาทก็ได้ปรับเปลี่ยนระบบการปกครองและสถาปนาตำแหน่งผู้ปกครองแคว้นจากกษัตริย์เป็จักรพรรดินับั้แ่นั้น
ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการก่อฏของตระกูลเช่นสาวใช้หรือลูกนอกสมรสของตระกูลหวงจะได้รับการละเว้นโทษรวมถึงให้ทางเลือกในการถอนตัวออกจากตระกูลหวงเมื่อเกิดเื่เช่นนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับตระกูลหวงอีกต่อไปแต่ก็มีหลายคนที่คิดจะอยู่ร่วมกับตระกูลหวงต่อ ที่เป็เช่นนี้เพราะผู้นำตระกูลหรือบิดาของฮองเฮานั้นเป็สหายเก่าแก่กับกษัตริย์พระองค์ก่อนมีบุญคุณช่วยเหลือโอรส์องค์ก่อนมากมาย ด้วยมิตรไมตรีและบุญคุณที่ยังหลงเหลือฝ่าาจึงไม่ได้สั่งปะาพวกเขา แต่ก็ไม่ได้ให้อิสระต่อพวกเขาเช่นกัน ฝ่าารงโปรดให้สร้างสำนักองครักษ์ขึ้นมาและให้เขาอยู่ที่สำนักองครักษ์แห่งนี้ ฝ่าาทรงตรัสกับผู้นำตระกูลหวงว่าหากมีความกล้าที่จะสร้างตระกูลหวงขึ้นมาก็จงใช้โอกาสเดียวที่มีอยู่ตอนนี้สร้างตระกูลหวงขึ้นมาใหม่เป็ตระกูลหวงที่ไร้มลทินและไม่เคยทำเื่ชั่วช้าอันใดมาก่อน
ดังนั้นป้าเตาในตอนนี้คืออดีตสำนักองครักษ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหวง
ทว่าความเมตตาของฝ่าากลับถูกมองข้ามแม้จะได้โอกาสให้สร้างตระกูลหวงขึ้นมาใหม่แต่ผู้นำตระกูลหวงคนนี้กลับคิดที่จะนำความรุ่งโรจน์มาสู่ตระกูลหวงด้วยวิธีผิดๆยังคิดที่จะทำให้ตระกูลหวงขึ้นเป็ใหญ่แทนตระกูลฟู่สั่งสอนองครักษ์ให้มีความคิดเช่นเดียวกับเขา มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่าาทรงรับรู้แล้วว่าสิ่งที่พระองค์้าไม่มีทางมาถึงจึงได้มีรับสั่งกับองค์รัชทายาทว่าให้หาทางจัดการแก้ไขปัญหานี้ในอนาคตอย่าให้เกิดเื่การก่อฏแย่งชิงบัลลังก์เช่นที่เกิดกับรัชสมัยของพระองค์ เมื่อกษัตริย์สิ้นพระชนษ์องค์รัชทายาทขึ้นสืบทอดบัลลังก์ปรับเปลี่ยนระบบการปกครองและสถาปนาตำแหน่งผู้ปกครองแคว้นจากกษัตริย์เป็จักรพรรดิราชโองการแรกหลังจากที่ขึ้นครองราชษ์คือให้สร้างขุมอำนาจของพระองค์ขึ้นมาให้นามแก่ขุมอำนาจเ่าั้ เทียนเช่อ ฉางหวั่น เผิงหลาย ถังเหมิน อู่ตู๋ิเอี้ยว ฉางเอี๋ยน และว่านฮวาโปรดให้สร้างสำนักราชครูขึ้นมาอีกแห่งเพื่อจับตามองสำนักองครักษ์ปฐมจักรพรรดิผู้สร้างพรรคทั้งแปดขึ้นมาพระองค์นี้ก็คือพระปัยกาของจักรพรรดิฟู่หลิงรั่วและวางแผนที่จะให้สำนักองครักษ์และสำนักราชครูได้ขึ้นเป็หนึ่งในขุมอำนาจของจักรพรรดิเช่นเดียวกับอีกแปดพรรคที่ก่อตั้งขึ้นก่อนหน้านี้
ปฐมจักรพรรดิคิดที่จะใช้เวลาในการทำให้ความทะเยอทะยานอย่างผิดๆของตระกูลหวงเลือนหายไปแทนการนองเืที่จะทิ้งาแไว้ในอดีตมอบนามให้สำนักองครักษ์ว่าป้าเตา และมอบนามให้กับสำนักราชครูว่าฉางเก๋อหวังว่าในอนาคตทั้งสองพรรคจะได้ถูกประกาศนามขึ้นมาอยู่เคียงข้างจักรพรรดิเช่นเดียวกับขุมอำนาจอื่นๆ
และใช้เวลายาวนานกว่าสามร้อยปีกว่าความทะเยอทะยานแบบผิดๆนั้นจะเหลือเพียงเศษเสี้ยว
แต่ก็เป็เศษเสี้ยวที่มีความอาฆาตแค้นต่อตระกูลฟู่อย่างเข้มข้นสิ่งเ่าั้ถูกส่งต่อมายังสายเืรุ่นต่อรุ่นหรืออย่างไรความทะเยอทะยานนั้นถึงได้ยังอยู่มาจนถึงตอนนี้ความทะเยอทะยานที่อยากจะเป็ใหญ่เช่นในอดีตนับั้แ่ที่ก่อตั้งชิงหลงขึ้นมา
โดยการใช้ป้าเตาเป็สะพานแห่งความสำเร็จใช้ป้าเตาในการเป็บันไดขึ้นไปสู่ความยิ่งใหญ่ที่ถวิลหา
เพราะป้าเตาถือกำเนิดขึ้นเพื่อกักขังสายเืเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหวงที่ยังหลงเหลืออยู่จึงไม่แปลกที่ป้าเตานั้นจะมีคนของตระกูลหวงอยู่มากมายแม้ว่าตอนนี้จะลดลงจนเหลือเพียงหนึ่งในสิบของป้าเตาแล้วเพราะตระกูลหวงได้แยกตัวเองไปอยู่อีกที่กระนั้นก็ยังไม่ได้ปล่อยป้าเตาไปยังคิดที่จะใช้ป้าเตาเพื่อเป็สะพานแห่งความทะเยอทะยานของตัวเอง นั่นจึงเป็สาเหตุที่เซียวหนิงเฉิงมาอยู่ที่นี่มาเป็ฮูหยินของประมุขแห่งป้าเตาแห่งนี้
ก่อนที่จะมีราชโองการมอบสมรสพระราชทานฝ่าาได้ทรงรับสั่งเรียกเซียวหนิงเฉิงและอาจารย์ไปหารือเป็การส่วนพระองค์และบอกเล่าเกี่ยวกับเื่นี้เซียวหนิงเฉิงยินดีที่จะแต่งงานกับเซียวเฟิงเหยียนเพื่อเป็หลักประกันในการความมั่นคงของพรรคใหม่ยินดีที่จะจัดการเื่ของตระกูลหวงเพื่อช่วยเหลือป้าเตาให้หลุดจากวังวนแห่งความทะเยอะทะยานของคนกลุ่มหนึ่งและมอบราชโองการแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายให้กับตระกูลหวง
โอกาสที่จะจากไปอย่างสงบมีชีวิตและออกไปจากชิงหลงพร้อมทรัพย์สมบัติมหาศาลเพื่อตั้งตัวใหม่ในที่ห่างไกลไม่ข้องเกี่ยวกับตระกูลฟู่อีกนับจากนี้
หรือเป็ศัตรูกับตระกูลฟู่จองล้างจองผลาญกันอยู่แบบนี้และตายโดยไร้ที่ฝัง
ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉางเอี๋ยนนับว่าประสบพบเจอกับสถานการณ์ที่ถูกลอบทำร้ายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่ที่ลับก็ที่แจ้งเื้ัของเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีตระกูลหวงอยู่เื้ัเสมอ นอกจากนี้ฝ่าายังสืบรู้มาอีกว่าใน่ที่ฟู่ิซ่านก่อฏสร้างากับบ้านเกิดตระกูลหวงก็มีส่วนในการช่วยเหลือในครั้งนี้แต่เป็การช่วยเหลือผ่านบุคคลอื่นทำให้ไม่มีหลักฐานที่สืบสาวไปถึงตระกูลหวงได้สิ่งที่ได้มีเพียงคำบอกเล่าจากพยานที่รอดตายมาได้เท่านั้น ทำให้ไม่หลงเหลือหลักฐานใดๆที่จะเอาผิดกับตระกูลหวงได้เมื่อก่อนฝ่าาเพียงแค่มองว่าตระกูลหวงกำลังพยายามอย่างเปล่าประโยชน์แต่ทว่า่หลังๆมานี้กลับหนักข้อมากขึ้น ลอบทำร้ายคนของฉางเอี๋ยนจนาเ็ไปไม่น้อยโอรสเทพคนใหม่พยายามสืบหาหลักฐานเกี่ยวกับเื่นี้แต่ฝ่าาทรงตรัสห้ามเอาไว้ก่อนและบอกว่าเื่นี้จะให้คนอื่นจัดการแทน
เพื่อที่จะสร้างเกราะปกป้องกันให้กับป้าเตาและชะลอการลงมือของตระกูลหวงฝ่าาจึงมีราชโองการมอบสมรสพระราชทานให้กับประมุขแห่งป้าเตาและประมุขของเผิงหลาย หากมีอะไรเกิดขึ้นกับป้าเตาเผิงหลายจะไม่อยู่เฉยรวมถึงพรรคอื่นๆที่ร่วมเป็พยานในการขึ้นเป็หนึ่งในขุมอำนาจของชิงหลงด้วยการแต่งงานครั้งนี้จะช่วยชะลอการลงมือในเื่อะไรก็ตามแต่ที่ตระกูลหวงคิดจะทำอยู่มอบอิสระในการจัดการเื่นี้ให้กับท่านเทพหากเก็บกวาดเื่นี้ได้เรียบร้อยและเื่นี้ถูกเก็บเงียบเป็ความลับได้ฝ่าาจะทรงพอพระทัยมาก
พระองค์ไม่้าให้ผู้ใดต้องมารับรู้เื่ราวของตระกูลหวงอีกแล้ว
การหารือเกี่ยวกับการจัดการตระกูลหวงนั้นเซียวเฟิงเหยียนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยแต่หัวหน้าองครักษ์ก็รู้เื่เกี่ยวกับสำนักองครักษ์ของตัวเองดี และรู้ว่าต้องทำอะไรบางอย่างก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายการแต่งงานกับท่านเทพในครั้งนี้นายเหนือย่อมรู้ว่ามีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝง อยู่ที่ตัวนายเหนือแล้วว่าจะรู้หรือเปล่าว่าจุดประสงค์นั้นเป็ประสงค์ดีหรือประสงค์ร้าย
ดังนั้นนอกจากหน้าที่ภรรยาที่รักของนายเหนือแล้วท่านเทพยังมีหน้าที่ที่ต้องเก็บกวาดตระกูลหวงด้วย
หลังจากนี้มีเื่ให้เขาต้องจัดการอีกเยอะทีเดียว
“ตอนที่ท่านพ่อยังอยู่แม่ใหญ่ไม่ค่อยยุ่งวุ่นวายกับข้าเท่าไหร่นักแต่เมื่อท่านพ่อจากไปนางก็เริ่มทำตามใจตัวเองให้หวงเหมยกุ้ยมาอยู่ที่ป้าเตาั้แ่ห้าปีก่อน บอกใครๆในสำนักองครักษ์ว่านางเป็คู่หมั้นของข้าแต่เพราะก่อนหน้านี้ท่านพ่อได้ประกาศให้ทุกคนรู้แล้วว่าข้ามีคนที่ต้องหมั้นหมายด้วยและไม่ใช่นาง ทุกคนเลยคิดไปว่าแม่ใหญ่เพียงแค่อยากให้ข้าแต่งงาน เพราะคนที่ท่านพ่อบอกเอาไว้ว่าข้าต้องหมั้นหมายด้วยเป็ใครก็ไม่รู้ไม่ใช่แค่แม่ใหญ่ ข้าเองก็ยังไม่รู้ว่าท่านพ่อหมายถึงผู้ใดจนกระทั่งสิ้นลมท่านพ่อก็บอกเพียงแค่ว่าสักวันคนผู้นั้นจะมาหาข้าเอง” เซียวเฟิงเหยียนเล่าให้ฟัง ั้แ่เด็กท่านพ่อจะบอกเขาเสมอว่าให้ตั้งใจฝึกฝนแข็งแกร่งให้ได้กว่าใครๆตามที่คนผู้นั้นคาดหวัง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคนผู้นั้นจะมารับเขาเอง
หรือว่าคนผู้นั้นได้มารับเขาแล้วกันแน่นะ
“แต่ตอนนี้เ้ามีข้าเป็ภรรยาแล้วถึงคนผู้นั้นจะมารับตัวเ้าข้าก็ไม่ยกให้หรอก” เซียวหนิงเฉิงเอ่ยในใจก็อดหัวเราะไม่ได้ต้องขอบคุณนายเหนือคนก่อนจริงๆที่ชุบเลี้ยงเซียวเฟิงเหยียนมาเป็อย่างดีและขอบคุณพ่อแม่แท้ๆของเซียวเฟิงเหยียนด้วยที่ได้มอบใบหน้าอันหล่อเหลาและร่างกายกำยำอันเป็ที่ถูกใจท่านเทพให้กับเซียวเฟิงเหยียนไม่ว่าจะมองมุมไหนสามีของเขาก็หล่อเหลาเสียจนอยากจะขังเอาไว้ในเรือนไม่ต้องออกไปไหน
ถึงจะถูกเรียกว่าท่านเทพแต่เซียวหนิงเฉิงก็เป็มนุษย์จะมีอาการหวงของของตัวเองบ้างย่อมไม่ผิดอะไรมิใช่รึ
และอารมณ์หวงของของคนแก่ก็รุนแรงเกินกว่าที่เด็กหนุ่มจะเข้าใจด้วย
“ถึงท่านจะยกข้าให้เขาข้าก็จะหาทางกลับมาหาท่านอยู่ดี เพราะฉะนั้นท่านไม่ยกข้าให้เขาั้แ่แรกจึงนับว่าไม่เสียเวลาที่สุดแล้ว”ทั้งคู่หัวเราะแม้คนภายนอกจะคิดว่าเซียวเฟิงเหยียนและเซียวหนิงเฉิงเพิ่งจะรู้จักกันแต่ในความเป็จริงแล้ว พวกเขาทั้งคู่รู้จักกันมานานหลายสิบปีแล้วเพียงแต่ไม่มาพบหน้ากันก็เท่านั้น
เพราะต้องรอให้ถึงเวลาอันสมควร
และเวลาอันสมควรของพวกเขาก็ได้มาถึงแล้ว